LOGIN"ว้าย! ตาเถร!"
ราเมศสะดุ้งสุดตัว สติที่เคยพร่าเลือนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ถูกความเย็นเยือกกระชากกลับมาทันที เขาผละริมฝีปากออก หอบหายใจหนักจนหน้าอกกระเพื่อม กลิ่นเหล้ายังคละคลุ้งอยู่ระหว่างเขากับคนตรงหน้า แพรวพรรณยืนตัวสั่นเหมือนลูกนก ขาเธออ่อนจนต้องขยุ้มแขนเสื้อเชิ้ตเขาไว้แน่นจนยับยู่ยี่ ริมฝีปากที่เพิ่งโดนบดขยี้บวมเจ่อแดงก่ำ น้ำตาไหลนองอาบแก้ม "มองอะไรกัน! ออกไป! ออกไปให้หมด!" ป้าแจ่มตะโกนเสียงเขียวใส่เด็กรับใช้สองคนที่แอบยื่นหน้าออกมาจากหลังเสา "ใครเอาเรื่องวันนี้ไปพูดข้างนอก แม่จะไล่ออกให้หมด! ไป๊!" เสียงฝีเท้าวิ่งกรูดหายเข้าไปทางก้นครัว ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้งจนน่าหายใจไม่ออก ราเมศค่อยๆ คลายมือออกจากเอวบาง เขาเพิ่งรู้ตัวว่ามือตัวเองสั่นแค่ไหน... สั่นพอๆ กับร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้า "ทำไม..." แพรวพรรณพึมพำออกมาคำแรก เธอสะอื้นจนตัวโยน ยกหลังมือขึ้นขยี้ปากตัวเองแรงๆ เหมือนอยากจะลบสัมผัสเมื่อกี้ทิ้งไปให้พ้นๆ "ทำไมคุณพ่อทำแบบนี้คะ..." ราเมศยืนนิ่ง กรามขบกันจนเป็นสันนูน จะให้บอกว่าอะไร... บอกว่าเมา? หรือบอกว่าหึงจนหน้ามืด? ไม่ว่าจะตอบทางไหน เขาก็ดูเลวพอกัน "ตอบหนูสิ!" แพรวพรรณแผดเสียงลั่นพร้อมกับผลักอกเขาเต็มแรงจนเขารูดไปข้างหลัง "ทำแบบนี้ทำไม! พ่อเกลียดหนูไม่ใช่เหรอ! พ่อไล่หนูเหมือนหมูเหมือนหมามาตลอดสองปี พ่อทำเหมือนหนูเป็นตัวประหลาด... แล้วจู่ๆ พ่อมาจูบหนูทำไม!" "แพรว... ฟังก่อน..." "ไม่ฟัง! พ่อทำเพื่อความสะใจใช่ไหม! เห็นหนูเป็นตุ๊กตาที่จะทำอะไรก็ได้เหรอ!" "ฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นของเล่น!" ราเมศตวาดกลับ เสียงเขาดังก้องไปทั้งโถง พยายามจะก้าวเข้าไปหาแต่เธอกลับถอยกรูดด้วยท่าทางรังเกียจ "อย่ามาแตะตัวหนู!" เธอชี้หน้าเขา แววตานั้นเต็มไปด้วยความแตกสลาย "ถ้าไม่ได้คิดอะไร... ก็อย่ามาให้ความหวังแบบนี้ อย่าทำให้หนูคิดเข้าข้างตัวเองว่าพ่อก็รักหนูเหมือนกัน... มันเจ็บนะพ่อ พ่อรู้ไหมว่ามันเจ็บ!" ราเมศกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ รักสิวะ... รักจนจะบ้าตายอยู่แล้ว แต่คำพูดนั้นกลับจุกอยู่ที่คอ เมื่อหางตาเขาเหลือบไปเห็นป้าแจ่มที่ยืนมองอยู่ด้วยสายตาผิดหวัง "เข้าใจแล้วค่ะ..." แพรวพรรณแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา "พ่อก็แค่หวงของ... หวงของเล่นเก่าๆ ที่เก็บมาเลี้ยง ไม่ได้มีค่าอะไรมากกว่านั้นเลย" เธอปาดน้ำตาทิ้ง สูดหายใจเข้าลึกๆ จนอกกระเพื่อม