เข้าสู่ระบบ10.00 น. อภิรินนั่งทำตาโตอยู่ต่อหน้าสารวัตรคชา
“ว่ายังไงนะครับสารวัตร พูดใหม่อีกทีสิครับ ผมฟังไม่ถนัดนัก” อภิรินมองหน้าสารวัตรคชาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง กับคำบอกกล่าวถึงหลักฐานที่ทำให้รถยนต์ของพี่สาวของเขาเกิดอุบัติเหตุ
“คุณแซงค์ฟังไม่ผิดหรอกครับ ทางอู่ที่ผมให้เช็กดูและตรวจสอบรถยนต์ของพี่สาวคุณที่เกิดอุบัติเหตุ รถถูกตัดสายเบรกครับ” ทั้งคู่จ้องสบตากัน
“พี่สาวผมไม่เคยมีเรื่องกับใคร ไม่ มันน่าจะเป็นไปได้” อภิรินถึงกับมึนตึบ นพภรินไปขัดแข้งขัดขาใคร และไปทำอะไรให้ใครเดือดร้อนอย่างนั้นหรือ
“อันนี้ ทางตำรวจจะสืบสวนให้ครับหาตัวการที่มุ่งเอาชีวิตของคุณนพภริน อีกอย่างต้องรอพี่สาวของคุณฟื้นขึ้นมา และให้ปากคำได้เสียก่อน เรื่องคงจะกระจ่างมากกว่านี้”
“ขอบคุณมากครับสารวัตร อย่างไรก็ตามผมต้องพึ่งพาพวกสารวัตร ใครมันใจร้ายที่หมายจะเอาชีวิตพี่แซนด์ถึงกับต้องให้ตายกันแน่” สองมือของอภิรินกำหมัดแน่น รู้สึกแค้นใจ
ที่หน้าห้องไอซียู
“ตำรวจว่าอย่างไงบ้างแซงค์” พ่อถามด้วยความอยากรู้
“รถของพี่แซนด์ถูกตัดสายเบรกครับ”
“หา! แกว่าอะไรนะ”
“พ่อครับ แม่ครับ อย่าเพิ่งส่งเสียงดังไป กำแพงมีหูประตูมีช่อง พวกที่มุ่งทำลายชีวิตของพี่แซนด์อาจจะอยู่แถว ๆ นี้”
“แกพูดจริงหรือนี่”
“สารวัตรคชาบอกผมมาแบบนั้นครับ”
“โธ่เอ๊ย! ใครกันนะที่คิดร้ายกับลูกของเราคะพ่อ”
“นั่นนะสิ” แววตาทุกคนล้วนวิตกกังวล
“ผมไม่รู้ว่า พี่แซนด์ไปรู้ไปเห็นอะไรมาหรือเปล่า คงจะเป็นเรื่องไม่ดีแน่ ๆ จนมีคนมาคิดปองร้าย เพื่อปิดปากอะไรทำนองนั้น”
คุณพอจิตยกมือขึ้นมาทาบอก “มันเลวร้ายถึงขนาดนั้นเลยหรือนี่ เวรกรรม” ผู้เป็นแม่ยังนั่งน้ำตาคลอ ซบลงไปที่ไหล่ของพ่อที่อาการก็ไม่ต่างกัน
“สารวัตรบอกว่าจะสืบสวนเรื่องนี้ให้ครับ”
“งานของยายแซนด์คือไปถ่ายหนัง ไปถ่ายละคร เดินแบบ จะมีอะไรได้” ผู้เป็นแม่เอาแต่ส่ายหน้าเพราะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
ในขณะนั้นเอง ไมค์คนรักของนพภรินก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาทั้งสามคน
