Masuk“คุณพ่อ คุณแม่ถามว่า เมื่อไหร่พี่ไมค์จะไปทานข้าวที่บ้านอีกคะ”
“แซนด์ต้องบอกคุณพ่อคุณแม่แล้วแหละว่า รอให้พี่ถ่ายซีรีส์ให้เสร็จก่อน”
“คุณแม่บ่นคิดถึงพี่ไมค์อยู่นะคะ เสียดายวันก่อนทำต้มขาหมูของโปรดของพี่ แล้วพี่ไม่ได้กิน แม่บ่นอุบเชียวค่ะ”
“คราวหน้าแซนด์ก็ห่อมาให้พี่สิครับ” เขาใช้สายตาออดอ้อน
“ไว้วันหลัง แซนด์ใช้ไลน์แมนไปส่งให้พี่ดีกว่า”
“ได้สิ ใช้บริการที่เขามีอยู่บ้างก็ดีนะ อาหารที่กองไม่อร่อยเลย ว่าแต่วันนี้ ให้พี่ไปส่งแซนด์ที่บ้านไหม”
“มันดึกแล้วค่ะ ไว้โอกาสหน้าเถอะ อีกอย่างแซนด์ไม่อยากจอดรถทิ้งเอาไว้ เป็นห่วงด้วยค่ะ” ถึงแม้จะจอดหน้าสตูดิโอของบริษัท นพภรินก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี
อีกอย่างรถคันนี้เป็นน้ำพักน้ำแรงของเธอ ที่ซื้อหามาจากเงินก้อนแรกที่เธอหามา จึงรู้สึกหวงรถคันนี้เป็นพิเศษ
“ได้จ้ะ” ไมค์ขับพาเธอไปส่งยังที่สตูดิโอ ตอนที่นพภรินจะลงจากรถ หญิงสาวได้ทำมือถือร่วงลงไปที่วางเท้า เธอจึงเปิดประตู แล้วก้มลงไปหยิบมือถือ เธอก็เห็นห่อกระดาษสีไข่ไก่ ห่อเล็ก ๆ ร่วงอยู่ตรงนั้น เธอจึงหยิบขึ้นมา ก่อนจะหันไปหาเขา
จังหวะนั้นเอง ไมค์มีสีหน้าตื่นตกใจมาก เขารีบฉวยสิ่งที่อยู่ในมือของนพภรินออกไปอย่างรวดเร็ว เขากระชากแรงจนเธอเองก็ตกใจ
“มันเป็นขยะ ห่อหมากฝรั่งที่พี่คายเอาไว้” เขาละล่ำละลัก
นพภรินหน้าเจื่อน ไม่คิดว่าไมค์จะแสดงท่าทีอย่างนี้ หญิงสาวก้มลงไปหยิบมือถือของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะก้าวขาลงไปจากรถ
“ขอบคุณมากนะคะพี่ไมค์” นพภรินหันมายิ้มให้กับไมค์
“เอาไว้เจอกันอีกนะ ถ้าอยากกินอะไร ก็โทร. มาบอกพี่ แล้วเรานัดกันอีก”
“ค่ะ” เธอโบกมือให้เขา ไมค์รีบบึ่งรถออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
นพภรินตรงไปที่รถของเธอ หญิงสาวเข้าไปนั่งในรถ และสตาร์ตรถออกไปจากตรงนั้นเช่นกัน แต่เธอขับไปได้สักระยะหนึ่ง หญิงสาวก็ได้เลี้ยวเข้าไปที่ปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด เธอไปจอดที่หน้าห้องน้ำ นพภรินได้หยิบเอาห่อกระดาษที่อยู่ในกระเป๋าออกมา มันมีอีกหนึ่งห่อที่หล่นอยู่ใกล้ ๆ กัน หญิงสาวได้คลี่ออกดู และเธอก็ทำหน้าตกใจ มันมีผงป่นสีขาวบริสุทธิ์อยู่ข้างในนั้น
‘ผงสีขาว อะไรกันนี่ มันคืออะไร’
ข่าวลือที่หนาหูที่นพภรินมักจะได้ยินคนซุบซิบกันมาตลอดว่า ไมค์ค้ายาเสพติด และช่วงหลังนี้มีบ่อยขึ้น
