LOGINหญิงสาวพยายามข่มความหิวที่เกิดขึ้นกลางดึก แต่ทว่าเสียงท้องที่ร้องครางประท้วงทำให้ตัดสินใจลุกขึ้นก้าวออกจากห้องพักที่มีร่างของป้าแอนนานอนอยู่บนเตียง
จัสมินสวมใส่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาบาน มันคือชุดของป้าแอนนาที่อนุเคราะห์ให้เธอได้สวมใส่เป็น ชุดนอน
ประตูด้านหลังที่ติดกับห้องครัวถูกเปิดออกอย่างเบามือ แม้จะมืดมิดปราศจากแสงไฟ อาศัยความคุ้นเคยก้าวตรงไปที่ตู้เย็น
หญิงสาวยิ้มกว้างหยิบฉวยแอปเปิลสีแดงสดหนึ่งผลใส่กระเป๋าเสื้อ
“อ๊ะ...”
แขนข้างที่ถูกน้ำร้อนลวกประกอบกับการกระแทกกับรั้วเหล็กทำให้เธอเบ้หน้าเจ็บปวด แสงไฟจากตู้เย็นทำให้มองเห็นทุกสิ่งมากขึ้น รวมถึงทำให้ใครบางคนที่นั่งอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ได้เห็นใบหน้าของผู้บุรุกเต็มสองตา
จากเดิมตั้งใจเพียงแค่หาของกิน แต่ตอนนี้เธอกำลังเดินตรงเข้าไปภายในห้องโถง เท่าที่จำได้ตู้ยาอยู่บริเวณนั้น
หญิงสาวยิ้มกว้างหยิบฉวยยาแก้ปวดใส่กระเป๋าเสื้อ ปิดตู้ยาอย่างเบามือ ก่อนจะอุทานเสียงหลงเมื่อถูกใครบางคนกระชากจากด้านหลัง
“ว๊าย ! ฮือ...”
ข้อแขนของเธอถูกรวบไว้ทั้งสองข้าง แม้จะมืดสลัวแต่พอจะมองเห็นนัยน์ตาคมกริบดุดันเป็นประกายของ มาร์โคซิโอ้
“เธอเข้ามาทำอะไรจัสมิน ไม่สิ...เธอเข้ามาได้ยังไง ในเมื่อเวลานี้เธอไม่ควรอยู่ในรีกาโร่”
หัวใจสาวร่วงหล่นลงไปกองแทบพื้น มือหนาออกแรงบีบมากขึ้น เธอพยายามบิดออกแต่มือหนาเสมือนคีมเหล็ก
“จัสมิน...ลืมของค่ะเลยกลับเข้ามา ตะ...แต่ตอนนี้เจอแล้วค่ะ คุณมาร์โคปล่อยจัสมินเถอะค่ะ”
“หึ ลืมของ ? เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะหลงเชื่อคำพูดของผู้หญิงแพศยาอย่างเธอหรือจัสมิน ฉันจะให้โอกาสเธอพูดความจริง...ก่อนที่ฉันจะหักคอเธอทิ้ง !”
