LOGINหยาดน้ำตาของความอ่อนแอยิ่งไหลรินทะลัก แม้ว่าจะพยายามปาดมันทิ้งสักเพียงใด ยังคงรินไหล ไม่ขาดสาย
“เอ้า...จัสมินทำไมไปนั่งอยู่ตรงนั้นล่ะ”
แอนนากลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ในมือ ทำให้เธอรีบปาดน้ำตาทิ้งพร้อมกับปั้นรอยยิ้มซ่อนความทุกข์ระทมเอาไว้
“จัสมินไม่ทันระวังเลยสะดุดล้มค่ะ”
“ทำไมซุ่มซ่ามนักล่ะ เอานี่ เอาไปเปลี่ยนซ่ะจะได้มาทำงาน ว่าแต่...แขนของเธอ”
“จัสมินไม่เป็นอะไรมากค่ะ ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงจัสมิน”
“ไปเปลี่ยนเถอะ”
“ค่ะ ป้าแอนนา”
เธอรับเสื้อผ้าชุดใหม่มาไว้ในมือ ก่อนจะรีบตรงเข้าไปในห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เพื่อพร้อมสำหรับการทำงาน
แต่ทว่าโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นทำให้เธอต้องกดรับสาย มันคือเบอร์โทรของพี่ชายต่างสายเลือด
มารดาของเธอแต่งงานใหม่กับชาวอิตาลีทำให้ต้องย้ายครอบครัวมาอยู่ที่นี่เมื่อห้าปีก่อน แต่โชคไม่ดีนักระหว่างการฮันนีมูนคนทั้งสองประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตกับพี่ชายต่างสายเลือดอย่างบรูโน่
"พี่บรูโน่มีอะไรหรือจ้ะ"
จัสมินยืนคุยกับพี่ชายที่ประตูด้านหลังของคฤหาสน์
"ก็ฉันบอกให้โอนเงินให้แต่เธอยังไม่โอนมา ถึงต้องมาหาถึงที่ไงล่ะ"
บรูโน่มาหาน้องสาวนอกไส้เป็นประจำเพื่อขอเงิน ครั้งนี้เองก็เช่นกัน
"จัสมินเพิ่งให้พี่ไปวันก่อนเองนะ และตอนนี้ก็ไม่มีเงินด้วย"
"ไม่มีได้ยังไง ฉันรู้นะว่าวันนี้เงินเธอออก"
บรูโน่ทำตัวไม่ต่างจากปลิงที่คอยสูบเงินน้องสาวนอกไส้ตลอดเวลา เมื่ออาชีพหลักของเขาคือการเสี่ยงโชค
"ฉันโดนเจ้านายหักเงินเดือนจ้ะ"
"อย่ามาโกหก !"
บรูโน่พยายามเอื้อมมือผ่านประตูรั้วเหล็ก รั้งร่างของจัสมินให้ประชิดใกล้ เพื่อค้นหาทรัพย์สินที่พอจะหยิบฉวยได้
"อ๊ะ...พี่บรูโน่ ปล่อยจัสมินนะ จัสมินไม่มีจะให้จริงๆ ค่ะ"
เธอพยายามขืนตัวออกห่างจากประตูรั้วเหล็กที่ขวางกั้น แขนข้างที่ได้รับบาดเจ็บกดทับไปกับรั้วประตู มือหนาของบรูโน่จับต้องไปตามเนื้อตัวบีบจับอย่างอุกอาจ
"ฮือ พี่บรูโน่...ปล่อยฉัน"
อีกฝ่ายหัวเราะอย่างปีศาจร้าย แม้จะไม่ได้เงินตราแต่เขาพอจะล่วงรู้ว่าภายใต้เสื้อผ้ารุ่มร่ามเต็มไปด้วยความอวบอัดของสรีระแสนเย้ายวน
หญิงสาวขืนกายสุดกำลังก่อนจะผละตัวออกห่างจากประตู โดยที่ท่อนแขนยาวยังคงเอื้อมเข้ามาจะคว้าร่างของเธอ หากปราศจากลูกกุญแจบรูโน่คงไม่ปล่อยเธอง่ายๆ
"เต็มไม้เต็มมือเหลือเกินนะน้องพี่ ฮ่ะๆ ไว้รอบหน้าพี่จะมาหาใหม่"
หญิงสาวหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หากเธอไม่ออกมาพบ เกรงว่าเขาจะอาละวาดอย่างที่ข่มขู่และจะทำให้ถูกไล่ออก
คฤหาสน์รีกาโน่มีกฏหลายข้อที่สาวใช้ทุกคนต้องปฏิบัติตาม หนึ่งในนั้นคือ ห้ามชักนำปัญหา ก่อการวิวาทใดๆ ภายในรีกาโน่
บรูโน่ผิวปากเดินจากไป ขณะที่จัสมินฟุบนั่งลงกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
