LOGINปัจจุบันเมื่อเติบโตร่างกายทนแสงแดดได้มากขึ้น แต่จะอย่างไรก็ไม่สามารถยืนให้ดวงตะวันแผดเผาได้เป็นเวลานานอยู่ดี
“เนฟหนอเนฟ อยู่ดีไม่ว่าดีก็เก็บเอาใครไม่รู้มาฝันทุกคืน เธอต้องการอะไรเนี่ย” เนเฟอร์จ้องมองเงาร่างในกระจกเขม็ง
การสื่อสารกับตนเองช่วยทำให้เข้าใจจิตใจของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ทั้งยังช่วยแยกแยะปัญหาและลดความวิตกกังวลได้อีกด้วย เนเฟอร์จึงค่อนข้างพูดคุยกับตนเองอยู่บ่อยครั้งเหมือนกัน
“แต่ฉันไม่ได้ต้องการอะไรนี่ ยิ่งอียิปต์แล้วด้วย ฉัน...” เธอหยุดชะงักทั้งที่ยังพูดไม่จบประโยค ดวงตากรอกไปมาอย่างครุ่นคิด
ถ้าเกี่ยวกับเรื่องอียิปต์ล่ะก็ มีสิ่งหนึ่งที่ติดอยู่ในใจเธอมานาน
พ่อและแม่ของเนเฟอร์ชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับอารยธรรมของอียิปต์โบราณ พวกเขามีของสะสมเกี่ยวกับเรื่องราวของที่นั่นเต็มบ้าน ทั้งยังไปเที่ยวอียิปต์ปีละหลายครั้ง แต่ด้วยโรคของเธอ บุพการีทั้งสองไม่เคยพาเธอไปดินแดนทะเลทรายแห่งนั้นเลยทั้งๆที่อยากให้ไปด้วยกันแค่ไหนก็ตาม
พอเนเฟอร์โตขึ้น ผิวที่แพ้แสงของเธอก็อาการดีขึ้นตามลำดับ พวกเขามาชวนเธอไปเที่ยวด้วยกันหลายครั้ง แต่เป็นเธอเองที่ติดเรียนจนไม่ว่างไปด้วยกันเสียอีก
‘หรือนี่อาจเป็นปมในใจที่ทำให้ฝันร้ายทุกคืน’ เนเฟอร์คิด
เช้าวันต่อมา เนเฟอร์นั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เธอหวีผมพร้อมกับคุยโทรศัพท์กับแม่ของเธอ ความคิดในหัวที่ตกผลึกได้เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมาคือวิธีรักษาอาการฝันร้ายของตนเองด้วยการไปเผชิญหน้ากับของจริง
“เนฟจะไปกับคุณแม่จริง ๆ เหรอคะ” น้ำเสียงหวานหยดของสตรีวัยกลางคนดังผ่านปลายสายโทรศัพท์ออกมาปนด้วยความสงสัย เพราะดูเหมือนว่าคราวก่อนที่ชวนลูกสาวไป อีกฝ่ายเหมือนจะไม่ได้อยากไปด้วยเสียเท่าไหร่
“ค่ะ ก็ไม่กี่วันก่อนคุณแม่กับคุณพ่อให้แหวนโบราณของอียิปต์มาวงหนึ่งนี่คะ มันสวยมากเลย เนฟจึงอยากลองไปที่นั่นดูบ้างว่ามีอะไรสวยๆแบบนี้อีกไหม เดี๋ยวนี้ครีมกันแดดตัวแรงช่วยได้เยอะเลย พอกไว้หนา ๆ เนฟก็ออกไปข้างนอกได้สบายแล้ว” เจ้าของน้ำเสียงหวานหยดไม่แพ้กันตอบกลับ
ดวงตาสีเทาขาวหรี่ลง พยายามหาข้ออ้างสุดฤทธิ์เนื่องจากการที่เธอต้องการไปด้วยหลังจากที่ครอบครัวจัดทริปสองต่อสองไปแล้วแบบนี้อาจทำให้พวกเขาต้องวางแผนเดินทางกันใหม่
“ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวคุณแม่จะไปคุยกับคุณพ่อให้นะคะ” แม่ของเธอรับคำอย่างสุภาพ ซึ่งเป็นนิสัยติดตัวจากการเลี้ยงดูแบบลูกผู้ดีเก่าของบ้านฝั่งคุณยาย
ทุกวันนี้เนเฟอร์ยังสงสัยไม่หายว่าคุณผู้หญิงท่านนี้มาคบกับเจ้าของอู่ใหญ่ผู้มีนิสัยลุยดะไม่สนใครหน้าไหนแบบพ่อของเธอได้อย่างไร
“คุณแม่น่ารักที่สุดเลยค่ะ” ริมฝีปากสีสดตัดกับแก้มขาวฉีกยิ้มกว้างเมื่อได้คำตอบที่พอใจ
“อย่าลืมไปขอวีซ่าไว้ด้วยนะคะ” คุณแม่พูดทิ้งท้าย
“ได้เลยค่ะคุณผู้หญิง” หญิงสาวลากเสียงยาวอย่างน่ารักก่อนจะบอกลาและวางสายไป
เนเฟอร์หน้าตาออกไปทางสวยหวานเหมือนคุณแม่ แต่นิสัยกลับไปทางชอบลุยเหมือนพ่อของเธอแทน แต่ด้วยร่างกายที่ออกไปลุยกลางแสงแดดนาน ๆ ไม่ได้จึงทำได้แค่กิจกรรมในร่ม กิจกรรมที่เธอชอบที่สุดคือการปีนภูเขาจำลอง ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเธอจึงค่อนข้างแข็งแรงพอดู
หญิงสาววางโทรศัพท์และหวีลงบนโต๊ะก่อนจะเอื้อมไปหยิบยางรัดผม แต่ก็สะดุดตาเข้ากับกล่องแหวนเล็กๆด้านข้างจึงได้เปลี่ยนทิศทางไปหยิบมันขึ้นมา สิ่งนี้เป็นของขวัญครบรอบอายุยี่สิบสามปีของเธอที่เพิ่งได้รับเมื่อไม่กี่วันก่อน
แหวนทองคำรูปงูเห่าดวงตาสีแดงที่ตวัดหางเป็นวงกลมให้กลายเป็นตัวเรือน ตัวแหวนค่อนข้างใหญ่ ดูไปแล้วไม่ใช่สำหรับนิ้วมือของผู้หญิง น่าเสียดายที่รอยแตกเล็กๆในส่วนปลายหางของงูทำให้มันกลายเป็นตำหนิ
ความจริงเครื่องประดับรูปสัตว์กึ่งจริงแบบนี้ค่อนข้างถูกรสนิยมของเนเฟอร์มากทีเดียว แต่ขนาดที่ใหญ่เกินไปแบบนี้เธอสามารถสวมได้เพียงแค่ในส่วนของข้อนิ้วโป้งเท่านั้น อีกทั้งเครื่องประดับชิ้นนี้ไม่ได้เข้ากับการแต่งกายตามสมัยนิยมในปัจจุบัน มันจึงเป็นได้เพียงของสะสมในบ้าน
จะว่าไปแล้ว ครั้งแรกที่ได้รับแหวนมาเธอก็จับมันขึ้นมาวางบนฝ่ามือเพื่อชื่นชมทันที แต่มันกลับร้อนจนลวกมือในขณะที่ถือ เธอจึงสะบัดมันทิ้งลงพื้นจนตัวแหวนเกิดรอยร้าวเล็ก ๆ อย่างตอนนี้ แต่หลังจากนั้นมันก็ไม่ได้ร้อนแบบนั้นอีก จึงยังเป็นข้อสงสัยเล็กๆว่าทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น
