Share

ตอนที่ 5

last update Last Updated: 2026-01-07 23:23:33

“ท่านหญิงปักผ้าคลุมขนจิ้งจอกให้ไท่จื่อดีหรือไม่เจ้าคะ ”

ซ่งหลิงถูกเสี่ยวซีลากออกมาเลือกหาของขวัญให้กับคนผู้นั้น นางยังไม่เห็นความสำคัญของมันสักนิด คนเขามีทุกอย่างแล้ว ยังจะต้องนำอะไรไปให้เขาอีก

“ซีเอ๋อวังหลวงไม่ขาดแคลนผ้าไหมชั้นดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเย็กปักต่างๆ พวกเขามีความประณีตมากกว่าข้านัก หาอย่างอื่นเถิด” ซ่งหลิงพูดเสียงเหนื่อย

หลังจากวิ่งเข้าออกจนครบทุกร้านแล้วก็ยังไม่ได้สิ่งใดกลับมา ซ่งหลิงจึงคิดว่านางจะยอมสละต้นไม้ที่นางปลูกให้กับเขาสักต้นก็แล้วกัน ถึงแม้มันจะไม่มีมูลค่ามากมาย แต่มันกลับมีคุณค่าทางจิตใจเพราะซ่งหลิงเอาใจใส่ดูแลพวกมันเป็นอย่างดี

ศาลากลางน้ำอุทยานวังหลวง

“หืม เจ้าว่าอย่างไรนะ ซ่งหลิงน่ะหรือจะยอมมอบต้นไม้ดอกไม้พวกนั้นให้ใครง่ายๆ” ขนาดพระนางเคยเอ่ยขอสักต้น ซ่งหลิงยังแยกเขี้ยวใส่นาง ซ้ำยังหลบหน้าหลบตาไปหลายวัน ยังมีครั้งหนึ่งฝ่าบาทแอบหยิบต้นไม้นางติดมือกลับวังมาด้วย ซ่งหลิงนางยังตามมาโวยวายอย่างไม่นึกเกรงกลัว แล้วนี่จะให้นางเชื่อได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายจะยอมมอบต้นไม้เหล่านั้นให้กับคู่หมั้น

“จริงเพคะฮองเฮา หม่อมฉันไปแจ้งเกี่ยวกับกำหนดการกลับมาของไท่จื่อแก่ท่านหญิง บ่าวรับใช้บอกว่าท่านหญิงกำลังเลือกต้นไม้เป็นของขวัญให้ไท่จื่อเพคะ” นางทราบว่าพระนางอยากอุ้มหลาน ไท่จื่อปีนี้อายุยี่สิบห้าแล้ว ความจริงสมควรอภิเษกตั้งนานแล้ว ติดที่ว่าไท่จื่อไม่ยอมกลับมาสักที

ฮองเฮาตาลุกแววพร้อมแย้มพระสรวล นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีหรอกหรือ นางใกล้จะได้อุ้มหลานแล้วใช่หรือไม่ ต้องรีบไปเตรียมผ้าแพรตัดเย็บชุดรอหลานที่จะมาเกิดแล้ว ไหนจะของเด็กเล่นอีก ต้องรีบหน่อยแล้วเดี๋ยวไม่ทันการณ์

บริเวณศาลากลางน้ำอุทยานหลวงกำลังเต็มไปด้วยรอยยิ้มมีความสุขทั้งนายบ่าวที่คิดว่าจะได้อุ้มหลานและท่านชายน้อยในเร็ววันนี้ กลับกันกับผู้ที่อยู่ในห้องทรงอักษรที่บอกให้ขันทีไปจัดเตรียมสุราชั้นดีไว้ให้มากหน่อย

“ฝ่าบาทพระองค์ให้เตรียมสุรามากมายเพียงนี้เพื่อการใดหรือพะย่ะค่ะ” หยวนกงกงขันทีรับใช้ข้างพระวรกายเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

