Share

บทที่ 10

last update Tanggal publikasi: 2025-07-12 03:49:20

คืนนั้น เสี่ยวหนานกลับถึงบ้านพร้อมรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ประดับใบหน้า มือเรียวส่งรูปถ่ายสองสามใบให้สามีของเธอ ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพเหล่านั้น ก่อนจะเค้นเอาความจริงจากปากของภรรยา

"หนานหนาน! ทำไมน้องถึงเอาตัวเองเสี่ยงแบบนี้!" สือซานตวาดเสียงกร้าว

"พี่จะร้อนใจทำไม ฉันก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เนี่ยเห็นไหม? กลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย" เธอยิ้มตาหยีอย่างไม่สะทกสะท้าน

"แล้วแอบไปดูคนมีอะไรกันมันใช่เรื่องไหมเล่า!?"

"ไม่ดูก็ไม่รู้สิว่าวางแผนได้ดีแค่ไหน~ อีกอย่าง...เราจะเอารูปพวกนี้ไปขู่มันไงคะ จะได้เลิกตามตื๊อฉันซะที!"

สือซานยกมือกุมขมับ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเมียสุดแสบที่เอาชนะพวกคนเลวด้วยไหวพริบและกล้องโพลารอยด์

"กล้ามากนะหนานหนาน... กล้าถ่ายรูปคนกำลังมีอะไรกัน... แล้วยังเอามาให้ผัวดูด้วยท่าทางภูมิใจแบบนี้?"

เสียงของเขาทุ้มต่ำ ลึก และราบเรียบราวผิวน้ำก่อนพายุใหญ่จะมาเยือน เสี่ยวหนานได้แต่กลืนน้ำลายเงียบ ๆ พยายามจะยิ้มกลบเกลื่อน แต่ยิ่งดูเหมือนเด็กน้อยทำผิดแล้วพยายามแก้ตัว

"ก็..ก็พวกนั้นคิดจะทำร้ายฉันก่อน พี่จะมาดุฉันไม่ได้นะ"

สือซานหัวเราะในลำคอ เสียงแหบพร่าราวกับลมหายใจแห่งไฟเผาไหม้ เขาก้าวมาหยุดตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมขึ้นแตะปลายคางภรรยาแล้วเชยเบา ๆ ให้สบตาเขา

"รู้เรื่องแล้วให้จื่ออันมาบอกพี่ก็ได้ แต่สุดท้ายก็เลือกจะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง งั้นคืนนี้ก็ต้องโดนลงโทษไปแล้วกัน"

เสียงเขาไม่ได้ดัง แต่แผ่วพร่าจนเสี่ยวหนานขนลุกซู่

ริมฝีปากของเขาประทับลงมาอย่างแนบแน่น ร้อนแรงราวกับจะละลายทุกสติที่หล่อนพอจะเหลืออยู่ มือใหญ่โอบแนบแผ่นหลัง ดันร่างบางให้แนบชิดติดกันจนไม่เหลือช่องว่างให้แม้แต่ลมหายใจ

"อื้อ… พี่สือซาน… เดี๋ยวก่อน…"

"ไม่มีเดี๋ยว เล่นกับไฟ... ก็ควรได้รู้ว่าความร้อนแผดเผามันเป็นยังไง"

เขาอุ้มเธอขึ้นอย่างง่ายดายราวกับตัวเธอไร้น้ำหนัก พาไปวางกลางเตียงเตาเมื่อร่างของเขาทาบทับลงมา กลิ่นกายที่คุ้นเคยทำให้อารมณ์ของทั้งคู่พลุ่งพล่าน

เสื้อผ้าถูกปลดเปลื้องออกช้า ๆ ทีละชิ้น สายตาสือซานจับจ้องที่เสี่ยวหนานราวกับต้องการให้เธอจดจำบทลงโทษครั้งนี้ให้ขึ้นใจ

"พี่สือซาน..."

"พี่จะไม่ตีเธอหรอก แต่ถ้าคราวหน้าอยากดู...ก็มาดูของพี่ ไม่ใช่ของคนอื่น...มันเสียสายตา!"