‘หรือว่ามันจะเป็นเรื่องจริง’ คำถามที่ผุดพรายขึ้นมา
นพภรินรีบหามือถือ เธอหยิบมันขึ้นมา แล้วค้นหาคำว่า ผงขาว ยาเค ยาไอซ์ แล้วเธอก็ดูรูปเหล่านั้น นพภรินถึงกับอ้าปากค้าง
‘หรือว่า นี่มันคือยาเสพติด’ เธอรีบพับมันเก็บไว้ในสภาพเดิมอย่างรวดเร็ว หญิงสาวนั่งกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ
‘ไม่จริง พี่ไมค์คงไม่ทำหรอก เขาคงไม่ได้ค้ายาบ้า ๆ พวกนี้ หรือว่า พี่เขาแค่เสพฯ’
เรื่องของไมค์กับเรื่องของผงสีขาวนี้ นพภรินเอามันออกไปจากหัวของเธอไม่ได้เลย เธอรีบยัดห่อนั้นเข้าไปใต้กระเป๋าของตัวเองให้ลึกสุด ก่อนจะขับรถกลับบ้านด้วยอาการใจลอย หัวใจของเธอคิดไปถึงแต่ไมค์
‘เรื่องนี้มันจะต้องมีการพิสูจน์อย่างแน่นอน’ เธอได้แต่คิดอยู่อย่างนั้น
ที่บ้านของไมค์ เขาเดินไปเดินมา
“นี่คุณ เลิกเดินวนเวียนไปมาได้แล้วนะ ฉันเวียนหัว”
“คุณจะพูดอย่างนี้ไม่ได้นะคะ มันเป็นความผิดของคุณ”
“คุณเองต่างหากที่ไม่หยิบมันไปจากรถของผม จนแซนด์มาเจอ”
“มันหล่นจากกระเป๋าของฉันต่างหาก ฉันไม่ได้ตั้งใจ แล้วอีกอย่างไมค์ คุณนั่นแหละที่ผิดเต็มประตู คุณไม่น่าจะเอาไอ้ยาบ้า ๆ นั้นมาให้ฉันลองเลย”
“อย่ามาพูดแบบนี้นะ คุณเองนะแหละที่อยาก อยากจะลองนักไม่ใช่เหรอ แล้วเมื่อคืนวานก็เหมือนกัน คุณเป็นคนที่สั่นระริก ๆ ตามผมมา แล้วพอผมชวนคุณก็ไม่ปฏิเสธ” ไมค์หันมาถลึงตาใส่ พร้อมกับมือหนาที่ตะปบลงไปที่ลำคอของหญิงสาวแสนสวย
วิเวียนตอนนี้ตัวสั่นงันงกเป็นเจ้าเข้า ต่างฝ่ายก็ต่างโทษว่าเป็นความผิดของกันและกัน
“ฉันเจ็บนะไมค์ ปล่อย” สองมือของวิเวียนจับไปที่ข้อมือของเขา และพยายามง้างออก
ไมค์ที่ตาลอย ๆ ปากยังคงซีด ทั้งสองคนเล่นยากันเมื่อคืน และมีอะไรกัน ตอนนี้ฤทธิ์ยาก็ยังคงมีอยู่ อีกอย่างทั้งคู่ไม่ได้แค่เล่นยาอย่างเดียว ไมค์ยังคงใส่ยาปลุกเซ็กซ์ให้วิเวียนกินด้วย
สองมือของเขาค่อย ๆ คลายออก แล้วเลื่อนลงมาบีบเคล้นที่หน้าอกของเธอ ไมค์กระชากกางเกงในตัวจิ๋วของเธอให้หลุดไป ก่อนจะผลักร่างของวิเวียนให้หมุนตัวหันหลังให้ ชายหนุ่มร่นกางเกงบอกเซอร์ของตัวเองลงไปจนถึงครึ่งขา จับและจดจ่อแท่งบุรุษที่พร้อมจะจัดการเธอให้ราบคาบเข้าไปในร่องสาว
“อ้า เจ็บ เบา ๆ สิ ไมค์”
“เธอชอบแบบนี้ไม่ใช่หรือ หึ... ยายวิเวียน ซี้ด...” ไมค์ถามเธอพร้อมเสียงสูดปากรัว เขากระชากเส้นผมของเธอไปด้วย อีกมือรัดรอบลำคอระหงล็อกและบีบแรง
