Accueil / รักโบราณ / ณ อนันต์ / หลังคืนเข้าหอ 2

Share

หลังคืนเข้าหอ 2

last update Date de publication: 2026-01-16 17:38:00

ซุนจ้าวเฟิงจะได้ตระหนักถึงเรื่องนี้หรือไม่นั้นก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ซุนเจิงเริ่มตระหนักได้ตั้งแต่ไล่เลียงความทรงจำของอีกฝ่าย ยิ่งโดดเด่นมากเท่าใดก็เหมือนเป็นเป้านิ่งในที่แจ้ง เรื่องอิจฉาริษยานั้นไม่ว่ายุคสมัยไหนล้วนมีด้วยกันทั้งนั้น แต่เขาไม่ใช่ซุนจ้าวเฟิง จึงเริ่มกังวลว่าตนจะเก่งได้ถึงครึ่งของซุนจ้าวเฟิงหรือไม่

“เป็นอะไรไป”

คนที่อยู่ในห้วงภวังค์ผละออกจากความคิดเมื่อสตรีที่นิ่งเงียบอยู่นานเอ่ยถามขึ้น

“ฉันไม่รู้ว่าจะเก่งกาจเหมือนซุนจ้าวเฟิงหรือไม่ เขาอายุยังน้อย แต่กลับได้เป็นถึงรองเสนาบดี นับว่าไม่ธรรมดาเลย”

เหอลี่อิงได้ยินเช่นนั้นก็กลับมาคิดทบทวนเรื่องของเหอเสี่ยวอิงบ้าง สตรีนางนี้เป็นบุตรสาวในตระกูลขุนนาง มีพี่ชายถึงสองคน คนหนึ่งตายในสนามรบ อีกคนเป็นขุนนาง นางเป็นที่รักของครอบครัว รักมากเสียจนให้นางแต่งงานกับซุนจ้าวเฟิง ขุนนางหนุ่มผู้ก้าวหน้าในหน้าที่การงานกว่าบุรุษอื่น ด้วยหวังว่าเขาจะให้เกียรติและดูแลนางเป็นอย่างดี แต่กระนั้นชีวิตของผู้หญิงในยุคนี้ก็น่าเบื่อเสียเหลือเกิน

แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะถูกบังคับให้แต่งงานกับซุนเจิง แต่ก็ยังได้ใช่ชีวิตในรูปแบบอื่นอยู่บ้าง เธอยังคงได้ทำงานที่อยากจะทำโดยซุนเจิงไม่ได้เอ่ยปากห้าม ได้คบค้าสมาคมกับคนมากหน้าหลายตา แต่ดูเหมือนว่าสตรีในสมัยนี้ไม่อาจทำสิ่งใดได้ นอกจากอยู่บ้าน เตรียมอาหาร และเลี้ยงลูกเท่านั้น

“แล้วเธอล่ะเป็นอะไรไป ชีวิตของเหอเสี่ยวอิงยากเย็นจนหนักใจเชียวหรือ” เมื่อหญิงสาวนิ่งเงียบไปนาน ซุนเจิงจึงเอ่ยถามกลับไปบ้าง ซึ่งเธอก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาปฏิเสธ

“น่าเบื่อเสียมากกว่า ดูเหมือนว่าสมัยนี้ฉันไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากอยู่บ้าน ทำอาหาร ค่อยเลี้ยงลูก”

“ฟังดูก็สบายดีไม่ใช่หรือ”

“น่าเบื่อจะตาย แต่ก่อนสมัยสาวๆ ฉันยังทำงานข้างนอกบ้านได้ แต่ที่นี่ถ้าฉันออกไปทำคงเป็นที่ครหาไปทั้งเมือง ภรรยาของขุนนางบากหน้าออกมาทำงาน ดีไม่ดีคุณอาจจะตกที่นั่งลำบากก็ได้ อีกอย่างทางตระกูลเหอคงไม่พอใจหากฉันดื้อรั้นออกไปผจญโลกนอกจวนขุนนาง”

