LOGINตลอดค่ำคืนที่ผ่านมาเธอไม่สามารถสลัดริมฝีปากกระด้าง และฝ่ามือหนาที่บีบขยำเนื้อตัวอย่างอุกอาจได้แม้แต่น้อย
มาร์โคซิโอ้จะล่วงรู้หรือไม่ว่ามันคือจูบแรกในชีวิต แต่เธอรู้ดีว่าเขาหาได้แยแสกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งที่เป็นจูบ แสนเถื่อนแต่มันกลับกำซาบไปทั้งหัวอก
“อย่าลืมเอาหนังสือไปเก็บที่ห้องทำงานคุณเกรย์ล่ะ”
เสียงของป้าแอนนาที่ดังขึ้นพอจะฉุดรั้งสติให้หวนคืนกลับมา
“ค่ะป้าแอนนา จัสมินขอบคุณมากนะคะที่คุยกับคุณเกรย์ให้จัสมิน”
“ไม่เป็นไรหรอก เธอเป็นเด็กดีขยันทำงาน ใครๆ ก็เอ็นดูทั้งนั้นล่ะ”
โซเฟียที่เดินผ่านมาแบะริมฝีปากอย่างหมั่นไส้ เธอไม่ปรารถนาให้จัสมินได้อาศัยในรีกาโร่ ลึกๆ แล้วเธอรู้ดีว่าจัสมินสวยกว่าใคร แม้แต่กระทั่งนางแบบคู่ควงคนล่าสุดของมาร์โคซิโอ้ก็ตาม
“ใครๆ ที่ว่านี่เว้นเอาไว้คนหนึ่งนะจ๊ะป้า เพราะคุณมาร์โคไม่ชอบคนเอาหน้า เสแสร้งเก่งแบบนี้”
ป้าแอนนาท้าวเอวมองอีกฝ่ายอย่างรำคาญ ซึ่งรายนั้นไหวไหล่พร้อมกับเดินหนีไปทันที
“หนอยนังโซเฟีย คิดว่าเป็นสาวใช้ส่วนตัวคุณมาร์โคแล้วจะอยู่เหนือกว่าคนอื่นหรืออย่างไงกัน”
ป้าแม่บ้านบ่นอุบไล่หลัง
“จัสมินขอตัวไปเอาหนังสือไปเก็บก่อนนะจ๊ะ แล้วจะรีบมาช่วยทำกับข้าวจ้ะ”
“ไปเถอะ”
หญิงสาวยิ้มบางๆ แม้ภายในหัวอกจะขมขื่นแต่ทำอย่างไรได้ ทุกอย่างที่โซเฟียกล่าวมาเป็นความจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้
มาร์โคซิโอ้ เกลียดเธอ...
จูบที่ได้รับไม่ได้มาจากความสิเน่หาแต่อย่างใด ใบหน้าเนียนส่ายสะบัดไปมา ก่อนจะรีบตรงไปบริเวณด้านหน้าคฤหาสน์
“พี่ฟราซเห็นพัสดุของคุณเกรย์ไหมจ๊ะ”
ฟรานซิส คือคนงานหนุ่มในรีกาโร่เขาแอบชอบ จัสมินมาตลอด แต่ทว่าเธอไม่เคยเปิดโอกาสใจให้เขาสักครั้ง
“หนังสือของคุณเกรย์นะหรือ พี่ตั้งเอาไว้ตรงนั้น”
หญิงสาวมองตามที่อีกฝ่ายชี้ ก่อนจะอ้าปากค้างกับพัสดุกองโตที่เจ้านายหนุ่มสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์
“โอ้โห...”