“ผมเพิ่งได้รับข่าวครับ เมื่อคืนผมถ่ายละครจนถึงตีสาม นอนไม่รู้เรื่องเลย อีกอย่างผมปิดมือถือเอาไว้ด้วย ได้ยินพี่อินผู้จัดการส่วนตัวมาบอกผมถึงที่ห้อง แซนด์เป็นอย่างไรบ้างครับคุณพ่อ คุณแม่ แซงค์” เขาละล่ำละลักถาม แววตาแดงก่ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาด้วย
“ยังไม่ฟื้นไมค์ หมอก็ยังไม่บอก ยังไม่มีใครมาบอกอะไรกับพ่อแม่สักคน”
“โธ่เอ๊ย! แซนด์ มันเกิดเรื่องร้าย ๆ แบบนี้ขึ้นได้อย่างไร ไม่น่าเลย” ไมค์ทรุดนั่งลงไปอย่างหมดแรง น้ำตาคลอเบ้า พร้อมกับยกมือขึ้นกุมหัว
“เมื่อคืน ไมค์ได้เจอน้องไหม” คุณทรงคุณถาม
“ไม่ได้เจอกันครับ แซนด์ไปถ่ายหนังนี่ครับ ผมถ่ายละครที่สตูดิโออีกที่หนึ่ง ไปคนละทิศละทางเลย” ไมค์ส่ายหน้า ดวงตาฉายแววเป็นห่วงคนรัก
“อื้อ” พ่อพยักหน้าเบา ๆ
“พี่แซนด์ดวงแข็งนะครับพี่ไมค์ พี่แซนด์ของผมจะต้องไม่เป็นอะไร”
“ใช่ แซนด์จะต้องไม่เป็นอะไร ไมค์ทำใจดี ๆ เอาไว้นะ อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้เสมอแหละ” พ่อพูดและสบตากับลูกชาย
ซึ่งทั้งสองคนจับสังเกตไมค์อยู่ด้วย เอาจริง ๆ ทั้งพ่อและน้องชายไม่เห็นด้วยกับนพภรินที่คบหากับไมค์ เนื่องจากข่าวลือของเขาที่พัวพันกับเรื่องยาเสพติด แต่เหมือนจะรอดทุกครั้ง และไม่เคยถูกจับกุม
“แซนด์โทร. มาบอกผมว่า วันนี้จะถ่ายละครเป็นวันสุดท้าย ปิดกล้องพอดี ที่กองมีงานเลี้ยงด้วย แซนด์ดื่มหรือเปล่าครับพ่อ”
“ไม่น่าจะดื่มนะ แซนด์ไม่เคยดื่มเหล้า”
“ถ้าอย่างนั้น แซนด์ก็โชคร้ายจริง ๆ ผมไปไล่ดูในข่าว รถของแซนด์...” ไมค์นิ่งไป ก่อนจะยกมือขึ้นกรีดน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมา ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าไม่อยากจะเชื่อว่าตอนนี้ทุกอย่างจะเป็นความจริง
“ลูกสาวของพ่อเป็นคนดี พระย่อมคุ้มครอง ไมค์สบายใจเถอะ” พ่อที่นั่งอยู่ใกล้ ยกมือขึ้นแตะที่หัวไหล่ของไมค์
“ครับคุณพ่อ”
“ญาติของคุณนพภรินอยู่ที่นี่ไหมคะ” พยาบาลถาม
“ครับ อยู่ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ” อภิรินรีบลุกขึ้น เขานำหน้าทุกคนเดินเข้าไปหาพยาบาล
“คุณนพภรินปลอดภัยแล้วนะคะ เธอรู้สึกตัวแล้ว”
“ลูกสาวของดิฉันมีตรงไหนแตกหักเสียหายหรือเปล่าคะ”