“เตรียมไว้ย้อมใจคน” ฮ่องเต้ตรัสขึ้น มือยังคงตวัดพู่กันตอบฎีกา ข่าวสารของไท่จื่อที่อยู่ข้างนอกพระองค์ทรงทราบทั้งหมด หากแม่ทัพอวิ๋นยังไม่ชัดเจนความสัมพันธ์กับแม่นางคนนั้น เจ้าลูกชายตัวดีก็คงจะอยู่ที่นั่นอีกนาน

“ย้อมใจคน ผู้ใดกันหรือพะย่ะค่ะ” หยวนกงกงขมวดคิ้ว ใครกันที่ทำให้ฝ่าบาทต้องเตรียมสุราย้อมใจไว้ให้มากมายขนาดนี้

“เดี๋ยวเจ้าก็ได้ทราบเอง อืม เตรียมตัวของเจ้สให้ดีหลังจากนี้คงจะมีราชโองการให้เจ้าวิ่งแจ้งมากมาย” มุมปากพระองค์ยกยิ้มขึ้น สีสรรและความวุ่นวายกำลังจะกลับมาเยือนเมืองหลวงอีกครั้งแล้ว หลังจากสงบเงียบมานาน

จวนท่านหญิงซ่ง

“เสี่ยวซี เจ้าพอจะจำรูปร่างหน้าตาไท่จื่อได้หรือไม่”

ผ่านไปสองชั่วยามแล้วแต่ซ่งหลิงก็ยังเลือกต้นไม้ที่เหมาะกับเขาไม่ได้ นางจำเขาได้เพียงเลือนลางเท่านั้น จึงไม่สามารถหาต้นไม้ที่สื่อถึงตัวตนของเขาได้ ต้นไม้มงคลวังหลวงเองก็มีเยอะแล้ว หากนำไปมอบให้อีกมันจะเป็นสิ่งสำคัญได้อย่างไร

“ไท่จื่อหลิงซวนมีพระพักตร์หล่อเหลา สุขุมแต่ก็แฝงด้วยความอ่อนโยน องอาจและสง่างาม ท่านหญิงจำไม่ได้แล้วรึเจ้าคะ ครั้งหนึ่งไท่จื่อเคยอุ้มท่านกลับมาจากตลาดเพราะวิ่งหกล้มจนขาพลิก มีไท่จื่อคอยดูแลตลอดจนหายดี” เสี่ยวซีจำวันนั้นได้ดี สีพระพักตร์ขององค์ไท่จื่อดูกังวลมาก ระหว่างรอหมอหลวงตรวจรักษาก็แผ่กลิ่นอายกดดันสิ่งรอบข้างจนไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปใกล้ ไท่จื่อยังมาดูแลท่านหญิงทุกวันจวบจนหายดี เดี๋ยวนะ…

“ท่านหญิงของบ่าว ท่านเอ่ยถามเช่นนี้คงไม่ใช่หลงลืมทุกสิ่งที่เกี่ยวกับไท่จื่อไปทั้งหมดหรอกนะเจ้าคะ”

จะบอกว่าไม่ใช่ก็คงจะเป็นการโกหก นางจำทุกอย่างได้เลือนลาง เรื่องที่เสี่ยวซีเล่ามานางก็คลับคล้ายคลับคลาอยู่ ตอนอยู่ที่วังหลวงนางไม่ค่อยได้ออกจากตำหนักเท่าไรนัก ทั้งยังต้องเรียนรู้ศาสตร์ศิลป์ทั้งสี่ คัดอักษร วาดภาพ หมากล้อม และดนตรี นอกจากนี้นางยังแอบเรียนวรยุทธ์ด้วย เรื่องนี้มีเพียงเสี่ยวซีคนเดียวที่รู้

“เสี่ยวซีเหตุใดถึงถามเช่นนั้น อย่างน้อยข้าก็ยังจำชื่อของเขาได้นะ…เซียวหลิงซวนอย่างไรล่ะ”

“ท่านหญิงหากไท่จื่อทรงทราบจะไม่น้อยใจแย่รึเจ้าคะ”