เสี่ยวหนานหน้าแดงซ่านอย่างไม่มีที่ซ่อน ร่างกายเธอเหมือนถูกวางลงบนเตาเหล็กที่เร่าร้อน ความแข็งแกร่งของเขาทาบทับลงมาแนบแน่น ลมหายใจร้อนผ่าวกระซิบถี่ชิดซอกคอ ทุกจังหวะที่เขาเคลื่อนไหวคือการครอบครอง ช้าแต่เน้นหนัก สมแล้วที่เรียกว่าบทลงโทษ

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังในห้องที่ไร้แสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์ลอดผ่านผ้าม่านปลิวพริ้ว เสี่ยวหนานไม่ได้หนี ไม่ได้ร้อง ไม่ได้ต่อต้านแม้แต่นิด... เธอยอมจำนนให้กับทุกสัมผัส ทุกแรงกระแทกที่เร้าเร่งขึ้นเรื่อย ๆ เขาครอบครองเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับจะฝังคำว่า "ภรรยาของสือซาน" ไว้ในกายของเธอ

เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่มีใครนับได้... จนเมื่อเสียงลมหายใจถี่รัวค่อย ๆ แผ่วลง เหลือเพียงสัมผัสนิ่งแนบแน่นของสองร่างที่กอดกันไว้แนบสนิท สือซานเอื้อมมือมาปัดปอยผมเปียกชื้นเหงื่อของเธอขึ้น ลูบไล้เบา ๆ แล้วกระซิบเสียงต่ำข้างขมับ

"อย่าซุกซนอีกนะเมียจ๋า... ผัวของเธอจะไม่ใจดีแบบนี้อีก"

เสี่ยวหนานกลั้นยิ้ม แต่ใบหน้าแดงเป็นลูกตำลึงทั้งแถบ เธอพยักหน้าเบา ๆ ซุกหน้าลงในอกแกร่งที่ยังร้อนระอุ...

เช้าวันต่อมา

เช้ามืดวันต่อมา เสี่ยวหนานรู้สึกตัวตื่นจากนิทราด้วยความปวดเมื่อยตามร่างกาย ผิวแก้มยังแดงซ่านจากรอยสัมผัสของค่ำคืนที่เร่าร้อน ริมฝีปากมีรอยช้ำบาง ๆ ที่เกิดจากคนข้างกาย

ผู้ชายสุขุมนุ่มลึกที่เวลาเอ่ยปากพูดกับใครดูสงบนิ่ง พูดถึงอะไรก็ได้ทั้งนั้น...ยกเว้นเมียของเขา เธอเป็นเกล็ดย้อน ไม่ใช่แค่ห้ามลูบ แต่ห้ามมอง ห้ามคิด ห้ามแม้แต่เข้าใกล้

"พี่สือซาน...พาฉันไปที่บ้านร้างหลังนั้นหน่อยได้ไหม?"

เธอพูดขึ้นขณะที่ยังนั่งซบอยู่ในผ้าห่มบนเตียง ร่างบางยังสั่นเล็กน้อยจากความหนาวเย็นในยามเช้า

"ทำไมต้องไปที่นั่น?..." ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย

เธอเงยหน้าขึ้น สีหน้าแน่วแน่แต่เปี่ยมด้วยความอ่อนล้า

"ฉันจะจัดการทุกอย่างให้มันจบลงวันนี้...เรื่องหานเจา กับไป๋ลี่เหยา"

สือซานมองภรรยาเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาดำสนิทของเขากะพริบช้า ๆ เหมือนกำลังกลั่นกรองคำพูด ท้ายที่สุด เขาก็พยักหน้าช้า ๆ

"ตกลง"

เสี่ยวหนานรีบไปอาบน้ำแต่งตัว เธอหยิบภาพถ่ายใส่กระเป๋า จากนั้นก็ออกเดินทางไปที่บ้านร้างหลังนั้นเช้ามืด

เมื่อไปถึงท้องฟ้าก็สว่างขึ้นจนสามารถมองเห็นสิ่งรอบตัวได้ชัดเจน กลิ่นคาวสกปรกที่คละคลุ้งในอากาศแทบทำให้คนมีสติอาเจียนออกมา เสี่ยวหนานยกมือปิดจมูก ในขณะที่สือซานยืนนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แต่ดวงตาคมลึกคู่นั้นกำลังไล่สำรวจทุกมุมอย่างเงียบงัน

เสียงประตูไม้ที่ถูกผลักเปิดดัง เอี๊ยด! แหลม หานเจากับไป๋ลี่เหยาแทบกระโดดลุกขึ้นจากฟูกเน่า ๆ ที่พวกเขาใช้เป็นสนามซ้อมมาตลอดคืน ทั้งสองอยู่ในสภาพยับเยิน ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ดวงตาแดงช้ำเพราะไม่ได้นอนเต็มตา

