LOGINปัง!
เสียงประตูไม้สักบานหนากระแทกกับวงกบดังสนั่นจนกระจกหน้าต่างสั่นสะเทือน แพรวพรรณถูกเหวี่ยงเข้ามาในโถงกลางบ้านอย่างแรงจนร่างเล็กลอยเคว้ง เธอกำลังจะถลาลงไปกองกับพื้นหินอ่อน แต่ฝ่ามือหนากลับพุ่งมาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนแล้วกระชากกลับมาเผชิญหน้า "เจ็บนะ!" แพรวพรรณร้องลั่น สะบัดแขนสู้สุดแรง น้ำตาที่เพิ่งแห้งเริ่มรื้นขึ้นมาใหม่ "คุณพ่อทำบ้าอะไรเนี่ย!" "เจ็บสิดี! จะได้จำใส่หัวไว้!" ราเมศตวาดลั่นบ้านจนเสียงก้องสะท้อนไปถึงเพดานสูง ป้าแจ่มกับพวกเด็กรับใช้ที่ชะโงกหน้าออกมาดูรีบหดหัวกลับเข้ามุมมืดทันที ไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้ามาในรัศมีโทสะนี้ ราเมศกระชากเนกไทออกแล้วเหวี่ยงทิ้งพื้นอย่างไม่ใยดี เสื้อเชิ้ตขาวหลุดลุ่ยตามจังหวะการหอบหายใจที่รุนแรง กลิ่นเหล้า... กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากตัวเด็กสาวตรงหน้ามันกระตุ้นเส้นประสาทเขาจนอยากจะอาละวาดให้ราบ "หัดกินเหล้าตั้งแต่เมื่อไหร่" เขาถามกดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็ง "ฉันถามว่ากินมาตั้งแต่เมื่อไหร่!" "หนูโตแล้ว! จะกินหรือไม่กินมันก็เรื่องของหนู!" แพรวพรรณเชิดหน้าเถียง แววตาเยิ้มด้วยฤทธิ์สุราดูท้าทายกว่าทุกครั้ง "เพื่อนหนูเขาก็กินกันทั้งนั้น พ่อจะมาเดือดร้อนอะไรล่ะ!" "เพื่อนคนไหน! ไอ้เด็กหน้าจืดที่มันโอบเอวเธอที่ร้านน่ะเหรอ!" "พี่ท็อปเขาแค่เข้ามาคุย..." "คุยดีๆ บ้านไหนมันต้องถึงเนื้อถึงตัวขนาดนั้น!" ราเมศก้าวประชิดจนหน้าแทบจะชนกัน "ถ้าฉันไปไม่ทัน ป่านนี้เธอคงโดนมันลากไปทำอะไรต่อมิอะไรแล้ว! คิดบ้างไหมแพรวพรรณ สมองน่ะมีไว้คั่นหูหรือไง!" "พ่อดูถูกหนูเกินไปแล้วนะ!" "ฉันพูดความจริง! เธอมันอ่อนต่อโลก ไม่ทันคน!" ราเมศชี้หน้าเธอ นิ้วหนาสั่นระริกด้วยความโกรธจัด "แล้วนี่อะไรอีก... เรื่องหอพัก! คิดจะทำอะไรกันแน่!" เขาก้าวรุกไล่จนแพรวพรรณต้องถอยหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับตู้โชว์ "แอบไปเช่าหออยู่เอง ไม่บอกฉันสักคำ? ปีกกล้าขาแข็งมากงั้นสิ! คิดว่าอยากจะไปไหนมาไหนก็ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตฉันแล้วใช่ไหม!" "หนูบอกป้าแจ่มแล้ว..." "ฉันถามว่าทำไมไม่บอกฉัน!" "บอกไปพ่อก็ไม่ฟัง!" แพรวพรรณตะโกนสวนน้ำตาร่วง "พ่อเคยฟังอะไรหนูบ้าง! เอะอะก็ดุ เอะอะก็ไล่! ต่อให้หนูขอ พ่อก็ไม่มีวันให้อยู่ดี!" "ก็รู้ว่าไม่ให้แล้วจะรั้นไปทำไม! บ้านหลังเบ้อเริ่มเทียวนี่มันคับแคบนักหรือไง หรือว่าอยากมีอิสระมาก... อยากจะพาผู้ชายไปนอนกกที่ห้องเมื่อไหร่ก็ได้ใช่ไหม!" "คุณพ่อ!!!" คำดูถูกนั่นเหมือนฝ่ามือที่ตบลงบนหน้า