LOGINฐิระเชษฐ์
สวัสดีครับผมชื่อฐิระเชษฐ์หรือจะเรียกผมสั้นๆว่าคีย์ก็ได้ ทุกคนคงงงว่าผมเป็นใครทำไมถึงได้มาพูดคุยกับทุกคนในตอนนี้ เออนั้นสิ!ทำไมผมต้องมายืนแนะนำตัวหรือพูดคุยกับพวกคุยกลางห้างแบบนี้ด้วย(ใจเย็นคีย์ใจเย็นทุกคนที่แกว่าคือนักอ่านของฉัน)อ๋อหรอโทษๆๆ งั้นเอาเป็นว่าแนะนำตัวจนรู้จักกันมาพอสมควรแล้ว ต่อไปก็กลับเข้าเรื่องเลยแล้วกัน
ฐิระเชษฐ์ที่นัดแนะกับลูกค้ามาพูดคุยตกลงเกี่ยวกับสัญญากันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เมื่อถึงเวลาก็ได้มานั่งพูดคุยกันอยู่ที่ร้านอาหารที่นัดกันไว้ พอตกลงกันเรียบร้อยคีย์ก็ได้นั่งทานข้าวกับลูกค้าต่ออยู่พักใหญ่ๆหลังจากทานข้าวและพูดคุยกันนิดหน่อยก็ได้เอ่ยลาและแยกย้ายกันกลับ แต่แล้วคีย์ที่แยกย้ายกับลูกค้าและได้มายืนรอคนขับรถอยู่ที่จุดนัดไว้กับคุณลุงคนขับรถอยู่นานคุณลุงคนขับก็ยังไม่มาสักทีก็เริ่มรู้สึกอารมณ์เสียเล็กน้อยที่คุณลุงคนขับยังไม่มาสักที จนต้องเดินกลับเข้ามาในห้างอีกครั้งแล้วเดินไปเดินมาอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าพักใหญ่ๆ ก่อนที่คีย์จะหยุดเดินแล้วล้วงเอาโทรศัพท์มือถือที่สั่นเป็นเจ้าเข้าในกระเป๋ากางเกงของเขาออกมาดูแล้วกดรับสาย เมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาคือคนขับรถของตัวเองแล้วบอกจุดที่ตัวเองอยู่ในตอนนี้ให้กับคุณลุงคนขับ
ผมที่กดรับสายจากคุณลุงคนขับรถและบอกจุดที่อยู่ให้คุณลุงแกทราบเรียบร้อยก็กดวางสายไป ยืนรอได้ไม่นานคุณลุงแกก็วิ่งตรงมาหาผมอย่างเหนื่อยหอบ ก่อนที่จะอธิบายเหตุผลที่ลุงแกนั้นมารับสายให้ผมฟัง พอผมทราบเหตุผลที่แกมาสายผมก็พยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงบอกว่าผมเข้าใจและไม่ได้เอ่ยว่าหรือตำหนิอะไรแก เพราะผมรู้ว่าคุณลุงแกคงยังไม่ชินทางชินถนนของประเทศนี้เท่าไหร่
ผมไถ่ถามคุณลุงสักพักเกี่ยวกับคู่กรณีว่าเขาได้เรียกร้องอะไรมั้ย พอคุณลุงบอกว่าคู่กรณีเขาไม่ได้เอาเรื่องอะไรผมก็พยักหน้าเล็กน้อยอย่างเข้าใจอีกครั้ง ก่อนที่จะผมจะหันหลังแล้วเดินตรงไปทางทางบันไดเลื่อน ทางที่จะไปยังสถานที่ที่รถจอดอยู่พลางในใจก็คิดว่า
อ่าาาพึ่งกลับมาที่ประเทศนี้ได้ไม่กี่วันก็มีแต่เรื่องวุ่นวายเลยแฮะ
เฮ่อออป่านนี้เขาคนนั้นจะเป็นไงบ้างนะ