"เสี่ยวหนาน! เธอมาได้ยังไง..." หานเจาอุทานออกมาอย่างตกใจ

เสี่ยวหนานไม่ตอบ เธอหยิบภาพถ่ายขึ้นมาชูหลายแผ่นแววตาเด็ดเดี่ยวไร้ความกลัว

"ดูสิ..นี่อะไร? ไป๋ลี่เหยา ถ้าเธอยังไม่เลิกวุ่นวายกับฉันกับพี่สือซาน ฉันจะเอารูปพวกนี้ไปแปะทั่วหมู่บ้านให้คนดู ส่วนแกหานเจา เงิน 600 หยวนที่ฉันเสียไปกับแก วันนี้แกต้องคืนมาทั้งหมด ไม่อย่างนั้นฉันจะส่งรูปพวกนี้ไปให้ว่าที่ภรรยา พ่อตากับแม่ยายของแก!"

ภาพในมือของเธอเป็นภาพที่หานเจาและไป๋ลี่เหยานัวเนียกันในสภาพเปลือยเปล่าภายในบ้านร้างแห่งนี้ ใบหน้าของทั้งคู่ชัดเจนยิ่งกว่าภาพจากกล้องวงจรปิด พอทั้งคู่ได้เห็นก็หน้าซีดเผือดทันที

"อย่านะเสี่ยวหนาน ฉัน...ฉันขอโทษ มันเป็นความผิดของไป๋ลี่เหยา! นังนั่นมันวางแผนทั้งหมด เพราะหล่อนอยากได้โจวสือซานเป็นผัว!"

"ไอ้เลว! ไอ้หานเจา! แกมันคนชั่ว! อย่ามาโยนความผิดให้ฉัน แกเองก็อยากข่มขืนนังเสี่ยวหนานไม่ใช่เหรอ! แกพูดเองว่าจะทำให้มันเชื่องเหมือนหมา!"

ไป๋ลี่เหยากรีดเสียงโต้กลับ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ แววตาเต็มไปด้วยพิษร้าย

เพียงชั่วอึดใจ เสียงหมัดก็ฟาดใส่ใบหน้าหานเจาดัง ปั่ก! หน้าของเขาหันไปอีกด้านด้วยแรงหมัดของสือซาน เขาเดินเข้ามาโดยไม่พูดไม่จา ร่างสูงสง่าทาบทับเงาเหนือหานเจาราวกับพญามัจจุราช

"กล้าดียังไง...คิดจะทำร้ายเมียฉัน?"

เขากัดฟันกรอด เสียงของเขาไม่ได้ตะโกน แต่กลับดังก้องเข้าไปถึงกระดูกสันหลังของทุกคนในห้อง

สือซานต่อยซ้ำอีกหมัด สองหมัด จนหานเจอล้มลงนอนครางครืด ๆ เสี่ยวหนานไม่ได้ห้ามอะไรเลย นัยน์ตาของเธอสงบนิ่ง...ราวกับนี่คือสิ่งที่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก

"วันนี้แกต้องคืนเงินให้ฉัน แล้วกลับไปบอกแม่แก กับน้องสาวแกด้วย ถ้ายังไม่หยุดยุ่งวุ่นวายกับฉัน ฉันจะให้คนทั่วทั้งมหาวิทยาลัยเห็นรูปพวกนี้"

เธอพูดเสียงเรียบ แต่แววตากลับคมดั่งมีด หานเจานั่งตัวสั่นงันงก ก่อนจะรีบควักธนบัตรในกระเป๋าออกมานับแล้วนับอีก

"นี่...นี่เอาไปเลย เอาไปเถอะ ขอร้องล่ะ เสี่ยวหนาน อย่าเอารูปพวกนั้นไปเผยแพร่...อย่าทำลายอนาคตของฉันเลยนะ"

เสี่ยวหนานรับเงินทั้งหมดมานับ เธอรู้ดีว่าจุดจบของหานเจาเป็นยังไง ต่อให้เธอไม่ทำอะไรสุดท้ายเขาก็จะถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยเพราะถูกจับได้ว่าโกงคะแนนสอบ

"ได้ ฉันให้สัญญา...ตราบใดที่แกกับครอบครัวไม่มาวุ่นวายกับฉันอีก รูปพวกนี้ฉันก็จะทำลายมันทิ้งทั้งหมด"