หญิงสาวหน้าซีดตัวสั่นเทา จนคนที่จับกุมข้อแขนสัมผัสได้ถึงเนื้อตัวที่สะท้าน
“จัสมินไม่มีเงินจ่ายค่าห้องพักค่ะเลยถูกไล่ออกมา ไม่รู้จะไปไหนเลยแอบเข้ามาที่รีกาโร่ จัสมินหิวค่ะ ก็เลยแอบเข้ามาหาของกิน ตะ...แต่ว่าไม่มีใครรู้เห็น หรือให้ความช่วยเหลือจัสมินนะคะ”
เธอไม่อยากทำให้ป้าแอนนาต้องเดือดร้อน ฉะนั้นการตอบไปเช่นนี้เป็นผลดีที่สุด
“หิวหรือ ใช่...ฉันรู้ดีว่าผู้หญิงอย่างเธอน่าจะหิวแต่ไม่ใช่หิวข้าวนะ แต่หิวเงิน หิวผู้ชาย !! อย่ามาตอแหลเธอเข้ามาขโมยของใช่ไหม”
ภาพที่เธอนัวเนียกับผู้ชายที่รั้วด้านหลังคฤหาสน์ยังคงติดตา อีกทั้งเรื่องราวที่อ่อยคนงานไปทั่วจากสาวใช้คนสนิทอย่างโซเฟีย ทำให้เขายิ่งขยะแขยงผู้หญิงตรงหน้า เขาควรจะผลักไส แต่กลับโอบรั้งร่างของเธอให้แนบชิดกับกายแกร่ง
“อ๊ะ...เปล่านะคะ คุณมาร์โค ฮือ...จัสมินเปล่าค่ะ”
มือบางพยายามห้ามปรามฝ่ามือหนาที่ตรวจตราไปทั่วร่างกาย กลิ่นหอมอ่อนๆ จากแป้งเด็กเย้ายวนปลุกปั่นไฟราคะให้ร้อนจัด
“ฉันไม่เชื่อ”
เขากล่าวอย่างอำมหิต พร้อมกับใช้ฝ่ามือลูบไปตามเนื้อตัวที่เขามองเห็นว่าไม่มีสิ่งใดน่าพิศมัย แต่ทันทีที่สัมผัสกลับพบว่าเรือนร่างของเธอมีสัดส่วนชัดเจน
“อ๊ะ...ไม่มีค่ะ”
หญิงสาวพยายามผลักไสดิ้นรนทั้งน้ำตา ความรู้สึกในเวลานี้ห่างไกลจากคำว่าขยะแขยงแตกต่างจากการกระทำของพี่ชายต่างสายเลือด เนื้ตตัวสาวร้อนวาบทุก อณูกายที่ถูกลูบไล้
ใช่เขารู้ว่าไม่มี....แต่ไม่อาจยุติฝ่ามือออกจากเรือนร่างของผู้หญิงต่ำต้อยตรงหน้าได้
“อ๊ะ...ยะ อย่าค่ะ”
มือหนารวบรั้งฝ่ามือบางทั้งสองข้างให้เหนือศีรษะ ดันร่างของเธอให้ชิดติดกับกำแพง ฝ่ามืออีกข้างบีบขยำบั้นท้ายกลมกลึงเต็มแรง
ใบหน้าเนียนซีดเผือดตื่นตระหนก ยิ่งทำให้เขารู้สึกเดือดดาล
“แสดงเก่งนักนะจัสมิน ไม่แปลกใจเลยที่ผู้ชายจะถ่อมาหาถึงที่”
“จัสมินไม่ได้ขโมยอะไรจริงๆ ค่ะ ฮือ...อุปส์”
มันคือสิ่งสุดท้ายที่เธอได้เอ่ย ริมฝีปากกระด้างกระแทกลงมาหาอย่างดุดัน ปากอิ่มแทบฉีกขาดเมื่อทุกการตะโบมเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างป่าเถื่อน ใบหน้าเนียนพยายามเบี่ยงหนีแต่เขากลับใช้มืออีกข้างตรึงปลายคางเอาไว้อย่างเผด็จการ
“อึมส์....”
กายสาวตื่นเร้า น่าสมเพช สัมผัสที่เกิดขึ้นปราศจากความอ่อนโยน สอดแทรกเรียวลิ้นแกร่ง สร้างความปวดร้าวให้กับช่วงล่าง กลีบสาวปวดหนึบหนับ หยาดน้ำไร้ที่มาฉ่ำชื้นเปื้อนเนื้อผ้าชิ้นน้อย
มือหนาลูบไล้บีบขยำหน้าอกอวบคำรามกระหึ่มในลำคอกับความนุ่มหยุ่นเต็มมือทั้งที่มีบราเซียร์ห่อหุ้ม เขาอยากได้ผู้หญิงแพศยาคนนี้ ตอนนี้ และเดี๋ยวนี้ !