แพรวพรรณกำหมัดแน่น น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มที่แดงจัดด้วยความโกรธ "หยุดมองหนูแบบนั้นนะ... หยุดมองเหมือนหนูเป็นเด็กใจแตกสักที!" "ก็ทำตัวให้มันน่าไว้ใจสิ!" ราเมศสติขาดผึง ความเป็นห่วงกับความหวงมันตีกันจนเขาระงับอารมณ์ไม่อยู่ โครม!!! เขาหันไปเตะเก้าอี้ตัวใกล้ๆ เต็มแรงจนมันกระเด็นไปกระแทกผนัง ขาเก้าอี้ไม้แกะสลักหักสะบั้นเสียงดังสนั่น "กรี๊ด!" แพรวพรรณยกมือปิดหู ทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้น ตัวสั่นงกๆ เธอเบิกตามองผู้ชายตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คุณพ่อคนเดิมหายไปไหน... คนที่เคยอุ้มหนูตอนเด็กๆ หายไปไหนหมด... "ฮึก... ฮือ..." มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ที่ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด ราเมศยืนหอบตัวโยน มองผลงานความพังพินาศตรงหน้า สติเริ่มกลับมานิดหน่อยเมื่อเห็นร่างเล็กลงไปกองอยู่กับพื้น เขากำมือแน่นเพื่อข่มอารมณ์ไม่ให้พุ่งเข้าไปกอดปลอบ "ลุกขึ้น..." เขาบอกเสียงแข็ง แต่น้ำเสียงกลับสั่นเครือจนคุมไม่อยู่ แพรวพรรณไม่ลุก เธอยังคงก้มหน้าร้องไห้ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาที่แดงช้ำ "ทำไมคะ... ทำไมพ่อต้องทำขนาดนี้..." "..." "สองปีมานี้... พ่อรู้ตัวไหมว่าพ่อใจร้ายกับหนูแค่ไหน" คำพูดนั้นทำให้ราเมศชะงักนิ่งเหมือนถูกสาป "ตั้งแต่หนูขึ้นม.5 พ่อก็เปลี่ยนไป..." แพรวพรรณพรั่งพรูความอัดอั้นออกมาพร้อมน้ำตา "พ่อไม่เคยกอดหนู ไม่ลูบหัวเหมือนเมื่อก่อน พ่อไม่เคยแม้แต่จะสบตาเวลาคุยกันด้วยซ้ำ! พ่อเอาแต่ทำงาน... แล้วก็คอยแต่จะผลักไสหนูออกไปให้ไกลๆ" "ฉัน... ฉันงานยุ่ง" ราเมศเบือนหน้าไปทางอื่น แก้ตัวเสียงแผ่ว "โกหก!" เธอตะโกนทั้งน้ำตา "พ่อไม่ได้ยุ่ง! พ่อแค่รำคาญหนู! พ่อเกลียดหนูที่หนูไม่ใช่ลูกแท้ๆ ใช่ไหม! พ่อเบื่อที่ต้องมานั่งเลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างหนูแล้วใช่ไหม!" "เลอะเทอะ! ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น!" "แล้วทำไมพ่อต้องเย็นชาใส่หนู!" เธอพยุงตัวลุกขึ้นยืนเซๆ เดินเข้าไปหาเขาจนชิด ทุบกำปั้นเล็กลงบนอกกว้างซ้ำๆ "บอกสิคะ! บอกมาสิว่าหนูทำอะไรผิด! หนูเป็นเด็กไม่ดีตรงไหน!" ตุบ ตุบ แรงทุบนั้นไม่ได้ทำให้เจ็บกาย แต่กลับหนักอึ้งในอกของคนรับอย่างมหาศาล "ชีวิตหนูมีแค่คุณพ่อนะ..." เสียงของเธอเริ่มแผ่วลง "โลกทั้งใบของหนูมีแค่พ่อคนเดียว... หนูรักพ่อ... รักจนไม่รู้จะรักยังไงแล้ว... แต่พ่อกลับทำเหมือนหนูเป็นตัวน่ารังเกียจ" ราเมศยืนนิ่งเป็นใบ้ ยอมให้เธอทุบตีและฟังคำตัดพ้อที่กรีดลงกลางใจ รักเหรอ... เขาหลับตาลงอย่างทรมาน เขาถึงต้องถอยออกมาไง เพราะเขากลัว... กลัวว่าความรักที่เขามีให้เธอมันจะไม่ใช่เรื่องพ่อลูก กลัวว่ามันจะสกปรกเกินไปสำหรับผ้าขาวอย่างเธอ "หนูเหนื่อยแล้วค่ะ..." แพรวพรรณเงยหน้ามองด้วยสายตาที่ว่างเปล่าจนใจหาย "ถ้าพ่อไม่อยากเห็นหน้าหนู... ถ้าหนูมันน่ารำคาญนัก ต่อไปนี้หนูจะไม่มายุ่งกับพ่ออีก" "..." "หนูจะไปเองค่ะ... ไปให้พ้นหน้าพ่อ ตามที่พ่อต้องการ" เธอปาดน้ำตาลวกๆ สูดลมหายใจลึก "เพราะทุกวันนี้ พ่อก็ไล่หนูทางอ้อมอยู่แล้วนี่คะ" พูดจบเธอก็หมุนตัวหันหลังเตรียมเดินหนีไปจากชีวิตเขาจริงๆ หมับ! มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้ทันที แรงบีบนั้นแรงพอๆ กับความสั่นเทาที่แผ่ออกมา "ใครบอกว่าฉันอยากให้เธอไป..." เสียงของราเมศทุ้มลึกและแหบพร่าอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน แพรวพรรณชะงักนิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง "ใครอนุญาตให้เธอไป..." เขาถามซ้ำ ก่อนจะกระชากร่างบางให้หันกลับมาปะทะอกแกร่ง "ฉันยังไม่อนุญาต... ห้ามไปไหนทั้งนั้น!" "ฮึก... จะขังหนูไว้ทำไม ในเมื่อพ่อไม่ได้รักหนู..." "ไม่ได้รักงั้นเหรอ?" ราเมศแค่นหัวเราะในลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูขมขื่นและบ้าคลั่ง เขามองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของเด็กสาวที่เขาเฝ้าดูแลมาสิบปี... เด็กที่เป็นเจ้าของหัวใจเขามาตลอด "ถ้าฉันไม่รัก... ฉันจะบ้าตายแบบนี้ไหมแพรวพรรณ!" เขาตะคอกใส่หน้าเธอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะละทิ้งศีลธรรมทุกอย่างที่พยายามสร้างมาสองปี มืมือหนาบีบสันกรามบังคับให้เธอแหงนหน้ารับจูบที่ดุดันจนฟันกระทบกัน เขาบดเบียดริมฝีปากลงไปอย่างตะกละตะกลาม ราวกับจะกักขังเธอไว้ด้วยลมหายใจของตัวเอง ไม่สนเสียงสะอื้นหรือข้าวของที่พังพินาศรอบตัวราเมศวางร่างที่สั่นเทาและอ่อนปวกเปียกของแพรวพรรณลงบนเตียงอย่างเบามือ เขาจ้องมองผลงานของตัวเองที่ปรากฏอยู่บนผิวขาวด้วยความรู้สึกที่ปนเปกัน ทั้งหวงแหนและสะใจดูสิ... รอยพวกนี้กูเป็นคนทำเองกับมือ "นอนนิ่งๆ อย่าเพิ่งดิ้น"เสียงทุ้มสั่งนุ่มๆ ก่อนที่เขาจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานนักเขาก็กลับออกมาพร้อมกะละมังใบเล็กและผ้าขนหนูสีขาวที่ชุ่มน้ำอุ่น เขาขยับมานั่งลงข้างเตียง บรรจงซับไปตามผิวเนื้อที่ชื้นเหงื่อและคราบร่องรอยของบทเรียนเมื่อครู่"อือ... พ่อขา... มันเย็น..." แพรวพรรณครางงัวเงีย พยายามขยับขาหนีสัมผัสเปียกชื้นนั้น"อยู่นิ่งๆ สิแพรว เดี๋ยวก็ไม่สบายตัวหรอก" ราเมศดุเบาๆ แต่แววตากลับอ่อนโยนผิดกับตอนที่เขา ‘กระแทก’ เธอหน้ากระจกเมื่อครู่ มือหนาเช็ดซับไปตามซอกคอ เนินอกที่ยังมีรอยแดงจางๆ และหน้าท้องที่เกร็งกระตุกน้อยๆแพรวพรรณปรือตามองเขาอย่างสำรวจ ผู้ชายคนนี้... เมื่อกี้เพิ่งจะดุร้ายเหมือนเสืออยู่เลย ทำไมตอนนี้กลับมาอ่อนโยนได้ขนาดนี้กันนะ เธอรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกำลังถูกหลอมละลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า"พ่อ..." เธอเรียกเสียงแผ่ว เอื้อมมือไปคว้าข้อมือหนาที่กำลังเช็ดแขนให้ "ตอนนี้... เราเป็นอะไรกันค
"คืนนี้หนูต้องโดนลงโทษจนกว่าจะร้องขอชีวิต... จำไว้ว่านี่คือรางวัลของเด็กดีที่สอบได้เกรดเอ"ราเมศกระซิบข้างหูพลางถอนกายออกช้าๆ เสียงลมหายใจของเขายังหนักหน่วงพอๆ กับแพรวพรรณที่นอนระทดระทวยอยู่บนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ ร่างกายของเธอขึ้นสีระเรื่อและชุ่มไปด้วยเหงื่อจนผิวเนียนลื่นมือ"ลุกไหวไหม... ยัยตัวดี?" เขายิ้มมุมปาก ก่อนจะช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาวทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว"ว้าย! พ่อขา... จะพาหนูไปไหนคะ?" แพรวพรรณหวีดร้องเบาๆ รีบตวัดแขนโอบรอบคอแกร่ง ขาเรียวเกี่ยวพันรอบเอวสอบของเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ"ไปดูผลการเรียนของหนูไง..." ราเมศเอ่ยเสียงเข้ม แววตาคมกริบจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของเธอ "ไปดูความจริง... ว่าตอนนี้หนูเป็นของใคร"เขาพาเธอเดินตรงไปยังกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งพื้นอยู่มุมห้อง แสงไฟสีนวลจากหัวเตียงส่องกระทบให้เห็นภาพสะท้อนของ 'ครู' และ 'ลูกศิษย์' ในสภาพเปลือยเปล่าภาพชายวัยสี่สิบสามที่ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามและประสบการณ์ กำลังอุ้มเด็กสาววัยสิบแปดที่บอบบางและขาวผ่อง... มันเป็นภาพที่ตัดกันจนแพรวพรรณต้องหน้าร้อนผ่าว"ลืมตาซะ แพรว... แล้วมองเข้าไปในนั้น" เขาออกคำสั่งพลางค่อยๆ ปล่อยขาเธอล
"ร้ายนักนะเรา... ได้! คืนนี้พ่อจะติวเข้มให้ยันเช้าเลยคอยดู!"ราเมศทวนคำกระซิบแผ่วพร่า สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำเยิ้มของยัยเด็กใจกล้าที่กำลังใช้ปลายนิ้วซนๆ ลูบไล้ไปตามมัดกล้ามหน้าท้องของเขา ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปกุมส่วนแข็งขึงที่กำลังขยายตัวโชว์ความพร้อมอีกครั้งในอุ้งมือเล็กแม่่งเอ๊ย... ยัยนี่มันยาเสพติดชัดๆ "หนูไหวแน่เหรอแพรว" เขาถามพลางขยับกายเข้าไปชิดจนยอดอกสีหวานของเธอเสียดสีกับแผงอกกว้าง "เมื่อกี้ยังร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่เลยนะ""หนูไม่ได้ขี้แยขนาดนั้นเสียหน่อย..." แพรวพรรณเถียงเสียงอู้อี้ แต่กลับจงใจบีบกระชับท่อนเอ็นร้อนฉ่าในมือแรงๆ เป็นการประท้วง "เมื่อกี้มันแค่ตกใจ... แต่ตอนนี้หนูอยากรู้มากกว่า ว่าถ้าพ่อทำแรงกว่านี้... หนูจะรู้สึกยังไง"เธอยิ้มท้าทาย ทั้งที่ใบหน้ายังแดงซ่าน ร่องรอยรักจากรอบแรกยังปรากฏเด่นชัดอยู่บนตัว"หึ... ปากดี" ราเมศแค่นหัวเราะในลำคอที่แห้งผาก เขาคว้าข้อมือเล็กที่กำลังป่วนอยู่เบื้องล่างแล้วกดมันลงกับเตียง "งั้นเตรียมตัวรับรางวัลของเด็กดีได้เลย เพราะบทเรียนนี้... พ่อจะไม่สอนแบบถนอมตัวเหมือนรอบแรกแล้วนะ""อื้อ... พ่อขา..."เสียงครางหวานหลุดออกมาทันทีที่รา
แสงไฟจากโคมตั้งโต๊ะส่องกระทบบนหน้าหนังสือ ที่แพรวพรรณพยายามเพ่งอ่าน แต่วันนี้สมาธิเธอมันไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสือเลยสักนิด...แกร๊ก... กริ๊ก!เสียงล็อคกลอนประตูห้องนอนดังขึ้นทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว แพรวพรรณรีบหันขวับไปมองที่ประตู ร่างสูงของราเมศยืนปักหลักอยู่ตรงนั้น เขาถอดเนกไททิ้งไปแล้ว กระดุมเชิ้ตสามเม็ดบนถูกปลดออกจนเห็นแผงอกตึงแน่น แขนเสื้อพับขึ้นลวกๆ จนเห็นเส้นเลือดที่ท่อนแขนปูดโปนสายตาแบบนี้... พ่อจะกินหนูจริงๆ ใช่ไหม"คุณพ่อ..." เธอวางปากกาลง มือไม้เริ่มสั่นจนต้องถอดแว่นออกวาง "มาดึกจังค่ะ... จะมาตรวจการบ้านหนูเหรอ?"เธอยิ้มยั่ว พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น "หนูอ่านถึงบทที่สี่แล้วนะ ขยันไหมคะ... แบบนี้พ่อน่าจะให้รางวัลมัดจำเพิ่มนะ"ราเมศไม่ขำด้วย เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาหาช้าๆ จนมาหยุดยืนค้ำหัวเธอที่โต๊ะญี่ปุ่น กลิ่นวิสกี้จางๆ ผสมกลิ่นบุหรี่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศมันหนักอึ้ง"พ่อไม่ได้มาตรวจการบ้าน" เสียงเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่า "แต่เรามีเรื่องต้องคุยกัน... คุยให้มันจบๆ ไปแพรว""คุยเรื่องอะไรคะ? ทำไมต้องทำหน้าดุเหมือนจะฆ่ากันแบบนั้น"ราเมศทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นพรมตรงหน้าเธอ มีเพียงโต๊ะญี่ป