“ตอนนี้ ยังหาไม่เจอค่ะ ร่างกายของคุณนพภรินแค่บอบช้ำภายนอก แต่คุณหมอเจ้าของไข้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะคะ ขอตรวจเช็กให้ละเอียดอีกนิดหนึ่งค่ะ นอนรอดูอาการหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุอีกยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าไม่มีเอฟเฟกต์อะไร ก็ถือว่าดีค่ะ แล้วเราจะย้ายคุณนพภรินออกมาจากห้องไอซียู มาอยู่ห้องพิเศษ แต่ให้เธอฟื้นตัวดีขึ้นก่อนนะคะ”
“โอ้...” ทุกคนมองหน้ากันด้วยความดีใจ
“ญาติลองไปติดต่อหาห้องพิเศษนะคะที่ด้านหน้า จองเผื่อเอาไว้ก่อน”
“ครับผม” อภิรินแสดงความดีใจออกมา เขายิ้มเต็มใบหน้า
“คุณพยาบาลครับ ผมจะคุยกับคุณหมอถึงอาการของลูกสาวได้ไหมครับ”
“ขอประทานโทษจริง ๆ ค่ะคุณพ่อ ตอนนี้คุณหมอมีเคสผ่าตัดใหญ่อีกเคสหนึ่งนะคะ อย่างไรเสียดิฉันจะแจ้งคุณหมอให้ทราบนะคะ และจะแจ้งให้กลับพวกคุณเมื่อท่านเสร็จงาน”
“ขอบคุณมากครับ”
“ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” พยาบาลเดินกลับเข้าไปในห้องไอซียู
“ดีใจจังเลยพ่อ” พ่อกับแม่หันมาจับมือกัน
“ยายแซนด์เป็นเด็กดี พ่อบอกแล้วว่า แซนด์ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้หรอก มดหรือแมลง ลูกเราก็ไม่เคยฆ่าเลย”
“ขอบคุณคุณพระคุณเจ้านะคะ ที่ปกปักรักษายายแซนด์” ผู้เป็นแม่ยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัว
อีกหนึ่งบุรุษยืนตัวทื่อ ใบหน้าฉีกยิ้ม แต่ข้างในอกร้อนระอุ แววตาของเขามองไปยังประตูที่พยาบาลหายเข้าไปความคิดวุ่นวายเต็มหัว
“ไมค์ลูก แซนด์ไม่เป็นอะไรแล้วนะ ไมค์กลับไปพักเถอะ ดูหน้ายังเซียว ๆ อยู่เลย ได้นอนบ้างไหมเนี่ย”
“ผมได้นอนไปแค่นิดเดียวนะครับคุณพ่อคุณแม่ แต่ผมอยากอยู่ที่นี่ อยากอยู่เฝ้าแซนด์ ผมเป็นห่วงแซนด์มากครับ” เขาเอ่ยคำพูดที่แสดงความจริงใจออกมาอีก
“อย่าเลยไมค์ พ่อว่าไมค์กลับไปพักผ่อนเถอะ ยังไงพ่อจะส่งข่าวไปนะ หรือไม่ ถ้าไมค์อยากรู้อะไรก็โทร. มาถามพ่อก็ได้”
“เอ่อ... คือ” ท่าทางยังร้อนใจและลังเล