เธอหันไปทางไป๋ลี่เหยา ซึ่งยืนกำกระโปรงแน่นร่างทั้งร่างสั่นเทาและคอยหลบหน้าสือซานด้วยความอับอาย

"ส่วนเธอ...ถ้ายังคิดเล่นสกปรกอีกครั้ง อย่าหวังว่าเสี่ยวหนานคนนี้จะเห็นแก่ความเป็นผู้หญิงเหมือนกัน"

พูดจบ สองสามีภรรยาก็หันหลังเดินออกมา โดยไม่ชายตามองร่างสองคนนั้นอีกเลย เสียงกรีดร้องของไป๋ลี่เหยา กับคำด่าสาปแช่งของหานเจาดังลอยตามลมมาแผ่วเบา สือซานเอื้อมมือมาโอบไหล่ภรรยาไว้แน่น แล้วพูดเสียงต่ำข้างหูเธอว่า

"ต่อจากนี้ ทุกคนที่จะแตะต้องเธอได้...ต้องผ่านพี่ก่อน"

เสี่ยวหนานซบหน้ากับอกเขา ดวงตาร้อนผ่าว น้ำตาไหลลงข้างแก้มเงียบ ๆ ความเจ็บที่เคยฝังอยู่ในหัวใจกำลังถูกลบเลือน...โดยผู้ชายที่ร่างนี้เคยคิดว่าเขาเย็นชาที่สุด

ยามเช้าของหมู่บ้านชาวประมงยังคงงดงามด้วยเสียงคลื่นกระทบฝั่งเบา ๆ และกลิ่นน้ำเค็มที่ลอยมากับสายลม สือซานพาภรรยาแวะที่บ้านซู

ในมือของเธอคือธนบัตรหลายใบมูลค่าหกร้อยหยวนที่เธอเพิ่งได้คืนมาจากหานเจา เงินที่เมื่อก่อนเธอเคยยื่นให้เขาด้วยหัวใจ แต่บัดนี้มันคือสิ่งเดียวที่เธอยอมให้เขาเอาชนะไม่ได้ เธอหันมาบอกสามีผู้ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยรอยยิ้มบาง

"ฉันอยากเอาเงินก้อนนี้ไปคืนพ่อกับแม่ เงินพวกนี้มาจากน้ำพักน้ำแรงของพวกท่านทั้งนั้น"

โจวสือซานพยักหน้าไม่พูดพร่ำ เขาจับมือเธอแน่น แล้วเดินเคียงข้างเข้าไปบ้านซู แม้จะเงียบแต่ท่าทีของเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่า พร้อมจะยืนอยู่ข้างเธอในทุกเรื่องเสมอ

ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออกด้วยเสียงเอี๊ยดเบา ๆ กลิ่นอาหารเช้าลอยมาแตะจมูก พร้อมเสียงแหลม ๆ ที่คุ้นเคย

"จะมาทำไมอีก อย่าบอกนะว่าจะมาขอเงิน"

ซูอี้หลัน พี่สะใภ้คนโตโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง ใบหน้าเปื้อนแป้งยังมีแววไม่ต้อนรับน้องสามีคนนี้แม้แต่น้อย ถึงเมื่อวานจะเอาของมาให้ แต่วันนี้มามือเปล่า เธอต้องมีแผนอะไรแน่ ๆ

เสี่ยวหนานไม่ตอบโต้ เธอเพียงยิ้มบาง ๆ แล้วเดินเข้าไปกลางบ้านเพื่อไปหาพ่อแม่

"หนูเอาเงินมาคืนค่ะ พ่อ แม่ แล้วก็พี่ใหญ่ด้วย เงินก้อนนี้หนูได้คืนมาจากหานเจา ขอโทษนะคะที่เมื่อก่อนลูกสาวคนนี้ไม่รู้ความ เห็นผิดเป็นถูก"

สีหน้าของพ่อซูแม่ซูเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

"หกร้อยหยวน...เสี่ยวหนาน ลูกไปเอาคืนมาจากมันได้ยังไง?" พ่อของเธอถามเสียงแหบพร่า

แม่ของเธอรีบตรงเข้ามาจับมือ ลูบแขนลูกสาวด้วยแววตาระคนระหว่างความเป็นห่วงและไม่อยากเชื่อ

"คนเห็นแก่ตัวแบบนั้นทำไมถึงยอมคืนเงินก้อนนี้มา มันไม่ได้ทำร้ายลูกใช่ไหม?"