จู่ๆเนเฟอร์เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเธอเริ่มฝันถึงเรื่องราวของบุคคลที่ส่งเสียงเพรียกปริศนาก็หลังจากที่ได้รับแหวนวงนี้มา แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรเพิ่มก็มีเสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์ดังขึ้นมาขัดจังหวะ
ติ๊ด ๆ
เสียงโทรศัพท์ทำให้เนเฟอร์ละความสนใจจากแหวนหันไปมองข้อความที่ส่งเข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นข้อความจากแม่จึงรีบเปิดอ่านทันทีก่อนจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะเนื้อหาระบุว่าพ่อของเธอยินยอมให้ตามไปด้วยในการท่องเที่ยวครั้งนี้แล้ว
การเดินทางจะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า สิ่งที่เธอต้องทำคือรีบเตรียมเอกสารไปขอวีซ่าก่อนเป็นอันดับแรกไม่เช่นนั้นจะไม่ทันกำหนดการเดินทาง เธอจึงได้ลุกขึ้นแล้วทำตามในสิ่งที่คิดทันทีตามนิสัยที่คิดแล้วทำเลยอย่างที่เธอเป็น
เนเฟอร์เก็บแหวนเข้ากล่องไว้ตามเดิม
แต่ก่อนที่ฝากล่องจะปิดลงเธอกลับไม่ทันได้เห็นว่าดวงตาสีแดงสดของงูกระพริบวาบขึ้นมาครั้งหนึ่ง
หากเป็นนักบวชสูงสุดของเทพองค์อื่นมีหรือที่วิเซียร์จะสามารถเรียกให้เข้าพบได้เช่นนี้ แต่ทุกคนในที่นี้ย่อมรู้ถึงความคิดของนายเหนือหัวที่ต้องการลดบทบาทของบักบวชลง ดังนั้นศักดิ์ฐานะของตัวแทนเทพจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเมรีเรไม่ยี่หระต่อเรื่องทำนองนี้เท่าไหร่ ด้วยการเป็นนักบวชของเทพชั้นรองมาก่อน อำนาจแต่เดิมน้อยเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ตอนนี้จึงเรียกว่าถูกยกสูงขึ้นอย่างแท้จริง แม้อำนาจจะน้อยกว่าวิเซียร์ แต่ก็สูงกว่าผู้อื่นอยู่ดีเคหสถานของผู้ดูแลบ้านเมืองที่เป็นรองแค่องค์ฟาโรห์อยู่ห่างจากกำแพงราชวังไม่ไกล แต่จุดที่เมรีเรต้องไปพบกลับอยู่ภายในกำแพงของวังใหม่ เนื่องจากข้างในมีที่พักชั่วคราวสำหรับผู้มีตำแหน่งสูงเพื่อสะดวกในการทำงานภายในราชวังของอียิปต์ เสียงของการสกัดหินแว่วมาตามสายลมเมื่อเมรีเรก้าวผ่านธรณีประตูเข้าสู่ห้องโถงรับรองชั่วคราวอันเป็นที่พำนักของวิเซียร์อัย ที่นี่ตกแต่งเรียบง่ายทว่าซ่อนความเคร่งขรึมจริงจังไว้ภายใต้การจัดวางเครื่องเรือนที่เป็นระเบียบทุกตารางนิ้วภายในห้องมีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้สำหรับชนชั้นสูงตั้งอยู่ ไม้ซีดาร์สีน้ำตาลแดงถูกขัดเงาวาววับที่ราคาสูงพอ ๆ กับรายได้ชาวบ้านครอบครัวห