ผมก้าวเดินตรงไปข้างหน้าพลางในหัวก็กำลังเหม่อลอยยุ่งอยู่กับความคิดของตัวเองไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเท่าไหร่ แต่แล้วสองเท้าของผมที่เดินได้ไม่กี่ก้าวเป็นต้องหยุดชะงัก เมื่ออยู่ๆก็มีเด็กผู้ชายตัวน้อยที่ไหนก็ไม่รู้วิ่งมาเกาะที่ขาข้างหนึ่งของผมพร้อมกับเรียกผมว่า
"ปะป๊า ปะป๊าฮะ"
ดวงตาของผมเบิกกว้างอย่างตกใจทันทีที่อยู่ๆก็มีเด็กที่ไหนมาเอ่ยเรียกผมว่าปะป๊า ผมยืนสตั๊นอ้าปากเหวอแสดงสีหน้าตกใจเกือบนาทีมาได้สติอีกทีก็ตอนที่มือของเด็กตัวน้อยที่ยืนกอดขาของผมดึงขากางเกงสองสามทีพร้อมกับเอ่ยเรียกผมว่าปะป๊าและเอ่ยพูดถามเจื้อยแจ้ว
"ปะป๊า ปะป๊าฮะ ปะป๊ากลับจากทำงานแล้วหรอฮะ"เสียงเล็กเอ่ยถามผมพร้อมกับเงยหน้าจ้องผมตาแป๋วเพื่อรอเอาคำตอบจากผม
เด็กนี้เป็นใครวะเนี่ยยยย
แล้วนี่มันลูกเต้าเหล่าใครวะทำไมไม่ดูแลดีๆปล่อยให้มาวิ่งเกาะขาแล้วเรียกคนอื่นว่าพ่อแบบนี้เนี่ยยย
ผมยังคงยืนก้มหน้ามองเด็กตัวน้อยที่เอาแต่ยืนเกาะขาของผมพร้อมเอ่ยเรียกผมว่าปะป๊าไม่หยุดด้วยแววตาหงุนงง ไม่ได้เอ่ยตอบหรือเอ่ยพูดอะไรจนเด็กตัวน้อยเริ่มจะเบะปากทำท่าจะร้องไห้ ผมที่เห็นสีหน้าของเด็กตัวน้อยที่พร้อมจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อก็พลันเบิกตากว้างตกใจมากกว่าเดิมเพราะถ้าเกิดเด็กนี้แหกปากร้องไห้ขึ้นมาจริงๆล่ะก็คนที่อยู่รอบๆคงมองผมไม่ดีแน่
"เห้ยๆๆๆอย่าร้องนะโว้ย แม่หนูอยู่ไหนเนี่ยยยย"ผมอุทานออกมาอย่างตกใจพร้อมกับย่อตัวนั่งลงคุกเข่าให้อยู่ในระดับเดียวกันกับเด็กน้อย ก่อนที่จะถามเด็กตัวน้อยที่รอบๆนัยน์ตากลมเริ่มมีน้ำสีใสล้อมรอบว่าคุณแม่เจ้าตัวนั้นอยู่ที่ไหน แต่แล้วผมต้องแสดงสีหน้าตกใจอีกหน เมื่อสังเกตใบหน้าของเด็กตัวน้อยดีๆแล้วพบว่าเด็กน้อยคนนี้มีใบหน้าคล้ายผมในต้องเด็กมาก
อย่างกับกูในตอนเด็กเลยแฮะ
ผมอุทานในใจพลางจ้องมองใบหน้าของเด็กคนนี้อีกครั้ง เชี่ยยยเหมือนจริงๆวะ! แถมเด็กนี้ยังเรียกผมว่าปะป๊าอีก เหี้ยแล้วไงไอ้คีย์ลูกกูจริงๆปะเนี่ย หน้าตาอย่างกับถอดแบบกันมาขนาดนี้ ผมตีกับความคิดของตัวเองอยู่สักพักพลางสะบัดใบหน้าตัวเองไปมาเพื่อไล่ความคิดในหัวตัวเอง แต่สุดท้ายก็ไล่ความคิดที่ว่าเด็กคนนี้หน้าเหมือนตัวเองในตอนเด็กไม่ได้จริงๆ
แต่แล้วยังไงวะ ถึงเด็กคนนี้จะหน้าตาคล้ายผมในตอนเด็กมาก แต่ผมก็ไม่มีแฟนหรือเคยแต่งงานกับใครเลยนะแล้วผมจะไปมีลูกกับใครวะ ผมโสดมาจะหกปีแล้ว โสดตั้งแต่เลิกกับเขาคนนั้น....เอ๊ะเดี๋ยวนะหรือว่า.....