แววตาที่เคยอ่อนไหวเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอย่างที่เขาไม่เคยเห็น "หนูตัดสินใจแล้วค่ะ" "ตัดสินใจอะไร" ราเมศถามเสียงแผ่ว ใจคอเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว "หนูจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอก" "ไม่ได้! ฉันไม่อนุญาต!" "หนูไม่ได้ขออนุญาต หนูแจ้งให้ทราบ!" เธอจ้องหน้าเขาเขม็ง "หนูจะไปอยู่หอ หรือไปอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีพ่อ!" "แพรวพรรณ!" "ปล่อยหนูไปเถอะค่ะ... หนูไหว้ล่ะ" เธอพนมมือขึ้นสั่นๆ น้ำตาหยดแหมะลงบนหลังมือ "ถ้าพ่อยังเห็นใจเด็กกำพร้าอย่างหนูบ้าง ปล่อยหนูไปเถอะ... หนูทนเห็นหน้าพ่อในบ้านหลังนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ" พูดจบเธอก็หมุนตัววิ่งขึ้นบันไดไปทันที เสียงฝีเท้ากระแทกขั้นไม้ดังปังๆ บ่งบอกถึงความโกรธแค้น ราเมศทำท่าจะวิ่งตามแต่เสียงป้าแจ่มก็เบรกเขาไว้เสียก่อน "คุณท่านคะ! พอเถอะค่ะ!" เขาสะดุ้ง เท้าที่ค้างอยู่บนบันไดขั้นแรกสั่นระริก ราเมศหันมามองแม่บ้านเก่าแก่ด้วยสายตาที่เหมือนคนกำลังจะขาดใจ "ป้า... ผม..." "ปล่อยคุณหนูไปพักก่อนเถอะค่ะ" ป้าแจ่มเดินเข้ามาใกล้ แววตาเต็มไปด้วยความสงสาร "ยิ่งคุณท่านตามไปรั้งตอนนี้ แกจะยิ่งเตลิด... ให้เวลาแกหน่อยเถอะค่ะ" ราเมศทรุดตัวลงนั่งบนขั้นบันไดอย่างหมดรูป เขายกมือขึ้นขยี้หัวตัวเองจนยุ่งเหยิง "ผมทำบ้าอะไรลงไป... ทุกอย่างพังหมดแล้วป้า" "คุณท่านรักเธอ..." ป้าแจ่มพูดออกมาตรงๆ "ป้ารู้มาตลอด แต่คุณท่านคะ... วันนี้คุณท่านข้ามเส้นไปไกลเกินไปแล้ว จะถอยกลับมาเป็นพ่อลูกเหมือนเดิม... มันยากแล้วนะคะ" ณ ห้องนอนของแพรวพรรณ ปัง! แกร๊ก! แพรวพรรณล็อคประตูแน่นหนาก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียง เธอซุกหน้าลงกับหมอนแล้วปล่อยโฮออกมาแบบไม่อั้น เสียงสะอื้นดังระงมไปทั้งห้อง ริมฝีปากเธอยังรู้สึกถึงสัมผัสร้อนแรงนั่น... กลิ่นเหล้า กลิ่นกายเขา มันยังวนเวียนอยู่ที่ปลายจมูกไม่จางหาย เกลียด... ทำไมต้องรักคนใจร้ายแบบนั้นด้วย ก๊อก ก๊อก ก๊อก "คุณหนูคะ... ป้าเองค่ะ เปิดประตูให้ป้าหน่อยนะ ป้าเอานมอุ่นมาให้" แพรวพรรณนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะเดินไปปลดล็อคประตู พอเปิดออกมาชาวบ้านเห็นสภาพเธอแล้วถึงกับน้ำตาซึม หน้าตาบวมช้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนแก้วที่เพิ่งโดนทุบจนร้าว "ป้าแจ่ม..." เธอโผเข้ากอดหญิงชราแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนตอนเด็กๆ "ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูก..." ป้าแจ่มลูบหลังปลอบ พามานั่งที่เตียง "ไม่ร้องนะคนดี" "ฮึก... เมื่อกี้ป้าเห็นใช่ไหมคะ... เขาจูบหนูทำไม เขาไม่ได้รักหนูสักหน่อย เขาแค่หวงของ... ฮือ..." "ใครบอกว่าเขาไม่รักคะ" ป้าแจ่มถอนหายใจยาว หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้ "คุณท่านน่ะ... รักคุณหนูยิ่งกว่าชีวิตตัวเองอีก" "ไม่จริง ถ้ารักแล้วจะทำร้ายกันแบบนี้เหรอ" "ก็เพราะรักมากเกินไปน่ะสิคะ..." ป้าแจ่มตัดสินใจพูด "ความรักของคุณราเมศมันหนักนะคะคุณหนู เขาต้องแบกทั้งสัญญาที่ให้ไว้กับแม่คุณหนู ทั้งหน้าตาทางสังคม ทั้งอายุที่ต่างกัน... ที่เขาแสร้งทำเป็นเย็นชา ดุคุณหนูสารพัด ป้าเชื่อว่าเขาพยายามจะปกป้องคุณหนูจากใจตัวเองทั้งนั้นแหละค่ะ" "..." "เขาคงกลัว... กลัวว่าถ้าเผลอใจดีด้วย เขาจะคุมตัวเองไม่ได้เหมือนวันนี้ไงคะ" แพรวพรรณเงยหน้ามองป้าแจ่ม แววตาสับสนปนสงสัย "ป้าจะบอกว่า... ที่เขาจูบหนู... เพราะเขารักหนูแบบผู้ชายรักผู้หญิงเหรอคะ?" ป้าแจ่มยิ้มเศร้าๆ ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ "ป้าตอบแทนไม่ได้หรอกค่ะ แต่สายตาที่คุณท่านมองคุณหนูมาตลอด... ป้าว่าคุณหนูรู้ดีที่สุดว่ามันคืออะไร" แพรวพรรณนิ่งเงียบไป ภาพเหตุการณ์เก่าๆ ไหลเข้ามาในหัว สายตาที่เขาชอบมองเธอยามเผลอ อาการฟิวส์ขาดเวลาเห็นเธออยู่กับผู้ชายอื่น "แต่หนูเจ็บค่ะป้า... หนูไม่อยากเดาใจเขาแล้ว เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หนูรับไม่ไหว" "งั้นก็พักก่อนเถอะค่ะ" ป้าแจ่มลูบหัวเธอเบาๆ "คืนนี้เข้านอนซะ เรื่องย้ายออกพรุ่งนี้ค่อยคิด แต่ป้าขออย่างนึงนะ..." "คะ?" "อย่าเพิ่งหนีไปไหนเลยนะคะ ถ้าคุณหนูไปตอนนี้... คนที่จะตายทั้งเป็น ไม่ใช่แค่คุณหนูหรอกค่ะ แต่จะเป็นคุณราเมศด้วย" แพรวพรรณเม้มปากแน่น เธอหันไปมองประตูห้อง... จินตนาการไปถึงคนที่น่าจะนั่งจมกองความรู้สึกผิดอยู่ข้างล่างนั่นราเมศวางร่างที่สั่นเทาและอ่อนปวกเปียกของแพรวพรรณลงบนเตียงอย่างเบามือ เขาจ้องมองผลงานของตัวเองที่ปรากฏอยู่บนผิวขาวด้วยความรู้สึกที่ปนเปกัน ทั้งหวงแหนและสะใจดูสิ... รอยพวกนี้กูเป็นคนทำเองกับมือ "นอนนิ่งๆ อย่าเพิ่งดิ้น"เสียงทุ้มสั่งนุ่มๆ ก่อนที่เขาจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานนักเขาก็กลับออกมาพร้อมกะละมังใบเล็กและผ้าขนหนูสีขาวที่ชุ่มน้ำอุ่น เขาขยับมานั่งลงข้างเตียง บรรจงซับไปตามผิวเนื้อที่ชื้นเหงื่อและคราบร่องรอยของบทเรียนเมื่อครู่"อือ... พ่อขา... มันเย็น..." แพรวพรรณครางงัวเงีย พยายามขยับขาหนีสัมผัสเปียกชื้นนั้น"อยู่นิ่งๆ สิแพรว เดี๋ยวก็ไม่สบายตัวหรอก" ราเมศดุเบาๆ แต่แววตากลับอ่อนโยนผิดกับตอนที่เขา ‘กระแทก’ เธอหน้ากระจกเมื่อครู่ มือหนาเช็ดซับไปตามซอกคอ เนินอกที่ยังมีรอยแดงจางๆ และหน้าท้องที่เกร็งกระตุกน้อยๆแพรวพรรณปรือตามองเขาอย่างสำรวจ ผู้ชายคนนี้... เมื่อกี้เพิ่งจะดุร้ายเหมือนเสืออยู่เลย ทำไมตอนนี้กลับมาอ่อนโยนได้ขนาดนี้กันนะ เธอรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกำลังถูกหลอมละลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า"พ่อ..." เธอเรียกเสียงแผ่ว เอื้อมมือไปคว้าข้อมือหนาที่กำลังเช็ดแขนให้ "ตอนนี้... เราเป็นอะไรกันค
"คืนนี้หนูต้องโดนลงโทษจนกว่าจะร้องขอชีวิต... จำไว้ว่านี่คือรางวัลของเด็กดีที่สอบได้เกรดเอ"ราเมศกระซิบข้างหูพลางถอนกายออกช้าๆ เสียงลมหายใจของเขายังหนักหน่วงพอๆ กับแพรวพรรณที่นอนระทดระทวยอยู่บนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ ร่างกายของเธอขึ้นสีระเรื่อและชุ่มไปด้วยเหงื่อจนผิวเนียนลื่นมือ"ลุกไหวไหม... ยัยตัวดี?" เขายิ้มมุมปาก ก่อนจะช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาวทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว"ว้าย! พ่อขา... จะพาหนูไปไหนคะ?" แพรวพรรณหวีดร้องเบาๆ รีบตวัดแขนโอบรอบคอแกร่ง ขาเรียวเกี่ยวพันรอบเอวสอบของเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ"ไปดูผลการเรียนของหนูไง..." ราเมศเอ่ยเสียงเข้ม แววตาคมกริบจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของเธอ "ไปดูความจริง... ว่าตอนนี้หนูเป็นของใคร"เขาพาเธอเดินตรงไปยังกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งพื้นอยู่มุมห้อง แสงไฟสีนวลจากหัวเตียงส่องกระทบให้เห็นภาพสะท้อนของ 'ครู' และ 'ลูกศิษย์' ในสภาพเปลือยเปล่าภาพชายวัยสี่สิบสามที่ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามและประสบการณ์ กำลังอุ้มเด็กสาววัยสิบแปดที่บอบบางและขาวผ่อง... มันเป็นภาพที่ตัดกันจนแพรวพรรณต้องหน้าร้อนผ่าว"ลืมตาซะ แพรว... แล้วมองเข้าไปในนั้น" เขาออกคำสั่งพลางค่อยๆ ปล่อยขาเธอล
"ร้ายนักนะเรา... ได้! คืนนี้พ่อจะติวเข้มให้ยันเช้าเลยคอยดู!"