“จริงอย่างที่เธอว่า ถ้างั้นก็อยู่บ้านไปแล้วกัน คนที่นี่มากมาย คงไม่น่าเบื่อนักหรอก” ซุนเจิงเสนอแนะเชิงปลอบใจ “ว่าแต่เราต้องไปเยี่ยมบ้านเจ้าสาวกันไหม”

“คงต้องไปกระมัง เรื่องนี้ฉันก็กังวลอยู่ แม้ว่าเราจะเหมือนกับซุนจ้าวเฟิงเหมือนกับเหอเสี่ยวอิง แต่ทางนั้นจะเชื่อหรือว่าเราคือสองคนนั้นจริงๆ” ธรรมเนียมปฏิบัติ อย่างไรเสียพวกเธอคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหอลี่อิงจึงหนักใจในเรื่องนี้อยู่หลายส่วน ด้วยไม่รู้ว่าหากมีคนระแวงเรื่องของเธอและซุนเจิงขึ้นมาจะเป็นอย่างไร ที่นี่ทั้งเธอและซุนเจิงล้วนไม่คุ้นเคย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรอยู่ที่ใด หรือควรทำอย่างไร

“ฉันไม่สนหรอก”

เหอลี่อิงมองหน้าชายหนุ่มที่พูดอย่างไม่ยี่หระ

“ใครจะมานั่งหาความจริงในเรื่องนี้กัน ในเมื่ออย่างไรเสียมนุษย์ส่วนใหญ่ก็เชื่อในสิ่งที่ตาเห็นมากกว่าเหตุและผล เพราะฉะนั้นฉันเลยไม่คิดว่าเขาจะติดใจเอาความในเรื่องนี้เสียเท่าไรนัก เธอก็อย่าคิดมากไปเลย”

เหอลี่อิงถอนหายใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ซุนเจิงพูดนั้นถูกต้องทุกอย่าง เช่นนั้นเธอก็ควรทำตามที่เขาบอก คืออย่าคิดมากจนเกินไป...

“อยู่ที่นี่เธออาจจะต้องดูแลคนทั้งหมดในบ้านหลังใหญ่นี้ เธอจะจัดการได้ไหม”

“ฉันจะพยายาม” นึกถึงคนมากมายที่เดินกันขวักไขว่ไปมาก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ จะบอกปัดว่าทำไม่ได้หรือก็กระไรอยู่ ในเมื่อตอนนี้เธอเป็นนายหญิงของจวน

“อย่างนั้นก็ดี ให้คิดเสียว่าเรามาใช้ชีวิตอีกโลกหนึ่ง และเมื่อถึงเวลาเราก็ต้องจากไปเหมือนที่เคยเกิดขึ้น" ซุนเจิงเอ่ยอย่างปลงตก ชายชราที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากไม่ควรจะหลงระเริงกับชีวิตใหม่ เพราะอย่างไรปลายทางก็มีแต่คำว่าจากลาอยู่วันยังค่ำ "จะว่าไป เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ฉันกับเธอเหมือนได้กลับมาต่อเวลาชีวิตกันอีกครั้ง”

“แต่ก็ไม่ควรย้อนกลับมาไกลขนาดนี้ ฉันทำตัวไม่ถูกเอาเสียเลย นี่ฉันจะต้องทำตัวเหมือนนางเอกในละครที่ข้ามเวลามาหรือเปล่า แบบว่าแก่นเซี้ยวสมัยใหม่ สร้างปรากฏการณ์พลิกหน้าประวัติศาสตร์อะไรเทือกนั้น”

“เธอไม่ได้ข้ามเวลามาเป็นฮองเฮา ยายแก่เหอลี่อิง เธอข้ามเวลามาเป็นเมียฉัน เป็นเมียขุนนางคนหนึ่ง เหมือนเมื่อก่อนที่เธอเป็นเมียนายทหารคนหนึ่ง ไม่ได้แตกต่างกันเลย”

