Se connecterจระเข้วิตถารเยี่ยงนั้น ไม่มีทางที่ไอ้ไกรจะยอมแพ้ไปง่ายๆหรอกโว้ย คอยดูเถิด หากไอ้ไกรผู้นี้ขึ้นไปได้เมื่อไหร่ ศพไอ้วิตถารชาละวันได้ไปขึงโชว์ที่หัวเมืองพิจิตรเป็นแน่!
Voir plus"พี่ชาละวัน เรียกหาน้องหรือจ้ะ"
ร่างงามในชุดสีเขียวและเครื่องประดับสีทองงามย่างกรายเข้ามาใน 'ถ้ำแก้ววิเศษ' โปรยยิ้มหวานให้กับชาละวันที่นั่งอยู่บนตั่งทอง
"วิมาลา มานั่งนี่มา"
มือหนาของผู้เป็นผัวอย่าง 'ชาละวัน' ตบไปที่ตักของตนเองด้วยรอยยิ้มร้าย ก่อนที่วิมาลาจะค่อยๆ เดินย่างกรายเข้าไปหาและค่อยๆ นั่งลงบนตักของชาละวันอย่างเหนียมอาย
"เมียพี่ช่างงามเสียจริง"
นิ้วเรียวยาวค่อยๆ ไล้ไปตามพวงแก้มสีชมพูของผู้เป็นเมีย มืออีกข้าวก็กอดเอวคอดให้ขยับเข้ามาแนบอกหนาด้วยความเจ้าเล่ห์
"เอาอีกแล้วนะจ้ะพี่ชาละวัน"
พวงแก้มขึ้นสีระเรื่ออย่างเหนียมอาย ผัวของนางนั้นเจ้าเล่ห์ ทำให้นางหลงเสน่ห์เช้าจรดเย็นไม่เคยเว้นวัน
"พี่ชาละวันจ้ะ"
ร่างงามในชุดสีเหลืองเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าสองร่างที่กำลังคลอเคลียกันอยู่ มือเล็กกำเข้าหากันแน่นด้วยความร้อนลุ่มริษยาในหัวใจ
"เลื่อมลายวรรณ เจ้าไม่เห็นหรอกรึ ว่าเจ้าพี่เรียกหาข้า เจ้าเสนอหน้ามาที่นี่ทำไม"
วิมาลาไม่พอใจ ตะคอกหญิงงามที่ยืนอยู่ด้านหน้าตนเองและผู้เป็นผัวอย่างโกรธา
"น้องขอโทษนะจ้ะพี่ชาละวัน น้องคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมาก คงจักรอให้พี่วิมาลาออกไปก่อนและค่อยมาแจ้งไม่ได้"
'เลื่อมลายวรรณ' เมียอีกคนของชาละวันพูดขึ้นพลางหางตาก็เหลือบไปมองใบหน้างามที่ตนเองนึกชังอยู่ทุกวัน
ชาละวันได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เอือมระอาเหมือนอย่างเคย
"ว่ามาเถิดเลื่อมลายวรรณเมียพี่"
"ชาวบ้านหามือปราบจระเข้คนใหม่ได้แล้วจ้ะพี่ ได้ยินมาว่าอ้ายผู้นี้เก่งวิชาหอกแลยังเก่งมนต์อาคมอีกด้วยนะจ้ะ"
วิมาลายกยิ้มเยาะ เลื่อมลายวรรณมักห่วงอะไรไม่เข้าท่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร เสียเวลาเธอและชาละวันเสียจริง
"ข้าก็เห็นพวกชาวบ้านหามือฉมังมาคราแล้วคราเล่า แต่สุดท้ายก็ไม่มีอ้ายอีหน้าไหนสู้พี่ชาละวันได้สักคน หอกมันจักแทงเนื้อหนังมังสาของพี่ชาละวันเข้าได้เยี่ยงไร ส่วนมนต์อาคม แม้เก่งกล้าสักเพียงไหน ก็มิมีทางต่อสู้กับมนต์อาคมของพี่ชาละวันได้เป็นแน่"
ชาละวันยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะจุมพิตลงบนพวงแก้มสีระเรื่อของเมียแรกอย่างวิมาลาจนเจ้าตัวยิ้มหวานหน้าขึ้นสี
"ขอบใจน้องมาก ที่มาเตือนพี่ พี่จะดูแลตนเองให้ดี มิต้องเป็นห่วงดอกเมียรัก"
เลื่อมลายวรรณกำมือเข้าหากันแน่น ก่อนจะหันหลังและสาวเท้าเดินออกไปจากม่านน้ำที่กั้นปากถ้ำไว้
เรือนร่างงามนุ่งห่มด้วยผ้าสีเหลืองและเครื่องทองค่อยๆ กลัยกลายเป็นจระเข้ตัวเมียตัวใหญ่ และว่ายห่างออกไปจนลับตา"เรามาต่อกันดีกว่าจ้ะพี่"
. . . . "เพลานี้จระเข้ชุกชุมนักผู้ใหญ่ เกรงว่าอีกไม่ช้าชาวบ้านคงไม่ได้ลงเรือทำมาหากินเป็นแน่""จริงพ่อผู้ใหญ่ เราเสียชาวบ้านแลเสียมือปราบจระเข้ไปคราแล้วคราเล่า เกรงว่าหากยังเป็นเยี่ยงนี้ต่อไป เห็นทีหมู่บ้านเราคงจักต้องเดินบกเข้าเมืองแทนล่องเรือเสียแล้ว"
'พระพิจิตร' เศรษฐีผู้ร่ำรวย และผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจอย่างหมดหนทาง ไม่ว่าจะหาผู้มีวิทยายุทธเก่งกล้า อาคมไม่เป็นรองผู้ใดมา สุดท้ายก็เป็นเพียงอาหารมื้อหอมหวานของไอ้พวกจระเข้ยักอยู่ร่ำไป
"เอาแบบนี้ ข้าจะลองเพิ่มอัดและของตอบแทนให้มากขึ้นอีกเท่าตัว อาจจะมีมือปราบจระเข้เก่งๆ วนเวียนมามากโข"
"แต่ผู้ใหญ่ ข่าวมือปราบตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้อัดเยอะเพียงใด เกรงว่าจะไม่มีใครกล้ามานะขอรับ"
"แล้วมึงจะเอาอย่างไรไอ้สน หรือมึงจะเอามีดพร้าไปเลาะเนื้อเลาะหนังไอ้จระเข้นั่นเสียเองวะ"
"อ่าวๆ พอแล้วๆ เอาตามที่ข้าว่าไปก่อน หากเป็นอย่างไอ้สนว่า เราค่อยมาคิดหาทางอื่นดีหรือไม่"
ชาวบ้านพยักหน้าเห็นด้วย ผู้ใหญ่บ้านจึงให้ข้ารับใช้เอาประกาศใหม่ไปติด ผ่านไปไม่ทันไร ก็มีไอ้หนุ่มรูปงามมายืนรออยู่หน้าบ้านผู้ใหญ่จนผู้คนต่างมามุงดู
"สวัสดีจ้ะพ่อผู้ใหญ่ ฉันชื่อไกรทองจ้ะ"
พระพิจิตรมองไกรทองที่ยืนอยู่ตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะคิดในหัว
'รูปงาม แต่ร่างกายไม่ใหญ่ไม่โตเหมือนมือปราบที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่าหน่วยก้านยังพอใช้ได้อยู่'
"ไกรทองรึ เอ้า เข้ามาก่อน จะได้พูดได้คุยความเป็นไปกันเสียก่อน"
ไกรทองนั่งลงบนแคร่ไม้บนเรือนไม้ไทยงาม ตาของไกรทองหันมองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น ก่อนที่สายตาจะไปหยุดลงที่ร่างขาวงามระหง ผมงามสลวย พร้อมกับชุดสไบและซิ่นสีชมพูอ่อนๆ และเครื่องเงินระยิบระยับ