“กล่องใหญ่ใช่ไหมล่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่ช่วยยกเข้าไปให้ด้านใน”
“ขอบคุณพี่ฟราซมากนะคะ”
“พี่ขอเปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นขนมฝีมือจัสมินแทนจะได้ไหมครับ”
หญิงสาวฉีกยิ้มกว้าง ตอบรับในทันที
“ได้สิคะ ถ้าพี่ฟราซไม่กลัวท้องเสีย”
พอได้ฟังเช่นนั้น ชายหนุ่มถึงกับหลุดหัวเราะออกมาซึ่งหญิงสาวเองก็ระบายยิ้มสดใส แตกต่างจาก ยามที่เธอเผชิญหน้ากับมาร์โคซิโอ้
สายตาคู่คมจับจ้องสิ่งที่เห็นผ่านหน้าต่างบานเล็ก สองหูแทบจะไม่ได้ฟังเสียงสนทนาของปลายสายอย่าง ลัยลาแม้แต่น้อย
“ลัยลาครับ เอาไว้วันอื่นนะครับ วันนี้ผมไม่ว่าง”
เขาแทบจะไม่ได้จับใจความด้วยซ้ำ ว่าเธอต้องการชวนเขาไปที่ไหน แต่รับรู้เพียงว่าหญิงสาวที่กำลังฉอเลาะยิ้มแย้มกับคนงานหนุ่ม ท่าทางสดใสมีความสุขจนน่าหมั่นไส้
รสชาติความหอมหวานจากจูบเมื่อวาน มันติดตรึงในโสตประสาท แม้จะพยายามสลัดมันออกไปอย่างไร ร่างกายยังคงปวดร้าวไปทั้งลำลึงค์ตลอดที่นึกถึง และตอนนี้มันกำลังขยายเหยียดคับซอกขา
“ฉันเกลียดผู้หญิงไทย ฉันเกลียดเธอจัสมิน !”
ปริมาณความเกลียดชังที่มีดูเหมือนจะมากมายพอๆ กับความปรารถนาไร้ที่มา พยายามสั่งการให้อวัยวะไร้กระดูกสงบนิ่งแต่มันกลับไม่เชื่อฟังอย่างทุกครั้ง
เมื่อคืนเขารีบตรงดิ่งไปหาลัยลาที่เพนท์เฮาส์ ก่อนจะพากันโยกคลึงอย่างบ้าคลั่ง เพื่อดับไฟปรารถนาที่เกิดขึ้นจากผู้หญิงต่ำต้อย
ฟรานซิสช่วยเธอยกกล่องพัสดุเข้ามาภายในห้องทำงานของอัลเกรโด้ หากไม่ได้เขาเธอคงลำบากกว่านี้
“ขอบคุณนะคะพี่ฟราซ เอาไว้จัสมินทำขนมเมื่อไหร่ จะเอาไปให้ชิมนะคะ”
“จัสมินพูดจริงๆ นะครับ”
“จริงสิคะ”
ชายหนุ่มแสดงสีหน้าดีใจสุดขีด จนเธอต้องหลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง แต่กระนั้นอดสะท้อนในอกไม่ได้เมื่อเปรียบเทียบกับมาร์โคซิโอ้ที่รังเกียจทุกสิ่งที่มาจากเธอ
ขนมชั้น ? ฝีมือของใครกัน มันคือประโยคคำถามที่เธอแอบฟังอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ก่อนที่ขนมจะถูกนำไปทิ้งเมื่อรู้ที่มาว่าเป็นฝีมือของเธอ
“รับปากพี่แล้วห้ามผิดคำพูดนะครับ”
ฟรานซิสคว้าฝ่ามือนุ่มไปจับกุม เธอดึงมืออกอย่างสุภาพก่อนจะยิ้มรับอีกครั้ง
“ไม่ผิดคำพูดแน่นอนค่ะ”
“งั้น...ให้พี่ช่วยเก็บหนังสือให้ไหมครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวจัสมินทำเองดีกว่า ขอบคุณมากนะคะ”
มันเป็นสถานที่รโหฐานคงไม่เหมาะนักหากจะใช้เวลาร่วมกันสองต่อสอง และดูเหมือนเขาจะล่วงรู้ความคิดของเธอ