ฐิระเชษฐ์ต้องหยุดชะงักความคิดของตัวเองในทันทีเมื่อนึกมาถึงคนรักที่จบกันได้ไม่ค่อยสวยเมื่อหกปีก่อน ก่อนที่ตัวเขานั้นจะกลับไปที่ญี่ปุ่น คีย์เงยหน้าไปมองเด็กตัวน้อยตรงหน้าอีกครั้งก่อนที่จะอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อความคิดของตัวเองเท่าไหร่
"ไม่จริงน่าาา"ผมอุทานออกมาพลางจ้องมองเด็กน้อยน่ารักตรงหน้าด้วยแววตาอึ้งๆอีกครั้ง ซึ่งเด็กน้อยเองก็จ้องมองผมกลับไม่ว่างตาเช่นกัน
"ปะป๊าฮะ ปะป๊าจะกลับมาอยู่กับน้องคิรินและหม่ามี้แล้วใช่มั้ยฮะ"เด็กน้อยที่แทนตัวเองว่านน้องคิรินพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับใช้สองมือน้อยๆนั้นเขย่าที่แขนของผมไปมา
เหี้ยจริงหรอวะเนี่ย แม่งขนาดชื่อยังคล้ายกันเลย
คีย์กับชื่อของเขาคนนั้น ออกมาเป็นคิริน อย่างงั้นหรอ
ถ้าใช่จริงๆละก็ หึ ตั้งชื่อลูกน่ารักดีจัง
ในหัวของผมยังคงเกิดคำถามไม่หยุดหย่อนว่าสิ่งที่ผมคิดในตอนนี้มันคือเรื่องจริงหรอ ไม่อยากจะเชื่อเลยแต่ใบหน้าคงเด็กตัวน้อยนี้ก็ช่างเหมือนเขาซะเหลือเกิน แต่เขาคนนั้นล่ะตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกของผมกับเขาจริงๆแล้วตอนนี้เขาคนนั้นอยู่ที่ไหนทำไมถึงปล่อยให้เด็กตัวน้อยที่ชื่อคิรินนี้ไปไหนมาไหนคนเดียวแบบนี้
"แม่เราอยู่ไหน"ผมที่หันมองรอบๆเพื่อหาร่างบางคนที่ผมนึกถึงแต่ก็ไม่พบจึงตัดสินใจเอ่ยถามถึงมารดาของเด็กน้อยคนนี้ เพื่อยืนยันให้แน่ชัดว่าสิ่งที่ผมคิดในตอนนี้นั้นมันคือเรื่องจริงใช่มั้ย แต่แล้วเมื่อเด็กตัวน้อยกำลังเอ่ยปากตอบก็มีเสียงใสของใครบางคนเอ่ยแทรกขึ้นมาซะก่อน
"คิริน....."