“ขอบคุณค่ะ”“ขอบคุณครับแม่”“แม่ฝากน้องวิวดูแลพี่แซงค์ด้วยนะ ถ้าพี่แซงค์ดื้อก็ตีได้เลย” แล้วท่านก็หัวเราะ“พ่อขอหลานเลยนะ พ่ออยากมีหลานปู่”“พ่อครับ ผมจัดให้แล้วครับ”ปณิชานั่งเอียงอาย ในตอนนั้นเองปณิชาก็มีอาการพะอืดพะอมขึ้นมา ทำท่าเหมือนจะอ้วก“เป็นอะไรไปนะวิว พ่อเห็นวิวไม่ค่อยสบายมาหลายวันแล้วนะ” พ่อผู้ใหญ่รู้สึกเป็นห่วง“วิวสารภาพก็ได้ค่ะ วิวเอ่อ...”“เป็นอะไรลูก”สายตาทุกคนอยากรู้“วิวท้องค่ะ”“หา!” ทุกคนทำเสียงตกใจขึ้นมาพร้อม ๆ กัน“ผมบอกแล้วนี่ครับ ว่าผมทำได้” อภิรินยกนิ้วโป้งของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะโอบกอดสาวน้อยให้มาซบที่อก“ถ้าอย่างนั้น วิวก็พักผ่อน ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องออกไป เดี๋ยวพ่อจะบอกทุกคนเองว่าลูกไม่ค่อยสบาย”“แซงค์ดูแลน้องนะลูก”“ครับคุณแม่”ทั้งสามคนพากันออกไปแล้ว ตรงนั้นมีเพียงเขาและเธออยู่กันตามลำพังรถแห่เปิดเพลงเสียงดังสนั่นดังมาจนถึงที่กระท่อมกลางน้ำอภิรินพาเธอลุกขึ้นไปนั่งที่เตียง“วิวเป็นยังไง” อภิรินมองหน้าเธอเห็นเหงื่อซึม เขารีบหยิบรีโมตมาเร่งแอร์ให้แรงขึ้น“วิวจ๊ะ พี่ว่าถอดเสื้อชุดนี้ออกเถอะ วิวจะได้หายใจสะดวก”“ใช่ค่ะ วิวหายใจแทบไม่ออกแล้ว”“มะพี่ช่วย”“มันรู้ส
บ้านผู้ใหญ่โด้พี่สาวยืนกุมมือน้องสาว โดยมีพี่ศรียนต์ กับพี่หลีคอยดูแลใกล้ชิด“มือเย็นเชียว ตื่นเต้นละสิ”“ค่ะ ใครจะไม่ตื่นเต้นบ้าง”“พี่ก็อยากจะแต่งงานแบบนี้จัง ว่าไหมพี่หลี”“โอ๊ย! ศรียนต์พี่ว่าอย่าคิดแต่งเลย อายุป่านนี้แล้ว อยู่คนเดียวสบายตัวกว่าเยอะ”“สบายตัวไม่ว่า พี่สบายใจมากกว่าด้วย”“จ้า”“วิวก็กลัวการแต่งงานเหมือนกันนะคะ อีกอย่างกลัวจะมีลูก”“มีลูกก็ดี วิวจะได้ไม่ไปก่อเรื่องวุ่นวาย”“อ้าว ไหงพี่ศรียนต์พูดอย่างนี้ล่ะจ๊ะ เดี๋ยวมีเฮ” สาว ๆ พากันหัวเราะ“มีเถอะ พี่หลีช่วยเลี้ยงเอง ย่าก็บ่นอยากให้วิวมีลูกเลย ย่าทวดอยากอุ้มหลาน”“วันนี้ย่ามาไหม”“มา แต่วันสองวันนี้ไม่ค่อยดี พี่เลยให้กินยานอนล่ะ”“เพลงมันดังด้วยเนอะ”“ถ้าไม่ไหว แกคงจะให้คนไปส่งกลับบ้าน แค่มาเห็นบรรยากาศ ได้เห็นวิวใส่ชุดนี้ แกก็ปลื้มแล้ว”“ได้ถ่ายรูปกับย่าหรือยัง”“ถ่ายแล้วจ้า” ปณิชาหน้าซีด ๆ หายใจไม่ทั่วท้อง สาวน้อยได้แต่คิดถึงประจำเดือนของเธอไม่มาร่วมสองเดือนกว่าแล้ว ไม่ต้องสงสัยจะท้อง ปณิชาตั้งครรภ์อ่อน ๆ อย่างแน่นอน ทว่าเธอยังไม่ได้บอกใคร“เอิ้ก...” ลมในท้องตีกัน แน่นจุกขึ้นมาที่อก ปณิชารู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา“พี่