“งั้นพี่ไปก่อนนะจัสมิน”
“ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
ฟรานซิสจากไปแล้ว หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ทิ้ง ก่อนจะเดินไปปิดประตู อัลเกรโด้ไม่อยู่เห็นว่าเดินทางไปทำธุระด่วนที่ประเทศไทย เธอเองก็อยากกลับไปยังประเทศบ้านเกิดสักครั้งหากเป็นไปได้
หญิงสาวเริ่มหยิบหนังสือออกจากกล่องพัสดุ แกะซีลออกจากเล่มหนังสือ สวมปกใสก่อนจะนำมันขึ้นไปวางไว้บนตู้หนังสือตามหมวดหมู่ และตัวอักษร
แต่ทว่าส่วนสูงที่มีเป็นอุปสรรคไม่น้อย เธอเขย่งปลายเท้าพยายามดันหนังสือให้เข้าไปในช่องว่างของชั้นหนังสือด้านบนสุด กายสาวโงนเงนก่อนจะซวนเซ ปลายเท้าพลิกเสียหลัก
“อ๊ะ....ว๊าย”
ดวงตากลมโตหลับตาสนิท รู้ดีว่าคงเจ็บหนักแต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ความแข็งของพื้นผิวแปรเปลี่ยนเป็นเนื้อหนังมนุษย์
กลิ่นไออำมหิตแสนเซ็กซี่ทำเอากายสาวชาวาบ รีบขยับกายออก หันมามองคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง
“คุณ...มาร์โค”
“ใช่ฉันเอง ทำไมคิดว่าเป็นพี่เกรย์ หรือว่าไอ้ฟราซกันล่ะ”
“เปล่าค่ะจัสมินไม่ได้คิดว่าเป็นใครทั้งนั้น...ว่าแต่คุณมาร์โคมีอะไรให้จัสมินรับใช้คะ”
ท่าทางประหม่าขยับถอยห่างอย่างรักษาระยะชวนน่าหัวเสียไม่น้อย ชายหนุ่มแค่นยิ้มหยัน รู้ดีว่าหญิงสาวนั้นจริตมารยาเหลือร้าย และเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธความแพศยาแสนช่ำชองของเธอได้
“เธอนี่มันเก่งกาจตัวแม่เลยนะจัสมิน ฉันเองต้องยอมรับแล้วสินะว่าฝีมือการยั่วผู้ชาย ไม่ว่าจะเทคนิค การแสดง หรือแม้แต่การกะจังหวะ ทุกอย่างลงตัวไปหมด”
“เทคนิค การแสดง จังหวะ ? จัสมินไม่เข้าใจค่ะคุณมาร์โคกำลังพูดเรื่องอะไรคะ”
รอยยิ้มของเขาไม่ต่างจากการเยาะหยัน นัยน์ตาคู่คมอัดแน่นไปด้วยความดุดัน แต่กระนั้นทุกสิ่งที่เป็นเขามันทำให้เนื้อตัวสาวเบ่งบานหยาดเยิ้มในจุดซ่อนเร้น
เขาส่ายหน้าไปมาพร้อมกับเสียงหัวเราะราวกับปีศาจร้าย กระแสอันตรายร้องเตือนให้เธอหลีกหนีจากคนตรงหน้า
“จัสมินขอตัวนะคะ...อ๊ะ คุณมาร์โค”
มือหนาคว้าเรียวแขนบอบบางออกแรงบีบแน่น หยาดน้ำตาแทบไหลซึมกับเรียวแขนที่ยังคงมีรอยแดงจากเหตุการณ์เมื่อวานก่อน
“ถ้าไม่อยากให้ฉันจับแรง ก็อย่าสะดีดสะดิ้งท่ามากเพราะถึงอย่างไรฉันก็มองเธอออกอยู่ดี หึ...ทีกับไอ้ฟราซยิ้มหน้าระรื่นเลยนะ”
เขาอยู่ในห้องทำงานของอัลเกรโด้จะบอกว่าดักรอ ก็ว่าได้ ทุกบทสนทนา ทุกรอยยิ้มที่หญิงสาวโปรยเสน่ห์ เขาเห็นมันทุกอย่าง และที่น่าหัวเสียคือสายตาพึงพอใจที่ ฟรานซิสมีต่อผู้หญิงแพศยาอย่างจัสมิน