เสี่ยวหนานหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะส่ายหน้า

"คนแบบนั้นทำอะไรหนูไม่ได้หรอกแม่ หนูก็แค่กุมความลับของมันเอาไว้ ความลับที่มันยอมให้ใครรู้ไม่ได้ พ่อกับแม่รับคืนไปเถอะนะคะ...หนูสบายดีจริง ๆ"

สองตายายมองหน้ากันเงียบ ๆ แววตาของพ่อซูฉายแววลังเล ก่อนเขาจะยื่นมือออกมารับเงินอย่างช้า ๆ

"เห็นเจ้าใหญ่บอกว่าลูกจะเปิดร้านขายกับข้าว ถ้าเงินไม่พอ...ก็มาเอาที่พ่อได้นะลูก ไม่ต้องกังวลอะไรเลย พวกเรายังเป็นพ่อแม่ของลูกเสมอ เงินค่าสินสอดที่บ้านโจวให้มาก็ยังเหลือครบ พ่อเก็บไว้ให้ลูกยามจำเป็น"

โจวสือซานที่ยืนอยู่เงียบ ๆ ก็พูดขึ้นในเวลานั้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและอบอุ่น

"พ่อตาไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมมีเงินพอให้เสี่ยวหนานใช้จ่ายในการเปิดร้าน เย็นนี้พวกเราว่าจะออกเรืออีกแล้ว ถ้าพี่จื่อเหิงกับจื่ออันอยากออกเรือด้วยก็ไปด้วยกันได้นะครับ"

คำพูดของเขาเหมือนสายฝนที่ตกลงมาบนผืนดินแห้งแล้ง ดวงตาของซูจื่อเหิงสว่างวาบ เขาโพล่งออกมาทันที

"จริงเหรอสือซาน พวกเราไปด้วยได้ใช่ไหม? พวกเรากำลังกังวลเรื่องนี้อยู่พอดี ได้ข่าวว่าเรือที่เราทำอยู่กำลังจะขาย..."

สือซานพยักหน้า เขาได้ยินเรื่องนี้มาก่อนแล้วถึงได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมา ต่อให้เขาจะถูกบ้านไป๋กดราคา แต่เงินที่มีอยู่ก็เพียงพอที่จะจ่ายค่าแรงคนงานได้

"ได้สิครับ เอาเป็นว่าเย็นนี้พี่ก็ไปรวมตัวกับพวกเราที่ท่าเรือประมงนะครับ ผมเตรียมของไว้หมดแล้ว พรุ่งนี้เช้าเสี่ยวหนานเปิดร้านวันแรก จะได้ช่วยกันขนของสดไปส่งแต่เช้ามืดด้วย"

"ได้ ๆ ขอบใจมากนะสือซาน"

จื่อเหิงจับไหล่น้องเขยด้วยความตื้นตัน ส่วนจื่ออันที่ยืนเงียบอยู่ข้างหลังเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาหวัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 95

    ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน หน่วนหน่วน หยวนเปา หยวนเป่ย ต่างก็วิ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างกระตือรือร้น ไม่นานนัก พวกเขาก็ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรัง ทั้งตุ๊กตาตัวโปรด ของเล่นชิ้นโปรด สมุดวาดรูป สมุดเขียน และดินสอสีสารพัดสีสัน แต่ละคนขนออกมาจากห้องของตัวเอง แล้วนำมากองรวมกันที่ห้อ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 94

    หน่วนหน่วน เห็นอุปกรณ์ไฟฟ้าในห้อง ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เธอจึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วเตือนสองพ่อลูกด้วยความเป็นห่วง "คุณลุงคะ น้องอิงลั่ว ถ้าจะใช้กระทะไฟฟ้าหรือกาน้ำร้อน ห้ามใช้ช้อนที่ทำจากสเตนเลสหรือเหล็กลงไปสัมผัสโดยตรงเด็ดขาดนะคะ ให้ใช้กระบวยที่มีด้ามจับแบบนี้แทน ไม่อย่างนั้นไฟจะดูดเอาได้ ไฟดูดน

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 93

    เธอเริ่มแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็นกันเองเซ่าเวินเงยหน้าขึ้นมองเสี่ยวหนานด้วยความเกรงใจ เขาวางตะเกียบลงแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ "ผม...ผมชื่อเซ่าเวินครับ นี่ลูกสาวของผม เซ่าอิงลั่ว พวกเราเป็นคนกว่างโจวครับ" เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้เสี่ยวหนานฟังด้วยความเจ็บ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 92