ปณิชาเสียวเจียนใจจะขาด จับขยุ้มเส้นผมสีดำของเขาแล้วดึงทึ้งเพื่อระบายความเสียวซ่าน ริมฝีปากบางเปล่งเสียงหวานออกมาอย่างต่อเนื่อง อภิรินกดตัวเองเข้าไปในช่องทางคับแคบของเธอแบบช้า ๆ ปณิชารีบอ้าขากว้างอย่างอัตโนมัติ ทั้งคู่พ่นลมหายใจออกมาแรง ๆเขาทิ้งน้ำหนักตัวส่งท่อนใหญ่กระแทกแรงพรวด...“โอ๊ย... ซี้ด...” ปณิชาจิกปลายเล็บลากยาวลงไปบนเนื้อหลังของเขา พลางเกาะเกี่ยวยึดเอาร่างหนาของเขาเอาไว้“โอ้ว... วิว รัด แน่นมาก พี่จะขยับเร็วเลยนะ”“ค่ะ” เธอกลั้นลมหายใจ และแอ่นร่างรับการบดกระแทกของอภิรินที่ตอกอัดลงมาเมื่อจบคำ ทั้งสองคนครางเสียงอื้ออ้าผสานกับเสียงอัดกระทบของเนื้อหนังมังสาดังลั่นไปทั้งกระท่อมช่องทางน้อย ๆ นั้นบีบอัดท่อนใหญ่ของเขาจนแทบระเบิด สีหน้าของทั้งคู่เปี่ยมไปด้วยความสุขหฤหรรษ์อภิรินทั้งขยับโยกบดควง และช่องทางของสาวน้อยก็ตอบรับการบดเสียวอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน มีแต่ความสุขอภิรินผละร่างของเธอออก แล้วจับร่างของเธอยกขึ้น ปณิชารู้ว่าเขาต้องการอะไร สาวน้อยรีบคลานเข่า บทเรียนรักที่เขาเคยสอน เด็กสาวก็จำได้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มจับท่อนแข็งจ้วงแทง โดยมีร่างของสาวน้อยให้ความร่วมมือพอทุกอย่างเข้
“ใช่ค่ะ เพราะว่าเป็นการเดินทางมาไกลสักหน่อย เพื่อนฝูงก็อยู่แถวทางกรุงเทพฯ คงจะมีคนมาร่วมงานน้อย”“ใช่ บางคนอาจจะกลัวไม่มีที่พัก”“ผมพอจะช่วยจัดหาให้ได้นะครับ” พี่ชุมแพเอ่ยขึ้น“ถ้าใครต้องการที่พักก็ให้ทักถามผมมา จะจัดหาให้ครับ”“ถ้าไม่มี ก็นอนศาลาวัดได้นะครับ ผมจะเรียนท่านเจ้าอาวาสให้” ลุงสมัครเสนอมาแบบนั้น ทุกคนก็พากันหัวเราะ“แถวนี้มีทั้งโฮมสเตย์ รีสอร์ต โรงแรม ไม่น่าจะลำบากแบบนั้นครับ” อภิรินบอกให้พ่อแม่คลายใจ“ถ้าใครต้องการห้องพัก ก็ประสานกับผมมาได้ ผมจะช่วยเต็มที่ครับ” น้าชุมแพสำทับอีกที“จิตจะไปโฆษณากับเพื่อน ๆ ว่าที่นี่สวยจริง ๆ ค่ะ”“ถ้าเราสองครอบครัวได้เกี่ยวดองเป็นญาติกันแล้ว คงได้แวะมาที่นี่อีก”“ยินดีครับ ผมตั้งใจว่าสมบัติที่ผมมีจะแบ่งให้ลูกสาวสองคน คนละครึ่ง หากพวกเธออยากจะทำอะไรก็ให้ทำได้เลย ผมก็แก่แล้ว จะคอยอยู่ข้าง ๆ ให้คำแนะนำก็พอ อีกอย่างถ้าแซงค์มีความรู้ความสามารถเป็นแรงหนุนให้กับน้องได้ จะทำอะไรก็ทำ”“ครับคุณพ่อ ผมจะพัฒนาที่นี่ให้น่าอยู่และดีขึ้นครับ”“ไปกินข้าวเถอะครับ ผมได้กล้วยมาแค่สองลูกตอนนี้ดูเหมือนจะละลายหมดแล้ว”“เอ้า... เชิญ ๆ เชิญทุกคนเลยครับ”ทุกคนลุกขึ้