วิเวียนหน้าดำหน้าแดง แต่ก็เผยอปากร้องครางกับแรงกระแทกอัดตอกแกนแกร่งเข้ามาในร่องสาวของเธอ น้ำหวานไหลเจิ่งนอง สุขเสียยิ่งกว่าสุข
ความทรมานที่มาพร้อมกับความสุขที่เปรมปรีดิ์ เสียงครางกระเส่าประสานกันลั่นดังอยู่ในห้องนั้น
(อย่าลืมโอนเงินส่วนที่เหลือนะครับคุณไมค์ ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว)
มีคนส่งข้อความมาทวงเงินค่าทำงานกับไมค์
“ขอบคุณค่ะ”“ขอบคุณครับแม่”“แม่ฝากน้องวิวดูแลพี่แซงค์ด้วยนะ ถ้าพี่แซงค์ดื้อก็ตีได้เลย” แล้วท่านก็หัวเราะ“พ่อขอหลานเลยนะ พ่ออยากมีหลานปู่”“พ่อครับ ผมจัดให้แล้วครับ”ปณิชานั่งเอียงอาย ในตอนนั้นเองปณิชาก็มีอาการพะอืดพะอมขึ้นมา ทำท่าเหมือนจะอ้วก“เป็นอะไรไปนะวิว พ่อเห็นวิวไม่ค่อยสบายมาหลายวันแล้วนะ” พ่อผู้ใหญ่รู้สึกเป็นห่วง“วิวสารภาพก็ได้ค่ะ วิวเอ่อ...”“เป็นอะไรลูก”สายตาทุกคนอยากรู้“วิวท้องค่ะ”“หา!” ทุกคนทำเสียงตกใจขึ้นมาพร้อม ๆ กัน“ผมบอกแล้วนี่ครับ ว่าผมทำได้” อภิรินยกนิ้วโป้งของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะโอบกอดสาวน้อยให้มาซบที่อก“ถ้าอย่างนั้น วิวก็พักผ่อน ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องออกไป เดี๋ยวพ่อจะบอกทุกคนเองว่าลูกไม่ค่อยสบาย”“แซงค์ดูแลน้องนะลูก”“ครับคุณแม่”ทั้งสามคนพากันออกไปแล้ว ตรงนั้นมีเพียงเขาและเธออยู่กันตามลำพังรถแห่เปิดเพลงเสียงดังสนั่นดังมาจนถึงที่กระท่อมกลางน้ำอภิรินพาเธอลุกขึ้นไปนั่งที่เตียง“วิวเป็นยังไง” อภิรินมองหน้าเธอเห็นเหงื่อซึม เขารีบหยิบรีโมตมาเร่งแอร์ให้แรงขึ้น“วิวจ๊ะ พี่ว่าถอดเสื้อชุดนี้ออกเถอะ วิวจะได้หายใจสะดวก”“ใช่ค่ะ วิวหายใจแทบไม่ออกแล้ว”“มะพี่ช่วย”“มันรู้ส
บ้านผู้ใหญ่โด้พี่สาวยืนกุมมือน้องสาว โดยมีพี่ศรียนต์ กับพี่หลีคอยดูแลใกล้ชิด“มือเย็นเชียว ตื่นเต้นละสิ”“ค่ะ ใครจะไม่ตื่นเต้นบ้าง”“พี่ก็อยากจะแต่งงานแบบนี้จัง ว่าไหมพี่หลี”“โอ๊ย! ศรียนต์พี่ว่าอย่าคิดแต่งเลย อายุป่านนี้แล้ว อยู่คนเดียวสบายตัวกว่าเยอะ”“สบายตัวไม่ว่า พี่สบายใจมากกว่าด้วย”“จ้า”“วิวก็กลัวการแต่งงานเหมือนกันนะคะ อีกอย่างกลัวจะมีลูก”“มีลูกก็ดี วิวจะได้ไม่ไปก่อเรื่องวุ่นวาย”“อ้าว ไหงพี่ศรียนต์พูดอย่างนี้ล่ะจ๊ะ เดี๋ยวมีเฮ” สาว ๆ พากันหัวเราะ“มีเถอะ พี่หลีช่วยเลี้ยงเอง ย่าก็บ่นอยากให้วิวมีลูกเลย ย่าทวดอยากอุ้มหลาน”“วันนี้ย่ามาไหม”“มา