"อื้อออออเจ็บเอาออกไป""ชู่ว์~ไม่งอแงนะครับเดี๋ยวก็ดีขึ้น"นิรันต์เอ่ยขึ้นพลางก้มลงไปกดจูบที่ขมับชื้นเหงื่อของเรียวตะอย่างปลอบโยน ซึ่งเรียวตะก็ทำได้เพียงนอนกำผ้าปูที่นอนระบายความเจ็บเพราะมาถึงขนาดนี้แล้วเขาก็คงต้องจำใจยอมให้ไอ้เด็กหน้าหวานนี้เสียบนันทพัทธ์ทำการเบิกทางขยับนิ้วแกร่งเข้าออกที่ช่องทางนุ่มอยู่สักพัก ก่อนที่จะทำการเพิ่มนิ้วเป็นสามนิ้วแล้วขยับเบิกทางอยู่อย่างนั้นจนแน่ใจว่าคนใต้ร่างนั้นพร้อมที่จะรับแท่งอุ่นอันแข็งขืนที่ขนาดใหญ่กว่ามารตฐานของเขาได้แล้ว"พร้อมนะ ห้ามเกร็งนะเรียวตะ"เสียงทุ้มเอ่ยพูดขึ้นอีกครั้งพลางมือหน้าก็ชักสาวลำเอ็นสองสามทีก่อนที่จะนำไปจ่อที่ปากทางสีสวยแล้วดันหายเข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่มของคนใต้ร่างช้าๆอย่างอยากลำบากโดยไร้การสวมเครื่องป้องกัน"อื้อออออ่าาา จะ เจ็บ!"เสียงทุ้มนุ่มร้องครางพลันนัยน์ตาสวยก็เบิกกว้างเรียวตะเชิดใบหน้าที่แสดงสีหน้าถึงความเจ็บปวดแหงนมองขึ้นพลางมือบางก็จิกเกร็งกำผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อข่มความเจ็บปวด"อื้ออออผ่อนคลายหน่อยเรียว คุณรัดแน่นไปแล้ว"ครางเสียงต่ำเอ่ยบอกพลางขบกรามแน่นข่มความเจ็บปวดไม่ต่างกัน เมื่อโดนช่องทางรักบีบตอดรัดแท่งเอ็นแน่นพล
เนื้อหาในตอนนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น โปรใช้วิจารณญาณในการอ่านหากท่านใดไม่ถูกใจสามารถกดข้ามได้ทุกเมื่อตอนนี้เป็นตอนที่เรียวตะเจอนิรันต์ครั้งแรกเรียวตะเสียงเพลงที่มีดนตรีหนักแน่นดังกระหึ่มทั่วสารทิศเหล่าหนุ่มสาวที่ออกท่องเที่ยวราตรีต่างพากันโยกย้ายส่ายสะเอวกันอย่างสนุกสนานด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในกาย เรียวตะที่เป็นหนึ่งคนที่ออกเที่ยวท่องราตรีในวันนี้ก็นั่งทอดกายกับโซฟาตัวสายตามองแก้วเหล้าสีอำพันในมือด้วยนัยน์ตาที่หวานเยิ้มบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าตัวนั้นกำลังเมาได้ที"เฮ่อ เบื่อซะมัด!"เสียงทุ้มหย่อนยานสถบกับตัวเองเสียงเบาพลางมือบางก็หมุนควางแก้วเหล้าที่ของเหลวเหลือเพียงน้อยนิดในมือเล่น พลันนัยน์ตาสวยที่แดงเล็กน้อยก็ไล่ทอดมองเหล่าหญิงสาวมากหน้าหลายตาที่กำลังโยกกายโชว์ลวดลายการเต้นอย่างไม่สนสายตาใคร เพื่อหาเหยื่อที่ถูกใจจะไปสานต่อกันในคืนนี้ แต่ทว่าเรียวตะที่นั่งดื่มมานานหลายชั่วโมงแล้วนั้นก็ยังไม่เจอหญิงสาวที่ถูกใจสักทีหรือวันนี้เราจะเปลี่ยนมาลองกับผู้ชายดีอยู่ๆความคิดนี้ก็ผลุดเข้ามาในหัวของร่างโปร่งบางที่กำลังเมาได้ที่อย่างเรียวตะ พร้อมกับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเริ่มไล่เ