"น้ำจ้ะ"
มือของไกรทองยกขึ้นรับขันน้ำจากมือเรียวยาวสวยด้วยรอยยิ้มและแววตาหวาน จนตะเภาแก้วเหนียมอาย เบี่ยงหน้าไปอีกทาง
"เอ้าๆ ตะเภาทองไปไหนเสียล่ะ"
"มาแล้วจ้ะพ่อ"
ร่างงามในชุดสไบและซิ่นสีม่วงอ่อน พร้อมเครื่องเงินค่อยๆ เดินย่างกรายออกมาจากห้องด้วยรอยยิ้ม หัวใจของไกรทองกลับเต้นเร็วขึ้นเสียจนต้องยกมือขึ้นจับอกตนเองช้าๆ
ตะเภาแก้วและตะเภาทองนั่งลงบนเเคร่ด้านหน้าหนุ่มรูปงามนามไกรทอง ชายผู้ที่แกร่งกล้ามาปราบจระเข้ให้พ้นหัวเมืองพิจิตร
"นี่ลูกสาวข้าเอง ตะเภาแก้ว แล้วก็ตะเภาทอง"
หน้าสวยรูปไข่ทั้งสองยกยิ้มให้ไกรทอง ก่อนจะประนมมือไหว้ด้วยความเคอะเขิน
"สวัสดีจ้ะ แม่ตะเภาแก้ว แม่ตะเภาทอง"
ไกรทองรับไหว้ มองสองพี่น้องคนงามสลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ส่วนตะเภาแก้วและตะเภาทองก็หน้าขึ้นสีระเรื่อ เขินอายพ่อหนุ่มมือปราบจระเข้จนผู้เป็นพ่อต้องรีบตัดบท
"เอ็งมีวิชาเก่งกล้าเท่าใดวะไอ้ไกรทอง จึงอาสาจะมาปราบจระเข้ให้หมู่บ้านของข้า มิใช่ว่าเห็นแก่อัดแก่ทอง จึ่งมาปราบนะโว้ย ข้าเตือนไว้ก่อน ว่าไอ้จระเข้ตัวนี้ เหิมเกริมนัก.....เสียไปแล้วหลายศพเลยเชียวล่ะเอ็ง"
พระพิจิตรว่าหยั่งเชิง พลางหรี่ตามองไกรทอง หนุ่มรูปงามตรงหน้า
"ฉันพอมีวิชาอยู่บ้างจ้ะพ่อผู้ใหญ่ ติดสอยห้อยตามไปปราบจระเจ้กับพระอาจารย์มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก จนอายุย่าง 18 ฉันก็เริ่มออกล่าจระเข้คนเดียวมาจนบัดนี้เลยจ้ะ"
พระพิจิตรพยักหน้า ก่อนจะยื่นกระดานส่งให้กับไกรทอง
มือของไกรทองรับกระดานจากพระจิตรมาไว้ในมือ ก่อนนัยตาจะกวาดมองบนกระดาน ที่มีภาพจระเข้ตัวเขื่องที่วาดเขียนด้วยช็อคสีขาวอย่างพิจารณา"ไอ้ตัวนี้แหละ ที่มันฆ่าชาวบ้านและมือปราบจระเข้ไปหลายคน"
ไกรทองยื่นกระดานกลับให้พระพิจิตร
"ดูจากขนาดตัวแล้ว มันใหญ่หลายวาเห็นจะได้ หากเป็นฉะนี้ฉันเกรงว่าจะต้องเดินทางกลับไปเอาของวิเศษจากพระอาจารย์เสียก่อน จึงจักกลับมาปราบมันได้จ้ะพ่อผู้ใหญ่"
"เป็นเยี่ยงนั้นรึ ถ้าอย่างนั้น เอ็งก็รีบไปรีบมาเถิด ข้าจักรออยู่ที่นี่"
"จ้ะพ่อผู้ใหญ่ แต่กว่าฉันจะถึงบ้านพระอาจารย์ และกว่าจักมาถึงเมืองพิจิตร เกรงว่าจักใช้เวลาเจ็ดวันเห็นจะได้นะจ้ะ แล้วฉันจะรีบกลับมาจ้ะ"
"เห้ย นานเสียจริง หากต้องใช้เวลาเดินทางนานถึงเพียงนั้น สู้เอ็งเขียนสิ่งที่จะไปเอา แล้วให้คนของข้าไปเอาของมาให้เอ็งเสียดีกว่า เอ็งจักได้มีเวลาเตรียมตัวและฝึกซ้อมวิทยายุทธ แบบนี้ดีกว่ารึไม่"
