Masukณ.ร้านK.linเบเกอรี่
เวลา15:34นาที
"นลินทำไมแกยังอยู่ที่ร้านอยู่เนี่ย นี่มันบ่ายสามกว่าแล้วนะทำไมยังไม่ออกไปรับคิริน"เพื่อนสาวที่ชื่อยิ้มหวานเอ่ยถามเพื่อนสนิทตัวเล็กขึ้นอย่างตกใจ เมื่อเจ้าตัวที่ตรงดิ่งจากบ้านมาเพื่อจะมาเฝ้าร้านแทนกลับเปิดประตูร้านเข้าเจอเพื่อนตัวเล็กเจ้าของร้านยังคงยืนสาละวนยุ่งอยู่กับขนมหวานข้างๆพนักงานชายอีกคนแทนที่ในตอนนี้เพื่อนของเขาควรจะถึงกลางทางในการไปรับลูกชายที่โรงเรียนที่อยู่ห่างจากร้าน10กว่ากิโลเมตรแล้ว
"เห๊ยยยลินลืมดูเวลาเลยหวาน ตายๆทำไงดีต้องไปรับคิรินสายแน่ๆ"นลินร้องขึ้นอย่างตกใจในทันทีที่ได้ยินเพื่อนสาวเอ่ยทักบอกเวลา พลางร่างบางก็รีบถอดผ้ากันเปื้อนออกจากตัวและรีบคว้าเอากุญแจรถและสิ่งของสำคัญ ก่อนที่จะรีบกุรีกุจอนออกจากร้านไปโดยมีเสียงของหญิงสาวเพื่อนสนิทอย่างยิ้มหวานตะโกนเตือนไล่หลัง
"รีบได้แต่ก็ต้องขับรถอย่างระวังนะนลิน..."
.
.
.
เวลา15:55นาที
"ให้ตายเถอะนลิน ทำไมถึงได้ละเลยแบบนี้"นรินทร์สถบด่าตัวเองออกมาเบาๆพลางนิ้วเรียวงามก็เคาะลงกับพวงมาลัยรถอย่างคนร้อนใจ ภายในใจก็พลันร้อนหงุดหงิดภาวนาให้ไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวเร็วๆ เพราะตอนนี้ตัวเขานั้นจอดติดไฟแดงอยู่
อยากจะบ้าตายเมื่อไหร่จะไฟเขียวเนี่ยอีกตั้งห้ากิโลกว่าจะถึงโรงเรียนของลูกชายตัวน้อยของเขา ทุกคนคงคิดว่าก็แค่ห้ากิโลเองแป๊บๆก็ถึง ใช่ถ้าเป็นที่ต่างจังหวัดมันก็แป๊บเดียวจริงๆนั่นแหละ แต่มันไม่ใช่สำหรับเมื่อกรุงที่รถติดเป็นกิโลๆแบบนี้ ติดแบบชนิดที่ว่าถ้าคุณเกิดปวดท้องขึ้นมามันก็คือนรกดีๆนี้เอง
"จิ! ชาติไหนจะไฟเขียววะแม่ง! ไฟแดงแบบเป็นร้อยไฟเขียวยี่สิบ แม่งเอ๊ยชาตินี้จะได้ไปกับเขามั้ย!"นรินทร์สถบออกมาอย่างหัวเสียอีกครั้งพลางมือเล็กที่กำพวงมาลัยรถอยู่นั้นก็ทุบลงฉากใหญ่เพื่อระบายอารมณ์เมื่อเขาติดไฟแดงอีกหน
แต่แล้วคนตัวเล็กที่กำลังนั่งหัวเสียอยู่ทีหลังพวงมาลัยรถอยู่นั้น เป็นต้องผวาตกใจเมื่ออยู่ๆก็มีรถมาชนเข้าที่ท้ายรถของเขาที่จอดติดไฟแดงเป็นคันแรก
โครม!
"ให้ตายเถอะทำไมวันนี้มันซวยแบบนี้วะ!"นลินสถบออกมาอย่างหัวเสียอีกครั้งพร้อมกับตบไฟเลี้ยว ก่อนที่จะเหยียบคันเร่งนำรถมาจอดเทียบข้างทางแล้วรีบเปิดประตูรถก้าวลงมาสำรวจรถของตัวเองว่าเป็นอะไรมากมั้ย ซึ่งคู่กรณีที่ขับชนเขานั้นก็ขับตามมาจอดไม่ห่างและลงมาสำรวจดูรถของตัวเองและของนลินเช่นกัน
"ขอโทษนะครับคือผมไม่ได้ตั้งใจจะชนคุณ คือผมพึ่งมาอยู่ที่ประเทศนี้ไม่นานผมยังไม่ชินทางและถนนเท่าไหร่"ชายวัยกลางคนที่นลินดูก็รู้ว่าต้องเป็นคนขับรถของคนรวยของใครสักคนเอ่ยขอโทษขอโพยยกใหญ่พร้อมกับก้มหัวหงึกๆให้กับตัวเขา นรินทร์ที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างปลงๆ ก่อนที่จะเอ่ยบอกชายวัยกลางคนตรงหน้าว่าเขาไม่เอาความต่างคนต่างซ่อมแล้วกันเพราะตอนนี้เขาต้องรีบไปรับลูกชาย!
เขาสายมากแล้ว!!!ป่านนี้คิรินต้องโกรธเขามากแล้วแน่ๆ
"ครับผมเข้าใจ งั้นผมว่าเราต่างคนต่างซ่อมแล้วกันนะครับเพราะตอนนี้ผมมีธุระและรีบมากด้วย ผมขอตัวนะครับ"ไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยพูดอะไรอีก นลินก็รีบขึ้นรถและขับออกไปในทันที
ผ่านไปได้สักพักนลินก็มาถึงโรงเรียนของลูกชายและพบว่าทั้งโรงเรียนแทบจะไม่มีใครแล้วเพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่ต่างก็มารับลูกของตัวเองกลับบ้านหมดแล้ว เหลือเพียงคุณครูประจำชั้นที่ยืนรอเป็นเพื่อนของลูกชายเขา
หลังจากที่นลินจอดรถสนิท นรินทร์ก็รีบลงจากรถแล้วเดินตรงไปหาคุณครูและลูกน้อยของตัวเองทันที ก่อนที่จะเอ่ยขอโทษคุณครูสาวและบอกเหตุผลว่าตนนั้นเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทางที่มาจึงทำให้มารับลูกชายตัวน้อยของเขาสาย ซึ่งคุณครูสาวก็เข้าใจและเอ่ยบอกให้เขานั้นเดินทางกลับดีๆ
ส่วนลูกชายตัวน้อยนามว่าคิรินของเขายังคงหน้าบูดหน้าบึ้งให้กับผู้เป็นมารดาที่มารับตัวเขาสายจนเหล่าเพื่อนๆในโรงเรียนต่างพากันกลับไปหมดแล้ว
"น้องรินครับไม่โกรธหม่ามี้นะครับ หม่ามี้ขอโทษ"ระหว่างจอดติดไฟแดงนลินก็หันไปเอ่ยขอโทษลูกชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางเอื้อมมือบางไปแตะใบหน้าของลูกชายที่ดูเหมือนว่าจะถอดแบบผู้เป็นพ่อมาซะทุกอย่างอย่างแผ่วเบา
"นลินมารับน้องคิรินช้า"เด็กตัวน้อยหน้าตาน่ารักยังคงเอ่ยพูดกับผู้เป็นแม่อย่างเง้างอน
"มี้ขอโทษครับ มี้ไม่ได้ตั้งใจจะมารับคิรินช้านะครับ พอดีเกิดอุบัติเหตุระหว่างทางมาเลยทำให้มี้มารับคิรินช้ามากไปหน่อย เอางี้มั้ยครับเดี๋ยวมี้พาพี่คิรินไปท่านไอศกรีมที่ห้างก่อนกลับร้านดีมั้ยครับ"นลินเอ่ยอธิบายให้เด็กตัวน้อยฟังพลางเสนอพาไปกินไอศกรีมที่ห้างเพื่อเป็นการง้อ ซึ่งพอเด็กตัวน้อยได้ยินอย่างงั้นก็เผยรอยยิ้มกว้างขึ้นมาอย่างดีใจในทันที เพราะนานๆทีผู้เป็นแม่ของเขาจะปล่อยให้เขากินไอศกรีม