“คุณมาร์โคคะ จัสมินรู้ดีว่าคุณ...เกลียด ฉะนั้นจัสมินจะพยายามอยู่ให้ห่างคุณค่ะ”
พูดออกไปด้วยความขมขื่นแต่อีกฝ่ายกลับแค่นหัวเราะเยาะอย่างโหดร้าย ยิ่งตอกย้ำให้หัวใจสาวบอบช้ำ
“แสดงเก่งเหลือเกินนะ”
“จัสมินไม่ได้แสดงอะไรทั้งนั้นค่ะ และถ้าคุณเกลียดจัสมิน คุณก็ไม่ควรมาอยู่ใกล้กับจัสมินแบบนี้”
สายตาคู่คมจับจ้องกลีบปากอิ่มสีแดงระเรื่อ กลิ่นกายสาวหอมอ่อนละมุน ปราศจากน้ำหอมแบรนด์ดังกลับปลุกปั่นเลือดในกายให้ร้อนจัด เสียยิ่งกว่าผู้หญิงที่ชายทั้งเมืองหมายปองอย่างลัยลา
“เธอจงใจปั่นหัวฉันจัสมิน เธอทำให้ฉันต้องหัวเสียตลอดเวลา”
มือหนาท้าวกับชั้นหนังสือทั้งสองข้าง กักกันไม่ให้เธอขยับหนี ไวเท่าความคิดเขากระทำในสิ่งที่ร่างกายปรารถนา ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงต่ำซุกไซ้ที่ลำคอระหงขบเม้มเนื้ออ่อนจนกายสาวซ่านสยิว
“อ๊ะ...คุณมาร์โค จะทำอะไรจัสมิน อย่านะคะ”
มือบางดันแผงอกแกร่งเต็มกำลังแต่ทว่าเนื้อตัวของเขาแข็งแกร่งไม่ต่างจากหินผา เนื้อตัวสาวกรีดร้องฉ่ำเยิ้มไปกับการรุกราน ทั้งที่หัวสมองพยายามทัดทานสิ่งที่เกิดขึ้น
ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมาเธอไม่สามารถสลัดริมฝีปากกระด้าง และฝ่ามือหนาที่บีบขยำเนื้อตัวอย่างอุกอาจได้แม้แต่น้อย มาร์โคซิโอ้จะล่วงรู้หรือไม่ว่ามันคือจูบแรกในชีวิต แต่เธอรู้ดีว่าเขาหาได้แยแสกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งที่เป็นจูบ แสนเถื่อนแต่มันกลับกำซาบไปทั้งหัวอก “อย่าลืมเอาหนังสือไปเก็บที่ห้องทำงานคุณเกรย์ล่ะ” เสียงของป้าแอนนาที่ดังขึ้นพอจะฉุดรั้งสติให้หวนคืนกลับมา “ค่ะป้าแอนนา จัสมินขอบคุณมากนะคะที่คุยกับคุณเกรย์ให้จัสมิน” “ไม่เป็นไรหรอก เธอเป็นเด็กดีขยันทำงาน ใครๆ ก็เอ็นดูทั้งนั้นล่ะ” โซเฟียที่เดินผ่านมาแบะริมฝีปากอย่างหมั่นไส้ เธอไม่ปรารถนาให้จัสมินได้อาศัยในรีกาโร่ ลึกๆ แล้วเธอรู้ดีว่าจัสมินสวยกว่าใคร แม้แต่กระทั่งนางแบบคู่ควงคนล่าสุดของมาร์โคซิโอ้ก็ตาม “ใครๆ ที่ว่านี่เว้นเอาไว้คนหนึ่งนะจ๊ะป้า เพราะคุณมาร์โคไม่ชอบคนเอาหน้า เสแสร้งเก่งแบบนี้” ป้าแอนนาท้าวเอวมองอีกฝ่ายอย่างรำคาญ ซึ่งรายนั้นไหวไหล่พร้อมกับเดินหนีไปทันที “หนอยนังโซเฟีย คิดว่าเป็นสาวใช้ส่วนตัวคุณมาร์โคแล้วจะอยู่เห