ณ.ตระกูลPL"หม่ามี้ปะป๊าาามารับน้องคิรินแล้วววว น้องคิดถึงๆๆ"เด็กชายตัวน้อยวิ่งเตาะแตะพร้อมร้องตะโกนกล้องอย่างดีใจตรงมาหาผู้เป็นพ่อและแม่ที่พึ่งก้าวลงมาจากรถทันทีที่แม่บ้านวิ่งมาแจ้งให้เด็กชายตัวน้อยนามว่าคิรินว่าเห็นรถของผู้เป็นพ่อเป็นแม่ของเด็กน้อยวิ่งเข้ามาในรั้วบ้านแล้วนั้น คิรินก็รีบวิ่งออกมาจากห้องโถงเพื่อมาหาคนทั้งสองที่หน้าบ้านทันที จนนิวตัลและฟิลิปป์นั้นแทบวิ่งตามไม่ทันหลานชายตัวน้อย"หม่ามี้บอกว่าไงครับน้องคิริน ว่าไม่ให้วิ่งเดี๋ยวล้มมาจะเจ็บตัวนะ เฮ่ออออดื้อเหมือนใครเนี่ย"เสียงทุ้มใสเอ่ยบ่นลูกชายตัวน้อยเสียงเบาพร้อมกับย่อตัวนั่งคุกเข่ากางแขนรอรับลูกน้อยที่วิ่งตรงมาทางเขาและคีย์แต่ทว่ายังไม่ทันที่เด็กชายฐิติพัดจะได้วิ่งเข้าสู่อ้อมกอดผู้เป็นมารดาร่างเล็กของคิรินก็ลอยวืดเข้าสู่อ้อมกอดแกร่งของผู้เป็นบิดาเสียก่อน พร้อมกับเสียงทุ้มเข้มเอ่ยพูดเชิงดุให้คนรักน้อยๆ"ไม่ได้นะครับลิน อันตรายนะ"หลังจากจบประโยคคำพูดของฐิระเชษฐ์ นิวตัลและฟิลิปป์ที่เดินตามหลังหลานชายตัวน้อยมาติดๆเป็นต้องขมวดหัวคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัยพลางในใจก็นึกสงสัยกับประโยคคำพูดเมื่อกี้ของว่าที่ลูกเขย"หมายความว่ายัง
"ลิน...."เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อของคนตัวเล็กอย่างเหม่อลอยพลางนัยน์ตาคมก็กวาดมองข้าวของเครื่องใช้ในห้องพักที่ยังคงวางอยู่ตำแหน่งเดิม ก่อนที่รอบๆดวงตาคมจะเริ่มมีน้ำตาเอ่อจนทำให้ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลอ"ลินยังรักษาห้องพักของเราสองคนไว้อยู่นะ ยังคงรักษามันไว้อย่างดีเลย"เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยพูดเสียงเบาพลางใบหน้าหวานก็คลี่ยิ้มส่งให้คนตัวสูงตรงหน้า คีย์ที่ได้ยินนลินเอ่ยพูดแบบนั้นก็สาวเท้าเข้าไปคว้าตัวของนรินทร์เข้ามากอดไว้แน่น พลันใบหน้าหล่อตี๋ก็ซุกลงที่ลาดไหล่เล็ก ก่อนที่หยาดน้ำตาที่พยายามอดกลั้นไว้จะไหลรินลงมาเปียกชุ่มที่ไหล่ของนลิน"พี่คิดว่าลินเก็บของตัวเองแล้วทิ้งของใช้พวกนี้ของพี่ไปหมดแล้ว พี่ไม่นึกว่าลินจะเก็บรักษาของทุกอย่างไว้อย่างดีแบบนี้ แถมยังดูแลห้องนี้ไว้อย่างดีอีก""ก็ห้องนี้มีความทรงจำดีๆมากมายของเราสองคนนี้ครับ ลินพยายามลืมแล้วแต่ลินลืมไม่ได้ลินก็เลยขอซื้อหอพักนี้ต่อจากเจ้าของเก่าแล้วเก็บรักษาความทรงจำดีๆของเราไว้ที่ห้องนี้ เมื่อไหร่ที่ลินคิดถึงพี่ลินก็มักจะแวะมาที่นี้บ่อยๆให้ความทรงจำเก่าๆของเราช่วงเยียวยา"นลินเอ่ยสาธยายพลางกอดตอบคีย์แน่นไม่ต่างกัน"ขอโทษนะ....ที่ตอนนั้นคีย์เอา