แต่วันสองวันนี้ไม่ค่อยดี พี่เลยให้กินยานอนล่ะ”“เพลงมันดังด้วยเนอะ”“ถ้าไม่ไหว แกคงจะให้คนไปส่งกลับบ้าน แค่มาเห็นบรรยากาศ ได้เห็นวิวใส่ชุดนี้ แกก็ปลื้มแล้ว”“ได้ถ่ายรูปกับย่าหรือยัง”“ถ่ายแล้วจ้า” ปณิชาหน้าซีด ๆ หายใจไม่ทั่วท้อง สาวน้อยได้แต่คิดถึงประจำเดือนของเธอไม่มาร่วมสองเดือนกว่าแล้ว ไม่ต้องสงสัยจะท้อง ปณิชาตั้งครรภ์อ่อน ๆ อย่างแน่นอน ทว่าเธอยังไม่ได้บอกใคร“เอิ้ก...” ลมในท้องตีกัน แน่นจุกขึ้นมาที่อก ปณิชารู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา“พี่
ปณิชาเสียวเจียนใจจะขาด จับขยุ้มเส้นผมสีดำของเขาแล้วดึงทึ้งเพื่อระบายความเสียวซ่าน ริมฝีปากบางเปล่งเสียงหวานออกมาอย่างต่อเนื่อง อภิรินกดตัวเองเข้าไปในช่องทางคับแคบของเธอแบบช้า ๆ ปณิชารีบอ้าขากว้างอย่างอัตโนมัติ ทั้งคู่พ่นลมหายใจออกมาแรง ๆเขาทิ้งน้ำหนักตัวส่งท่อนใหญ่กระแทกแรงพรวด...“โอ๊ย... ซี้ด...” ปณิชาจิกปลายเล็บลากยาวลงไปบนเนื้อหลังของเขา พลางเกาะเกี่ยวยึดเอาร่างหนาของเขาเอาไว้“โอ้ว... วิว รัด แน่นมาก พี่จะขยับเร็วเลยนะ”“ค่ะ” เธอกลั้นลมหายใจ และแอ่นร่างรับการบดกระแทกของอภิรินที่ตอกอัดลงมาเมื่อจบคำ ทั้งสองคนครางเสียงอื้ออ้าผสานกับเสียงอัดกระทบของเนื้อหนังมังสาดังลั่นไปทั้งกระท่อมช่องทางน้อย ๆ นั้นบีบอัดท่อนใหญ่ของเขาจนแทบระเบิด สีหน้าของทั้งคู่เปี่ยมไปด้วยความสุขหฤหรรษ์อภิรินทั้งขยับโยกบดควง และช่องทางของสาวน้อยก็ตอบรับการบดเสียวอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน มีแต่ความสุขอภิรินผละร่างของเธอออก แล้วจับร่างของเธอยกขึ้น ปณิชารู้ว่าเขาต้องการอะไร สาวน้อยรีบคลานเข่า บทเรียนรักที่เขาเคยสอน เด็กสาวก็จำได้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มจับท่อนแข็งจ้วงแทง โดยมีร่างของสาวน้อยให้ความร่วมมือพอทุกอย่างเข้
“ใช่ค่ะ เพราะว่าเป็นการเดินทางมาไกลสักหน่อย เพื่อนฝูงก็อยู่แถวทางกรุงเทพฯ คงจะมีคนมาร่วมงานน้อย”“ใช่ บางคนอาจจะกลัวไม่มีที่พัก”“ผมพอจะช่วยจัดหาให้ได้นะครับ” พี่ชุมแพเอ่ยขึ้น“ถ้าใครต้องการที่พักก็ให้ทักถามผมมา จะจัดหาให้ครับ”“ถ้าไม่มี ก็นอนศาลาวัดได้นะครับ ผมจะเรียนท่านเจ้าอาวาสให้” ลุงสมัครเสนอมาแบบนั้น ทุกคนก็พากันหัวเราะ“แถวนี้มีทั้งโฮมสเตย์ รีสอร์ต โรงแรม ไม่น่าจะลำบากแบบนั้นครับ” อภิรินบอกให้พ่อแม่คลายใจ“ถ้าใครต้องการห้องพัก