“เฮ้อ”

เมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจของสตรีข้างกาย ซุนเจิงก็มองเธออย่างไม่ชอบใจเท่าไรนัก “ถอนหายใจทำไม เธอไม่ชอบใจหรือที่ต้องมาเป็นเมียฉันอีกรอบ”

“นี่ฉันต้องเจอคุณอีกสี่สิบปีเชียวหรือ” สตรีที่เอ่ยออกมาแทบจะกลอกตากลับ เมื่อนับตามอายุขัยแล้ว หากเขาและเธอไม่เกิดอุบัติเหตุหรือไปขัดขาใครในสมัยนี้เข้าเสียก่อน ก็หมายความว่าเขาและเธอจะเหลือเวลาอีกร่วมสี่สิบกว่าปีเชียวนะ

ซุนเจิงหยุดชะงัก หันมาประจันหน้ากับเธอด้วยสีหน้าคาดคั้นจะเอาความในสิ่งที่เธอเอ่ยออกไปเมื่อครู่ “เอ๊ะ! ยายแก่นี่! พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงกัน!”

“ทำไม ก่อนหน้านี้คุณยังอยากหย่ากับฉันอยู่เลยไม่ใช่หรือ ฉันก็แค่คิดแทนคุณก็เท่านั้น คุณจะมาทุกข์ร้อนอะไร”

“นั่นมันแต่ก่อน เธอดูตอนนี้สิ! อย่างเธอถ้าไม่มีฉันจะใช้ชีวิตที่นี่ยังไงฮะ! อย่าคิดอะไรบ้าๆ เหมือนนางเอกในละครหรือนิยายประโลมโลกของเธอเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นได้เจอดีแน่ยายแก่!”

“ทั้งที่กลับมาหนุ่มแน่นแล้วแท้ๆ คุณก็ยังเจ้ากี้เจ้าการไม่เปลี่ยน น่าเบื่อเสียจริง”

ซุนเจิงมองสตรีที่พูดอย่างไม่ใส่ใจว่าเขาจะเป็นเดือดเป็นร้อนอย่างไร อีกทั้งยังเดินนำหน้าลิ่วๆ ไปยังที่ใดก็ไม่ทราบ จนเขาได้แต่ข่มอารมณ์และเดินตามเธอไป แม้เวลาจะทำให้พวกเขาต้องมาผจญโลกใบใหม่แห่งนี้ แต่เวลาไม่ได้เปลี่ยนพวกเขาแม้แต่น้อย...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ณ อนันต์    หมากกระดานนี้ใครกันเป็นผู้เล่น

    “ขอประทานอภัย กระหม่อมไม่ได้ทำการต้อนรับให้สมเกียรติ”“มิได้ ข้าต้องมาสร้างความลำบากให้ใต้เท้าและฮูหยิน ข้ามากกว่าที่ต้องขออภัย”“ใช่ ถูกต้องแล้ว”หวังซูเหยามองบุรุษตัวโตข้างกายที่เอ่ยขึ้น“อีกอย่างไม่ต้องทำตัวเป็นทางการถึงเพียงนี้ก็ได้กระมัง องค์หญิงเห็นเป็นเช่นไร มาอาศัยจวนผู้อื่น แต่ต้องมารักษามารยาทเช่นนี้ ข้าว่าไม่สมควร เอาเป็นว่าให้พวกเขาทำตัวตามสบายดีหรือไม่ จะได้ไม่อึดอัดใจกันทั้งสองฝ่าย”หวังซูเหยามองสายตาที่มองมายังนางก็เข้าใจได้ในทันทีว่า รัชทายาทข้างกายกำลังบีบให้นางเห็นชอบในสิ่งที่เขาเอ่ยออกไป แล้วมีหรือที่สตรีตัวเล็กเช่นนางจะขัดได้ สุดท้ายก็ต้องตอบว่าเห็นด้วยตามข้อเสนอแนะของรัชทายาทหลังจากนั้นหวังซูเหยาก็ได้พบกับอาหารอันโอชะที่รัชทายาทเคยบอกกับนางไว้ก่อนหน้านี้ และเรื่องนี้ทำให้นางหายกังวลเรื่องต่างๆ ไปในพริบตา อาหารตรงหน้าดึงดูดนางให้ละจากความสนใจภายนอกและมุ่งความสนใจไปที่อาหารทั้งหลายแทน นับว่ารัชทายาทผู้นี้ไม่ได้กล่าวเกินเลยไป อาหารที่นี่นับว่าเลิศรสจริงอย่างที่เขาคุยโวเอาไว้ทว่าระหว่างก้มหน้าอยู่กับอาหารอันโอชะก็ได้ยินเสียงหัวเราะเล็กๆ ขึ้นมา แล้วก็พบว่าเจ้าของจวนท