"ได้จ้ะพ่อผู้ใหญ่"
พระพิจิตรพยักหน้า ก่อนจะหันไปทางลูกสาวทั้งสองคน
"สองคนไปช่วยอีเลียงมันตระเตรียมห้องหับให้พ่อไกรเสียไป"
"จ้ะพ่อ"
"จ้ะ"
ตาของไกรทองมองตามแผ่นหลังขาวเนียนทั้งสองไปเหมือนโดนมนต์สะกด ก่อนที่พระพิจิตรจะยื่นกระดาษและพู่กันพร้อมหมึกมาให้
มือที่หยาบกระด้างเล็กน้อยค่อยๆ บรรจงเขียนสิ่งที่ปราถนาลงบนกระดาษ พร้อมทั้งเขียนชื่อของตนเองลงไป ก่อนจะส่งกลับให้พระพิจิตร"เอาล่ะ เดี๋ยวรอห้องหับพร้อมก่อน เอ็งค่อยเข้าไปพักนะ ส่วนข้าขอตัวไปคุยกับพวกชาวบ้านก่อน"
"จ้ะพ่อผู้ใหญ่"
ตาดวงสวยของไกรทองหันไปมองตะเภาแก้วที่กำลังถือตระกร้าผ้า พลางเหลือบมามองไกรทองอย่างเหนียมอาย ก่อนจะรีบเข้าไปในห้อง
"งามเสียจริง แม่เอ๋ย"
ไกรทองพูดเสียงเบาพร้อมรอยยิ้มเหมือนต้องมนต์เสน่ห์ ไปมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ยังมิเคยเห็นหญิงใดงามปานแม่ตะเภาแก้วและตะเภาทองสักครา
"พี่ไกรทองจ้ะ ฉันกับพี่ตะเภาแก้วเตรียมห้องไว้ให้แล้ว พี่ไปพักผ่อนเถิดจ้ะ"
ตาของไกรทองมองนวลแก้มสีขาวผ่อง ตาดวงโตสีดำขลับและริมฝีปากกระจับสีชมพูอ่อนๆ อย่างหลงไหล ก่อนจะค่อยๆ ยืนขึ้นและมองไปยังตะเภาแก้วที่ยืนอยู่ด้านหลังตะเภาทองด้วยรอยยิ้ม
"ฉันขอบคุณน้องตะเภาแก้ว แล้วก็น้องตะเภาทองด้วยนะจ้ะ"
ตะเภาแก้วและตะเภาทองยิ้มเขินอาย ก่อนจะพากันเดินกลับเข้าห้องตนเองไป
ไกรทองจึงหยิบสัมภาระและเดินไปที่ห้องด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะปิดประตูลงเบาๆ หนุ่มรูปงามที่นุ่งเพียงผ้าขาสั้นค่อยๆ นั่งลงบนแคร่ที่ปูด้วยผ้าชั้นดียิ้มๆ ในใจก็หวนนึกถึงใบหน้างามและรอยยิ้มเคอะเขินของลูกสาวบ้านพระพิจิตร ที่ถูกตาต้องใจเขาเข้าเสียเต็มประดามือหนาอีกข้างยกขึ้นจับขมับตนเองไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างก็ละจากแกนอวบไปยันกับตุ่มด้านข้างเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้มลงไปกับพื้นพรึ่บ!เสียงเถาไม้เลื้อยที่ถูกแหวกออกทำให้ตาสีทองวาวรีบตวัดไปมองทันที แต่ชาละวันก็ต้องตกใจเมื่อเห็นคนที่เอามือจับเถาไม้ทั้งสองมือไว้แน่น ใบหน้างามแดงฉ่า ลำตัวสีน้ำผึ้งเปลือยเปล่าโดยมีแกนกายที่ตั้งตระหง่านชี้ตรงมาทางเขา"ช่วยกูด้วย..."