“หือ เสี่ยวซีน้อยใจคำนี้ควรใช้กับข้า ไม่แน่ว่าแม้แต่ชื่อของข้าไท่จื่อก็อาจจะจำไม่ได้ เขาออกเดินทางเหนือจรดใต้รู้จักผู้คนมากมาย ข้าเป็นแค่คนที่หลงไปรู้จักกับเขาแค่นั้นไม่มีความสำคัญอันใดให้จดจำหรอก”

เสี่ยวซียืนถือต้นฉางโซ่วฮวาหรือดอกไม้อายุยืน ที่ท่านหญิงคัดออกมาไว้เผื่อเลือกอีกทีดอกไม้ต้นนี้มีเพียงสองต้นเท่านั้น เสี่ยวซีเพียงยืนมองท่านหญิงเลือกต้นไม้อื่นเพิ่ม

หลังจากแม่นมจากไปรอยยิ้มของท่านหญิงก็ห่างหายไปด้วย เมื่อสิ้นแม่นมก็เหลือเพียงนางที่คอยอยู่ดูแล ท่านหญิงยังช่วยปกป้องนางจากสาวใช้คนอื่นที่คอยมารังแก ทั้งที่เป็นเจ้านายเป็นคุณหนูที่เกิดจากภรรยาเอกแต่กลับต้องมาโดนสาวใช้พูดจาดูถูกเหยียดหยาม

“เอาล่ะ ข้าตัดสินใจแล้ว เป็นไผ่กวนอิมกับฉางโซ่วฮวาก็แล้วกัน”

เสี่ยวซีตาเบิกกว้างมองซ่งหลิงอย่างตื่นตะลึง “คุณหนูจะมอบให้ทั้งสองต้นเลยรึเจ้าคะ นี่ฉางโซ่วฮวากับไผ่กวนอิมเชียวนะเจ้าคะ” ฉางโซ่วฮวาไม่เท่าไหร่แต่ไผ่กวนอิมนี่สิ ครั้งหนึ่งฝ่าบาทเคยแอบหยิบกลับวังไปท่านหญิงยังตามไปโวยวายเอากลับมาจนได้

“เมื่อครู่นี้ไม่ใช่นางกำนัลของฮองเฮามาแจ้งกำหนดการกลับมาและจัดงานเลี้ยงต้อนรับไท่จื่อหรอกหรือ”

“ไผ่กวนอิมให้เป็นของขวัญต้อนรับการกลับมา ส่วนฉางโซ่วฮวาให้เป็นของขวัญวันเกิด”

“ขะ ของขวัญวันเกิด…” เสี่ยวซีนึกไปถึงตอนที่นางกำนัลมาแจ้ง นางบอกเพียงกำหนดการและวันที่จัดงานเลี้ยงไม่ได้เอ่ยถึงวันเกิด

เสี่ยวซีมองท่านหญิงอย่างระแวดระวังนางไม่กล้าถามในสิ่งที่ตนเองกำลังคิด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 8

    “ฮองเฮาเพคะ…” นางกำนัลคนสนิทวิ่งเข้ามาเข้าทำให้อดีตสาวงามอันดับหนึ่งหันกลับมองพร้อมขมวดคิ้ว “มีอะไรเกิดขึ้นงั้นรึ เจ้าถึงได้วิ่งเข้ามาโดยไม่สนใจมารยาทเช่นนี้”“ขออภัยฮองเฮาเพคะ ตะ แต่ว่าไท่จื่อเพคะ ไท่จื่ออยู่ที่โถงรับรองด้านหน้าเพคะ”“ก็แค่ไท่จื่อ…”“จะ เจ้าว่าอย่างไรนะ” ฮองเฮาสาวเท้าออกจากห้องบรรทมอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าห้องโถงรับรอง นางก้าวช้าลง เบื้องหน้าปรากฎบุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากำลังจิบชาอยู่ เขามีความคล้ายฮ่องเต้แปดส่วน ใจของมารดาเต้นเร็วรัวเพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้พบลูกชายจึงเกิดอาการประหม่าเล็กน้อย“หลิงซวน…”หลิงซวนเงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นมารดากำลังร้องไห้ เขาจึงรีบลุกขึ้นไปคุกเข่าเบื้องหน้านาง“เสด็จแม่ ทำให้ท่านรอนานลูกอกตัญญูแล้ว” เขาก้มศีรษะจรดพื้นคำนับมารดา“ฮึก…ลูกแม่ เจ้ารีบลุกขึ้นแม่ไม่เคยโกรธเจ้า” นางเคารพการตัดสินใจของลูกชาย และพร้อมที่จะสนับสนุนเขาเสมอ “แม่ขอกอดเจ้าได้รึไม่” หลิงซวนไม่ได้ตอบกลับเป็นคำพูด แต่ใช้การกระทำแทน เขาเป็นฝ่ายเข้าไปโอบกอดมารดาและนั่นยิ่งทำให้พระนางร้องไห้หนักกว่าเดิม อ้อมกอดของมารดาอบอุ่นเสมอ เขาคิดในใจผ่านไปราวครึ่งเค่อพระนางถึงหยุดร้องแล