"เย้!!!หม่ามี้พูดจริงๆใช่มั้ยฮะ"เด็กน้อยร้องขึ้นอย่างดีอกดีใจพลางโยกตัวไปมาเมื่อได้ยินว่าผู้เป็นมารดาจะพาตนนั้นไปกินขนมที่ห้างก่อนจะพากลับไปที่ร้าน
"มี้พูดจริงครับ"นลินเอ่ยตอบพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานให้กับลูกน้อยที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับ ก่อนที่จะหันมาตั้งใจขับรถเมื่อไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวและเส้นทางที่รถมุ้งตรงไปนั้นคือเส้นทางของห้างสรรพสินค้า
ณ.ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
"ป๊าๆๆ คิรินจะเอารสช็อกโกแลต"เสียงเด็กตัวน้อยเอ่ยพูดกับผู้เป็นมารดาเจื้อยแจ้วอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อบอกรสชาติไอศกรีมที่ตัวเองต้องการ นลินที่ได้ยินก็หันไปพยักหน้าตอบลูกน้อยอย่างยิ้มๆ ก่อนที่จะหันกลับมาสั่งพนักงานแล้วพาเด็กตัวน้อยไปนั่งรอที่โต๊ะหลังจ่ายตังค์เสร็จสรรพ
นั่งรอไม่นานพนักงานก็นำไอศกรีมที่สั่งมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะของสองแม่ลูก คิรินที่เห็นถ้วยไอศกรีมรสโปรดของตัวเองมาเสิร์ฟก็ตบไม้ตบมือดีใจพลางใบหน้าเล็กก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจส่งมาให้ผู้เป็นแม่ก่อนที่จะลงมือจัดการกับถ้วยไอศกรีมตรงหน้า นลินที่เห็นลูกน้อยยิ้มอารมณ์ดีและกินอย่างเอร็ดอร่อยแบบนั้นก็พลันคลี่ยิ้มตามไปด้วย นั่งมองเด็กน้อยกินได้สักพักนลินก็รู้สึกปวดฉี่จึงเอ่ยบอกคิรินว่าตนนั้นจะขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่งและไม่วายสั่งให้คิรินนั่งรอเขาอยู่ที่นี้ห้ามไปซนที่ไหน
"คิรินป๊าไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะครับ คิรินนั่งรอป๊าอยู่ตรงนี้ห้ามไปซนที่ไหนนะครับ"เอ่ยจบนลินก็ลุกเดินออกจากร้านไปแล้วตรงไปทางห้องน้ำทันที
อีกด้าน
"ขอโทษนะครับนายน้อยพอดีว่าเกิดอุบัติเหตุผมขับรถชนท้ายรถคนอื่นระหว่างทางมาเลยทำให้ผมมารับนายน้อยช้าไปหน่อย"ชายวัยกลางคนเอ่ยอธิบายให้ผู้เป็นนายฟังเหตุที่ตนนั้นมารับช้าพลางก้มหัวขอโทษขอโพยอย่างคนสำนึกผิด
"ไม่เป็นไร แล้วคู่กรณีเขาว่ายังไงบ้าง"ชายหนุ่มตัวสูงยกมือขึ้นพลางโบกเบาๆเป็นเชิงบอกว่าเขาไม่ได้ว่าอะไรแล้วถามถึงคู่กรณีว่าเขาได้เรียกร้องอะไรมั้ย
"คู่กรณีเขาไม่ได้เอาเรื่องครับ เขาบอกว่าซ่อมใครซ่อมมันเพราะว่าเขารีบมากครับ"ชายวัยกลางตอบคนตัวสูงตรงหน้า ซึ่งชายหนุ่มก็ทำเพียงพยักหน้าตอบเบาๆ ก่อนที่สองขายาวจะย่างก้าวตรงไปยังทางบันไดเลื่อน แต่แล้วชายหนุ่มตัวสูงเป็นต้องหยุดชะงักเท้าอยู่กับที่ เมื่ออยู่ๆก็มีเด็กน้อยที่ไหนก็ไม่รู้วิ่งมาเกาะที่ขาของเขาพร้อมเอ่ยเรียกเขาว่า