มันคือความคิดที่ผุดขึ้นอย่างน่าหวาดวิตก มือหนาเกี่ยวรั้งขอบกางเกงผ้ายืดกำลังจะล้วงลึกเข้าไปภายในเพื่อสำรวจช่วงล่าง
“อย่า...ได้โปรด อือ...”
แม้ร่างกายจะระทดระทวยไปกับความเร่าร้อนที่เกิดขึ้น แต่เธอยังพอมีสติสัมปชัญญะให้ล่วงรู้ถึงยางอาย ที่พึงมี
“อย่าช้า สินะ คือสิ่งที่เธออยากจะบอกใช่ไหม จัสมิน”
“ไม่ใช่นะคะ...”
หญิงสาวดิ้นรนพัลวันแต่ไม่อาจสู้แรงคนตัวโตได้ ปากอิ่มได้แต่พร่ำร้องขอให้เขายุติการกระทำ เมื่อร่างกายของเธอนั้นขานรับทุกความอำมหิต
เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังประกอบกับแสงไฟที่สว่างวาบ ทำให้มาร์โคซิโอ้หยิบสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของหญิงสาวติดมือพร้อมกับผละกายออกด้วยท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งใด เสมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น...
“นายทำอะไรจัสมินน่ะ มาร์โค”
อัลเกรโด้ที่เพิ่งลงมาจากชั้นสองเลิ่กคิ้วมองน้องชายสลับกับหญิงสาวที่ยืนก้มหน้างุดเนื้อตัวสั่นเทา
“แม่นี่เข้ามาขโมยของน่ะสิครับ ดีที่ผมเจอเสียก่อน”
“ขโมย ? จัสมินนะหรือขโมย”
อัลเกรโด้มองสภาพของจัสมินที่เวลานี้เสื้อผ้า ยับย่น กลีบปากบวมช้ำ หรี่ตาแคบหันมามองน้องชาย
“จัสมินมาขโมยอะไร”
“นี่ไงครับ ของที่แม่นี่ขโมย”
เขายื่นสิ่งที่หยิบฉวยจากเธอส่งให้พี่ชายดู มันคือแอปเปิลผลเล็ก และยาพาราสองเม็ด
“มาร์โค พี่เพิ่งรู้ว่านายนับของพวกนี้เป็นของมีค่า”
มาร์โคซิโอ้ยังคงตีสีหน้าราบเรียบดุดัน จ้องมองหญิงสาวที่ทำท่าทางเสมือนสาวบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
“ขึ้นชื่อว่าขโมย ไม่ว่าสิ่งของชิ้นนั้นจะเป็นอะไร มันก็คือการขโมยอยู่วันอย่างค่ำนั่นล่ะครับพี่เกรย์”
“จัสมินขอโทษค่ะ...”
หญิงสาวรู้ดีว่าตัวเองผิดเต็มประตู เธอทำตัวไม่ต่างไปจากหัวขโมย ไม่แปลกหากเขาจะเดือดดาล และเลือกที่จะ...ลงโทษด้วยการทำให้อับอาย
อัลเกรโด้ถอนหายใจทิ้งมองสิ่งของที่หญิงสาวขโมยด้วยความรู้สึกเวทนา และเขาเชื่อว่าภายใต้ความเกรี้ยวกราดของน้องชายตัวดีคงรู้สึกไม่ต่างกัน
“ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าเรื่องในคืนนี้ให้จบแต่เพียงเท่านี้ล่ะกัน”
อัลเกรโด้ไม่พูดเปล่าแต่หยิบฉวยสิ่งที่อยู่ในมือน้องชายส่งให้จัสมิน
“คุณเกรย์...”
“พี่เกรย์ ! ได้ไงครับ แม่นี่ขโมยของนะครับ”
“ขโมยของกิน และยาพาราสองเม็ดนะหรือมาร์โค มันเป็นเพราะนายหักเงินเดือนจัสมินไม่ใช่หรือ”
มาร์โคซิโอ้พูดไม่ออกได้แต่มองภาพพี่ชายที่มอบความเมตตาให้กับหญิงสาว และดูเหมือนเธอจะได้ใจ ไม่น้อย บีบน้ำตาทำท่าทางอ่อนแอเรียกคะแนนน่าสงสาร
“จัสมินฉันคุยกับป้าแอนนาแล้วนะ ต่อไปนี้เธอพักที่รีกาโร่นี่ล่ะจะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่า เผื่อว่าจะโดนใครหักเงินเดือนอีกจะได้ไม่เดือดร้อนมาก”
“แต่ว่า...”
