LOGINความตึงเครียดหลังจากงานประมูลเพชรเมื่อคืนยังไม่ทันจางหาย รินรดาก็ต้องเผชิญกับความอึดอัดระลอกใหม่เมื่ออนันต์ออกคำสั่งในช่วงสายของวันถัดมา ชายวัยกลางคนติดธุระด่วนกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่น แต่มีเอกสารสำคัญและแบบร่างโครงการอสังหาริมทรัพย์ชิ้นใหม่ที่ต้องนำไปส่งให้สถาปนิกชื่อดังที่สตูดิโอส่วนตัวในต่างจังหวัดหน้างาน
"ภัทร... แกขับรถพารินรดาเอาแบบไปส่งให้คุณเกริกที ฉันนัดเขาไว้บ่ายสอง" อนันต์เอ่ยสั่งหลานชายขณะกำลังผูกเนคไทเตรียมออกจากบ้าน "รินรดาจัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อย อย่าให้ขาดตกบกพร่องล่ะ" "ค่ะ คุณอนันต์" รินรดารับคำเสียงแผ่ว เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับภัทรที่ยืนอยู่ข้างๆ ทว่าในใจของหญิงสาวกลับเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น... การต้องออกไปต่างจังหวัดกับหลานชายสามีสองต่อสองในรถยนต์คันหรู มันไม่ต่างอะไรกับการยื่นเนื้อเข้าปากเสือ รถยุโรปคันหรูแล่นทะยานไปบนถนนสายหลักมุ่งสู่ชานเมือง บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสนิทมีเพียงเสียงเพลงคลาสสิกเปิดคลอเบาๆ รินรดานั่งตัวลีบชิดประตูรถฝั่งผู้โดยสาร สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มและมีเค้าลางของพายุฝนที่กำลังจะตกลงมาในไม่ช้า หมับ ความเงียบถูกทำลายลงเมื่อฝ่ามือหนาอันร้อนผ่าวของคนขับละสายตาจากพวงมาลัย คว้าหมับเข้าที่ต้นขาเนียนละเอียดของอาสะใภ้สาว รินรดาสะดุ้งสุดตัวรีบปัดมือเขาออกตามสัญชาตญาณ "ภัทร! ทำอะไรคะ ขับรถอยู่ตัดใจหน่อยสิ" รินรดาเอ่ยเตือนเสียงดุ "ทำไมต้องตัดใจล่ะครับ ในเมื่อน้าอนันต์เป็นคนประเคนคุณมาให้ผมถึงที่เอง" ภัทรหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความเจ้าเล่ห์ สายตาคมกริบเหลือบมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อ "เมื่อคืนคุณเบี้ยวผมนะริน... งานประมูลเลิกดึกคุณก็แกล้งหลับ แถมยังล็อกห้องนอนอีก คิดว่าผมจะยอมปล่อยไปง่ายๆ เหรอ" "ริน... รินเหนื่อยค่ะ และรินก็คิดว่าเราควรจะหยุดเรื่องบ้าๆ นี่ได้แล้ว" "หยุดงั้นเหรอ?" ภัทรเหยียดยิ้ม คราวนี้นิ้วแกร่งของเขาจงใจลูบไล้สูงขึ้นเรื่อยๆ ผ่านเนื้อผ้ากระโปรงขึ้นไปจนถึงโคนขาอ่อน "คุณหยุดความต้องการของตัวเองได้จริงๆ เหรออาริน... ร่างกายคุณมันไม่เคยโกหกผมเลยนะ" ยังไม่ทันที่รินรดาจะเอ่ยปากเถียง สายฝนเม็ดใหญ่ก็กระหน่ำเทลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงฝนตกกระทบหลังคารถดังสนั่น ทัศนวิสัยเบื้องหน้ามืดมนจนแทบมองไม่เห็นทาง ภัทรตัดสินใจหักเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทางในมุมอับใต้ร่มไม้ใหญ่ของปั๊มน้ำมันร้างแห่งหนึ่งเพื่อความปลอดภัย... หรืออาจจะเป็นข้ออ้างเพื่อทำตามใจปรารถนา แกรก... ฟุ่บ! ทันทีที่รถจอดสนิท ภัทรก็จัดการปรับเอนเบาะนั่งของรินรดาลงทันที