    ในระหว่างนั้น เสี่ยวเปากับอันเจ๋อ ก็ช่วยกันยกถาดอาหารที่แม่ตักให้มาวางไว้ที่โต๊ะ อาหารร้อน ๆ กลิ่นหอมฟุ้งเต็มโต๊ะไปหมด ส่วน เสี่ยวเป่ย ก็รีบไปหยิบน้ำอัดลมที่เพิ่งซื้อมาพร้อมกับนมอีก 4 กล่อง รวมถึงขนมปังที่แม่เตรียมไว้ให้เป็นขนมของพวกเขา เสี่ยวเป่ยก็แบ่งส่วนหนึ่งมาวางไว้ให้ด้วยพอหน่วนหน่วนพาสองพ่อลู

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 91

    ห้าปีต่อมาห้าปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันคือปี ค.ศ. 1988 ซูจื่ออัน เรียนจบจากมหาวิทยาลัยชิงหัวมาได้สักพักใหญ่แล้ว ด้วยความรู้และความสามารถที่ร่ำเรียนมา เขาได้เข้ามาช่วยงานในโรงงานของพี่สาวอย่างเต็มตัว โรงงานแห่งใหม่ ของ ซูเสี่ยวหนาน กำลังเริ่มก่อสร้างบนที่ดินที่เธอซื้อสะสมไว้ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 90

    สายตาของพนักงานสาวมองผ่านเพียงแค่วูบเดียว ก็ทำให้กิริยาของพนักงานเปลี่ยนไปในทันใด เธอกะพริบตาถี่ รีบยกมือขึ้นประสานพร้อมโค้งตัวเล็กน้อย"เชิญคุณลูกค้าทางนี้เลยนะคะ ห้องพิเศษของเราพร้อมแล้วค่ะ!"พนักงานผายมืออย่างนอบน้อม แล้วเดินนำแขกกลุ่มใหญ่ผ่านโถงกลางร้านเข้าไปยังห้องส่วนตัวที่จัดไว้โดยเฉพาะสำหรับ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 86

    "หน่วนหน่วนยิ่งโตก็ยิ่งเก่ง ยิ่งน่ารัก.." เสี่ยวหนานกล่าว"แน่นอนสิ ก็น้องสอนมาเองกับมือ จะไม่ดีได้ยังไง" สือซานตอบกลับพร้อมกับรับขวดนมไปให้ลูก ๆสองปีต่อมาเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันคือปี ค.ศ. 1985 ซูจื่ออัน กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยชิงหัว เขาแทบไม่มีเวลาได้กลับบ้านเลยใ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 83

    แสงจันทร์สีนวลสาดส่องเข้ามาในห้องนอนของเสี่ยวหนานและสือซาน ส่องกระทบผ้าม่านบางเบาที่พลิ้วไหวตามแรงลม เสี่ยวหนานนั่งอยู่ริมหน้าต่าง พลางเหม่อมองออกไปยังดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า ดวงตาของเธอฉายแววครุ่นคิด ความสำเร็จทางธุรกิจในวันนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสุขใจได้อย่างเต็มที่ ในใจของเธอเต็มไปด้วยคำ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 81

    ที่โรงพยาบาล ทันทีที่รถของสือซานจอดสนิทที่ทางเข้าห้องฉุกเฉิน บุรุษพยาบาลก็รีบเอารถเข็นมารับร่างของคนป่วย แล้วพาเสี่ยวหนานเข้าไปยังห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว ทีมแพทย์และพยาบาลเข้ามารับช่วงต่อทันที พวกเขาพยุงร่างของเสี่ยวหนานขึ้นนอนบนเตียงเข็น และพาเธอเข้าไปในห้องตรวจ หลังจากเก็บรถเสร็จสือซานก็รีบมายืน

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 76

    หลายสัปดาห์ต่อมา การสอบเกาเข่าผ่านพ้นไปด้วยดี ซูจื่ออัน ได้คะแนนสอบมากถึง 748 คะแนน ถือว่าสูงสุดในเมืองเยี่ยนเทียนแถมยังได้ประกาศนียบัตรจากการแข่งขันระดับมณฑล จนได้รับหนังสือเชิญเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง วันนี้เป็นวันที่จื่ออันจะต้องเดินทาง เขาเลือกแล้วว่าจะเรียนที่ มหาวิทยาลัยชิงหัว ครั้งนี้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status