หญิงสาวเหลือบสายตาขึ้นมองมาร์โคซิโอ้ที่เวลานี้ส่งสายตาอำมหิตแทบจะฉีกเนื้อเธอเป็นชิ้นๆ
“ไม่มีแต่ เอาเป็นว่าทำตามที่ฉันสั่ง ดึกมากแล้วเธอรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”
“ค่ะ คุณเกรย์”
หญิงสาวก้มหน้าค้อมกายรีบก้าวเดินหนีออกไปจากห้องโถง เมื่อสายตาของมาร์โคซิโอ้นั้นเต็มไปด้วยโทสะร้าย
“มาร์โคนายก็ไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องเข้าไปเคลียร์เงินที่เดอะริชเชสไม่ใช่หรือ”
“ครับพี่เกรย์”
มาร์โคซิโอ้ตอบรับพี่ชายแต่กลับก้าวเดินไปทางตรงกันข้ามกับห้องนอนของตัวเอง ขณะที่อัลเกรโด้ไม่ได้กล่าวอะไร เมื่อเขามีภารกิจเร่งด่วนที่ต้องจัดการ
ฮันนี่เอวเอส เธอคือผู้หญิงที่อยู่ในไลฟ์สดโชว์เสียวผ่านแอพพลิเคชั่นเซ็กซ์เซอร์วิส แม้จะไม่ได้เห็นหน้า แต่บางอย่างที่เธอมีมันดึงดูดให้เขาปรารถนาเป็นอย่างยิ่งเขาต้องการให้เธอเปลี่ยนจากการขย่มหมี มาขย่มเขาบนเตียง ขย่มแรงๆ แต่ประเด็นหลักคือ เธอเล่นตัวไม่ยอมรับงานนอก ทั้งที่เขาโดเนทให้ไปก็มากโข
เห็นทีต้องไปหาถึงที่แล้วกระมัง
ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมาเธอไม่สามารถสลัดริมฝีปากกระด้าง และฝ่ามือหนาที่บีบขยำเนื้อตัวอย่างอุกอาจได้แม้แต่น้อย มาร์โคซิโอ้จะล่วงรู้หรือไม่ว่ามันคือจูบแรกในชีวิต แต่เธอรู้ดีว่าเขาหาได้แยแสกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งที่เป็นจูบ แสนเถื่อนแต่มันกลับกำซาบไปทั้งหัวอก “อย่าลืมเอาหนังสือไปเก็บที่ห้องทำงานคุณเกรย์ล่ะ” เสียงของป้าแอนนาที่ดังขึ้นพอจะฉุดรั้งสติให้หวนคืนกลับมา “ค่ะป้าแอนนา จัสมินขอบคุณมากนะคะที่คุยกับคุณเกรย์ให้จัสมิน” “ไม่เป็นไรหรอก เธอเป็นเด็กดีขยันทำงาน ใครๆ ก็เอ็นดูทั้งนั้นล่ะ” โซเฟียที่เดินผ่านมาแบะริมฝีปากอย่างหมั่นไส้ เธอไม่ปรารถนาให้จัสมินได้อาศัยในรีกาโร่ ลึกๆ แล้วเธอรู้ดีว่าจัสมินสวยกว่าใคร แม้แต่กระทั่งนางแบบคู่ควงคนล่าสุดของมาร์โคซิโอ้ก็ตาม “ใครๆ ที่ว่านี่เว้นเอาไว้คนหนึ่งนะจ๊ะป้า เพราะคุณมาร์โคไม่ชอบคนเอาหน้า เสแสร้งเก่งแบบนี้” ป้าแอนนาท้าวเอวมองอีกฝ่ายอย่างรำคาญ ซึ่งรายนั้นไหวไหล่พร้อมกับเดินหนีไปทันที “หนอยนังโซเฟีย คิดว่าเป็นสาวใช้ส่วนตัวคุณมาร์โคแล้วจะอยู่เห
หญิงสาวพยายามข่มความหิวที่เกิดขึ้นกลางดึก แต่ทว่าเสียงท้องที่ร้องครางประท้วงทำให้ตัดสินใจลุกขึ้นก้าวออกจากห้องพักที่มีร่างของป้าแอนนานอนอยู่บนเตียง จัสมินสวมใส่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาบาน มันคือชุดของป้าแอนนาที่อนุเคราะห์ให้เธอได้สวมใส่เป็น ชุดนอน ประตูด้านหลังที่ติดกับห้องครัวถูกเปิดออกอย่างเบามือ แม้จะมืดมิดปราศจากแสงไฟ อาศัยความคุ้นเคยก้าวตรงไปที่ตู้เย็น หญิงสาวยิ้มกว้างหยิบฉวยแอปเปิลสีแดงสดหนึ่งผลใส่กระเป๋าเสื้อ “อ๊ะ...” แขนข้างที่ถูกน้ำร้อนลวกประกอบกับการกระแทกกับรั้วเหล็กทำให้เธอเบ้หน้าเจ็บปวด แสงไฟจากตู้เย็นทำให้มองเห็นทุกสิ่งมากขึ้น รวมถึงทำให้ใครบางคนที่นั่งอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ได้เห็นใบหน้าของผู้บุรุกเต็มสองตา จากเดิมตั้งใจเพียงแค่หาของกิน แต่ตอนนี้เธอกำลังเดินตรงเข้าไปภายในห้องโถง เท่าที่จำได้ตู้ยาอยู่บริเวณนั้น หญิงสาวยิ้มกว้างหยิบฉวยยาแก้ปวดใส่กระเป๋าเสื้อ ปิดตู้ยาอย่างเบามือ ก่อนจะอุทานเสียงหลงเมื่อถูกใครบางคนกระชากจากด้านหลัง “ว๊าย ! ฮือ...”
หยาดน้ำตาของความอ่อนแอยิ่งไหลรินทะลัก แม้ว่าจะพยายามปาดมันทิ้งสักเพียงใด ยังคงรินไหล ไม่ขาดสาย“เอ้า...จัสมินทำไมไปนั่งอยู่ตรงนั้นล่ะ” แอนนากลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ในมือ ทำให้เธอรีบปาดน้ำตาทิ้งพร้อมกับปั้นรอยยิ้มซ่อนความทุกข์ระทมเอาไว้“จัสมินไม่ทันระวังเลยสะดุดล้มค่ะ”“ทำไมซุ่มซ่ามนักล่ะ เอานี่ เอาไปเปลี่ยนซ่ะจะได้มาทำงาน ว่าแต่...แขนของเธอ”“จัสมินไม่เป็นอะไรมากค่ะ ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงจัสมิน”“ไปเปลี่ยนเถอะ”“ค่ะ ป้าแอนนา”เธอรับเสื้อผ้าชุดใหม่มาไว้ในมือ ก่อนจะรีบตรงเข้าไปในห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เพื่อพร้อมสำหรับการทำงาน แต่ทว่าโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นทำให้เธอต้องกดรับสาย มันคือเบอร์โทรของพี่ชายต่างสายเลือดมารดาของเธอแต่งงานใหม่กับชาวอิตาลีทำให้ต้องย้ายครอบครัวมาอยู่ที่นี่เมื่อห้าปีก่อน แต่โชคไม่ดีนักระหว่างการฮันนีมูนคนทั้งสองประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตกับพี่ชายต่างสายเลือดอย่างบรูโน่"พี่บรูโน่มีอะไรหรือจ้ะ"จัสมินยืนคุยกับพี่ชายที่ประตูด้านหลังของคฤหาสน์"ก็ฉันบอกให้โอนเงินให้แต่เธอยังไม่โอนมา ถึงต้องมาหาถึงที่ไงล่ะ"บ