ขนมปังของเนเฟอร์ย่อมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แค่บอกเล่าปากต่อปากว่ามีขนมปังไร้กรวดขายก็มีคนนำสิ่งของมาแลกไม่ขาดเรื่องเครื่องบดแป้งย่อมปิดเอาไว้ไม่มิด คนในกลุ่มถึงกับสร้างบ้านหลังเล็กเอาไว้เก็บเจ้าสิ่งนี้แล้วเปลี่ยนเวรกันเฝ้าเพราะกลัวว่ามันจะถูกขโมย แม้ว่ายุคนี้จะไม่ค่อยมีการขโมยของกันสักเท่าไหร่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าของสำคัญเช่นนี้จะไม่หายไปนานวันเข้าข่าวคราวย่อมไปถึงหูของช่างหินที่จัดทำมันขึ้นมา ‘ทรัพย์สินทางปัญญา’ ย่อมเป็นคำที่ผิดยุคไปเสียหน่อย พวกเขาล้วนไม่มีแนวคิดเช่นนี้ ช่างหินจึงได้จัดทำมันขึ้นอีกครั้งเพื่อขายให้คนชนชั้นสูงที่มีกำลังทรัพย์เนเฟอร์คาดเดาได้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น แต่เธอไม่คิดขัดขวาง อีกทั้งขณะว่าจ้างยังไม่คิดปิดบังรายละเอียดการจัดสร้างของมัน เพราะเธอรู้ว่ามนุษย์นั้นมีความโลภ เธอไม่อยากเป็นเป้าเพียงลำพัง การกระจายตัวของสิ่งของชนิดนี้จึงจำเป็นอีกทั้งเป้าหมายของเธอคือชนชั้นล่างไปถึงชนชั้นกลางที่ต้องการอาหารดี ๆ พวกเขาไม่มีทรัพย์สินพอจะซื้อเคร
ครั้งนี้สิ่งที่เนเฟอร์ต้องการทำไม่ใช่แค่ขนมปังแต่เป็นเค้กไข่ด้วยขั้นตอนที่จะทำให้เค้กนุ่มฟูจำต้องตีไข่ให้ขึ้นฟอง อากาศที่เข้าไปภายในทำให้เนื้อสัมผัสที่จะทำออกมานุ่มนวลมากขึ้นเนเฟอร์สอนเนบอาตีไข่ ไปกำกับการคั้นน้ำอินทผลัมกับยายไทเย ทั้งยังหันไปช่วยร่อนแป้งกับอูราเป็นพัก ๆ ส่วนผู้เฒ่าโฮเรมหลานสาวเรียกกลับบ้านไปแล้วเมื่อได้แป้งมาครึ่งหนึ่งที่ต้องการเนเฟอร์จึงค่อย ๆ ผสมน้ำอินทผลัมพร้อมกับนมก่อนจะนวดไปมา เมื่อแป้งเหนียวได้ที่ก็ใส่หัวเชื้อแล้วพักเอาไว้ให้มันหมักตัวเอง ซึ่งใช้เวลาเซ็ตตัวประมาณครึ่งวัน แป้งในส่วนที่เตรียมนี้จะใช้ทำขนมปังหวานรสอินทผลัมแป้งอีกครึ่งถังเนเฟอร์ย่อมต้องนำมาทำในสิ่งที่อยากกินมานาน นั่นคือเค้กไข่คนยุคนี้ไม่รู้จักเค้ก หญิงสาวจึงเรียกมันง่าย ๆ ว่าขนมปังนุ่มให้คนอื่นเข้าใจถึงมันได้ง่ายขึ้น การเตรียมของสิ่งนี้ต่างจากขนมปังปกติในยุคอยู่นิดหน่อยเนเฟอร์เติมน้ำผึ้ง เนย และนมลงไปในไข่ที่ตีจนขึ้นฟูก่อนจะค่อย ๆ เทแป้งลงไปแล้วคนเบา ๆ ไปมา เมื่