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 7

    ตำหนักเทียนซวินที่ประทับของฮ่องเต้“ถวายบังคมเสด็จพ่อพะย่ะค่ะ”“หือ ไท่จื่อเจ้าจำทางกลับบ้านได้แล้วรึ ยังจำได้ด้วยรึว่าเราเป็นพ่อของเจ้า แล้วดูสภาพของเจ้าสิเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้…” ฮ่องเต้กวาดสายตามองโอรสของตนที่ไม่ได้พบกันนาน ก็ส่ายหน้าแต่ก็ไม่วายเอ่ยเย้า “อ้อ เป็นเพราะแม่นางอวี้สินะไม่ใช่สิ ตอนนี้นางแต่งให้แม่ทัพอวิ๋นแล้ว ควรเรียกว่าฮูหยินน้อยหรือฮูหยินแม่ทัพอวิ๋นสินะ”เซียวหลิงซวนเขาเพียงนั่งนิ่งไม่สนใจคำพูดของบิดา แม้ดูเหมือนว่าเขาไม่สนใจต่อสิ่งรอบข้าง ทว่าหางตาของเขาลอบชำเลืองมองสำรวจบิดาว่ามีส่วนใดสึกหรอไปแล้วบ้าง ครั้นเห็นว่ายังอยู่ดีจึงละสายตากลับมาสังเกตภายในตำหนักแทนนานมากแล้วที่เขาไม่ได้กลับเมืองหลวง ตอนนั้นที่เขาตัดสินใจขอบิดาออกไปตรวจดูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นจริงส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็คือเขาอยากที่จะมีอิสระทำในสิ่งที่ตนอย่างจะทำก่อนที่จะไม่ได้ทำมัน เขาเป็นไท่จื่อวันข้างหน้าก็ต้องขึ้นเป็นฮ่องเต้ ต้องอยู่แต่ในวังหลวงไม่สามารถออกไปไหนได้ตามอำเภอใจ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายอมรับว่าเป็นเขาเองที่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมกลับเมืองหลวงสักทีความจริงเขาควรกลับมาตั้งแต่สามสี่ปีก่อน แต่เป็นเ