เคร้ง...เสียงวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะ ราเมศทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างแรง เขาถอดแว่นสายตาเหวี่ยงทิ้งไว้บนกองเอกสารอย่างไม่ใยดี ก่อนจะใช้นิ้วหนานวดคลึงขมับที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะความเครียดในหัวกลิ่นแป้งเด็ก... กลิ่นตัวยัยนั่น... เขาสูดลมหายใจเข้าลึก แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นให้ภาพสัมผัสนุ่มนิ่มของสะโพกที่บดเบียดอยู่บนหน้าขาเมื่อครู่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ผิวเนื้อที่เสียดสีผ่านกางเกงทำงานยังคงทิ้งร่องรอยความร้อนรุ่มเอาไว้จนเขาสะบัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุด"บ้าเอ๊ย..."เขาสบถออกมาเสียงพร่า พลางเอื้อมมือไปคว้าวิสกี้ก้นแก้วขึ้นมากระดกพรวดเดียวจนหมด แต่มันกลับไม่ช่วยให้ไฟที่สุมอยู่ในอกมอดลงเลยแม้แต่นิดเดียวกูจะขย้ำเด็กที่กูเลี้ยงมาเองจริงๆ เหรอวะ... ถ้าทำแบบนั้น กูจะต่างอะไรกับสัตว์ป่าก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้เขาต้องรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบขรึม บานประตูถูกผลักเปิดออก ป้าแจ่มเดินถือถาดเครื่องดื่มที่มีควันลอยกรุ่นเข้ามา พร้อมกลิ่นหอมจางๆ ของชาคาโมมายล์"ดึกแล้วนะคะคุณท่าน... รับชาร้อนๆ สักหน่อยไหมคะ จะได้หลับสบายขึ้นบ้าง"ราเมศเงยหน้ามองหญิงชราที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย
"แกรก... แกรก..."เสียงปลายปากกาหมึกซึมขีดลงบนกระดาษดังสะท้อนสลับกับเสียงเครื่องปรับอากาศ ราเมศโยนแฟ้มงสนเล่มที่สามลงบนโต๊ะพลางยกมือขึ้นนวดขมับ ปมเนกไทถูกรั้งให้คลายออกตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว ตัวเลขดิจิทัลบนโต๊ะกะพริบบอกเวลา 21:14 น. เขาสูดหายใจเข้าลึก ดึงสมาธิกลับมาจดจ่อกับตัวเลขตรงหน้าต่อ...แกร๊ก!ประตูห้องทำงานถูกผลักเข้ามาโดยไม่มีเสียงเคาะ"พ่อขา..."เสียงหวานใสลากยาวมาก่อนตัว ราเมศชะงักปลายปากกา เขาไม่ได้เงยหน้า แต่หางตาทันเห็นร่างเล็กในชุดนักศึกษาพอดีตัวก้าวเข้ามาหยุดยืนชิดขอบโต๊ะ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกลิ่นแป้งเด็กที่คุ้นเคยลอยมาเตะจมูก สองเดือนมานี้... ยัยเด็กนี่ชักจะรับมือยากขึ้นทุกวัน"พ่อทำงานอยู่" เขากดเสียงเรียบ สายตายังจับจ้องที่แฟ้มเอกสาร "มีอะไร""หนูเอาของมาส่งค่ะ"กระดาษแผ่นหนึ่งถูกเลื่อนมาทับตัวเลขงบดุลตรงหน้าเขาพอดี ราเมศหลุบตามองวิชา: Introduction to Businessเกรด: Aเขาจ้องตัวอักษร A ตัวเป้งนั่นนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะกระแอมในลำคอแล้วดันกระดาษคืนไป "ก็ดี... ตั้งใจเรียนดีนี่""แค่นี้เหรอคะ?" สองแขนเล็กเท้าขอบโต๊ะ โน้มตัวข้ามมาจนผมประบ่าระลงมาปรกแฟ้มงาน "ชมแค่นี้เองเห







![มาเฟียเซ็กส์จัด [PWP] - (NC25+) #จบแล้ว](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)