  • ณ อนันต์    เมื่อถึงที่นั่นอย่าทำตัวให้น่ารำคาญ

    หากต้องนอนร่วมห้องกับนางทุกคืน มิแน่ว่าคืนใดคืนหนึ่งเขาอาจจะถูกผลักกระเด็นกระดอนไปอยู่ที่พื้นก็เป็นได้ แต่สุดท้ายแล้วเขาจะทำสิ่งใดได้ นอกเสียจากข่มตาตลอดทั้งคืน ตื่นยามรุ่งสางเพื่อเร่งเดินทางเข้าเมืองหลวง แต่ก็มิวายต้องมานั่งเฝ้าสตรีที่เป็นถึงองค์หญิงอีกทั้งยังมากเรื่องนั่งกินอาหารคำเล็กคำน้อย ราวกับว่าไม่ถูกปากกับอาหารข้างทางเช่นนี้“รีบๆ หน่อยจะได้ไหม กินแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะเสร็จ” ดุสตรีที่คีบอาหารเข้าปากอย่างอ้อยอิ่ง แต่อีกฝ่ายก็มองเขาด้วยสายตาสลด “ไม่ถูกปากขนาดนั้นเชียวหรือ อย่างนั้นก็ทนหน่อย เข้าเมืองหลวงไปจะมีของดีกว่านี้”“จริงหรือ ข้าว่าอย่างไรท่านก็ไม่พาข้าเข้าวังหลวง แล้วข้าจะได้ลิ้มรสอย่างที่ท่านกล่าวหรือ”“ในวังหลวงน่ะหรือที่เจ้าคิดว่ามีของดี” เว่ยหลางหัวเราะอย่างขบขัน “ในนั้นมีของไม่ดีทั้งสิ้น และข้าก็รู้ว่าอาหารรสเลิศนั้นอยู่ที่ใด”องค์หญิงหวังซูเหยามองบุรุษที่หัวเราะให้เธออย่างขบขัน และเอ่ยถึงอาหารรสเลิศราวกับว่าชำนาญในการสรรหาอาหารรสเลิศในใต้หล้า“แล้วท่านจะให้ข้าไปอยู่ที่ใด”“จวนของขุนนางผู้หนึ่ง เจ้าก็พบเขาแล้วก่อนหน้านี้ บุรุษที่ข้าให้เขาล่วงหน้ามาก่อน” เว่ยหลางเอ่