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 6

    “หลิงเอ๋อ ไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามเปิ่นกงมาได้เลย” ฮองเฮาเห็นซ่งหลิงนั่งจ้องใบรายการอาหารรวมไปถึงสิ่งของอื่นๆ ที่จะใช้ในงานงานเลี้ยง ก็คิดว่านางคงมีบางอย่างที่ไม่เข้าใจสามวันแล้วที่นางต้องมานั่งทำเรื่องยุ่งยากเช่นนี้ วันแรกเป็นงานเลี้ยงต้อนรับการมาของรัชทายาทเซียวหลิงซวนจัดที่ตำหนักกลาง ส่วนงานที่สองเป็นงานพระราชสมภพจัดที่ตำหนักบูรพา ฮองเฮาทรงเรียกนางมาเพื่องานที่สองโดยเฉพาะ พระนางบอกว่าควรเรียนรู้เอาไว้เพราะวันหน้ายังมีงานอีกมากมายให้จัดการในฐานะพระชายาและว่าที่ฮองเฮาของแคว้นเป่ย พระนางช่างคิดการณ์ไกลนัก!“หม่อมฉันไม่เข้าใจทุกตรงเลยเพคะ ไม่สู้ฮองเฮาหาคนอื่นมาทำแทนหม่อมดีรึไม่เพคะ” ซ่งหลิงฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ ในใจก็ร้องว่ารีบตอบรับเร็วเข้าเพคะ นางอยากกลับไปนอนจะแย่แล้ว“หลิงเอ๋อว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ ฟังแม่ดีๆ นะ ไม่ ได้! ไม่ มี ทาง! วันสำคัญเช่นนี้จะปล่อยให้คนอื่นทำแทนได้อย่างไร หืม” คิดว่าข้าตีความหมายของเจ้าไม่ได้หรืออย่างไร คนอื่นที่เจ้าหมายถึงย่อมไม่ใช่กรมพิธีการ แต่เป็นคุณหนูจากจวนขุนนาง หึ ฝันไปเถอะ! ฮองเฮาได้แต่คิดในใจโดนตอบกลับเช่นนี้ซ่งหลิงได้แต่ยิ้มเจื่อน “ไม่แน่นะเพ

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 5

    “ท่านหญิงปักผ้าคลุมขนจิ้งจอกให้ไท่จื่อดีหรือไม่เจ้าคะ ” ซ่งหลิงถูกเสี่ยวซีลากออกมาเลือกหาของขวัญให้กับคนผู้นั้น นางยังไม่เห็นความสำคัญของมันสักนิด คนเขามีทุกอย่างแล้ว ยังจะต้องนำอะไรไปให้เขาอีก“ซีเอ๋อวังหลวงไม่ขาดแคลนผ้าไหมชั้นดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเย็กปักต่างๆ พวกเขามีความประณีตมากกว่าข้านัก หาอย่างอื่นเถิด” ซ่งหลิงพูดเสียงเหนื่อยหลังจากวิ่งเข้าออกจนครบทุกร้านแล้วก็ยังไม่ได้สิ่งใดกลับมา ซ่งหลิงจึงคิดว่านางจะยอมสละต้นไม้ที่นางปลูกให้กับเขาสักต้นก็แล้วกัน ถึงแม้มันจะไม่มีมูลค่ามากมาย แต่มันกลับมีคุณค่าทางจิตใจเพราะซ่งหลิงเอาใจใส่ดูแลพวกมันเป็นอย่างดีศาลากลางน้ำอุทยานวังหลวง“หืม เจ้าว่าอย่างไรนะ ซ่งหลิงน่ะหรือจะยอมมอบต้นไม้ดอกไม้พวกนั้นให้ใครง่ายๆ” ขนาดพระนางเคยเอ่ยขอสักต้น ซ่งหลิงยังแยกเขี้ยวใส่นาง ซ้ำยังหลบหน้าหลบตาไปหลายวัน ยังมีครั้งหนึ่งฝ่าบาทแอบหยิบต้นไม้นางติดมือกลับวังมาด้วย ซ่งหลิงนางยังตามมาโวยวายอย่างไม่นึกเกรงกลัว แล้วนี่จะให้นางเชื่อได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายจะยอมมอบต้นไม้เหล่านั้นให้กับคู่หมั้น“จริงเพคะฮองเฮา หม่อมฉันไปแจ้งเกี่ยวกับกำหนดการกลับมาของไท่จื่อแก่ท่านหญิ