หญิงสาวพยายามข่มความหิวที่เกิดขึ้นกลางดึก แต่ทว่าเสียงท้องที่ร้องครางประท้วงทำให้ตัดสินใจลุกขึ้นก้าวออกจากห้องพักที่มีร่างของป้าแอนนานอนอยู่บนเตียง จัสมินสวมใส่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาบาน มันคือชุดของป้าแอนนาที่อนุเคราะห์ให้เธอได้สวมใส่เป็น ชุดนอน ประตูด้านหลังที่ติดกับห้องครัวถูกเปิดออกอย่างเบามือ แม้จะมืดมิดปราศจากแสงไฟ อาศัยความคุ้นเคยก้าวตรงไปที่ตู้เย็น หญิงสาวยิ้มกว้างหยิบฉวยแอปเปิลสีแดงสดหนึ่งผลใส่กระเป๋าเสื้อ “อ๊ะ...” แขนข้างที่ถูกน้ำร้อนลวกประกอบกับการกระแทกกับรั้วเหล็กทำให้เธอเบ้หน้าเจ็บปวด แสงไฟจากตู้เย็นทำให้มองเห็นทุกสิ่งมากขึ้น รวมถึงทำให้ใครบางคนที่นั่งอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ได้เห็นใบหน้าของผู้บุรุกเต็มสองตา จากเดิมตั้งใจเพียงแค่หาของกิน แต่ตอนนี้เธอกำลังเดินตรงเข้าไปภายในห้องโถง เท่าที่จำได้ตู้ยาอยู่บริเวณนั้น หญิงสาวยิ้มกว้างหยิบฉวยยาแก้ปวดใส่กระเป๋าเสื้อ ปิดตู้ยาอย่างเบามือ ก่อนจะอุทานเสียงหลงเมื่อถูกใครบางคนกระชากจากด้านหลัง “ว๊าย ! ฮือ...”
หยาดน้ำตาของความอ่อนแอยิ่งไหลรินทะลัก แม้ว่าจะพยายามปาดมันทิ้งสักเพียงใด ยังคงรินไหล ไม่ขาดสาย“เอ้า...จัสมินทำไมไปนั่งอยู่ตรงนั้นล่ะ” แอนนากลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ในมือ ทำให้เธอรีบปาดน้ำตาทิ้งพร้อมกับปั้นรอยยิ้มซ่อนความทุกข์ระทมเอาไว้“จัสมินไม่ทันระวังเลยสะดุดล้มค่ะ”“ทำไมซุ่มซ่ามนักล่ะ เอานี่ เอาไปเปลี่ยนซ่ะจะได้มาทำงาน ว่าแต่...แขนของเธอ”“จัสมินไม่เป็นอะไรมากค่ะ ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงจัสมิน”“ไปเปลี่ยนเถอะ”“ค่ะ ป้าแอนนา”เธอรับเสื้อผ้าชุดใหม่มาไว้ในมือ ก่อนจะรีบตรงเข้าไปในห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เพื่อพร้อมสำหรับการทำงาน แต่ทว่าโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นทำให้เธอต้องกดรับสาย มันคือเบอร์โทรของพี่ชายต่างสายเลือดมารดาของเธอแต่งงานใหม่กับชาวอิตาลีทำให้ต้องย้ายครอบครัวมาอยู่ที่นี่เมื่อห้าปีก่อน แต่โชคไม่ดีนักระหว่างการฮันนีมูนคนทั้งสองประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตกับพี่ชายต่างสายเลือดอย่างบรูโน่"พี่บรูโน่มีอะไรหรือจ้ะ"จัสมินยืนคุยกับพี่ชายที่ประตูด้านหลังของคฤหาสน์"ก็ฉันบอกให้โอนเงินให้แต่เธอยังไม่โอนมา ถึงต้องมาหาถึงที่ไงล่ะ"บ