  • ณ อนันต์    เป็นรัชทายาทแล้วไยต้องมาทำเรื่องเช่นนี้

    “มีเตียงเดียวก็นอนข้างล่างสิ ข้าเป็นสตรีจะมานอนเตียงเดียวกันได้อย่างไร”เว่ยหลางมองสตรีที่แผดเสียงน่าปวดหัว ตอนนี้ค่ำมืดดึกดื่นจนไม่อาจเดินทางต่อได้ เขาจึงต้องมาพักค้างแรมระหว่างทาง แต่แทนที่จะได้พักอย่างใจหวัง องค์หญิงแคว้นหนานก็ทำให้เขารำคาญขึ้นมาอีกหน“ข้าว่าองค์หญิงคงจะเข้าใจสิ่งใดผิดไป ประการแรกข้าเป็นคนจ่ายเงินเพื่อนอนที่นี่ ประการต่อมาเจ้ากำลังเป็นชายาข้าผู้เป็นรัชทายาทของแคว้นนี้ เหตุผลเพียงสองประการนี้ย่อมเพียงพอแล้วที่ข้าไม่ต้องไปนอนบนพื้นที่เย็นเฉียบและสกปรกนั่น”“แต่ว่า”“ไม่มีแต่ มานี่” เอ่ยห้ามไม่ให้สตรีช่างพูดได้พูดสิ่งใดออกมาอีก ดึงข้อมือข้างหนึ่งของนางมามัดไว้กับผ้าที่ถูกฉีกออกจนคล้ายกับเชือก โดยอีกข้างหนึ่งก็มัดมือของเขาไว้เช่นกัน“ท่านจะทำอะไร”“ผูกข้อมือเจ้าไว้ เผื่อเจ้าคิดสั้นหนีข้ากลางดึกขึ้นมาจะได้รู้ตัว” พูดจบก็ทิ้งกายลงนอน แม้ว่าสตรีที่นั่งอยู่บนเตียงเดียวกันนั้นยังตั้งคำถามใส่เขาไม่หยุดหย่อน“ข้ามิใช่เด็กไย...”“ขนาดมิใช่เด็ก ยังดีดดิ้นมาตลอดทางน่ะหรือ ข้าไม่ไว้ใจเจ้า เพราะฉะนั้นนอนได้แล้ว นี่เราเสียเวลาไปวันหนึ่งแล้ว แทนที่จะถึงเมืองหลวง แต่กลับต้องมาค้างแรม

  • ณ อนันต์    โจรโฉดเขลา

    “เข้าชายแดนแคว้นต้าเว่ยแล้วเพคะ”สิ้นเสียงรายงาน สตรีที่นั่งอยู่ในรถม้าก็เลิกม่านขึ้น มองไปยังพื้นที่ด้านนอกซึ่งมีแต่ป่าไม้ไม่ต่างจากตลอดทางที่พบเห็น “อีกไกลหรือไม่”“เดินทางอีกประมาณสามวันเพคะจึงจะถึงเมืองหลวง”“เช่นนั้นสั่งให้ขบวนหยุดพักก่อน”“เพคะ”ขบวนที่มีรถม้านับสิบเหลียง และทหารคุ้มกันอีกจำนวนหนึ่งหยุดพักตามรับสั่งขององค์หญิงคนสำคัญที่ถูกส่งตัวมาสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีกับแคว้นต้าเว่ย งานมงคลสมรสที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ถึงเดือนต่างเป็นที่ยินดีของคนทั้งสองแคว้นที่จะมีความสัมพันธ์ที่แนบชิดขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ใครๆ ก็ต่างเห็นประโยชน์ในข้อนี้ การสมรสครั้งนี้จึงเปี่ยมไปด้วยความเห็นพ้องของทั้งสองแคว้น แต่ความเห็นพ้องที่ว่านี้ก็คงจะหลงลืมสิ่งใดไปบางประการก็เป็นได้ เมื่อองค์หญิงแห่งแคว้นหนานไม่ทันจะก้าวลงจากรถม้า เสียงด้านนอกของทหารที่คอยคุ้มกันก็ดังอึกทึกครึกโครม จนผู้เป็นองค์หญิงต้องซ่อนตัวอยู่ในรถม้าด้วยท่าทีหวาดหวั่น“เกิดอะไรขึ้น!” องค์หญิงที่ไม่เข้าใจในสถานการณ์ร้องถามเสียงดัง จนราชองครักษ์ประจำกายเปิดม่านของรถม้าและเอ่ยรายงาน“มีโจรซุ่มทำร้าย องค์หญิงโปรดอยู่แต่ในรถม้า...” ราชองครักษ์ย

