LOGINแอนนามองหญิงสาวอย่างอ่อนใจ ดวงตากลมโตพยายามซ่อนความอ่อนแอ แต่หนีไม่พ้นคนสูงวัยที่อาบน้ำร้อนมาก่อน
“คุณมาร์โค เขาไม่มีทางสนใจเธอหรอกนะจัสมิน เธอกับเขาแตกต่างกันลิบลับ ที่สำคัญคุณมาร์โคเขาเกลียดผู้หญิงไทยที่สุด...”
ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเหตุผลใดมาร์โคซิโอ้ถึงได้ตั้งแง่ จงเกลียดจงชังผู้หญิงไทยถึงเพียงนี้
จัสมินที่ฝืนยิ้ม เวลานี้ก้มหน้างุดละอายใจที่ถูกอีกฝ่ายจับได้ว่ารู้สึกเช่นไรกับผู้เป็นเจ้านาย
“จัสมินขอโทษค่ะคุณแม่บ้านที่ไม่รู้จักเจียมตัว แต่จัสมินจะพยายามตัดใจค่ะ”
“ที่ฉันพูดไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิเธอหรอกนะ แต่แค่ไม่อยากให้เพ้อฝันไปไกล เธอคงเห็นแล้วนะว่าผู้หญิงที่จะอยู่ข้างกายคุณมาร์โคได้เป็นแบบไหน”
ถ้อยคำของป้าแม่บ้านยิ่งตอกย้ำให้หัวใจสาวเจ็บแปลบ แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจความรู้สึกเหล่านี้จวบจนกระทั่งได้เห็นมาร์โคซิโอ้พาคู่ควงเข้ามาในคฤหาสน์ ความเจ็บปวดไร้ตัวตนก่อตัวขึ้นในอกให้ทุกข์ระทม
“คุณแม่บ้านไม่ต้องห่วงนะคะ จัสมินรู้ตัวดีค่ะว่าตัวเองเป็นแค่สาวใช้ ไม่อาจเอื้อมคาดหวังอะไรที่เกินตัวแบบนั้นแน่นอน”
“รู้ตัวก็ดี ! เพราะเธอไม่มีทางได้ขึ้นเตียงกับ คุณมารโคอย่างแน่นอน”
โซเฟียสาวใช้ที่เพิ่งมาถึงพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจ จ้องมองจัสมินด้วยความชิงชัง
“ไม่ใช่แค่จัสมินหรอก เธอด้วยโซเฟีย คุณมาร์โคไม่มีทางขึ้นเตียงกับสาวใช้ในบ้านหรอกนะ”
โซเฟียแอบรักมาร์โคซิโอ้ไม่ต่างไปจากจัสมิน เธอได้รับหน้าที่เป็นสาวใช้ส่วนตัว ดูแลทุกสิ่งให้กับเขา
“ไม่แน่หรอกป้า สักวันคุณมาร์โคอาจจะหันมามองสาวใช้อย่างฉันก็ได้ เพราะอย่างน้อยๆ ฉันก็ไม่ใช่คนที่ถูกเกลียด”
จัสมินจุกในหัวอกไม่น้อย ถ้อยคำของโซเฟียยิ่ง ตอกย้ำให้รู้ว่าความเพ้อฝันที่มี มันปราศจากหนทาง
“เลิกพูดมากได้แล้ว รีบไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีเถอะโซเฟีย ส่วนจัสมินรอฉันตรงนี้เดี๋ยวเอาชุดมาให้เปลี่ยน”
โซเฟียเบะริมฝีปากใส่ก่อนจะเดินจากไป โดยที่เธอยังคงยืนอยู่ภายในห้องครัว เพื่อรอคอยป้าแม่บ้านนำเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้เปลี่ยน
หญิงสาวยังคงเพียรพยายาม วักน้ำจากก๊อกมา ขยี้คราบอาหารที่เปื้อนเลอะบนเสื้อเชิ๊ตสีขาวสะอาดตาที่สวมใส่บนร่างกาย หากมันทิ้งร่องรอยเอาไว้คงดูไม่น่ามองนัก
เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ปากอิ่ม คลี่รอยยิ้มรีบหันหลังกลับไปมอง
“ขอบคุณค่ะป้าแอนนา...”