"ไหน ใครต้องการให้ข้าช่วย” เสียงผู้เฒ่าลอยมาก่อนตัว ทั้งยังดูทรงพลังแข็งแรงดีแม้จะอายุอานามปาเข้าไปหกสิบกว่าปีแล้วเนเฟอร์เชิญเขาเข้ามาในร่ม ที่ตรงนี้เป็นเพิงขนาดเล็กข้างตัวบ้านที่ยายไทเยมักจะมานั่งตรวจคนป่วย“ข้าต้องการด้ามจับไม้เอาไว้สอดในร่องหินตรงนี้ค่ะ” เนเฟอร์ชี้ชวนให้อีกฝ่ายดู “ท่านพอจะทำได้ไหม แล้วใช้เวลานานไหมคะ” เธอถามต่อในคราที่เธอให้ช่างหินทำสิ่งนี้ไม่ได้ทำด้ามจับเป็นหินไปเลย เพราะจำเป็นต้องให้ด้ามที่ยื่นออกมามีความยาวประมาณหนึ่ง ซึ่งหินมีความเปราะเกินไป มันแตกหักเสียหายได้ง่าย เธอจึงสั่งทำให้มันเป็นร่องเพื่อสอดไม้เข้าไปแทนผู้เฒ่าโฮเรมก้มลงจ้องแท่นหินตรงหน้าเกือบชิดก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างมั่นใจ “ฮึ เรื่องง่าย ๆ” เขาหันไปทางอูราแล้วสั่งการทันที “เจ้าหนุ่ม ไปเลือกไม้ข้างบ้านข้ามาสักสองสามท่อน เอามีดที่อยู่ใกล้ ๆ กันมาด้วย” พูดจบก็ไม่สนใจชายหนุ่มที่วิ่งหน้าตั้งออกไปแล้วหันมาพินิจร่องของแท่นหินต่อช่วงที่ยัง
“ท่านหญิงต้องการสักเท่าไหร่ขอรับ” ผู้ขายยังคงถามไถ่เมื่อเห็นสีหน้าของผู้ซื้อไม่ได้เปลี่ยนแปลงเมื่อได้ยินราคาเนเฟอร์ย่อมไม่เปลี่ยนสีหน้าให้โดนดูถูก ส่วนในใจกำลังคิดทบทวนว่าสิ่งนี้คุ้มค่าที่จะซื้อหาหรือไม่โดยทั่วไปแล้วอียิปต์มีสิ่งแทนน้ำตาลอีกอย่างหนึ่งคือผลไม้ ผลไม้ที่หวานที่สุดคือผลอินทผลัม รองลงมาคือมะเดื่อและพวกผลไม้อบแห้งผลอินทผลัมมีอยู่บ้างในบ้านของเนเฟอร์ ราคาของมันครึ่งกระสอบแค่ครึ่งเดเบน ถูกกว่าน้ำผึ้งไม่รู้กี่เท่า แต่ผลชนิดนี้กลับมีกลิ่นเฉพาะตัวชัดเจนจนสามารถกลบกลิ่นอื่นในอาหาร เธอต้องการกินขนมปังรสหวานกลิ่นหอมของแป้ง ไม่ใช่กลิ่นหอมของอินทผลัมเนเฟอร์ตัดใจซื้อน้ำผึ้งหนึ่งเหยือกเท่านั้น สิ่งนี้ย่อมเก็บไว้กินเองกับยายไทเย ส่วนขนมปังชิ้นอื่นคงต้องใช้ผลอินทผลัมแล้ว จะอย่างไรชาวอียิปต์โบราณคงไม่เคยกินสิ่งที่เรียกว่า ‘เค้ก’ แบบนี้มาก่อน กลิ่นและรสชาติคงพอรับได้อยู่บ้าง“ไปเก็บเงินที่บ้านได้ไหมเจ้าคะ ข้าไม่ได้นำสิ่งแลกเปลี่ยนมาด้วย” เนเฟอร์พูดกับพ่อ