  • ณ อนันต์    คุณแม่ที่อารมณ์แปรปรวน

    “ลี่ลี่” ซุนเจิงเคาะประตูห้องนอนและเอ่ยเรียกภรรยาที่ขลุกตัวอยู่แต่ภายในนั้น เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับมา เขาก็ถือวิสาสะเปิดเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ใครจะสน ในเมื่อเขาก็เป็นเจ้าของห้องนี้เหมือนกันเมื่อเข้าไปภายใน จึงเห็นว่าสตรีที่เอ่ยปากไล่เขาตั้งแต่ตะวันยังไม่พ้นขอบฟ้า เวลานี้เอาแต่นอนอยู่บนเตียงอย่างสตรีเกียจคร้าน และนั่นอาจนับว่าเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ ซุนเจิงค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้กับเหอลี่อิงมากขึ้น มองใบหน้าที่หลับพริ้มด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าเธอจะใจร้ายกับเขาเหลือเกินก็ตามที แต่เชยชมใบหน้าที่ไม่ได้เจอมาเกือบค่อนวันได้ไม่เท่าไร สตรีที่นอนหลับพริ้มก็ตื่นลืมตามามองเขาเขม็ง จนคนที่ถูกจับได้ลนลานไม่รู้จะทำอย่างไร จึงหมุนตัวเพื่อกลับออกไปให้พ้นหน้าเธอ ทว่าก็ต้องชะงัก“ซุนเจิง”ซุนเจิงไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าน้ำเสียงของเหอลี่อิงนั้นทำให้เขาผวาได้ถึงเพียงนี้ แต่จะทำอย่างไรได้ บุรุษที่หันหลังให้ภรรยาและกำลังจะหลบหนีจากการจับผิดได้แต่จำใจหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับเธอ“คือ...ฉันขอโทษ ฉันแค่จะเข้ามาดูเธอเฉยๆ ถ้าเธอไม่พอใจ ฉันจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้” พูดจบก็หันหลังกลับเตรียมจะออกไปอีกหน แต่ก็ต้องชะงักงันอีกครั้

  • ณ อนันต์    ขาก็ดีกว่าพี่ชายที่ข้าเคยมี

    สถานการณ์เช่นนี้เหมือนว่าเขาเคยพบมาก่อน แต่ไม่ใช่เขาและเหอลี่อิง มันเป็นเรื่องของพ่ออี้หมิง หากเขาจำไม่ผิด บิดาของหลานชายข้างบ้านมักเดินคอตกมาบ้านเขาด้วยเหตุที่ว่าภรรยาไม่ให้นอนด้วยอยู่หลายหน เขานั้นหัวเราะใส่เจ้าบื้อไม่เอาไหนคนนั้นเสียยกใหญ่ ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่งเขาต้องมาเผชิญชะตากรรมเดียวกันด้วยไม่น่าเลยซุนเจิงแต่คิดไม่ตกอยู่ครู่หนึ่ง ก็ไม่อาจทนต่อสิ่งที่เหอลี่อิงกระทำต่อเขาได้ สุดท้ายก็ต้องลุกขึ้นและเดินออกจากจวนไปอย่างรีบร้อน...ในจวนที่เต็มไปด้วยบุรุษก็ใช่ว่าจะน่าเบื่อเสียทีเดียว เว่ยหลงมองไปรอบๆ จวนขุนนางคนสนิทของรัชทายาทที่นับว่ามีเรื่องบันเทิงเริงใจให้เขาทำมากมายไม่แพ้ในโรงสุราก็ได้แต่ยิ้มร่า แม้ว่ามีคนจากวังหลวงเข้านอกออกในไม่ขาดสาย แต่ข่าวก็ไม่เคยรั่วไหลในข้อนี้ฮูหยินของซุนจ้าวเฟิงได้อธิบายเอาไว้ ว่าหลังจากที่รัชทายาทโปรดมาที่นี่บ่อยขึ้น จึงจำต้องคัดกรองบ่าวรับใช้ทั้งหลายอย่างเข้มงวด ถึงขั้นที่ว่าเขาไล่บ่าวรับใช้ออกไปเสียหลายคน ด้วยว่าคนน้อยย่อมคุมง่ายกว่ามาก และเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูที่ได้ผลเกินคาด บ่าวรับใช้ทั้งหลายจึงไม่เคยจับกลุ่มนินทา หรือหาเรื่องใส่ตนอย่างสิ้นคิดเช