มาร์โคซิโอ้มองเห็นเหตุการณ์ผ่านกระจกสีดำสนิทจากห้องโดยสารลีมูซีนคันโต สิ่งที่เห็นตอกย้ำเรื่องราว ฉาวโฉ่ของสาวใช้ชาวไทย
"ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะ ว่าสาวใช้หน้าตาหงิมๆ แบบนั้นจะใจกล้าทำอะไรกลางวันแสกๆ"
ลัยลาที่นั่งอยู่ข้างกายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยจริตมารยา สัญชาตญาณสตรีเพศร้องเตือนให้รู้ว่าสาวใช้อย่างจัสมินคือบุคคลที่ต้องระวัง
"ช่างเถอะครับ ผมไม่อยากสนใจเรื่องที่เกี่ยวกับผู้หญิงชั้นต่ำแบบนั้น"
"ค่ะ..."
มือหนากำแน่น แม้รถลีมูซีนจะเคลื่อนตัวห่างจากสิ่งที่เห็น แต่มันยังคงวนเวียนภายในหัว
หากไม่มีประตูรั้วขวางกั้น แม่นั่นคงนัดแนะผู้ชายเข้ามาโยกกันหลังสวนของรีกาโร่
"ระยำสิ้นดี !"
ลัยลาที่นั่งอยู่หันมามองบุรุษข้างกาย เธอเงียบงัน ยิ่งเชื่อมั่นว่าสาวใช้อย่างจัสมินมีความหมายกับมาร์โคซิโอ้
แต่ทว่าไม่มีทางที่ผู้หญิงอย่างเธอจะพ่ายแพ้ให้กับสาวใช้ธรรมดาไร้ค่า มาร์โคซิโอ้บุรุษเพียบพร้อม ไม่ว่าจะเรื่องรูปร่าง หน้าตา ฐานะ ความสามารถทุกด้าน โดยเฉพาะกิจกรรมบนเตียง เธอจะไม่ปล่อยเขาหลุดมือเป็นแน่
รถลีมูซีนสีดำสนิทคันโตเคลื่อนมาจอดหน้ากองถ่ายทำละคร ทำให้บรรดานักข่าวต่างกรูกันเข้ามาเพื่อรอถ่ายภาพทำข่าวนางร้ายชื่อดังอย่างลัยลา
เธอจงใจก้าวลงจากรถ และหันมาจูบแก้มสากของมาร์โคซิโอ้เพื่อให้สื่อทุกแขนงได้เก็บภาพ ทั้งนี้เพื่อประกาศให้ผู้หญิงทั่วทวีปได้ล่วงรู้ว่าเธอคือบุคคลที่จะได้ครอบครองหัวใจมาร์โคซิโอ้ ฟาลาเบียส
"แล้วเจอกันนะคะมาร์โค"
"ครับลัยลา แล้วเจอกัน"
ประตูที่ปิดลง ทำให้เขาเอนกายกับพนักพิง ภายในหัวครุ่นคิดกับสิ่งที่เห็นเกินกว่าจะใส่ใจเรื่องที่ตัวเองกำลังจะเป็นข่าว
ริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอเล็กน้อย มันชวนน่าบดขยี้ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความประหม่าขลาดกลัวเชื้อเชิญให้สัญชาตญาณนักล่าตื่นตัวถึงขีดสุด ทั้งที่รู้ดีว่ามันคือการแสดง
เนื้อแท้ของผู้หญิงอย่างเธอเขามองเพียงปราดเดียวก็ล่วงรู้ทะลุปรุโปร่ง
จัสมินเธอมันแพศยา
ประตูห้องพักถูกล็อกกุญแจจากด้านนอก ทำให้หญิงสาวมืดแปดด้าน เมื่อเธอไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องมาแล้วสองเดือน จะให้ไปค้างกับพี่ชายต่างสายเลือด เธอยังคงขยะเเขยงหวาดกลัวไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้า
คนเดียวที่พอจะช่วยเหลือได้...ป้าแอนนา จัสมินลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนจะใช้โทรศัพท์โทรออกหาป้าแม่บ้าน
‘ป้าแอนนาคะ จัสมินจะรบกวนขอยืมเงินสิบยูโรค่ะ’
เงินจำนวนไม่มากแต่ทำให้ปลายสายซักถามอย่างละเอียด
‘จัสมินไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องค่ะ ก็เลยจะไปนอนโรงแรมถูกๆ เอา’
‘ไม่ต้องเลย มานอนกับฉันเถอะ เอาเป็นว่าฉันจะไปเปิดประตูหลังรอล่ะกัน’
‘แต่ว่า...’