อภิรินส่งมือถือของตัวเอง เขาเปิดรูปของวิวให้คุณพ่อคุณแม่ดู“เด็กคนนี้สวยน่ารักเนาะ”“ใช่หน้าตาเหมือนดาราคนหนึ่ง”“ใครครับ”“แม่ว่าเหมือนต่ายสายธารตอนสาว ๆ”“ใช่ ๆ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มแบบนี้แหละ”“ปากนิดจมูกหน่อย ไอ้ลูกชายเราก็ตาถึงเหมือนกันนะเนี่ย”“ขอบพระคุณครับคุณพ่อ”“มิน่าถึงได้รีบร้อนอยากแต่งงาน” พ่อกับแม่มีแซว“ว่าแต่เมื่อไรจะถึงนัด พ่อชักจะหิวข้าวแล้วสิ”“เห็นบอกว่าเจรจากันก่อนกินข้าว”“เอ... หรือว่าเราจะรองท้องด้วยขนมนมเนยอะไรสักหน่อย”“คุณพ่อจะกินกล้วยไหมครับ ผมมีกล้วยน้ำว้าอยู่ สุกกำลังดี”“เอาสิ”อภิรินยกเอากล้วยมาวางไว้ให้พ่อกับแม่ที่ระเบียง ก่อนจะกลับเข้าไปในกระท่อมเพื่อแต่งตัวท่านทั้งสองนั่งมองวิวสวย ๆ หนองบัวแดงสวยงามสุดลูกหูลูกตา พระอาทิตย์ดวงกลมโตกำลังร่วงหล่นจากฟากฟ้าหลบหายไปยังพื้นแผ่นดิน“สวยจริง ๆ เชื่อแล้วล่ะว่าทำไมแซงค์ถึงอยากจะมาอยู่ที่นี่ มันน่าอยู่นะคะ”“เอาแบบนี้ไหม เราขายที่บ้านที่กรุงเทพฯ แล้วมาอยู่ที่นี่” สามีเอ่ยถาม“โอ้ย ยายแซนด์จะได้โกรธเอาน่ะสิคะ”“โกรธทำไมล่ะ”“ก็เราสองคนมาอยู่เสียไกล ลูกจะมาหาลำบาก”“เออมันก็จริง ถ้างั้นเราสองคนก็อยู่ตรงนั้นแหละ อย
ปณิชาทำตามคำสั่งของศรียนต์ ทั้งอาบน้ำ ขัดผิว และสระผมที่ยาวสลวยด้วยเมื่อเธอเดินออกมาจากห้องน้ำ ทุกอย่างเหมือนถูกจัดเตรียมเอาไว้หมดแล้ว บนเตียงนอนของเธอมีผ้าถุงสีแดงลายดอกใหญ่ ๆ กับเสื้อลายลูกไม้ของเธอเองวางอยู่ส่วนพี่ศรียนต์ยืนยิ้ม ถือไดร์เป่าผมอยู่ที่หน้ากระจก“ยืนซื่อบื้ออะไร มานั่งตรงนี้ อย่าทำรีรอและลีลาอยู่ มะ มะ” แถมยังขยับเก้าอี้ให้ปณิชาอีกด้วยเด็กสาวจำใจไปนั่งลง เธอมองหน้าสบตากับพี่ศรียนต์อยู่ในกระจก“อย่าทำหน้าตามีปัญหา ประเดี๋ยวก็รู้เองแหละ พี่บอกตามตรง พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน” ทำเสียงสูง“หรา... แต่เมื่อกี้พี่ทำเหมือนอย่างกับรู้”“อึ... พี่ก็รู้แค่ว่าพ่อผู้ใหญ่สั่งมาให้ทำอะไรแค่นั้นแหละ”“แล้วจะให้พี่ทำอะไรล่ะ”“ก็จับหนูแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมให้สวย ๆ นะสิ” แล้วศรียนต์ก็ได้ใช้ไดร์เป่าผม เป่าผมยาว ๆ ของปณิชาจนแห้งเมื่อก่อนนั้นศรียนต์เคยเป็นลูกมืออยู่ในร้านเสริมสวยที่กรุงเทพฯ จึงค่อนข้างคล่องแคล่วและมีความถนัดอยู่พอประมาณ“ไดร์ฟาร่าแบบนี้แหละ อุ้ย! สวย พี่อยากผมเยอะแบบวิวจัง ถ้าผมพี่หนา ๆ แล้วพี่ไดร์ทรงนี้ออกมา พี่คงจะสวยน่าดู”“อิ อิ”“หัวเราะทำไม”“พี่ศรียนต์จ๋า คนมันสวยอยู่
“เฮ้อ...” ผู้เป็นแม่ถึงกับถอนหายใจ เรื่องที่นางเป็นห่วง คือเรื่องที่ ใครเป็นคนปองร้ายนพภรินต่างหาก ไม่ใช่เรื่องความจำที่หายไปหรอก‘และถ้าเป็นแบบนี้ จะทำอย่างไรดี’ ผู้เป็นแม่ได้แต่คิด“ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ”“แล้วลูกสาวดิฉันจะได้ออกจากโรงพยาบาลวันไหนคะ”“ถ้าวันนี้ตรวจเช็กอาการอีกครั้ง แล้วไม่มีอะไรน
“แม่คะ เกิดอะไรขึ้นกับหนูกันแน่” นพภรินเอ่ยขึ้นอีกครั้ง จ้องหน้าผู้เป็นแม่ที่กำลังเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้กับเธอ“แซนด์ หนูจำไม่ได้จริง ๆ หรือลูก” แม่ช่วยใส่เสื้อให้ พร้อมกับมัดสายผูกเสื้อให้แน่นกระชับมากยิ่งขึ้น“หนูไปกินเลี้ยงกับเพื่อนมา เรานัดเจอกัน หนูไม่ได้ดื่ม และหนูก็ไม่ได้เมาด้วย”“กินเลี้
“คราวหน้าแซนด์ก็ห่อมาให้พี่สิครับ” เขาใช้สายตาออดอ้อน“ไว้วันหลัง แซนด์ใช้ไลน์แมนไปส่งให้พี่ดีกว่า”“ได้สิ ใช้บริการที่เขามีอยู่บ้างก็ดีนะ อาหารที่กองไม่อร่อยเลย ว่าแต่วันนี้ ให้พี่ไปส่งแซนด์ที่บ้านไหม”“มันดึกแล้วค่ะ ไว้โอกาสหน้าเถอะ อีกอย่างแซนด์ไม่อยากจอดรถทิ้งเอาไว้ เป็นห่วงด้วยค่ะ” ถึงแม้จะจอด
“ไปเถอะไมค์ ประเดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีกคน ไมค์ทำงานหนัก ก็ต้องพักผ่อนเยอะ ๆ ดูยายแซนด์สิ ถึงเวลาเป็นอะไรไป ก็รังแต่จะทำให้คนข้างหลังเป็นห่วง ไมค์ไปพักเถอะ” มองอย่างห่วงใย“อ่า... ถ้าอย่างนั้น ก็ได้ครับคุณพ่อคุณแม่ ผมลานะครับ ช่วยบอกกับแซนด์ด้วยว่า ผมเป็นห่วงแซนด์มาก ๆ แล้วยังไงผมจะโทร. มาหานะครับคุณพ




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