รอยยิ้มที่มีเลื่อนหายแปรเปลี่ยนเป็นความประหม่าเมื่อบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ป้าแอนนา
มาร์โคซิโอ้
หญิงสาวกุมมือกลางร่างก้มหน้างุดมองพื้น กระแสอำมหิตแผ่ซ่านชวนให้เนื้อตัวเบ่งบานประหม่าพรั่นพรึง
สายตาคู่คมไม่ต่างไปจากมีดคมกริบจ้องมองหญิงสาวที่ยืนห่อตัวเล็กลีบ ทำตัวเสมือนสาวใสซื่อไร้เดียงสาเวลาเผชิญหน้ากับบุรุษเพศ สิ่งที่เห็นชวนคลื่นไส้
“เลิกทำท่าทางอย่างนี้เสียที รู้ไหมว่ามันน่าสะอิดสะเอียนแค่ไหน”
“คุณมาร์โคมีอะไรให้จัสมินรับใช้คะ”
เธอถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเทาไม่ต่างไปจากร่างกาย รู้ทั้งรู้ว่าคนตรงหน้าเกลียดชังแต่ไม่อาจหักห้ามความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจได้
ความรู้สึกทรมานที่ถูกเกลียดชังทำให้หัวใจสาวล่วงรู้ความรู้สึกที่มีต่อบุคคลที่เปรียบเสมือนท้องนภาขณะที่เธอเป็นได้แค่ดอกหญ้าแสนต่ำต้อย
“คนอย่างฉันไม่คิดจะให้เธอมารับใช้ใกล้ชิดอะไรทั้งนั้น”
หญิงสาวสะอึกไปกับถ้อยคำปฏิเสธ แต่ทำได้เพียงแค่ก้มหน้ารับ
“ค่ะ....”
“ฉันจะบอกว่า เงินเดือนเดือนนี้ของเธอ จะถูกหักทั้งหมด นับเป็นค่าเสื้อผ้าของลัยลาที่ต้องชดใช้”
หญิงสาวที่ก้มงุดเงยหน้าขึ้น เผยอริมฝีปากน้อยๆ และนั่นทำให้คนมองรู้สึกถึงความอึดอัดบริเวณซอกขา
สายตาคู่คมลอบมองดวงตากลมโตหวานซึ้ง ไล่ลงต่ำที่เสื้อเชิ้ตสีขาว มันเปียกชื้นจนลู่ไปตามสรีระของร่างกาย เนินอกอวบที่มีบราเซียร์สีชมพูอ่อน เผยให้เห็นรำไร รีบเบือนหน้าหนีสิ่งที่เห็น
“แต่...มันแค่เปียกน้ำเองนะคะ จัสมินยินดีซักรีดให้ใหม่ แต่คุณมาร์โคอย่าหักเงินเดือนจัสมินเลยนะคะ”
แม้เงินเดือนที่ได้รับจากการเป็นสาวใช้จะมากพอที่จะดำรงชีพ แต่เธอยังมีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบ
“เธอคงไม่เข้าใจสินะ น้ำที่หกใส่มันไม่ใช่น้ำธรรมดา แต่เป็นน้ำที่มาจากคนชั้นต่ำมันโสโครก ! ฉันถึงไม่ต้องการให้เธอเข้ามาทำงานที่รีกาโร่ไงล่ะ แค่ต้องหายใจร่วมฉันก็แขยงเต็มทน”
กระบอกตาร้อนผ่าว ถ้อยคำของเขาไม่ต่างไปจากมีดคมกริบที่กรีดลงบนก้อนเนื้อข้างซ้าย และสิ่งเดียวที่เธอทำได้คือการตอบรับทุกถ้อยคำถากถาง
“ค่ะ...”
