Masuk“ท่านหญิงปักผ้าคลุมขนจิ้งจอกให้ไท่จื่อดีหรือไม่เจ้าคะ ”
ซ่งหลิงถูกเสี่ยวซีลากออกมาเลือกหาของขวัญให้กับคนผู้นั้น นางยังไม่เห็นความสำคัญของมันสักนิด คนเขามีทุกอย่างแล้ว ยังจะต้องนำอะไรไปให้เขาอีก “ซีเอ๋อวังหลวงไม่ขาดแคลนผ้าไหมชั้นดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเย็กปักต่างๆ พวกเขามีความประณีตมากกว่าข้านัก หาอย่างอื่นเถิด” ซ่งหลิงพูดเสียงเหนื่อย หลังจากวิ่งเข้าออกจนครบทุกร้านแล้วก็ยังไม่ได้สิ่งใดกลับมา ซ่งหลิงจึงคิดว่านางจะยอมสละต้นไม้ที่นางปลูกให้กับเขาสักต้นก็แล้วกัน ถึงแม้มันจะไม่มีมูลค่ามากมาย แต่มันกลับมีคุณค่าทางจิตใจเพราะซ่งหลิงเอาใจใส่ดูแลพวกมันเป็นอย่างดี ศาลากลางน้ำอุทยานวังหลวง “หืม เจ้าว่าอย่างไรนะ ซ่งหลิงน่ะหรือจะยอมมอบต้นไม้ดอกไม้พวกนั้นให้ใครง่ายๆ” ขนาดพระนางเคยเอ่ยขอสักต้น ซ่งหลิงยังแยกเขี้ยวใส่นาง ซ้ำยังหลบหน้าหลบตาไปหลายวัน ยังมีครั้งหนึ่งฝ่าบาทแอบหยิบต้นไม้นางติดมือกลับวังมาด้วย ซ่งหลิงนางยังตามมาโวยวายอย่างไม่นึกเกรงกลัว แล้วนี่จะให้นางเชื่อได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายจะยอมมอบต้นไม้เหล่านั้นให้กับคู่หมั้น “จริงเพคะฮองเฮา หม่อมฉันไปแจ้งเกี่ยวกับกำหนดการกลับมาของไท่จื่อแก่ท่านหญิง บ่าวรับใช้บอกว่าท่านหญิงกำลังเลือกต้นไม้เป็นของขวัญให้ไท่จื่อเพคะ” นางทราบว่าพระนางอยากอุ้มหลาน ไท่จื่อปีนี้อายุยี่สิบห้าแล้ว ความจริงสมควรอภิเษกตั้งนานแล้ว ติดที่ว่าไท่จื่อไม่ยอมกลับมาสักที ฮองเฮาตาลุกแววพร้อมแย้มพระสรวล นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีหรอกหรือ นางใกล้จะได้อุ้มหลานแล้วใช่หรือไม่ ต้องรีบไปเตรียมผ้าแพรตัดเย็บชุดรอหลานที่จะมาเกิดแล้ว ไหนจะของเด็กเล่นอีก ต้องรีบหน่อยแล้วเดี๋ยวไม่ทันการณ์ บริเวณศาลากลางน้ำอุทยานหลวงกำลังเต็มไปด้วยรอยยิ้มมีความสุขทั้งนายบ่าวที่คิดว่าจะได้อุ้มหลานและท่านชายน้อยในเร็ววันนี้ กลับกันกับผู้ที่อยู่ในห้องทรงอักษรที่บอกให้ขันทีไปจัดเตรียมสุราชั้นดีไว้ให้มากหน่อย “ฝ่าบาทพระองค์ให้เตรียมสุรามากมายเพียงนี้เพื่อการใดหรือพะย่ะค่ะ” หยวนกงกงขันทีรับใช้ข้างพระวรกายเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “เตรียมไว้ย้อมใจคน” ฮ่องเต้ตรัสขึ้น