ไม่ทันได้พูดอะไรอีกเพราะอีกฝ่ายวางสายไปแล้ว จัสมินเม้มปากแน่นเธอกลัวจะทำให้ป้าแอนนาเดือดร้อนหากมาร์โคซิโอล่วงรู้
แต่ไม่มีทางเลือก เธอกระชับกระเป๋าผ้าใบเล็กรีบก้าวไปตามทางก่อนที่จะมืดค่ำ เมื่อไม่มีแม้แต่ค่าโดยสาร
ภายในห้องพักขนาดกว้างขวางมากกว่าห้องเช่าของเธออีกเท่าตัว ทำให้รู้ว่าการได้อยู่ภายใต้การดูแลของตระกูลฟาลาเบียสเป็นเรื่องที่ดีเพียงใด
"ขอบคุณป้าแอนนามากนะคะ ที่ให้จัสมินมาค้างด้วย"
"ไม่เป็นไร อย่าคิดมากเตรียมตัวอาบน้ำแล้วมานอนพักเถอะ คุณมาร์โคไม่รู้หรอกว่าเธอมาค้างกับป้า"
แอนนารู้ดีว่าสิ่งใดอยู่ในความกังวลของหญิงสาว
"ว่าแต่หลังจากนี้ล่ะ เธอจะทำอย่างไรต่อไป ป้าไปช่วยพูดกับคุณเกรย์ดีไหมให้เธอได้พักในรีกาโร่"
ห้องพักสำหรับคนงาน สาวใช้ยังเหลืออีกหลายห้อง มันพร้อมที่จะต้อนรับคนงานใหม่ เว้นเสียแต่เธอที่เป็นข้อยกเว้น
"อย่าเลยค่ะ ถ้าคุณมาร์โครู้เข้า ป้าจะถูกตำหนิได้นะคะ"
"เอาเถอะ เธอรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และหากหิวก็ใช้ประตูหลังเข้าไปที่ห้องครัวล่ะกัน แต่ระวังอย่าให้ใครเห็นก็พอ"
ภายในคฤหาสน์หลังหกโมงไปแล้วมันคือสถานที่ส่วนตัวของสองหนุ่มฟาลาเบียส คนงานทุกคนไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้าไป
"ค่ะป้าแอนนา"
ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมาเธอไม่สามารถสลัดริมฝีปากกระด้าง และฝ่ามือหนาที่บีบขยำเนื้อตัวอย่างอุกอาจได้แม้แต่น้อย มาร์โคซิโอ้จะล่วงรู้หรือไม่ว่ามันคือจูบแรกในชีวิต แต่เธอรู้ดีว่าเขาหาได้แยแสกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งที่เป็นจูบ แสนเถื่อนแต่มันกลับกำซาบไปทั้งหัวอก “อย่าลืมเอาหนังสือไปเก็บที่ห้องทำงานคุณเกรย์ล่ะ” เสียงของป้าแอนนาที่ดังขึ้นพอจะฉุดรั้งสติให้หวนคืนกลับมา “ค่ะป้าแอนนา จัสมินขอบคุณมากนะคะที่คุยกับคุณเกรย์ให้จัสมิน” “ไม่เป็นไรหรอก เธอเป็นเด็กดีขยันทำงาน ใครๆ ก็เอ็นดูทั้งนั้นล่ะ” โซเฟียที่เดินผ่านมาแบะริมฝีปากอย่างหมั่นไส้ เธอไม่ปรารถนาให้จัสมินได้อาศัยในรีกาโร่ ลึกๆ แล้วเธอรู้ดีว่าจัสมินสวยกว่าใคร แม้แต่กระทั่งนางแบบคู่ควงคนล่าสุดของมาร์โคซิโอ้ก็ตาม “ใครๆ ที่ว่านี่เว้นเอาไว้คนหนึ่งนะจ๊ะป้า เพราะคุณมาร์โคไม่ชอบคนเอาหน้า เสแสร้งเก่งแบบนี้” ป้าแอนนาท้าวเอวมองอีกฝ่ายอย่างรำคาญ ซึ่งรายนั้นไหวไหล่พร้อมกับเดินหนีไปทันที “หนอยนังโซเฟีย คิดว่าเป็นสาวใช้ส่วนตัวคุณมาร์โคแล้วจะอยู่เห