แอนนามองหญิงสาวอย่างอ่อนใจ ดวงตากลมโตพยายามซ่อนความอ่อนแอ แต่หนีไม่พ้นคนสูงวัยที่อาบน้ำร้อนมาก่อน “คุณมาร์โค เขาไม่มีทางสนใจเธอหรอกนะจัสมิน เธอกับเขาแตกต่างกันลิบลับ ที่สำคัญคุณมาร์โคเขาเกลียดผู้หญิงไทยที่สุด...” ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเหตุผลใดมาร์โคซิโอ้ถึงได้ตั้งแง่ จงเกลียดจงชังผู้หญิงไทยถึงเพียงนี้ จัสมินที่ฝืนยิ้ม เวลานี้ก้มหน้างุดละอายใจที่ถูกอีกฝ่ายจับได้ว่ารู้สึกเช่นไรกับผู้เป็นเจ้านาย “จัสมินขอโทษค่ะคุณแม่บ้านที่ไม่รู้จักเจียมตัว แต่จัสมินจะพยายามตัดใจค่ะ” “ที่ฉันพูดไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิเธอหรอกนะ แต่แค่ไม่อยากให้เพ้อฝันไปไกล เธอคงเห็นแล้วนะว่าผู้หญิงที่จะอยู่ข้างกายคุณมาร์โคได้เป็นแบบไหน” ถ้อยคำของป้าแม่บ้านยิ่งตอกย้ำให้หัวใจสาวเจ็บแปลบ แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจความรู้สึกเหล่านี้จวบจนกระทั่งได้เห็นมาร์โคซิโอ้พาคู่ควงเข้ามาในคฤหาสน์ ความเจ็บปวดไร้ตัวตนก่อตัวขึ้นในอกให้ทุกข์ระทม “คุณแม่บ้านไม่ต้องห่วงนะคะ จัสมินรู้ตัวดีค่ะว่าตัวเองเป็นแค่สาวใช้ ไม่อาจเอื้อมคาดหวังอะไรที่เกินตัวแบบนั้นแน่นอน”
ฟาลาเบียส คือตระกูลเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยอิทธิพลของความมั่งคั่ง ธุรกิจหลักของตระกูลคือ บาเคลย์ ธนาคารที่มีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลก รวมถึงคาสิโนที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองหลวงนับสิบประเทศในทวีปยุโรปทุกสิ่งที่กล่าวมานี้อยู่ภายใต้การดูแลของสองหนุ่มพี่น้องตระกูลฟาลาเบียสอัลเกรโด้ ฟาลาเบียส หรือ เกรย์ หนุ่มอิตาเลียน วัยสามสิบหก นัยน์ตาสีอำพัน ใบหน้าสี่หลี่ยมสันกรามเด่นชัด จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบราวกับยกหยัดตลอดเวลารูปร่างสูงใหญ่กำยำส่วนสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ทำให้เขาดูสง่าผ่าเผย รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยเสน่ห์เหลือร้าย พร้อมที่จะทำให้บรรดาสตรีทั้งหลายระทดระทวย แต่กระนั้นเขาไม่ต่างไปจากมัจจุราชที่พร้อมจะกระชากวิญญาณทุกสรรพสิ่งที่ทำให้เดือดดาล บาเคลย์อยู่ภายใต้การดูแลของเสือร้ายผู้พี่มาร์โคซิโอ้ ฟาลาเบียส หรือ มาร์โค หนุ่ม อิตาเลียน วัยสามสิบสอง นัยน์ตาสีสนิมหวานฉ่ำ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความดุดันไม่ต่างไปจากเสือร้าย เขาคือเพลย์บอยตัวพ่อ ฟาดผู้หญิงเกือบทั้งเมือง หล่อเหลาไม่แพ้พี่ชาย รอยยิ้มของเขา ขยี้ใจผู้หญิงทั่วทั้งกรุงโรมเขาแตกต่างจากพี่ชายที่สุขุม ทุกคนต่างชื่นชอบ ที่จะ