มือยังคงตวัดพู่กันตอบฎีกา ข่าวสารของไท่จื่อที่อยู่ข้างนอกพระองค์ทรงทราบทั้งหมด หากแม่ทัพอวิ๋นยังไม่ชัดเจนความสัมพันธ์กับแม่นางคนนั้น เจ้าลูกชายตัวดีก็คงจะอยู่ที่นั่นอีกนาน “ย้อมใจคน ผู้ใดกันหรือพะย่ะค่ะ” หยวนกงกงขมวดคิ้ว ใครกันที่ทำให้ฝ่าบาทต้องเตรียมสุราย้อมใจไว้ให้มากมายขนาดนี้ “เดี๋ยวเจ้าก็ได้ทราบเอง อืม เตรียมตัวของเจ้สให้ดีหลังจากนี้คงจะมีราชโองการให้เจ้าวิ่งแจ้งมากมาย” มุมปากพระองค์ยกยิ้มขึ้น สีสรรและความวุ่นวายกำลังจะกลับมาเยือนเมืองหลวงอีกครั้งแล้ว หลังจากสงบเงียบมานาน จวนท่านหญิงซ่ง “เสี่ยวซี เจ้าพอจะจำรูปร่างหน้าตาไท่จื่อได้หรือไม่” ผ่านไปสองชั่วยามแล้วแต่ซ่งหลิงก็ยังเลือกต้นไม้ที่เหมาะกับเขาไม่ได้ นางจำเขาได้เพียงเลือนลางเท่านั้น จึงไม่สามารถหาต้นไม้ที่สื่อถึงตัวตนของเขาได้ ต้นไม้มงคลวังหลวงเองก็มีเยอะแล้ว หากนำไปมอบให้อีกมันจะเป็นสิ่งสำคัญได้อย่างไร “ไท่จื่อหลิงซวนมีพระพักตร์หล่อเหลา สุขุมแต่ก็แฝงด้วยความอ่อนโยน องอาจและสง่างาม ท่านหญิงจำไม่ได้แล้วรึเจ้าคะ ครั้งหนึ่งไท่จื่อเคยอุ้มท่านกลับมาจากตลาดเพราะวิ่งหกล้มจนขาพลิก มีไท่จื่อคอยดูแลตลอดจนหายดี” เสี่ยวซีจำวันนั้นได้ดี สีพระพักตร์ขององค์ไท่จื่อดูกังวลมาก ระหว่างรอหมอหลวงตรวจรักษาก็แผ่กลิ่นอายกดดันสิ่งรอบข้างจนไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปใกล้ ไท่จื่อยังมาดูแลท่านหญิงทุกวันจวบจนหายดี เดี๋ยวนะ… “ท่านหญิงของบ่าว ท่านเอ่ยถามเช่นนี้คงไม่ใช่หลงลืมทุกสิ่งที่เกี่ยวกับไท่จื่อไปทั้งหมดหรอกนะเจ้าคะ” จะบอกว่าไม่ใช่ก็คงจะเป็นการโกหก นางจำทุกอย่างได้เลือนลาง เรื่องที่เสี่ยวซีเล่ามานางก็คลับคล้ายคลับคลาอยู่ ตอนอยู่ที่วังหลวงนางไม่ค่อยได้ออกจากตำหนักเท่าไรนัก ทั้งยังต้องเรียนรู้ศาสตร์ศิลป์ทั้งสี่ คัดอักษร วาดภาพ หมากล้อม และดนตรี นอกจากนี้นางยังแอบเรียนวรยุทธ์ด้วย เรื่องนี้มีเพียงเสี่ยวซีคนเดียวที่รู้ “เสี่ยวซีเหตุใดถึงถามเช่นนั้น อย่างน้อยข้าก็ยังจำชื่อของเขาได้นะ…เซียวหลิงซวนอย่างไรล่ะ” “ท่านหญิงหากไท่จื่อทรงทราบจะไม่น้อยใจแย่รึเจ้าคะ” “หือ เสี่ยวซีน้อยใจคำนี้ควรใช้กับข้า ไม่แน่ว่าแม้แต่ชื่อของข้าไท่จื่อก็อาจจะจำไม่ได้ เขาออกเดินทางเหนือจรดใต้รู้จักผู้คนมากมาย