"ปะป๊า ปะป๊าฮะ"
"อื้อออออเจ็บเอาออกไป""ชู่ว์~ไม่งอแงนะครับเดี๋ยวก็ดีขึ้น"นิรันต์เอ่ยขึ้นพลางก้มลงไปกดจูบที่ขมับชื้นเหงื่อของเรียวตะอย่างปลอบโยน ซึ่งเรียวตะก็ทำได้เพียงนอนกำผ้าปูที่นอนระบายความเจ็บเพราะมาถึงขนาดนี้แล้วเขาก็คงต้องจำใจยอมให้ไอ้เด็กหน้าหวานนี้เสียบนันทพัทธ์ทำการเบิกทางขยับนิ้วแกร่งเข้าออกที่ช่องทางนุ่มอยู่สักพัก ก่อนที่จะทำการเพิ่มนิ้วเป็นสามนิ้วแล้วขยับเบิกทางอยู่อย่างนั้นจนแน่ใจว่าคนใต้ร่างนั้นพร้อมที่จะรับแท่งอุ่นอันแข็งขืนที่ขนาดใหญ่กว่ามารตฐานของเขาได้แล้ว"พร้อมนะ ห้ามเกร็งนะเรียวตะ"เสียงทุ้มเอ่ยพูดขึ้นอีกครั้งพลางมือหน้าก็ชักสาวลำเอ็นสองสามทีก่อนที่จะนำไปจ่อที่ปากทางสีสวยแล้วดันหายเข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่มของคนใต้ร่างช้าๆอย่างอยากลำบากโดยไร้การสวมเครื่องป้องกัน"อื้อออออ่าาา จะ เจ็บ!"เสียงทุ้มนุ่มร้องครางพลันนัยน์ตาสวยก็เบิกกว้างเรียวตะเชิดใบหน้าที่แสดงสีหน้าถึงความเจ็บปวดแหงนมองขึ้นพลางมือบางก็จิกเกร็งกำผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อข่มความเจ็บปวด"อื้ออออผ่อนคลายหน่อยเรียว คุณรัดแน่นไปแล้ว"ครางเสียงต่ำเอ่ยบอกพลางขบกรามแน่นข่มความเจ็บปวดไม่ต่างกัน เมื่อโดนช่องทางรักบีบตอดรัดแท่งเอ็นแน่นพล
เนื้อหาในตอนนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น โปรใช้วิจารณญาณในการอ่านหากท่านใดไม่ถูกใจสามารถกดข้ามได้ทุกเมื่อตอนนี้เป็นตอนที่เรียวตะเจอนิรันต์ครั้งแรกเรียวตะเสียงเพลงที่มีดนตรีหนักแน่นดังกระหึ่มทั่วสารทิศเหล่าหนุ่มสาวที่ออกท่องเที่ยวราตรีต่างพากันโยกย้ายส่ายสะเอวกันอย่างสนุกสนานด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในกาย เรียวตะที่เป็นหนึ่งคนที่ออกเที่ยวท่องราตรีในวันนี้ก็นั่งทอดกายกับโซฟาตัวสายตามองแก้วเหล้าสีอำพันในมือด้วยนัยน์ตาที่หวานเยิ้มบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าตัวนั้นกำลังเมาได้ที"เฮ่อ เบื่อซะมัด!"เสียงทุ้มหย่อนยานสถบกับตัวเองเสียงเบาพลางมือบางก็หมุนควางแก้วเหล้าที่ของเหลวเหลือเพียงน้อยนิดในมือเล่น พลันนัยน์ตาสวยที่แดงเล็กน้อยก็ไล่ทอดมองเหล่าหญิงสาวมากหน้าหลายตาที่กำลังโยกกายโชว์ลวดลายการเต้นอย่างไม่สนสายตาใคร เพื่อหาเหยื่อที่ถูกใจจะไปสานต่อกันในคืนนี้ แต่ทว่าเรียวตะที่นั่งดื่มมานานหลายชั่วโมงแล้วนั้นก็ยังไม่เจอหญิงสาวที่ถูกใจสักทีหรือวันนี้เราจะเปลี่ยนมาลองกับผู้ชายดีอยู่ๆความคิดนี้ก็ผลุดเข้ามาในหัวของร่างโปร่งบางที่กำลังเมาได้ที่อย่างเรียวตะ พร้อมกับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเริ่มไล่เ