"หม่ามี้ปะป๊าทางนี้ฮะ"เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยตะโกนเรียกผู้เป็นแม่เสียงดังพร้อมทั้งมือน้อยๆโบกสะบัดไปมากลางอากาศเพื่อให้ผู้เป็นแม่อย่างนลินและผู้เป็นพ่ออย่างคีย์ที่พึ่งจะเดินออกมาจากบ้านพักตากอากาศริมทะเลได้เห็น"น้องคิรินไม่เสียงดังครับลูกเกรงใจคนอื่นเขานะครับ"นิวตัลผู้เป็นยายที่เดินตามหลังของหลานชายตัวน้อยมาติดๆเอ่ยพูดตักเตือนหลานชายตัวน้อยพลางนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่นลินได้ไปก็จ้องมองลูกชายคนโตกับชายหนุ่มตัวสูงที่อีกไม่นานก็จะได้เกี่ยวดองกันอย่างเป็นทางการแล้วด้วยแววตาเรียบนิ่ง ก่อนที่จะเอ่ยพูดชวนคนทั้งสองขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ปะ ไปกินข้าวกันได้แล้วนี่ก็สายมากแล้วจะได้เดินทางกลับกัน""ครับมี้/ครับคุณแม่"นลินและคีย์ขานรับนิวตัลด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนที่จะก้าวเดินตามหลังชายวัยกลางคนรูปร่างเล็กไปติดๆ อ่อ!ลืมเล่าให้ทุกคนฟังเลยว่าหลังจากวันนั้นที่ฐิระเชษฐ์ขอนลินแต่งงาน ตอนนี้เวลาก็ผ่านมาได้เดือนกว่าๆแล้ว และคำตอบที่คีย์ได้จากนลินทุกคนก็น่าจะพากันเดาออกเพราะเดิมทีในตอนที่นลินคบอยู่กับคีย์ คีย์เคยพูดชวนนลินให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่ญี่ปุ่นหลังจากเรียบจบแล้วทีหนึ่ง แต่ตอนนั้นนลินไม่ได้รับปาก
"ก็นั่งอยู่ห้องโถงรอพี่มาทั้งสองคนนั่นแหละ พี่ก็เข้าไปสิ เดี๋ยว..."นิรันต์เอ่ยตอบทั้งที่สายตายังคงจับจ้องไปข้างในรถคันหรูของคีย์ แต่ทว่าคีย์ที่ก้าวขาเดินได้เพียงสองสามก้าวต้องหยุดชะงักเมื่อนันทพัทธ์เอ่ยรั้งเขาไว้อีกครั้ง"ว่าไง?""ผมขอกุญแจรถของพี่หน่อย""หึ เอาไปสิ....แล้วก็เคลียร์กันให้เข้าใจล่ะ"เอ่ยจบคีย์ก็โยนกุญแจรถให้กับนิรันต์แล้วเดินหนีหายเข้าไปในบ้านทันที ปล่อยให้ทั้งสองได้เคลียร์กันตามลำพัง"ปะป๊า~ ปะป๊ามาหาน้องคิรินแล้ว~~~"เสียงของเด็กชายตัวน้อยร้องขึ้นเสียงดังเจื้อยแจ้วทันทีที่เห็นร่างสูงของผู้เป็นบิดาเดินเข้ามาในห้องโถงรับแขกพร้อมทั้งที่สองขาเล็กๆวิ่งเตาะแตะเข้ามากอดขายาวของผู้เป็นพ่อไว้แน่นอย่างดีอกดีใจ"น้องคิรินมี้บอกว่าไม่วิ่งไงครับ"เสียงนุ่มดังขึ้นไล่หลังของลูกชายตัวน้อยพร้อมกับที่ร่างบางเดินตามลูกน้อยตามมาติดๆ ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มน้อยๆส่งให้กับชายหนุ่มคนรักที่ในตอนนี้ย่อตัวลงช้อนอุ้มลูกชายขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแกร่งของตัวเอง"หม่ามี้ไม่ดุน้องคิรินนะฮะ ครั้งหน้าน้องจะไม่วิ่งแล้ว"เสียงเด็กน้อยเอ่ยขึ้นพลางแขนเล็กๆทั้งสองก็กอดลำคอของผู้เป็นพ่อไว้แน่น พลันสายตาบริสุทธิ์ก็จ้องมอ

![What is a divorce? [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