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 4

    ตุบ! เพล้ง!ซ่งหนิงเอ๋อกลับจวนมาด้วยอารมณ์คุกรุ่น มาถึงเรือนของตนก็นำความโกรธไปลงที่ชุดน้ำชาแจกันที่วางอยู่บนโต๊ะ มือสวยกำเข้าหากันแน่น ดวงตาแดงก่ำแฝงด้วยความร้ายกาจ“ซ่ง หลิง หากข้าไม่ได้เจ้าก็อย่าได้หวังว่าจะอยู่อย่างมีความสุข” นางเคยมีเคยได้ทุกอย่าง ทำไมคู่หมั้นของน้องสาวนางจะแย่งมาไม่ได้ นางเจอเขาก่อน ในเมื่อเจ้าไม่ยอมก็อย่าว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน ถีบตัวเองขึ้นมาจากโคลนตมได้ก็สามารถกลับไปอยู่เช่นเดิมได้เช่นกัน ข้าจะทำให้เจ้าเงยหน้าขึ้นมาไม่ได้อีกเลย ซ่งหลิงน้องรัก!“คุณหนู…” สาวใช้คนสนิททำใจกล้าเดินเข้ามาเอ่ยเรียกเสียงเบาซ่งหนิงเอ๋อปรับเปลี่ยนแววตามาเป็นอ่อนโยน ยืดหลังตรงหันมาส่งยิ้มให้สาวใช้ “ข้าไม่เป็นไร เจ้าช่วยเก็บกวาดให้ทีข้าคงจะเหนื่อยเกินไปมือไม้จึงได้อ่อนแรงเช่นนี้”“เจ้าค่ะ” สาวใช้มองสิ่งของที่แตกกระจายอยู่บนพื้น นี่แน่ใจว่ามือไม้อ่อนแรง!เช้าวันถัดมาซ่งหลิงค่อนข้างอารมณ์ดี เมื่อคืนนางนั่งขบคิดหาวิธีอยู่ค่อนคืน จนได้ข้อสรุปว่ารอไท่จื่อกลับมาแล้วค่อยไปพูดคุยกับเขา นางเคยพูดคุยกับเขาอยู่บ้างในตอนนั้นก่อนที่เขาจะไปชายแดน ซ่งหลิงจำหน้าเขาได้แค่เลือนลางหากมีไท่จื่อมาช่วยยืนยันว

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 3

    งานเลี้ยงน้ำชาซ่งหลิงนั่งมองดูการเสแสร้งเข้าหากัน รอยยิ้มประดับใบหน้าแต่กลับส่งไปไม่ถึงดวงตา นางเบะปากเล็กน้อย เมื่อไหร่ฮองเฮาจะเสด็จมาก็ไม่รู้ นางปั้นหน้ายิ้มจนปวดกรามไปหมดแล้ว“คารวะท่านหญิงเจ้าค่ะ” มาอีกแล้ว ซ่งหลิงฉีกยิ้มการละครให้พวกนาง“วันนี้อากาศค่อนข้างที่จะร้อนไปสักนิดพวกเจ้าว่าหรือไม่” อืม นางไม่รู้จะพูดคุยเรื่องอะไร ลมฟ้าอากาศนี่แหละง่ายสุด“เจ้าค่ะ อากาศร้อนเช่นนี้มาหลายวันคาดว่าอีกไม่เกินสองราตรีฝนน่าจะตกนะเจ้าคะ” นางคือบุตรสาวเจ้ากรมการคลังเจียงชุนฮวา“หือ คุณหนูเจียงทราบได้อย่างไร” ซ่งหลิงไม่คิดว่าได้ยินคำตอบที่แตกต่างจากคนอื่นก่อนหน้า เพราะนางใช้วิธีนี้ถึงได้ไม่ใครอยู่คุยกับนาง“พี่รองของข้ามักจะออกไปทำการค้ากับท่านลุงสามอยู่บ่อยๆ ซึ่งแต่ละแคว้นจะมีสภาพอากาศแตกต่างกันไป หลังจากกลับมาข้ามักจะไปขอให้พี่รองเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังเสมอเจ้าค่ะ” ท่าทีและคำพูดของนางมีความเป็นธรรมชาติไม่ได้เสแสร้งเหมือนคนอื่น“เป็นเช่นนี้เอง นอกจากได้ทำการค้าแล้วยังได้ท่องเที่ยวไปด้วย” พวกนางนั่งคุยได้ไม่นานก็แยกย้ายกันกลับไปประจำ เพราะขันทีเข้ามาแจ้งว่าฮองเฮาใกล้เสด็จมาแล้วระหว่างนั่งรอก็มีล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status