ณ.ตระกูลPL"หม่ามี้ปะป๊าาามารับน้องคิรินแล้วววว น้องคิดถึงๆๆ"เด็กชายตัวน้อยวิ่งเตาะแตะพร้อมร้องตะโกนกล้องอย่างดีใจตรงมาหาผู้เป็นพ่อและแม่ที่พึ่งก้าวลงมาจากรถทันทีที่แม่บ้านวิ่งมาแจ้งให้เด็กชายตัวน้อยนามว่าคิรินว่าเห็นรถของผู้เป็นพ่อเป็นแม่ของเด็กน้อยวิ่งเข้ามาในรั้วบ้านแล้วนั้น คิรินก็รีบวิ่งออกมาจากห้องโถงเพื่อมาหาคนทั้งสองที่หน้าบ้านทันที จนนิวตัลและฟิลิปป์นั้นแทบวิ่งตามไม่ทันหลานชายตัวน้อย"หม่ามี้บอกว่าไงครับน้องคิริน ว่าไม่ให้วิ่งเดี๋ยวล้มมาจะเจ็บตัวนะ เฮ่ออออดื้อเหมือนใครเนี่ย"เสียงทุ้มใสเอ่ยบ่นลูกชายตัวน้อยเสียงเบาพร้อมกับย่อตัวนั่งคุกเข่ากางแขนรอรับลูกน้อยที่วิ่งตรงมาทางเขาและคีย์แต่ทว่ายังไม่ทันที่เด็กชายฐิติพัดจะได้วิ่งเข้าสู่อ้อมกอดผู้เป็นมารดาร่างเล็กของคิรินก็ลอยวืดเข้าสู่อ้อมกอดแกร่งของผู้เป็นบิดาเสียก่อน พร้อมกับเสียงทุ้มเข้มเอ่ยพูดเชิงดุให้คนรักน้อยๆ"ไม่ได้นะครับลิน อันตรายนะ"หลังจากจบประโยคคำพูดของฐิระเชษฐ์ นิวตัลและฟิลิปป์ที่เดินตามหลังหลานชายตัวน้อยมาติดๆเป็นต้องขมวดหัวคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัยพลางในใจก็นึกสงสัยกับประโยคคำพูดเมื่อกี้ของว่าที่ลูกเขย"หมายความว่ายัง
"ลิน...."เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อของคนตัวเล็กอย่างเหม่อลอยพลางนัยน์ตาคมก็กวาดมองข้าวของเครื่องใช้ในห้องพักที่ยังคงวางอยู่ตำแหน่งเดิม ก่อนที่รอบๆดวงตาคมจะเริ่มมีน้ำตาเอ่อจนทำให้ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลอ"ลินยังรักษาห้องพักของเราสองคนไว้อยู่นะ ยังคงรักษามันไว้อย่างดีเลย"เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยพูดเสียงเบาพลางใบหน้าหวานก็คลี่ยิ้มส่งให้คนตัวสูงตรงหน้า คีย์ที่ได้ยินนลินเอ่ยพูดแบบนั้นก็สาวเท้าเข้าไปคว้าตัวของนรินทร์เข้ามากอดไว้แน่น พลันใบหน้าหล่อตี๋ก็ซุกลงที่ลาดไหล่เล็ก ก่อนที่หยาดน้ำตาที่พยายามอดกลั้นไว้จะไหลรินลงมาเปียกชุ่มที่ไหล่ของนลิน"พี่คิดว่าลินเก็บของตัวเองแล้วทิ้งของใช้พวกนี้ของพี่ไปหมดแล้ว พี่ไม่นึกว่าลินจะเก็บรักษาของทุกอย่างไว้อย่างดีแบบนี้ แถมยังดูแลห้องนี้ไว้อย่างดีอีก""ก็ห้องนี้มีความทรงจำดีๆมากมายของเราสองคนนี้ครับ ลินพยายามลืมแล้วแต่ลินลืมไม่ได้ลินก็เลยขอซื้อหอพักนี้ต่อจากเจ้าของเก่าแล้วเก็บรักษาความทรงจำดีๆของเราไว้ที่ห้องนี้ เมื่อไหร่ที่ลินคิดถึงพี่ลินก็มักจะแวะมาที่นี้บ่อยๆให้ความทรงจำเก่าๆของเราช่วงเยียวยา"นลินเอ่ยสาธยายพลางกอดตอบคีย์แน่นไม่ต่างกัน"ขอโทษนะ....ที่ตอนนั้นคีย์เอา