เสียงที่แหบพร่าและตาที่แทบจะปิดอยู่รอมร่อทำให้ชาละวันพูดอะไรไม่ออก กายของบุรุษนั้นงดงามน่ามองถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน ตาสีทองวาวเหมือนกับโลมเลียลำตัวที่มันวาวไปด้วยเหงื่อยังไงอย่างนั้น ขาของไกรทองที่กำลังหนีบเข้าหากันด้วยความอยากยิ่งทำให้ชาละวันใจเต้นระรัว"ช่วย....."ไกรทองที่พูดแทบจะไม่เป็นประโยครีบปล่อยมือจากเถาไม้เลื่อย ก่อนจะเดินสะเปะสะปะไปหาคนที่ยืนนิ่งมองตนเองด้วยดวงตาที่ไม่กระพริบ"ช่วยกูด้วย"ไกรทองนั่งคุกเข่าลงบนพื้นถ้ำที่มีเศษแก้วจากลูกแก้วกำหนัดตกแตกอยู่อย่างไม่สนใจความเจ็บจากเข่า มือสั่นเทาที่เต็มไปด้วยความต้องการค่อยๆยกขึ้นและวางลงที่สีข้างสะโพกทั้งสองข้างของคนที่ยืนอยู่ นัยตาสีดำขลับมองแกนสีขาวลำอาบที่มีน้ำ
เปลือกตาหนาค่อยๆ เปิดออก ก่อนที่ชาละวันจะค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นช้าๆ นัยตาสีทองวาวหันไปมองคนที่นอนพร้อมกับกรนเบาๆ อย่างสบายใจ จนชาละวันได้แต่ส่ายหน้าพลางยิ้มเล็กๆ"ยังนอนลงอีกหรือวะ""อือออ..."เสียงอื้ออึงในลำคอทำให้ชาละวันเลิกคิ้ว ก่อนจะจ้องคนที่กางแขนบิดไปมาบนแคร่ทองไกรทองที่พึ่งลืมตาขึ้นด้วยความงัวเงียก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะหันมามองชาละวันด้วยเปลือกตาที่จะปิดรอมร่อ"คิดออกหรือยัง"ไกรทองพยักหน้าไปมา ก่อนจะจัดแจงท่านั่งตนเอง และขยี้ตาไปมา"กูคิดออกแล้ว หากกูขึ้นไปบนบกได้แล้ว มึงจงลอยตัวอยู่ริมตลิ่ง กูจะลูบคลำตัวของมึงให้ชาวบ้านดู"ชาละวันฟังเสียงงัวเงียของคนตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ และถามต่อ"แล้วมึงจักบอกกับชาวบ้านว่าอย่างไร""กูจักบอกว่าได้นิมิตรจากบรรพบุรุษ"ถึงแม้จะฟังดูไม่ค่อยเข้าท่า แต่ชาละวันก็จะลองเสี่ยงดูก็แล้วกัน ทั้งมนุษย์รูปงามตรงหน้าก็ดูเป็นคนมีวาทศิลป์อยู่ไม่น้อย"งั้นวันรุ่งกูจะพามึงขึ้นฝั่งก็แล้วกัน""กูเหนียวตัว อยากอาบน้ำอาบท่า"ชาละวันเลิกคิ้ว ก่อนจะผายมือไปด้านในช่องเล็กๆ ที่ด้านในมีที่อาบน้ำอยู่"ไปอาบตรงนั้น เดี๋ยวกูจะหาผ้าให้นุ่ง"ไกรทองพยักหน้าหงึกหง