ชายหนุ่มขยับตัวข้ามเพลากลางรถมาทาบทับร่างบางไว้ทั้งตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกลิ่นฝนสร้างบรรยากาศให้ดูลึกลับและวาบหวาม "ภัทร... อื้อ!" ริมฝีปากหยักพุ่งลงมาบดขยี้ปากบางอย่างโหยหาและรุนแรง ลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกวาดต้อนความหวานในโพรงปากอย่างชำนาญ สองมือหนาไม่ปล่อยให้เสียเวลา เขาจัดการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนของอาสะใภ้ออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นบราเซียลูกไม้สีดำสนิทที่โอบอุ้มทรวงอกอวบอิ่มขาวผ่องเอาไว้ "ซี้ด... สวยเหลือเกินริน" ภัทรครางพร่า ดวงตาคมวาววับ ชายหนุ่มก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาว ขบเม้มสร้างรอยรักซ้ำลงบนรอยเดิมจนรินรดาครางกระเส่า สองมือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นจิกขยำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ความเย็นจากแอร์ในรถสวนทางกับความร้อนระอุของเนื้อกายที่บดเบียดกัน ภัทรเอื้อมมือไปด้านหลัง จัดการปลดตะขอบราของเธอออกอย่างง่ายดาย ทรวงอกอวบหยุ่นชูชันเด่นหราต่อสายตา ชายหนุ่มอ้าปากครอบครองยอดปทุมถันสีหวาน ดูดดึงระเลงลิ้นสลับไปมาจนเกิดเสียงชื้นแฉะ รินรดาบิดเร้ากายสะท้าน ความเสียวซ่านแล่นริ้วลงสู่ใจกลางความเป็นหญิงจนเธอทนไม่ไหว "ภัทร... รินเสียว... อ๊า... อย่าทำแรง..." ชายหนุ่มเลื่อนมือลงต่ำ ถกกระโปรงทรงเอของเธอขึ้นไปกองที่เอว ก่อนจะเกี่ยวแพนตี้ตัวจิ๋วให้หลุดพ้นเรียวขาสลวย นิ้วแกร่งสอดแทรกลึกเข้าไปในดอกไม้งามที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มหลั่งน้ำหวานออกมาจนเปียกชุ่ม ภัทรขยับนิ้วเข้าออกถี่รัว บดขยี้จุดกระสันจนอาสะใภ้สาวครางลั่นรถ แผ่นหลังบางแอ่นหยัดขึ้นรับสัมผัสอย่างไร้ยางอาย "อาริน... คุณแฉะไปหมดแล้ว... ซี้ด... โคตรตึงมือเลย" ภัทรไม่ปล่อยให้ตัวเองทรมานอีกต่อไป ชายหนุ่มรีบจัดการปลดกางเกงของตนเองออก เผยให้เห็นตัวตนอันขึงขังขยายใหญ่เต็มคราบ ร้อนผ่าวจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มจับเรียวขาทั้งสองข้างของอาสะใภ้ให้แยกออกกว้าง พาดขาข้างหนึ่งไว้กับคอนโซลหน้ารถ ก่อนจะกดสะโพกสอบยัดเยียดความยิ่งใหญ่เข้าใส่ช่องทางรักอันร้อนผ่าวในคราเดียว! สวบ! "กรี๊ดดด! ภัทร... อื้อ!" รินรดาเบิกตากว้าง หน้าหงายไปกับเบาะรถ มือหนาของภัทรเอื้อมาปิดปากเธอไว้เพื่อกันเสียงเล็ดลอด ความคับแน่นและใหญ่โตตรึงอยู่ภายในท้องน้อยจนเธอสั่นสะท้าน ผนังเนื้ออุ่นนุ่มตอดรัดแก่นกายชายถี่รัว "อืม... แน่นชะมัด... ริน... โคตรดีเลยครับ... ซี้ด..." ภัทรเริ่มขยับสะโพกเข้าออกเป็นจังหวะหนักหน่วง แรงกระแทกกระทั้นซอยถี่รัวสะท้อนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่น ผสมผสานกับเสียงสายฝนภายนอกที่ยังคงตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย พื้นที่อันจำกัดในรถยนต์ยิ่งบังคับให้ทุกสัมผัสบดเบียดแนบชิด