กรามแกร่งขบกันแน่นโทสะร้ายลุกโชนขึ้นกลางอก กับท่าทางยอมรับอย่างหน้าด้านๆ ของหญิงสาวหน้าซื่อ แต่ภายในสุดแสนจะแพศยา ไม่รู้ทำไมพี่ชายเขาถึงได้เมตตาเธอนัก
“หน้าไม่อาย ! ฉันพูดขนาดนี้แล้วยังตอบรับอย่างหน้าชื่นตาบานอีก”
มือหนาตะปบลงที่ท่อนแขนออกแรงบีบเต็มกำลังหญิงสาวเบ้หน้าอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อผิวเนื้อมีร่องรอยแดงจากน้ำร้อนที่ลวก
“โอ๊ย...”
ปากอิ่มเม้มแน่นสนิทรีบข่มความอ่อนแอเอาไว้ ในอก ทั้งที่เวลานี้เจ็บจนแทบจะร่ำไห้ มาร์โคซิโอ้มองเห็นปฏิกิริยา เสมองตามฝ่ามือหนาที่จับกุมก่อนจะสะบัดออกอย่างไร้ความเมตตา
“ฉันรู้ดีที่เธอยังลอยหน้าลอยตาภายในรีกาโร่ เป็นเพราะอะไร แต่ฉันขอเตือนเอาไว้ว่าเธอไม่มีทางสมหวังอย่างแน่นอน”
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ใบหน้าเนียนซีดเผือดไม่ต่างไปจากกระดาษ ไม่คาดคิดว่ามาร์โคซิโอ้จะล่วงรู้ความรู้สึกที่มีต่อเขา
“คุณมาร์โค...คุณทราบหรือคะ”
“หึ...เป็นอย่างที่คิดจริงๆ สินะ ใฝ่สูงไม่ดูกำพืดตัวเอง น่าสมเพชสิ้นดี เธอคิดว่าพี่เกรย์จะสนใจสาวใช้ที่อ่อยผู้ชายไม่เลือกหน้าอย่างเธอหรือ”
อีกครั้งกับการที่เธอต้องอ้าปากค้างกับความเข้าใจผิดที่เขายัดเยียดให้
“ไม่ใช่นะคะ จัสมินไม่ได้คิดแบบนั้นกับคุณเกรย์เลยค่ะ อ๊ะ...”
มือหนาบีบแก้มเนียนให้เผชิญหน้า นัยน์ตาคู่คมจ้องอย่างอำมหิตร้าย เขาขยับโน้มใบหน้าเข้าหา กลิ่นไอเซ็กซี่แสนอำมหิตทำให้เนื้อตัวเบ่งบานอย่างน่าสมเพช
“หุบปากซ่ะ ต่อให้เธอแสดงว่าไร้เดียงสา แสนซื่ออย่างไรมันก็ไม่สามารถปกปิดตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ได้”
มือหนายิ่งออกแรงบีบแก้มเนียน ความเดือดดาลเพิ่มขึ้นตามร่างกายที่อึดอัดโดยเฉพาะบริเวณซอกขา แรงปรารถนาที่เกิดขึ้นมันชวนพิศวง ในเมื่อเขาเพิ่งปลดปล่อยกับนางแบบสาวจนหมดสิ้น
“จัสมินไม่ได้แสดงอะไรทั้งนั้น...คุณมาร์โคได้โปรดเชื่อจัสมินนะคะ”
ดวงตากลมโตมองอย่างวิงวอน แต่สิ่งที่ได้รับคือรอยยิ้มหยันประกอบกับน้ำหนักมือที่เพิ่มมากขึ้น
“ให้เชื่อเธออย่างนั้นหรือจัสมิน...”
สิ่งที่ล่วงรู้จากโซเฟีย รวมถึงสิ่งที่เห็นทำให้ยากที่จะลบล้างอคติที่มี จัสมินสาวใช้แสนดีที่พี่ชายเอ็นดู สนิทสนมกับคนงานชายไปทั่ว อีกทั้งลักลอบพบกับผู้ชายในเวลาทำงาน เขาเห็นกับตา...