หญิงสาวพยายามข่มความหิวที่เกิดขึ้นกลางดึก แต่ทว่าเสียงท้องที่ร้องครางประท้วงทำให้ตัดสินใจลุกขึ้นก้าวออกจากห้องพักที่มีร่างของป้าแอนนานอนอยู่บนเตียง จัสมินสวมใส่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาบาน มันคือชุดของป้าแอนนาที่อนุเคราะห์ให้เธอได้สวมใส่เป็น ชุดนอน ประตูด้านหลังที่ติดกับห้องครัวถูกเปิดออกอย่างเบามือ แม้จะมืดมิดปราศจากแสงไฟ อาศัยความคุ้นเคยก้าวตรงไปที่ตู้เย็น หญิงสาวยิ้มกว้างหยิบฉวยแอปเปิลสีแดงสดหนึ่งผลใส่กระเป๋าเสื้อ “อ๊ะ...” แขนข้างที่ถูกน้ำร้อนลวกประกอบกับการกระแทกกับรั้วเหล็กทำให้เธอเบ้หน้าเจ็บปวด แสงไฟจากตู้เย็นทำให้มองเห็นทุกสิ่งมากขึ้น รวมถึงทำให้ใครบางคนที่นั่งอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ได้เห็นใบหน้าของผู้บุรุกเต็มสองตา จากเดิมตั้งใจเพียงแค่หาของกิน แต่ตอนนี้เธอกำลังเดินตรงเข้าไปภายในห้องโถง เท่าที่จำได้ตู้ยาอยู่บริเวณนั้น หญิงสาวยิ้มกว้างหยิบฉวยยาแก้ปวดใส่กระเป๋าเสื้อ ปิดตู้ยาอย่างเบามือ ก่อนจะอุทานเสียงหลงเมื่อถูกใครบางคนกระชากจากด้านหลัง “ว๊าย ! ฮือ...”
หยาดน้ำตาของความอ่อนแอยิ่งไหลรินทะลัก แม้ว่าจะพยายามปาดมันทิ้งสักเพียงใด ยังคงรินไหล ไม่ขาดสาย“เอ้า...จัสมินทำไมไปนั่งอยู่ตรงนั้นล่ะ” แอนนากลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ในมือ ทำให้เธอรีบปาดน้ำตาทิ้งพร้อมกับปั้นรอยยิ้มซ่อนความทุกข์ระทมเอาไว้“จัสมินไม่ทันระวังเลยสะดุดล้มค่ะ”“ทำไมซุ่มซ่ามนักล่ะ เอานี่ เอาไปเปลี่ยนซ่ะจะได้มาทำงาน ว่าแต่...แขนของเธอ”“จัสมินไม่เป็นอะไรมากค่ะ ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงจัสมิน”“ไปเปลี่ยนเถอะ”“ค่ะ ป้าแอนนา”เธอรับเสื้อผ้าชุดใหม่มาไว้ในมือ ก่อนจะรีบตรงเข้าไปในห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เพื่อพร้อมสำหรับการทำงาน แต่ทว่าโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นทำให้เธอต้องกดรับสาย มันคือเบอร์โทรของพี่ชายต่างสายเลือดมารดาของเธอแต่งงานใหม่กับชาวอิตาลีทำให้ต้องย้ายครอบครัวมาอยู่ที่นี่เมื่อห้าปีก่อน แต่โชคไม่ดีนักระหว่างการฮันนีมูนคนทั้งสองประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตกับพี่ชายต่างสายเลือดอย่างบรูโน่"พี่บรูโน่มีอะไรหรือจ้ะ"จัสมินยืนคุยกับพี่ชายที่ประตูด้านหลังของคฤหาสน์"ก็ฉันบอกให้โอนเงินให้แต่เธอยังไม่โอนมา ถึงต้องมาหาถึงที่ไงล่ะ"บ