  • ณ อนันต์    เรื่องบ้านเมืองก็ล้วนเริ่มมาจากเรื่องในบ้าน

    “โอ๊ย! เบาๆ หน่อย ประเดี๋ยวฉันพิการขึ้นมา เธอจะเดือดร้อนเอานะยายแก่” ซุนเจิงโอดครวญโดยที่ตัวเขานอนราบไปกับเตียง ส่วนคนที่เขาบ่นก็แทบจะนั่งอยู่บนแผ่นหลังของเขาอยู่รอมร่อ ใครจะไปคิดว่ารัชทายาทผู้นั้นจะตัวหนักถึงเพียงนี้ ให้ตายเถิด นี่ขนาดเขาอยู่ในร่างของบุรุษที่ยังหนุ่ม

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
  • ณ อนันต์    ความทุกข์ใจของรัชทายาท

    “เป็นอะไรไป มองฉันทำไมหรือ” เมื่อคนที่ถูกจ้องมองเอ่ยทัก เหอลี่อิงจึงละสายตาออกจากเขาและเอ่ยปัด ก่อนจะเดินไปหาเสี่ยวหยาง จับจูงมือน้อยๆ ของเด็กชายเอาไว้และออกเดินต่อ ทว่าในใจนั้นสับสนอย่างประหลาด หรือว่าการกลับมาอยู่ในร่างที่ยังไม่ร่วงโรยจะทำให้เธออ่อนไหวประหนึ่งหญิงสาวไร้เดียงสากัน

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
  • ณ อนันต์    งานสังสรรค์ 4

    “พาเสี่ยวหยางกลับห้องได้แล้ว” ซุนเจิงที่หมดความอดทนในที่สุด หันไปบอกกับเหอลี่อิง เมื่อสองคนนั้นกลับออกไป เขาจึงจ้องใบหน้าของชายชราที่ไม่น่านับถือด้วยความเดือดดาลไม่ต่างกัน“หากมีลูกแล้วสั่งสอนให้ดีไม่ได้ ท่านก็ไม่น่าให้กำเนิดพวกเขาออกมา เช่นเดียวกัน หากมีหลานแล้วเลือกที่รักมักที่ชัง ท่านก็อย่าให้เข

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-27
  • ณ อนันต์    งานสังสรรค์ 3

    ซุนเจิง เหอลี่อิง และเสี่ยวหยางชักแถวเข้าไปพบแขกตามมารยาท ในขณะที่แขกก็ดูจะพินิจพิเคราะห์เด็กชายที่เกาะติดเหอลี่อิงไม่ยอมห่าง“เสี่ยวหยาง เจ้าดูผอมลงนะ”“เรื่องนี้เป็นเพราะข้าเอง ข้าเห็นว่าหากปล่อยให้เขาอ้วนท้วนจนเกินไป จะทำให้ไม่แข็งแรง จึงจับเขามาออกกำลัง เขาจึงดูผอมลงไป ใต้เท้าอย่าได้กังวล อยู่ท

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-27
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status