กรามแกร่งขบกันแน่น เขาเยาะหยันดันใบหน้าเนียนสะบัดไปตามแรงฝ่ามือ หญิงสาวร่างเล็ก เสียหลัก เซถลาล้มลงกองกับพื้น
“อ๊ะ....”
“อย่าคิดว่าทุกคนจะหลงเชื่อมารยาของเธอจัสมิน เพราะฉันอยู่นอกเหนือบุคคลเหล่านั้น”
หญิงสาวเม้มปากแน่น แขนข้างที่บาดเจ็บกระแทกกับเคาน์เตอร์บาร์หยาดน้ำตาไหลซึม รีบใช้หลังมือปาดลวกๆ สิ่งเดียวที่ทำได้คือก้มหน้ายอมรับความเกลียดชังที่เขามอบให้
“….”
เสียงสะอื้นแผ่วเบา แต่กลับดังก้องในโสตประสาทมันสร้างความหงุดหงิดในหัวอก เขาจ้องมองเพียงปราดเดียวก่อนจะก้าวเดินหนีอย่างไม่แยแส ปล่อยให้หญิงสาวนั่งร่ำไห้อยู่อย่างนั้น
มาร์โคซิโอ้ ไม่แม้แต่ที่จะปรายตามอง ความเจ็บปวดไร้ตัวตนแต่กลับมีอิทธิพลต่อก้อนเนื้อข้างซ้าย ยิ่งเขาแสดงความเกลียดชังมากเท่าไหร่ ยิ่งพบพานกับความทุกข์ระทม
“ทำไมต้องเป็นจัสมินด้วยคะ...ที่คุณเกลียด”
ลำพังแค่แอบรักก็ปราศจากหนทางที่จะสมหวังแต่เธอกลับกลายเป็นคนที่เขาเกลียดชัง ขยะแขยง เสมือนเป็นสิ่งมีชีวิตที่โสมมเกินกว่าจะหายใจร่วมโลก
หยาดน้ำตาของความอ่อนแอยิ่งไหลรินทะลัก แม้ว่าจะพยายามปาดมันทิ้งสักเพียงใด ยังคงรินไหล ไม่ขาดสาย
ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมาเธอไม่สามารถสลัดริมฝีปากกระด้าง และฝ่ามือหนาที่บีบขยำเนื้อตัวอย่างอุกอาจได้แม้แต่น้อย มาร์โคซิโอ้จะล่วงรู้หรือไม่ว่ามันคือจูบแรกในชีวิต แต่เธอรู้ดีว่าเขาหาได้แยแสกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งที่เป็นจูบ แสนเถื่อนแต่มันกลับกำซาบไปทั้งหัวอก “อย่าลืมเอาหนังสือไปเก็บที่ห้องทำงานคุณเกรย์ล่ะ” เสียงของป้าแอนนาที่ดังขึ้นพอจะฉุดรั้งสติให้หวนคืนกลับมา “ค่ะป้าแอนนา จัสมินขอบคุณมากนะคะที่คุยกับคุณเกรย์ให้จัสมิน” “ไม่เป็นไรหรอก เธอเป็นเด็กดีขยันทำงาน ใครๆ ก็เอ็นดูทั้งนั้นล่ะ” โซเฟียที่เดินผ่านมาแบะริมฝีปากอย่างหมั่นไส้ เธอไม่ปรารถนาให้จัสมินได้อาศัยในรีกาโร่ ลึกๆ แล้วเธอรู้ดีว่าจัสมินสวยกว่าใคร แม้แต่กระทั่งนางแบบคู่ควงคนล่าสุดของมาร์โคซิโอ้ก็ตาม “ใครๆ ที่ว่านี่เว้นเอาไว้คนหนึ่งนะจ๊ะป้า เพราะคุณมาร์โคไม่ชอบคนเอาหน้า เสแสร้งเก่งแบบนี้” ป้าแอนนาท้าวเอวมองอีกฝ่ายอย่างรำคาญ ซึ่งรายนั้นไหวไหล่พร้อมกับเดินหนีไปทันที “หนอยนังโซเฟีย คิดว่าเป็นสาวใช้ส่วนตัวคุณมาร์โคแล้วจะอยู่เห