ข้าเป็นแค่คนที่หลงไปรู้จักกับเขาแค่นั้นไม่มีความสำคัญอันใดให้จดจำหรอก” เสี่ยวซียืนถือต้นฉางโซ่วฮวาหรือดอกไม้อายุยืน ที่ท่านหญิงคัดออกมาไว้เผื่อเลือกอีกทีดอกไม้ต้นนี้มีเพียงสองต้นเท่านั้น เสี่ยวซีเพียงยืนมองท่านหญิงเลือกต้นไม้อื่นเพิ่ม หลังจากแม่นมจากไปรอยยิ้มของท่านหญิงก็ห่างหายไปด้วย เมื่อสิ้นแม่นมก็เหลือเพียงนางที่คอยอยู่ดูแล ท่านหญิงยังช่วยปกป้องนางจากสาวใช้คนอื่นที่คอยมารังแก ทั้งที่เป็นเจ้านายเป็นคุณหนูที่เกิดจากภรรยาเอกแต่กลับต้องมาโดนสาวใช้พูดจาดูถูกเหยียดหยาม “เอาล่ะ ข้าตัดสินใจแล้ว เป็นไผ่กวนอิมกับฉางโซ่วฮวาก็แล้วกัน” เสี่ยวซีตาเบิกกว้างมองซ่งหลิงอย่างตื่นตะลึง “คุณหนูจะมอบให้ทั้งสองต้นเลยรึเจ้าคะ นี่ฉางโซ่วฮวากับไผ่กวนอิมเชียวนะเจ้าคะ” ฉางโซ่วฮวาไม่เท่าไหร่แต่ไผ่กวนอิมนี่สิ ครั้งหนึ่งฝ่าบาทเคยแอบหยิบกลับวังไปท่านหญิงยังตามไปโวยวายเอากลับมาจนได้ “เมื่อครู่นี้ไม่ใช่นางกำนัลของฮองเฮามาแจ้งกำหนดการกลับมาและจัดงานเลี้ยงต้อนรับไท่จื่อหรอกหรือ” “ไผ่กวนอิมให้เป็นของขวัญต้อนรับการกลับมา ส่วนฉางโซ่วฮวาให้เป็นของขวัญวันเกิด” “ขะ ของขวัญวันเกิด…” เสี่ยวซีนึกไปถึงตอนที่นางกำนัลมาแจ้ง นางบอกเพียงกำหนดการและวันที่จัดงานเลี้ยงไม่ได้เอ่ยถึงวันเกิด เสี่ยวซีมองท่านหญิงอย่างระแวดระวังนางไม่กล้าถามในสิ่งที่ตนเองกำลังคิดหกปีต่อมา“ฮองเฮาเพคะ องค์ชายน้อยหนีออกไปวิ่งเล่นอีกแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวซีอุ้มองค์ชายวัยสี่หนาวเข้ามาพร้อมกับเอ่ยฟ้อง“หืม หลงเอ๋อไปเล่นที่ไหนมางั้นรึ” ซ่งหลิงรับบุตรชายมาจากเสี่ยวซีองค์ชายซบลงบนไหล่ของมารดาอย่างออดอ้อน “หลงเอ๋อ เพียงแค่ไปวิ่งเล่นที่อุทยานครู่เดียวเองพะย่ะค่ะ ไม่ได้หนี”“แล้วเหตุใดองค์ชาย ถึงไม่บอกกล่าวกับบ่าวก่อนล่ะเพคะ” “นั่นสิ…” นางยกมือลูบหัวเด็กน้อยอย่างรักใคร่“หากลูกบอกท่านน้าเสี่ยวซี ท่านน้าก็จะไม่ให้ไป”“เอาล่ะ แม่จะอนุญาตให้เจ้าออกไปวิ่งเล่นได้ทุกวันในช่วงเวลาพักแต่ต้องบอกกับท่านน้าเสี่ยวซีก่อนเข้าใจรึไม่อุทยานหลวงกว้างขวางทั้งยังมีสระน้ำที่ค่อนข้างลึกอีกด้วย หากว่าเจ้าเกิดพลัดตกลงไปจะทำอย่างไร แม่รักและเป็นห่วงเจ้ามากรู้รึไม่” ฟอด นางหอมแก้มบุตรชายอย่างเอ็นดู“พะย่ะค่ะ ท่านน้าเสี่ยวซี่ ท่านแม่อนุญาตแล้วเราไปกันเถิด” พูดจบก็ดิ้นลงจากตักมารดาแล้วรีบวิ่งออกไป จนเสี่ยวซีเกือบจะตามไม่ทันซ่งหลิงยกมือลูบท้องของตนที่ตอนนี้มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่รอวันลืมตาดูใต้หล้า นางเป็นไท่จื่อเฟยอยู่สองปี ฝ่าบาทก็สละราชสมบัติส่งมอบให้แก่ไท่จื่อ ยามนี้เขาเป็นฮ่องเต้ นางเป็นฮองเฮา แล