ก็ประสานกับผมมาได้ ผมจะช่วยเต็มที่ครับ” น้าชุมแพสำทับอีกที“จิตจะไปโฆษณากับเพื่อน ๆ ว่าที่นี่สวยจริง ๆ ค่ะ”“ถ้าเราสองครอบครัวได้เกี่ยวดองเป็นญาติกันแล้ว คงได้แวะมาที่นี่อีก”“ยินดีครับ ผมตั้งใจว่าสมบัติที่ผมมีจะแบ่งให้ลูกสาวสองคน คนละครึ่ง หากพวกเธออยากจะทำอะไรก็ให้ทำได้เลย ผมก็แก่แล้ว จะคอยอยู่ข้าง ๆ ให้คำแนะนำก็พอ อีกอย่างถ้าแซงค์มีความรู้ความสามารถเป็นแรงหนุนให้กับน้องได้ จะทำอะไรก็ทำ”“ครับคุณพ่อ ผมจะพัฒนาที่นี่ให้น่าอยู่และดีขึ้นครับ”“ไปกินข้าวเถอะครับ ผมได้กล้วยมาแค่สองลูกตอนนี้ดูเหมือนจะละลายหมดแล้ว”“เอ้า... เชิญ ๆ เชิญทุกคนเลยครับ”ทุกคนลุกขึ้
อภิรินส่งมือถือของตัวเอง เขาเปิดรูปของวิวให้คุณพ่อคุณแม่ดู“เด็กคนนี้สวยน่ารักเนาะ”“ใช่หน้าตาเหมือนดาราคนหนึ่ง”“ใครครับ”“แม่ว่าเหมือนต่ายสายธารตอนสาว ๆ”“ใช่ ๆ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มแบบนี้แหละ”“ปากนิดจมูกหน่อย ไอ้ลูกชายเราก็ตาถึงเหมือนกันนะเนี่ย”“ขอบพระคุณครับคุณพ่อ”“มิน่าถึงได้รีบร้อนอยากแต่งงาน” พ่อกับแม่มีแซว“ว่าแต่เมื่อไรจะถึงนัด พ่อชักจะหิวข้าวแล้วสิ”“เห็นบอกว่าเจรจากันก่อนกินข้าว”“เอ... หรือว่าเราจะรองท้องด้วยขนมนมเนยอะไรสักหน่อย”“คุณพ่อจะกินกล้วยไหมครับ ผมมีกล้วยน้ำว้าอยู่ สุกกำลังดี”“เอาสิ”อภิรินยกเอากล้วยมาวางไว้ให้พ่อกับแม่ที่ระเบียง ก่อนจะกลับเข้าไปในกระท่อมเพื่อแต่งตัวท่านทั้งสองนั่งมองวิวสวย ๆ หนองบัวแดงสวยงามสุดลูกหูลูกตา พระอาทิตย์ดวงกลมโตกำลังร่วงหล่นจากฟากฟ้าหลบหายไปยังพื้นแผ่นดิน“สวยจริง ๆ เชื่อแล้วล่ะว่าทำไมแซงค์ถึงอยากจะมาอยู่ที่นี่ มันน่าอยู่นะคะ”“เอาแบบนี้ไหม เราขายที่บ้านที่กรุงเทพฯ แล้วมาอยู่ที่นี่” สามีเอ่ยถาม“โอ้ย ยายแซนด์จะได้โกรธเอาน่ะสิคะ”“โกรธทำไมล่ะ”“ก็เราสองคนมาอยู่เสียไกล ลูกจะมาหาลำบาก”“เออมันก็จริง ถ้างั้นเราสองคนก็อยู่ตรงนั้นแหละ อย
ปณิชาทำตามคำสั่งของศรียนต์ ทั้งอาบน้ำ ขัดผิว และสระผมที่ยาวสลวยด้วยเมื่อเธอเดินออกมาจากห้องน้ำ ทุกอย่างเหมือนถูกจัดเตรียมเอาไว้หมดแล้ว บนเตียงนอนของเธอมีผ้าถุงสีแดงลายดอกใหญ่ ๆ กับเสื้อลายลูกไม้ของเธอเองวางอยู่ส่วนพี่ศรียนต์ยืนยิ้ม ถือไดร์เป่าผมอยู่ที่หน้ากระจก“ยืนซื่อบื้ออะไร มานั่งตรงนี้ อย่าทำรีรอและลีลาอยู่ มะ มะ” แถมยังขยับเก้าอี้ให้ปณิชาอีกด้วยเด็กสาวจำใจไปนั่งลง