หญิงสาวพยายามข่มความหิวที่เกิดขึ้นกลางดึก แต่ทว่าเสียงท้องที่ร้องครางประท้วงทำให้ตัดสินใจลุกขึ้นก้าวออกจากห้องพักที่มีร่างของป้าแอนนานอนอยู่บนเตียง จัสมินสวมใส่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาบาน มันคือชุดของป้าแอนนาที่อนุเคราะห์ให้เธอได้สวมใส่เป็น ชุดนอน ประตูด้านหลังที่ติดกับห้องครัวถูกเปิดออกอย่างเบามือ แม้จะมืดมิดปราศจากแสงไฟ อาศัยความคุ้นเคยก้าวตรงไปที่ตู้เย็น หญิงสาวยิ้มกว้างหยิบฉวยแอปเปิลสีแดงสดหนึ่งผลใส่กระเป๋าเสื้อ “อ๊ะ...” แขนข้างที่ถูกน้ำร้อนลวกประกอบกับการกระแทกกับรั้วเหล็กทำให้เธอเบ้หน้าเจ็บปวด แสงไฟจากตู้เย็นทำให้มองเห็นทุกสิ่งมากขึ้น รวมถึงทำให้ใครบางคนที่นั่งอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ได้เห็นใบหน้าของผู้บุรุกเต็มสองตา จากเดิมตั้งใจเพียงแค่หาของกิน แต่ตอนนี้เธอกำลังเดินตรงเข้าไปภายในห้องโถง เท่าที่จำได้ตู้ยาอยู่บริเวณนั้น หญิงสาวยิ้มกว้างหยิบฉวยยาแก้ปวดใส่กระเป๋าเสื้อ ปิดตู้ยาอย่างเบามือ ก่อนจะอุทานเสียงหลงเมื่อถูกใครบางคนกระชากจากด้านหลัง “ว๊าย ! ฮือ...”
หยาดน้ำตาของความอ่อนแอยิ่งไหลรินทะลัก แม้ว่าจะพยายามปาดมันทิ้งสักเพียงใด ยังคงรินไหล ไม่ขาดสาย“เอ้า...จัสมินทำไมไปนั่งอยู่ตรงนั้นล่ะ” แอนนากลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ในมือ ทำให้เธอรีบปาดน้ำตาทิ้งพร้อมกับปั้นรอยยิ้มซ่อนความทุกข์ระทมเอาไว้“จัสมินไม่ทันระวังเลยสะดุดล้มค่ะ”“ทำไมซุ่มซ่ามนักล่ะ เอานี่ เอาไปเปลี่ยนซ่ะจะได้มาทำงาน ว่าแต่...แขนของเธอ”“จัสมินไม่เป็นอะไรมากค่ะ ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงจัสมิน”“ไปเปลี่ยนเถอะ”“ค่ะ ป้าแอนนา”เธอรับเสื้อผ้าชุดใหม่มาไว้ในมือ ก่อนจะรีบตรงเข้าไปในห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เพื่อพร้อมสำหรับการทำงาน แต่ทว่าโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นทำให้เธอต้องกดรับสาย มันคือเบอร์โทรของพี่ชายต่างสายเลือดมารดาของเธอแต่งงานใหม่กับชาวอิตาลีทำให้ต้องย้ายครอบครัวมาอยู่ที่นี่เมื่อห้าปีก่อน แต่โชคไม่ดีนักระหว่างการฮันนีมูนคนทั้งสองประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตกับพี่ชายต่างสายเลือดอย่างบรูโน่"พี่บรูโน่มีอะไรหรือจ้ะ"จัสมินยืนคุยกับพี่ชายที่ประตูด้านหลังของคฤหาสน์"ก็ฉันบอกให้โอนเงินให้แต่เธอยังไม่โอนมา ถึงต้องมาหาถึงที่ไงล่ะ"บ