"อย่าเข้ามานะโว้ย!"ชาละวันที่ลำตัวโดนถาดที่ขว้างมาอย่างแรงฟาดเข้าสีข้างอย่างจัง คิ้วขมวดหน้าถมึงด้วยความโกรธ ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปหาคนที่ลุกลี้ลุกลนหาทางหนีทีไร่ตาเท่าไข่ห่าน"บอกว่าอย่าเข้ามาไงวะ! มึงหูหนวกรึ!""มึงอยากให้กูจับมึงแก้ผ้าแล้วหักแขนหักขามึงกินใช่หรือไม่""ไอ้จระเข้ยักษ์วิตถาร!""มึงจักแหกปากไปกระไรเล่า มนุษย์ที่คิดจักมาฆ่ากูเยี่ยงมึง กูไม่จับกินก็บุญหัวมึงเพียงไหนแล้ว""หากมึงจะทำระยำกับกูเช่นนี้ มึงก็กินกูเสีย!""รั้นนักนะมึง หรือมึงอยากให้กูใช้มนตราอาคมกับมึงนักวะไอ้มือปราบจระเข้""เอาสิวะ! กูจะคอยดูว่ามนต์ตราอาคมมึงกับกู ผู้ใดจะวิชาเก่งกล้ากว่ากัน!""งั้นหากกูแพ้ กูจักยอมปล่อยมึงขึ้นไป แต่หากมึงแพ้ มึงต้องฟังคำสั่งของกู""มึงเตรียมตัวแพ้ได้เลยไอ้จระเข้วิตถาร!"อีกไม่กี่ก้าว มนุษย์จระเข้ก็จะถึงตัวไกรทองเสียแล้ว เมื่อไม่มีทางหนีทีไร่ก็จนหนทาง นอกจากจะตั้งการ์ด ยกหมัดลุ่นๆ ขึ้นมา ฝีเท้าของชาละวันหยุดลง ก่อนที่ตาคมจะจ้องคนตรงหน้าที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าวนิ่ง ฤทธิ์เยอะเสียเหลือเกินนะอ้ายมนุษย์ปากเก่งแต่ยังไม่ทันที่จะได้จัดการมนุษย์รูปงามตรงหน้า ใบหน้าคมของชาละวันก
เรียวขางามหยุดเดิน ก่อนไกรทองจะพูดนิ่งๆ"เอาไว้ฉันปราบไอ้จระเข้ได้แล้ว เรามาคุยเรื่องของเรากันนะจ้ะ" ตะเภาทองเม้มปากแน่น หัวใจที่เหี่ยวเฉาก็กลายกลับเหมือนมีดอกไม้ค่อยๆ เบ่งบานอยู่ในใจ แต่ความรู้สึกผิดต่อผู้เป็นน้องก็มีอยู่เต็มอก ทำให้ตะเภาทองเลือกที่จะเดินหนีไปเพียงเท่านั้นไกรทองที่พออ่านสถานการณ์ออกก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตนเองนั้นก็ชอบพอทั้งตะเภาแก้วและตะเภาทอง หากจะให้เลือก ไกรทองคงไม่สามารถเลือกใครคนใดคนหนึ่งได้"พี่ไกรทองจ้ะ" ไกรทองหันหลังไปมองตะเภาแก้วที่ยืนยิ้มอยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะยิ้มตอบ จนตะเภาแก้วแก้มแดงด้วยความเขินอาย"ฉันเอาขนมต้มมาให้จ้ะ กินเยอะๆ พรุ่งนี้จะได้มีแรงปราบพวกจระเข้" ไกรทองยื่นมือรับขนมต้มมาไว้ในมือ ก่อนจะยิ้มกว้างและมองใบหน้าสวยที่เคอะเขินเขาจนไม่กล้ามองสบตา"ขอบใจนะจ้ะแม่ตะเภาแก้ว" ว่าจบตะเภาแก้วก็หันหลังเดินหนีไปด้วยความเขินอาย ปล่อยไว้เพียงไกรทองที่ในหัวใจกลับมีแต่ความรู้สึกผิดและคิดว่าตนเองเห็นแก่ตัว คิดจะจับปลาสองมือ แม้ในยุคนี้การมีเมียหลายๆ คนจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไกรทองก็ไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนต้องมาเสียน้ำตาเพ









![[Mpreg]หวนคืนครานี้ข้าจะไม่(รัก)สามีไร้ใจเช่นท่าน](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