ราเมศทวนคำกระซิบแผ่วพร่า สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำเยิ้มของยัยเด็กใจกล้าที่กำลังใช้ปลายนิ้วซนๆ ลูบไล้ไปตามมัดกล้ามหน้าท้องของเขา ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปกุมส่วนแข็งขึงที่กำลังขยายตัวโชว์ความพร้อมอีกครั้งในอุ้งมือเล็กแม่่งเอ๊ย... ยัยนี่มันยาเสพติดชัดๆ "หนูไหวแน่เหรอแพรว" เขาถามพลางขยับกายเข้าไปชิดจนยอดอกสีหวานของเธอเสียดสีกับแผงอกกว้าง "เมื่อกี้ยังร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่เลยนะ""หนูไม่ได้ขี้แยขนาดนั้นเสียหน่อย..." แพรวพรรณเถียงเสียงอู้อี้ แต่กลับจงใจบีบกระชับท่อนเอ็นร้อนฉ่าในมือแรงๆ เป็นการประท้วง "เมื่อกี้มันแค่ตกใจ... แต่ตอนนี้หนูอยากรู้มากกว่า ว่าถ้าพ่อทำแรงกว่านี้... หนูจะรู้สึกยังไง"เธอยิ้มท้าทาย ทั้งที่ใบหน้ายังแดงซ่าน ร่องรอยรักจากรอบแรกยังปรากฏเด่นชัดอยู่บนตัว"หึ... ปากดี" ราเมศแค่นหัวเราะในลำคอที่แห้งผาก เขาคว้าข้อมือเล็กที่กำลังป่วนอยู่เบื้องล่างแล้วกดมันลงกับเตียง "งั้นเตรียมตัวรับรางวัลของเด็กดีได้เลย เพราะบทเรียนนี้... พ่อจะไม่สอนแบบถนอมตัวเหมือนรอบแรกแล้วนะ""อื้อ... พ่อขา..."เสียงครางหวานหลุดออกมาทันทีที่รา
แสงไฟจากโคมตั้งโต๊ะส่องกระทบบนหน้าหนังสือ ที่แพรวพรรณพยายามเพ่งอ่าน แต่วันนี้สมาธิเธอมันไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสือเลยสักนิด...แกร๊ก... กริ๊ก!เสียงล็อคกลอนประตูห้องนอนดังขึ้นทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว แพรวพรรณรีบหันขวับไปมองที่ประตู ร่างสูงของราเมศยืนปักหลักอยู่ตรงนั้น เขาถอดเนกไททิ้งไปแล้ว กระดุมเชิ้ตสามเม็ดบนถูกปลดออกจนเห็นแผงอกตึงแน่น แขนเสื้อพับขึ้นลวกๆ จนเห็นเส้นเลือดที่ท่อนแขนปูดโปนสายตาแบบนี้... พ่อจะกินหนูจริงๆ ใช่ไหม"คุณพ่อ..." เธอวางปากกาลง มือไม้เริ่มสั่นจนต้องถอดแว่นออกวาง "มาดึกจังค่ะ... จะมาตรวจการบ้านหนูเหรอ?"เธอยิ้มยั่ว พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น "หนูอ่านถึงบทที่สี่แล้วนะ ขยันไหมคะ... แบบนี้พ่อน่าจะให้รางวัลมัดจำเพิ่มนะ"ราเมศไม่ขำด้วย เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาหาช้าๆ จนมาหยุดยืนค้ำหัวเธอที่โต๊ะญี่ปุ่น กลิ่นวิสกี้จางๆ ผสมกลิ่นบุหรี่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศมันหนักอึ้ง"พ่อไม่ได้มาตรวจการบ้าน" เสียงเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่า "แต่เรามีเรื่องต้องคุยกัน... คุยให้มันจบๆ ไปแพรว""คุยเรื่องอะไรคะ? ทำไมต้องทำหน้าดุเหมือนจะฆ่ากันแบบนั้น"ราเมศทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นพรมตรงหน้าเธอ มีเพียงโต๊ะญี่ป