แอนนามองหญิงสาวอย่างอ่อนใจ ดวงตากลมโตพยายามซ่อนความอ่อนแอ แต่หนีไม่พ้นคนสูงวัยที่อาบน้ำร้อนมาก่อน “คุณมาร์โค เขาไม่มีทางสนใจเธอหรอกนะจัสมิน เธอกับเขาแตกต่างกันลิบลับ ที่สำคัญคุณมาร์โคเขาเกลียดผู้หญิงไทยที่สุด...” ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเหตุผลใดมาร์โคซิโอ้ถึงได้ตั้งแง่ จงเกลียดจงชังผู้หญิงไทยถึงเพียงนี้ จัสมินที่ฝืนยิ้ม เวลานี้ก้มหน้างุดละอายใจที่ถูกอีกฝ่ายจับได้ว่ารู้สึกเช่นไรกับผู้เป็นเจ้านาย “จัสมินขอโทษค่ะคุณแม่บ้านที่ไม่รู้จักเจียมตัว แต่จัสมินจะพยายามตัดใจค่ะ” “ที่ฉันพูดไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิเธอหรอกนะ แต่แค่ไม่อยากให้เพ้อฝันไปไกล เธอคงเห็นแล้วนะว่าผู้หญิงที่จะอยู่ข้างกายคุณมาร์โคได้เป็นแบบไหน” ถ้อยคำของป้าแม่บ้านยิ่งตอกย้ำให้หัวใจสาวเจ็บแปลบ แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจความรู้สึกเหล่านี้จวบจนกระทั่งได้เห็นมาร์โคซิโอ้พาคู่ควงเข้ามาในคฤหาสน์ ความเจ็บปวดไร้ตัวตนก่อตัวขึ้นในอกให้ทุกข์ระทม “คุณแม่บ้านไม่ต้องห่วงนะคะ จัสมินรู้ตัวดีค่ะว่าตัวเองเป็นแค่สาวใช้ ไม่อาจเอื้อมคาดหวังอะไรที่เกินตัวแบบนั้นแน่นอน”
ฟาลาเบียส คือตระกูลเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยอิทธิพลของความมั่งคั่ง ธุรกิจหลักของตระกูลคือ บาเคลย์ ธนาคารที่มีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลก รวมถึงคาสิโนที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองหลวงนับสิบประเทศในทวีปยุโรปทุกสิ่งที่กล่าวมานี้อยู่ภายใต้การดูแลของสองหนุ่มพี่น้องตระกูลฟาลาเบียสอัลเกรโด้ ฟาลาเบียส หรือ เกรย์ หนุ่มอิตาเลียน วัยสามสิบหก นัยน์ตาสีอำพัน ใบหน้าสี่หลี่ยมสันกรามเด่นชัด จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบราวกับยกหยัดตลอดเวลารูปร่างสูงใหญ่กำยำส่วนสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ทำให้เขาดูสง่าผ่าเผย รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยเสน่ห์เหลือร้าย พร้อมที่จะทำให้บรรดาสตรีทั้งหลายระทดระทวย แต่กระนั้นเขาไม่ต่างไปจากมัจจุราชที่พร้อมจะกระชากวิญญาณทุกสรรพสิ่งที่ทำให้เดือดดาล บาเคลย์อยู่ภายใต้การดูแลของเสือร้ายผู้พี่มาร์โคซิโอ้ ฟาลาเบียส หรือ มาร์โค หนุ่ม อิตาเลียน วัยสามสิบสอง นัยน์ตาสีสนิมหวานฉ่ำ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความดุดันไม่ต่างไปจากเสือร้าย เขาคือเพลย์บอยตัวพ่อ ฟาดผู้หญิงเกือบทั้งเมือง หล่อเหลาไม่แพ้พี่ชาย รอยยิ้มของเขา ขยี้ใจผู้หญิงทั่วทั้งกรุงโรมเขาแตกต่างจากพี่ชายที่สุขุม ทุกคนต่างชื่นชอบ ที่จะ