แอนนามองหญิงสาวอย่างอ่อนใจ ดวงตากลมโตพยายามซ่อนความอ่อนแอ แต่หนีไม่พ้นคนสูงวัยที่อาบน้ำร้อนมาก่อน “คุณมาร์โค เขาไม่มีทางสนใจเธอหรอกนะจัสมิน เธอกับเขาแตกต่างกันลิบลับ ที่สำคัญคุณมาร์โคเขาเกลียดผู้หญิงไทยที่สุด...” ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเหตุผลใดมาร์โคซิโอ้ถึงได้ตั้งแง่ จงเกลียดจงชังผู้หญิงไทยถึงเพียงนี้ จัสมินที่ฝืนยิ้ม เวลานี้ก้มหน้างุดละอายใจที่ถูกอีกฝ่ายจับได้ว่ารู้สึกเช่นไรกับผู้เป็นเจ้านาย “จัสมินขอโทษค่ะคุณแม่บ้านที่ไม่รู้จักเจียมตัว แต่จัสมินจะพยายามตัดใจค่ะ” “ที่ฉันพูดไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิเธอหรอกนะ แต่แค่ไม่อยากให้เพ้อฝันไปไกล เธอคงเห็นแล้วนะว่าผู้หญิงที่จะอยู่ข้างกายคุณมาร์โคได้เป็นแบบไหน” ถ้อยคำของป้าแม่บ้านยิ่งตอกย้ำให้หัวใจสาวเจ็บแปลบ แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจความรู้สึกเหล่านี้จวบจนกระทั่งได้เห็นมาร์โคซิโอ้พาคู่ควงเข้ามาในคฤหาสน์ ความเจ็บปวดไร้ตัวตนก่อตัวขึ้นในอกให้ทุกข์ระทม “คุณแม่บ้านไม่ต้องห่วงนะคะ จัสมินรู้ตัวดีค่ะว่าตัวเองเป็นแค่สาวใช้ ไม่อาจเอื้อมคาดหวังอะไรที่เกินตัวแบบนั้นแน่นอน”
ฟาลาเบียส คือตระกูลเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยอิทธิพลของความมั่งคั่ง ธุรกิจหลักของตระกูลคือ บาเคลย์ ธนาคารที่มีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลก รวมถึงคาสิโนที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองหลวงนับสิบประเทศในทวีปยุโรปทุกสิ่งที่กล่าวมานี้อยู่ภายใต้การดูแลของสองหนุ่มพี่น้องตระกูลฟาลาเบียสอัลเกรโด้ ฟาลาเบียส หรือ เกรย์ หนุ่มอิตาเลียน วัยสามสิบหก นัยน์ตาสีอำพัน ใบหน้าสี่หลี่ยมสันกรามเด่นชัด จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบราวกับยกหยัดตลอดเวลารูปร่างสูงใหญ่กำยำส่วนสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ทำให้เขาดูสง่าผ่าเผย รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยเสน่ห์เหลือร้าย พร้อมที่จะทำให้บรรดาสตรีทั้งหลายระทดระทวย แต่กระนั้นเขาไม่ต่างไปจากมัจจุราชที่พร้อมจะกระชากวิญญาณทุกสรรพสิ่งที่ทำให้เดือดดาล บาเคลย์อยู่ภายใต้การดูแลของเสือร้ายผู้พี่มาร์โคซิโอ้ ฟาลาเบียส หรือ มาร์โค หนุ่ม อิตาเลียน วัยสามสิบสอง นัยน์ตาสีสนิมหวานฉ่ำ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความดุดันไม่ต่างไปจากเสือร้าย เขาคือเพลย์บอยตัวพ่อ ฟาดผู้หญิงเกือบทั้งเมือง หล่อเหลาไม่แพ้พี่ชาย รอยยิ้มของเขา ขยี้ใจผู้หญิงทั่วทั้งกรุงโรมเขาแตกต่างจากพี่ชายที่สุขุม ทุกคนต่างชื่นชอบ ที่จะ