เคร้ง...เสียงวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะ ราเมศทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างแรง เขาถอดแว่นสายตาเหวี่ยงทิ้งไว้บนกองเอกสารอย่างไม่ใยดี ก่อนจะใช้นิ้วหนานวดคลึงขมับที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะความเครียดในหัวกลิ่นแป้งเด็ก... กลิ่นตัวยัยนั่น... เขาสูดลมหายใจเข้าลึก แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นให้ภาพสัมผัสนุ่มนิ่มของสะโพกที่บดเบียดอยู่บนหน้าขาเมื่อครู่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ผิวเนื้อที่เสียดสีผ่านกางเกงทำงานยังคงทิ้งร่องรอยความร้อนรุ่มเอาไว้จนเขาสะบัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุด"บ้าเอ๊ย..."เขาสบถออกมาเสียงพร่า พลางเอื้อมมือไปคว้าวิสกี้ก้นแก้วขึ้นมากระดกพรวดเดียวจนหมด แต่มันกลับไม่ช่วยให้ไฟที่สุมอยู่ในอกมอดลงเลยแม้แต่นิดเดียวกูจะขย้ำเด็กที่กูเลี้ยงมาเองจริงๆ เหรอวะ... ถ้าทำแบบนั้น กูจะต่างอะไรกับสัตว์ป่าก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้เขาต้องรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบขรึม บานประตูถูกผลักเปิดออก ป้าแจ่มเดินถือถาดเครื่องดื่มที่มีควันลอยกรุ่นเข้ามา พร้อมกลิ่นหอมจางๆ ของชาคาโมมายล์"ดึกแล้วนะคะคุณท่าน... รับชาร้อนๆ สักหน่อยไหมคะ จะได้หลับสบายขึ้นบ้าง"ราเมศเงยหน้ามองหญิงชราที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย
"แกรก... แกรก..."เสียงปลายปากกาหมึกซึมขีดลงบนกระดาษดังสะท้อนสลับกับเสียงเครื่องปรับอากาศ ราเมศโยนแฟ้มงสนเล่มที่สามลงบนโต๊ะพลางยกมือขึ้นนวดขมับ ปมเนกไทถูกรั้งให้คลายออกตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว ตัวเลขดิจิทัลบนโต๊ะกะพริบบอกเวลา 21:14 น. เขาสูดหายใจเข้าลึก ดึงสมาธิกลับมาจดจ่อกับตัวเลขตรงหน้าต่อ...แกร๊ก!ประตูห้องทำงานถูกผลักเข้ามาโดยไม่มีเสียงเคาะ"พ่อขา..."เสียงหวานใสลากยาวมาก่อนตัว ราเมศชะงักปลายปากกา เขาไม่ได้เงยหน้า แต่หางตาทันเห็นร่างเล็กในชุดนักศึกษาพอดีตัวก้าวเข้ามาหยุดยืนชิดขอบโต๊ะ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกลิ่นแป้งเด็กที่คุ้นเคยลอยมาเตะจมูก สองเดือนมานี้... ยัยเด็กนี่ชักจะรับมือยากขึ้นทุกวัน"พ่อทำงานอยู่" เขากดเสียงเรียบ สายตายังจับจ้องที่แฟ้มเอกสาร "มีอะไร""หนูเอาของมาส่งค่ะ"กระดาษแผ่นหนึ่งถูกเลื่อนมาทับตัวเลขงบดุลตรงหน้าเขาพอดี ราเมศหลุบตามองวิชา: Introduction to Businessเกรด: Aเขาจ้องตัวอักษร A ตัวเป้งนั่นนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะกระแอมในลำคอแล้วดันกระดาษคืนไป "ก็ดี... ตั้งใจเรียนดีนี่""แค่นี้เหรอคะ?" สองแขนเล็กเท้าขอบโต๊ะ โน้มตัวข้ามมาจนผมประบ่าระลงมาปรกแฟ้มงาน "ชมแค่นี้เองเห