"หม่ามี้ปะป๊าทางนี้ฮะ"เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยตะโกนเรียกผู้เป็นแม่เสียงดังพร้อมทั้งมือน้อยๆโบกสะบัดไปมากลางอากาศเพื่อให้ผู้เป็นแม่อย่างนลินและผู้เป็นพ่ออย่างคีย์ที่พึ่งจะเดินออกมาจากบ้านพักตากอากาศริมทะเลได้เห็น"น้องคิรินไม่เสียงดังครับลูกเกรงใจคนอื่นเขานะครับ"นิวตัลผู้เป็นยายที่เดินตามหลังของหลานชายตัวน้อยมาติดๆเอ่ยพูดตักเตือนหลานชายตัวน้อยพลางนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่นลินได้ไปก็จ้องมองลูกชายคนโตกับชายหนุ่มตัวสูงที่อีกไม่นานก็จะได้เกี่ยวดองกันอย่างเป็นทางการแล้วด้วยแววตาเรียบนิ่ง ก่อนที่จะเอ่ยพูดชวนคนทั้งสองขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ปะ ไปกินข้าวกันได้แล้วนี่ก็สายมากแล้วจะได้เดินทางกลับกัน""ครับมี้/ครับคุณแม่"นลินและคีย์ขานรับนิวตัลด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนที่จะก้าวเดินตามหลังชายวัยกลางคนรูปร่างเล็กไปติดๆ อ่อ!ลืมเล่าให้ทุกคนฟังเลยว่าหลังจากวันนั้นที่ฐิระเชษฐ์ขอนลินแต่งงาน ตอนนี้เวลาก็ผ่านมาได้เดือนกว่าๆแล้ว และคำตอบที่คีย์ได้จากนลินทุกคนก็น่าจะพากันเดาออกเพราะเดิมทีในตอนที่นลินคบอยู่กับคีย์ คีย์เคยพูดชวนนลินให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่ญี่ปุ่นหลังจากเรียบจบแล้วทีหนึ่ง แต่ตอนนั้นนลินไม่ได้รับปาก
"ก็นั่งอยู่ห้องโถงรอพี่มาทั้งสองคนนั่นแหละ พี่ก็เข้าไปสิ เดี๋ยว..."นิรันต์เอ่ยตอบทั้งที่สายตายังคงจับจ้องไปข้างในรถคันหรูของคีย์ แต่ทว่าคีย์ที่ก้าวขาเดินได้เพียงสองสามก้าวต้องหยุดชะงักเมื่อนันทพัทธ์เอ่ยรั้งเขาไว้อีกครั้ง"ว่าไง?""ผมขอกุญแจรถของพี่หน่อย""หึ เอาไปสิ....แล้วก็เคลียร์กันให้เข้าใจล่ะ"เอ่ยจบคีย์ก็โยนกุญแจรถให้กับนิรันต์แล้วเดินหนีหายเข้าไปในบ้านทันที ปล่อยให้ทั้งสองได้เคลียร์กันตามลำพัง"ปะป๊า~ ปะป๊ามาหาน้องคิรินแล้ว~~~"เสียงของเด็กชายตัวน้อยร้องขึ้นเสียงดังเจื้อยแจ้วทันทีที่เห็นร่างสูงของผู้เป็นบิดาเดินเข้ามาในห้องโถงรับแขกพร้อมทั้งที่สองขาเล็กๆวิ่งเตาะแตะเข้ามากอดขายาวของผู้เป็นพ่อไว้แน่นอย่างดีอกดีใจ"น้องคิรินมี้บอกว่าไม่วิ่งไงครับ"เสียงนุ่มดังขึ้นไล่หลังของลูกชายตัวน้อยพร้อมกับที่ร่างบางเดินตามลูกน้อยตามมาติดๆ ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มน้อยๆส่งให้กับชายหนุ่มคนรักที่ในตอนนี้ย่อตัวลงช้อนอุ้มลูกชายขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแกร่งของตัวเอง"หม่ามี้ไม่ดุน้องคิรินนะฮะ ครั้งหน้าน้องจะไม่วิ่งแล้ว"เสียงเด็กน้อยเอ่ยขึ้นพลางแขนเล็กๆทั้งสองก็กอดลำคอของผู้เป็นพ่อไว้แน่น พลันสายตาบริสุทธิ์ก็จ้องมอ

![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