โจวซือเยว่ดื้อรั้นไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงยอมแพ้ซ่งหลิงง่ายๆ นางเองก็เป็นคุณหนูจากจวนขุนนางชั้นสูง ฐานะไม่ได้ด้อยไปกว่าซ่งหลิงเลยสักนิด อีกฝ่ายแค่โชคดีที่ได้หมั้นหมายกับไท่จื่อก่อนเท่านั้นนางไม่กลัวที่ผ่านมานางคอยหาเรื่องซ่งหลิงอยู่ตลอด แม้จะทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะมีฮองเฮาที่คอยช่วยเหลือซ่งหลิงอยู่หลังจากงานพระราชสมภพของไท่จื่อที่นางถูกไล่ออกมา นางจึงไปร่วมมือกับซ่งหนิงเอ๋อที่มีความแค้นกับซ่งหลิง นางค่อยๆ ตะล่อมอีกฝ่ายไปทีละนิด วางแผนกันอย่างลับๆวันที่นางรอคอยก็มาถึง วันงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพอวิ๋น นางเลือกลงมือในวันนั้น ยาพิษเป็นซ่งหนิงเอ๋อที่หามาให้ นางซื้อคนที่โรงครัวได้อย่างแนบเนียน ซือเยว่ไม่ใช่ซ่งหนิงเอ๋อที่ทำอะไรอย่างสะเพร่าไม่รอบคอบ นางคอยระมัดระวังไม่ให้ถูกจับผิดใช้ชีวิตอย่างปกติมาตลอด“เจ้านำขนมจานนี้ไปส่งที่โต๊ะของท่านหญิงซ่ง อย่าให้โดนจับได้ล่ะ” นางปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิด เมื่อกล่าวเสร็จก็หมุนออกไปทางด้านหลังใช้ความมืดพลางตัวเองไปยังห้องน้ำ และผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดที่ใส่เข้างาน ก่อนจะเดินออกมาและส่งถุงผ้าไปให้สาวใช้นำมันกลับไปเก็บที่รถม้าโจวซือเยว่มองสำรวจและจัดอาภรณ
วันเวลาดำเนินไปจนกระทั่งเข้าสู่วสันตฤดู หลิงซวนที่ตามตื้อนางมาตลอดเริ่มรับรู้แล้วว่านางใกล้จะเปิดใจให้เขาเช่นเดิมแล้ว“หลิงเอ๋อ พี่มารับเจ้าไปเที่ยวชมเทศกาลฤดูใบไม้ผลิด้วยกัน” พ้นเหมันต์มาแล้วแต่อากาศก็ยังคงเย็นอยู่ ในมือของหลิงซวนถือผ้าคลุมขนจิ้งจอกอย่างดีไว้ใส่ให้นาง ซ่งหลิงเริ่มมีรอยยิ้มกลับมาให้เขาบ้างแล้ว เขาต้องพยายามอีกนิด ไม่สิ ต่อให้ต้องพยายามไปทั้งชีวิตเขาก็จะทำเพื่อนาง“ท่านมาเร็วกว่าที่บอกหม่อมฉันไว้นะเพคะ” ซ่งหลิงยิ้มให้เขาเล็กน้อย ยืนนิ่งให้เขาใส่ผ้าคลุมให้ นางรับรู้และเห็นในสิ่งที่เขาตั้งใจทำมันมาตลอด คิดว่าหากวันใดวันหนึ่งนางยอมรับเขาเข้ามาในหัวใจอีกครั้ง ก็หวังว่าเขาจะเป็นหลิงซวนคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงทั้งสองเที่ยวเล่นกันอย่างมีความสุข ร่วมเล่นใบ้คำ เดินเข้าไปกินร้านบะหมี่ร้านโปรด ซ่งหลิงเดินถือขนมกินไปตลอดทาง พวกเขากำลังรอชมดอกไม้ไฟที่สะพานขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ตอนแรกหลิงซวนจะใช้วิชาตัวเบาพาไปที่นั่งชมบนหลังคาเสียด้วยซ้ำจะได้ไม่ต้องมาเบียดกับคนอื่น แต่ซ่งหลิงปฏิเสธนางอยากยืนดูตรงนี้ เขาได้แต่ตามใจนางไม่นานช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึง ดอกไม้ไฟงดงามตระการตาถูกจุดขึ้นทั่วทุกพ
“ไท่จื่อ ท่านช่วยขยับออกไปได้รึไม่เพคะ” นางกำลังนั่งรถม้ากับเขาเข้าไปร่วมงานเลี้ยง สามวันที่ผ่านมาไท่จื่อเอาแต่ตามติดนางยิ่งกว่าปลิง นางไล่อย่างไรก็ไม่ไป นางด่าทอเขาไปมากมายเผื่อว่าเขาจะทนไม่ไหวแล้วรีบกลับไป แต่ความจริงเขากลับยืนยิ้มหัวเราะบอกให้นางด่าว่าเขาได้อย่างเต็มที่เลยตอนนี้ก็เหมือนกัน รถม้ากว้างขวางแต่เขากลับมานั่งเบียดนางนางกัดฟันพูด เมื่อเขาคว้านางเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด “ไท่จื่อ!”“หลิงเอ๋อ อยู่นิ่งๆ พี่หนาวได้กอดเจ้าแล้วอุ่นขึ้นเยอะเลย” วันนั้นเขาได้คำตอบชัดเจนแล้ว จึงได้กลับไปเผาถุงหอมทิ้งและเก็บผ้าเช็ดหน้าไว้อย่างดี“ท่านมันไร้ยางอายเกินไปแล้ว ปล่อยข้านะ!”“ไม่ปล่อย พี่รู้ว่าเจ้าเองก็หนาวเช่นกัน กอดกันเช่นนี้แหละดีแล้ว”ซ่งหลิงดิ้นไปมาจนเหนื่อย จึงได้ปล่อยเลยตามเลยรถม้าวิ่งฝ่าหิมะเข้าสู่วังหลวง จนไปจอดอยู่ที่หน้าประตูที่จะผ่านเข้าเขตพระราชฐานชั้นใน ไป่เฮ่อถือร่มยืนรอไท่จื่ออยู่หน้ารถม้า วันนี้เสี่ยวซีไม่สบายจึงไม่ได้มากับนางหลิงซวนพยุงนางลงมาพร้อมกับจับมือนางไว้อย่างหวงแหน ราวกับกลัวว่านางจะหนีหาย หันไปรับร่มจากองครักษ์และก้าวเดินเข้าไปข้างใน“เรารีบเดินกันเถิด อากาศเย็น
หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาสิบวันแล้ว ซ่งหลิงกลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่จะว่าปกติทั้งหมดก็ไม่ใช่ นางมีความสุขุม เย็นชามากกว่าเดิม ตอนนี้นางเข้ามาตรวจดูต้นไม้ของนางที่เก็บเข้ามาไว้ในโรงเรือน หิมะตกหนักมากเมื่อสี่วันที่ผ่านมา วันนี้ถือว่าตกเบากว่าเดิมบ่าวไพร่จึงรีบช่วยกับเก็บกวาดหิมะออกจากทางเดินซ่งหลิงไม่เห็นเขาอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น นางได้ยินมาว่าวันนี้กองทัพบูรพาเดินทางมาถึงเมืองหลวง เขาคงจะรีบออกไปต้อนรับอวี้เจินของกระมัง ไม่รู้ว่าวังหลวงจะจัดงานเลี้ยงต้อบรับรึไม่ หากจัดนางจะแสร้งป่วยดีหรือไม่ หึ ซ่งหลิงหัวเราะเย้ยหยันให้กับตัวเอง นางหลบหน้าวันนี้ วันหน้าก็ต้องพบเจออยู่ดี“ท่านหญิงอยู่ที่นี่เอง บ่าวหาตั้งนานเจ้าค่ะ” เสี่ยวซีเข้ามาหาซ่งหลิงที่กำลังตัดแต่งกิ่งไม้อยู่ซ่งหลิงยิ้ม “มีอะไรงั้นรึ?”“บ่าวออกไปซื้อขนมมาให้ท่าน เห็นว่าคนออกมายืนตามถนนเยอะกว่าปกติจึงได้เข้าไปสอบถามได้ความว่ากองทัพบูรพาเดินทางกลับมาจากชายแดนเจ้าค่ะ” “อ้อ ข้าได้ยินมาบ้างแล้วล่ะ” ซ่งหลิงไม่ได้ว่าอะไรเพียงรับฟัง นางไม่ได้สนใจอะไรพวกนี้อยู่แล้วเสี่ยวซีขมวดคิ้ว “ท่านหญิงได้ยินมาจากผู้ใดรึเจ้าคะ”“จากบ่าวไพร่ที่กลับมาจากต
ซ่งหลิงวิ่งกลับเข้าเรือนปิดประตูไม่ให้ใครเข้ามา นางอยากอยู่คนเดียว ที่ผ่านมานางคอยสังเกตเขาตลอด ทุกครั้งที่ไปทานอาหารด้วยกันเขาจะสั่งซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวาน นางเคยขอให้เขาตักให้แต่เขาบอกว่ามันรสชาติมันไม่ถูกปากนางแน่นอน เพราะซ่งหลิงไม่ชอบรสชาติแบบนี้ นางคิดว่าเขาเองก็ใส่ใจนางมากเช่นกัน เขาว่านางชอบไม่ชอบอะไรน่าสมเพชเสียจริง ปากบอกไม่ได้เห็นนางเป็นตัวแทนของสตรีผู้นั้นแล้วที่ผ่านคืออันใด นางไม่เชื่อเขาหรอก ขอเวลางั้นรึ เขากลับมาจากชายแดนได้เกือบสี่เดือนแล้วยิ่งสตรีผู้นั้นแต่งงานมีครอบครัวแล้วยิ่งต้องหักห้ามใจและรีบตัดใจเสียเขายืดเยื้อเพื่อสิ่งใดกัน หรือยังมีความหวังว่าจะได้นางมาครอบครองก๊อกๆ“ท่านหญิงเจ้าคะ เกิดอะไรขึ้นรึเจ้าคะ” เสี่ยวซีกำลังต้มน้ำขิงอยู่ สาวใช้ที่ยกอาหารไปที่ห้องอาหารบอกว่าท่านหญิงวิ่งร้องไห้ออกมา ส่วนไท่จื่อก็มีใบหน้าที่เศร้าเสียใจและยังให้สาวใช้ห่ออาหารพวกนั้นให้เขาด้วย ก่อนจะเดินกลับออกไปซ่งหลิงร้องไห้ออกมาอยากหนักหน่วง นางไม่ได้ตอบสาวใช้ ภาพความทรงจำดีๆ ตลอดสองเดือนที่ผ่านมันกำลังทำให้นางปวดใจนางขอเวลาแค่วันนี้วันเดียว พรุ่งนี้นางจะกลับไปเข้มแข็งเช่นเดิม แม้อา