รินรดาทำได้เพียงกอดรัดคอแกร่งของหลานชายไว้แน่น แอ่นสะโพกรับแรงกระแทกอันป่าเถื่อนที่มอบความสุขสมให้อย่างปฏิเสธไม่ได้ จังหวะรักดำเนินไปอย่างบ้าคลั่งและเร่าร้อน จนกระทั่งความเสียวซ่านพุ่งทะยานถึงขีดสุด ภัทรกระทุ้งสะโพกเน้นๆ หนักๆ เข้าไปอีกสามสี่ครั้ง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะเกร็งกระตุก ปลดปล่อยธารน้ำรักอุ่นร้อนเข้าสู่ร่างกายของอาสะใภ้สาวจนล้นทะลัก "อ๊าาาา/อ่าส์... ริน!" ทั้งสองครางกระเส่าพร้อมกัน รินรดากระตุกรัวเสร็จสมตามชายหนุ่มไปในทันที ร่างบางอ่อนซบลงบนแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยเหงื่อ หายใจหอบเหนื่อยรวยริน ท่ามกลางเสียงพายุฝนที่ยังคงกระหน่ำซัด... รสรักกลางสายฝนช่างหอมหวานและบาปหนา จนยากจะหาทางกลับคืนสู่ความถูกต้องได้อีกต่อไปแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าทอดตัวผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของออฟฟิศองค์กรการกุศล สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บนโต๊ะทำงานของรินรดามีเพียงแจกันดอกไม้เล็กๆ กับแฟ้มเอกสารที่ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความสงบสุข ซึ่งเป็นความสงบที่เธอไม่ได้ไขว่คว้ามาด้วยเงินทองหรืออำนาจ แต่มันคือผลลัพธ์จากการเดินทางอันยาวนานผ่านความเจ็บปวดและการเรียนรู้ที่จะให้อภัย รินรดานั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอนึกถึงวันแรกๆ ที่เธอก้าวเข้ามาที่นี่ วันที่เธอยังเต็มไปด้วยความระแวงและบาดแผลในใจ วันที่เธอมองว่าตัวเองเป็นเพียงเหยื่อที่ถูกโชคชะตาขีดเขียน แต่ในวันนี้ เธอไม่ได้เป็นคนเดิมคนนั้นอีกต่อไป แพรวเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับแก้วกาแฟสองแก้ว เธอยิ้มให้รินรดาอย่างอ่อนโยน "วันนี้ดูท่าทางจะมีความสุขจังเลยนะคะ มีเรื่องดีอะไรหรือเปล่า?" รินรดารับกาแฟมาถือไว้พลางยิ้มตอบ "ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะแพรว แค่รู้สึกว่าวันนี้ท้องฟ้าสวยจัง และรินก็รู้สึกดีที่ได้ตื่นมาทำงานที่เรารัก... มันเป็นความสุขแบบเรียบง่ายที่รินไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยค่ะ"
สายลมยามเช้าพัดผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของออฟฟิศองค์กรการกุศล รินรดายืนมองวิวเมืองที่เริ่มตื่นตัวไปกับวันใหม่ แสงอาทิตย์สีทองอ่อนๆ กระทบลงบนใบหน้าของเธอที่ดูสดใสและอิ่มเอิบกว่าช่วงเวลาไหนๆ ในชีวิต ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเรื่องราวของกลุ่มทุนมืดถูกเปิดโปง องค์กรของเธอก็ได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากสังคมอย่างมหาศาล ความวุ่นวายที่เคยมีจางหายไป เหลือเพียงความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อผู้เดือดร้อนอย่างเต็มกำลัง เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น แพรวเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างกว่าปกติในมือถือเอกสารชุดหนึ่ง "รินคะ วันนี้มีเรื่องดีๆ จะแจ้งค่ะ" แพรววางเอกสารลงบนโต๊ะ "โครงการช่วยเหลือผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัวที่เรายื่นเสนอไป ได้รับงบประมาณสนับสนุนเต็มจำนวนแล้วนะคะ แถมยังมีอาสาสมัครทนายความเก่งๆ ติดต่อเข้ามาช่วยเราอีกเพียบเลยค่ะ" รินรดาหันกลับมามองด้วยความดีใจ "จริงเหรอคะแพรว! นั่นเป็นข่าวดีที่สุดเลยนะ เราจะสามารถขยายการช่วยเหลือไปได้อีกหลายเคสเลย ความพยายามของพวกเราเริ่มเห็นผลแล้วนะ" "ใช่ค่ะ และที่สำคัญที่สุด.
ภายในเรือนจำความมั่นคงสูง อนันต์ในชุดนักโทษสีเทาหม่นกำลังนั่งอยู่บนพื้นห้องขังเพียงลำพัง ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของนักโทษคนอื่นๆ ที่อยู่รายรอบ อำนาจที่เขาเคยมีอยู่ล้นมือบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความโดดเดี่ยวที่น่าสะพรึงกลัว ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ความมืดมนในจิตใจของเขาก็ยิ่งขยายตัว ราวกับเป็นเครื่องเตือนใจถึงความชั่วร้ายทั้งหมดที่เขาเคยกระทำไว้ "อนันต์... มีคนมาพบ" เสียงผู้คุมดังขึ้น พร้อมกับโซ่ตรวนที่กระทบกันเป็นจังหวะ อนันต์พยุงตัวขึ้นอย่างช้าๆ หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความหวังที่ริบหรี่ เขาคาดหวังว่าอาจจะมีลูกน้องเก่าสักคนที่ยังหลงเหลือความจงรักภักดีมาช่วยเหลือเขา แต่เมื่อเขามาถึงห้องเยี่ยม บุคคลที่นั่งรออยู่กลับไม่ใช่คนของเขา แต่เป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานปราบปรามคดีพิเศษ พร้อมด้วยแฟ้มเอกสารหนาปึกวางอยู่ตรงหน้า อนันต์นั่งลง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่เจ้าหน้าที่ "พวกแกมาทำอะไรอีก? จะมาเค้นความลับอะไรจากฉันอีกล่ะ ในเมื่อทุกอย่างที่ฉันมี พวกแกก็ยึดไปหมดแล้ว!" เจ้าหน้าที่ยิ้มอย่างเย็นชา ก่อน
ท้องฟ้าเหนือเรือนจำกลางวันนี้ดูหม่นหมองกว่าปกติ ก้อนเมฆสีเทาหนาทึบเคลื่อนตัวช้าๆ ราวกับจะตอกย้ำบรรยากาศที่แสนอึดอัดภายในกำแพงสูงใหญ่ รินรดายืนอยู่หน้าอาคารเยี่ยมญาติ มือของเธอกำกระเป๋าถือไว้แน่น แม้จะผ่านการตัดสินใจครั้งใหญ่มาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้มีความรู้สึกบางอย่างที่แตกต่างออกไป มันคือการตัดสินใจที่รินรดาเลือกทำเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อปิดฉากทุกความรู้สึกที่ยังค้างคาใจกับภัทร ผู้คุมพาเธอเดินเข้าไปในห้องเยี่ยมที่แบ่งกั้นด้วยกระจกหนา ภัทรนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เขาเห็นรินรดา แววตาของเขาก็ไหววูบ ความรู้สึกผิด ความโหยหา และความยอมรับในชะตากรรมผสมปนเปกันอยู่บนใบหน้าของชายที่เคยมีชีวิตที่เพียบพร้อม แต่กลับสูญเสียทุกอย่างเพราะความหลงผิด รินรดานั่งลงและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู เสียงของเธอนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ฉันมาเพื่อบอกลาภัทร นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้คุยกัน" ภัทรมองผ่านกระจกใสด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสำนึก "ผมรู้ดีว่าผมไม่มีสิทธิ์ขอร้องอะไรคุณอีกแล้วริน แต่การที่คุณมาที
ท่ามกลางมรสุมที่รุมเร้าองค์กรการกุศลจากการโจมตีของกลุ่มทุนมืดที่พยายามทำลายชื่อเสียง รินรดาไม่ได้นั่งรอให้พายุพัดผ่านไปเฉยๆ ในขณะที่เธอกำลังรวบรวมหลักฐานทางการเงินที่โปร่งใสเพื่อเตรียมแถลงการณ์ครั้งใหญ่ โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นพร้อมกับเบอร์ติดต่อที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ "สวัสดีครับคุณริน... ผมทนายสมชายนะครับ" เสียงทนายผู้เคยรับใช้อดีตสามีของเธอและอนันต์ดังขึ้นผ่านสาย รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "สวัสดีค่ะคุณสมชาย มีเรื่องอะไรหรือคะ ถึงได้ติดต่อมาในเวลานี้?" "ผมมีบางอย่างที่อนันต์พยายามทำลายทิ้งไปแล้ว แต่โชคดีที่ผมแอบสำรองไว้ได้ มันเป็นแฟ้มบันทึกข้อมูลธุรกรรมลับและรายชื่อผู้มีอิทธิพลที่หนุนหลังกลุ่มทุนมืดที่คุณกำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้ครับ... สิ่งนี้จะช่วยเปิดโปงความเน่าเฟะของพวกเขาได้ทั้งหมด" รินรดาถึงกับนิ่งอึ้ง "ทำไมคุณถึงยอมช่วยฉันคะ? ทั้งที่คุณเคยเป็นคนของพวกเขา..." ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูสำนึกผิดอย่างเห็นได้ชัด "เพราะผมไม่อยากตายไปพร้อมกับความรู้สึกผิดที่เห็นคนบริสุ
สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนักในเช้าวันใหม่ บรรยากาศรอบองค์กรการกุศลดูเงียบเหงา แต่ภายในอาคารกลับมีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ รินรดาที่กำลังจัดเตรียมเอกสารเคสผู้เสียหายในมือ ต้องชะงักเมื่อเห็นแพรวเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "ริน! มีปัญหาใหญ่แล้วค่ะ" แพรวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พลางวางแท็บเล็ตลงตรงหน้า "มีข่าวหลุดออกมาว่าองค์กรของเรากำลังถูกกดดันจากกลุ่มทุนมืดที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับอนันต์ พวกเขาพยายามจะบีบให้เราปิดตัวลงโดยการสร้างหลักฐานเท็จเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสของบัญชีการเงิน!" รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง ความรู้สึกหวาดกลัวที่เคยฝังรากลึกในอดีตเกือบจะประทุขึ้นมาอีกครั้ง แต่เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมาให้มั่นคง "ใจเย็นๆ นะแพรว เรื่องบัญชีเราทำทุกอย่างโปร่งใสมาตลอด แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมีข่าวแบบนี้ออกมาได้?" "เหมือนเขาจะใช้เครือข่ายเก่าๆ ของอนันต์ที่ยังหลงเหลืออยู่ภายนอกคุกค่ะ พยายามทำลายความน่าเชื่อถือของเรา เพื่อที่ผู้หญิงที่ได้รับความช่วยเหลือจากที่นี่จะได้ไม่กล้าเข้ามาปรึกษาอีกต่อไป" แพรวอธ