แอนนามองหญิงสาวอย่างอ่อนใจ ดวงตากลมโตพยายามซ่อนความอ่อนแอ แต่หนีไม่พ้นคนสูงวัยที่อาบน้ำร้อนมาก่อน “คุณมาร์โค เขาไม่มีทางสนใจเธอหรอกนะจัสมิน เธอกับเขาแตกต่างกันลิบลับ ที่สำคัญคุณมาร์โคเขาเกลียดผู้หญิงไทยที่สุด...” ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเหตุผลใดมาร์โคซิโอ้ถึงได้ตั้งแง่ จงเกลียดจงชังผู้หญิงไทยถึงเพียงนี้ จัสมินที่ฝืนยิ้ม เวลานี้ก้มหน้างุดละอายใจที่ถูกอีกฝ่ายจับได้ว่ารู้สึกเช่นไรกับผู้เป็นเจ้านาย “จัสมินขอโทษค่ะคุณแม่บ้านที่ไม่รู้จักเจียมตัว แต่จัสมินจะพยายามตัดใจค่ะ” “ที่ฉันพูดไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิเธอหรอกนะ แต่แค่ไม่อยากให้เพ้อฝันไปไกล เธอคงเห็นแล้วนะว่าผู้หญิงที่จะอยู่ข้างกายคุณมาร์โคได้เป็นแบบไหน” ถ้อยคำของป้าแม่บ้านยิ่งตอกย้ำให้หัวใจสาวเจ็บแปลบ แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจความรู้สึกเหล่านี้จวบจนกระทั่งได้เห็นมาร์โคซิโอ้พาคู่ควงเข้ามาในคฤหาสน์ ความเจ็บปวดไร้ตัวตนก่อตัวขึ้นในอกให้ทุกข์ระทม “คุณแม่บ้านไม่ต้องห่วงนะคะ จัสมินรู้ตัวดีค่ะว่าตัวเองเป็นแค่สาวใช้ ไม่อาจเอื้อมคาดหวังอะไรที่เกินตัวแบบนั้นแน่นอน”
ฟาลาเบียส คือตระกูลเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยอิทธิพลของความมั่งคั่ง ธุรกิจหลักของตระกูลคือ บาเคลย์ ธนาคารที่มีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลก รวมถึงคาสิโนที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองหลวงนับสิบประเทศในทวีปยุโรปทุกสิ่งที่กล่าวมานี้อยู่ภายใต้การดูแลของสองหนุ่มพี่น้องตระกูลฟาลาเบียสอัลเกรโด้ ฟาลาเบียส หรือ เกรย์ หนุ่มอิตาเลียน วัยสามสิบหก นัยน์ตาสีอำพัน ใบหน้าสี่หลี่ยมสันกรามเด่นชัด จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบราวกับยกหยัดตลอดเวลารูปร่างสูงใหญ่กำยำส่วนสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ทำให้เขาดูสง่าผ่าเผย รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยเสน่ห์เหลือร้าย พร้อมที่จะทำให้บรรดาสตรีทั้งหลายระทดระทวย แต่กระนั้นเขาไม่ต่างไปจากมัจจุราชที่พร้อมจะกระชากวิญญาณทุกสรรพสิ่งที่ทำให้เดือดดาล บาเคลย์อยู่ภายใต้การดูแลของเสือร้ายผู้พี่มาร์โคซิโอ้ ฟาลาเบียส หรือ มาร์โค หนุ่ม อิตาเลียน วัยสามสิบสอง นัยน์ตาสีสนิมหวานฉ่ำ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความดุดันไม่ต่างไปจากเสือร้าย เขาคือเพลย์บอยตัวพ่อ ฟาดผู้หญิงเกือบทั้งเมือง หล่อเหลาไม่แพ้พี่ชาย รอยยิ้มของเขา ขยี้ใจผู้หญิงทั่วทั้งกรุงโรมเขาแตกต่างจากพี่ชายที่สุขุม ทุกคนต่างชื่นชอบ ที่จะ