“ย้ายไปไกลเชียว” สตรีวัยกลางคนพึมพำก่อนที่พวกเขาจะได้คุยกันต่อก็เห็นตัวเมืองที่อยู่ไกลออกไปลิบ ๆ มาอัตจึงเรียกทุกคนที่กระจายตัวอยู่ให้ขยับเข้ามารวมกลุ่ม“จำไว้ว่าพูดให้น้อย จะซื้อขายต้องนัดหมายให้ชัดเจน ครั้งหน้าจะได้ขนสินค้ามาพร้อมกันทีเดียว” มาอัตหันมาบอกทุกคน“ช่วงนี้พวกเราขอยืมเกวียนที่หมู่บ้านข้าง ๆ บ่อยมาก พวกเขาเหมือนจะไม่พอใจแล้วนะเจ้าคะ เมื่อไหร่หมู่บ้านเราจะกลับมามีเกวียนของตัวเองเสียที” สตรีนางหนึ่งพูดขึ้นมา“เดี๋ยวข้าจะหามาไว้ให้” มาอัตตอบรับความจริงในหมู่บ้านเดิมมีเกวียนอยู่เล่มหนึ่ง แต่การย้ายเมืองต้องเดินทางมาทางเรือ เขาจึงจำเป็นต้องขายเกวียนทิ้งไปก่อนการเดินทาง อีกทั้งพวกเขาเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่กี่หลังคาเรือนที่รวมตัวกันขึ้นมาจากช่างก่อสร้าง รายได้พวกเขามีเพียงเอมเมอร์หนึ่งกระสอบต่อวันซึ่งแบกกลับไหว พวกเขาจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เกวียนบ่อยนัก มาอัตจึงไม่ได้รีบจัดหามาไว้ให้แต่ตอนนี้แต่ละบ้านมีธัญพืชกองสุม
ช่วงนั้นเหล่าหญิงสาวกำลังเตรียมอาหาร ขนมปังแห้งและเนื้อปลาตากแห้งดูเหมือนจะเป็นอาหารหลัก จะอย่างไรพวกเขาเดินทางมาไกล อาหารที่มีจึงเป็นอาหารที่เก็บได้นานทั้งสิ้นเนเฟอร์ใช้ช่วงเวลานั้นเรียกหญิงชราเอาไว้ เธอยื่นสร้อยคอที่ถือไว้ให้แล้วชี้ไปที่อาหาร“ไทเย นั่น แลก
เมื่อเท้าแตะพื้นเนอเฟอร์ก็พรูลมหายใจออกมา การลงจากความสูงสามชั้นด้วยเชือกเส้นเดียวทั้งยังไม่มีเซฟตี้เป็นอะไรที่อันตรายพอดู หลังจากนั้นเธอก็แหงนมองไปยังอูราที่อยู่ด้านบนเพื่อส่งสัญญาณให้เขาลงมา ก่อนที่เธอจะหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่มองมาอย่างสนอกสนใจ“เธอสวยกว่าพี่เยอะเลย&rdq
“มาอัต พ่อจะช่วยเธอเหรอ” สตรีร่างเล็กผิวคล้ำสอบถามขึ้นมา“อืม ผู้หญิงคนเดียวอยู่ในที่แบบนี้ ถ้ารอดคืนนี้ไปได้คืนต่อไปก็คงไม่รอดอยู่ดี” มาอัต ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มตอบกลับ“แต่ดูเหมือนเธอจะเป็นคนต่างอาณาจักร” เธอแย้งมาอัตส่
วิธีการเข้าหาผู้อื่นเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเป็นมิตร และทำให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงเจตนาที่ดี ทั้งยังต้องมีความมั่นใจในการแสดงออกประมาณหนึ่งเนเฟอร์พยายามโบกไม้โบกมือ มุมปากยังแต้มรอยยิ้มตลอดเวลา ด้วยหวังว่าคนกลุ่มนี้จะเข้ามาสอบถามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือ แต่สิ่ง