เธอมองหน้าสบตากับพี่ศรียนต์อยู่ในกระจก“อย่าทำหน้าตามีปัญหา ประเดี๋ยวก็รู้เองแหละ พี่บอกตามตรง พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน” ทำเสียงสูง“หรา... แต่เมื่อกี้พี่ทำเหมือนอย่างกับรู้”“อึ... พี่ก็รู้แค่ว่าพ่อผู้ใหญ่สั่งมาให้ทำอะไรแค่นั้นแหละ”“แล้วจะให้พี่ทำอะไรล่ะ”“ก็จับหนูแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมให้สวย ๆ นะสิ” แล้วศรียนต์ก็ได้ใช้ไดร์เป่าผม เป่าผมยาว ๆ ของปณิชาจนแห้งเมื่อก่อนนั้นศรียนต์เคยเป็นลูกมืออยู่ในร้านเสริมสวยที่กรุงเทพฯ จึงค่อนข้างคล่องแคล่วและมีความถนัดอยู่พอประมาณ“ไดร์ฟาร่าแบบนี้แหละ อุ้ย! สวย พี่อยากผมเยอะแบบวิวจัง ถ้าผมพี่หนา ๆ แล้วพี่ไดร์ทรงนี้ออกมา พี่คงจะสวยน่าดู”“อิ อิ”“หัวเราะทำไม”“พี่ศรียนต์จ๋า คนมันสวยอยู่
10.00 น. อภิรินนั่งทำตาโตอยู่ต่อหน้าสารวัตรคชา“ว่ายังไงนะครับสารวัตร พูดใหม่อีกทีสิครับ ผมฟังไม่ถนัดนัก” อภิรินมองหน้าสารวัตรคชาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง กับคำบอกกล่าวถึงหลักฐานที่ทำให้รถยนต์ของพี่สาวของเขาเกิดอุบัติเหตุ“คุณแซงค์ฟังไม่ผิดหรอกครับ ทางอู่ที่ผมให้เช็กดูและตรวจสอบรถยนต์ของพี่สาวคุณที่เกิ
“แซนด์จ๋า พี่น้ำเป็นคู่หมั้นคู่หมายของหนูไงจ๊ะ” คำพูดของน้าสาวทำให้นพภรินหันไปมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตา“พี่น้ำคือคนที่หนูลืม”“แซนด์จำพี่ไม่ได้” ชลศรัณรีบรับสมอ้างด้วยดวงตาเศร้าเรียกคะแนนสงสาร“ไม่จริงค่ะ ไม่จริงใจ ทำไมแซนด์ไม่เห็นรู้จักเขาเลย จำหน้าไม่ได้ด้วย น้านงคะอย่ามาพูดเล่นอย่างนี้ แซนด์
“แม่คะ เกิดอะไรขึ้นกับหนูกันแน่” นพภรินเอ่ยขึ้นอีกครั้ง จ้องหน้าผู้เป็นแม่ที่กำลังเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้กับเธอ“แซนด์ หนูจำไม่ได้จริง ๆ หรือลูก” แม่ช่วยใส่เสื้อให้ พร้อมกับมัดสายผูกเสื้อให้แน่นกระชับมากยิ่งขึ้น“หนูไปกินเลี้ยงกับเพื่อนมา เรานัดเจอกัน หนูไม่ได้ดื่ม และหนูก็ไม่ได้เมาด้วย”“กินเลี้
“ผมได้นอนไปแค่นิดเดียวนะครับคุณพ่อคุณแม่ แต่ผมอยากอยู่ที่นี่ อยากอยู่เฝ้าแซนด์ ผมเป็นห่วงแซนด์มากครับ” เขาเอ่ยคำพูดที่แสดงความจริงใจออกมาอีก“อย่าเลยไมค์ พ่อว่าไมค์กลับไปพักผ่อนเถอะ ยังไงพ่อจะส่งข่าวไปนะ หรือไม่ ถ้าไมค์อยากรู้อะไรก็โทร. มาถามพ่อก็ได้”“เอ่อ... คือ” ท่าทางยังร้อนใจและลังเล“ไปเถอะไม







