Mag-log in“มารุต” รองประธานหนุ่มวัย 30 ปี ผู้บริหารโรงงานน้ำผลไม้รายใหญ่ของครอบครัว กำลังเผชิญวิกฤตบริษัทใกล้ล้มละลายจากการบริหารงานที่ผิดพลาด และแรงกดดันจากครอบครัว ก่อนวันแต่งงานเพียงไม่กี่วัน “วันวิสาห์” คู่หมั้นสาวไฮโซ ขอยกเลิกงานแต่ง ทำให้มารุตเกิดภาวะเครียดรุนแรงจนเส้นเลือดสมองตีบเฉียบพลัน (Stroke) เขา จากชายหนุ่มที่เคยสมบูรณ์แบบ…กลายเป็นช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้ มีอัมพาตครึ่งซีก และเต็มไปด้วยความโกรธ ในช่วงเวลาที่ทุกคนค่อย ๆ ถอยห่าง “พลอยมุก” นักศึกษาพยาบาลสาว ปี 4 อายุ 22 ปี กลับยื่นมือเข้ามา เธอเป็นเด็กต่างจังหวัด ฐานะปานกลาง ครอบครัวอยู่กับแม่ 2 คน แต่เธอไม่อยากเป็นภาระของครอบครัว เลยทั้งเรียนและทำงานด้วยกัน และงานที่เธอสามารถทำได้หลังจากเรียน คือเฝ้าไข้ผู้ป่วยตามโรงพยาบาลจากรุ่นพี่พยาบาลแนะนำให้ และทำให้เธอได้เจอกับขา “มารุต” เพราะค่าตอบแทนสูง เธอจึงรับงานเป็น “พยาบาลประจำตัว” ของเขา จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย “หน้าที่” ค่อย ๆ กลายเป็น “ความผูกพัน” และท้ายที่สุด…กลายเป็นความรักที่ช่วยเยียวยาทั้งหัวใจและชีวิตของทั้งคู่
view moreเสียงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปดังต่อเนื่อง แสงสีขาวสว่างวาบสะท้อนกับผนังกระจกและโคมไฟระย้า ภายในห้องบอลรูมหรูของโรงแรมห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้คนแต่งกายด้วยชุดสูทราคาแพงและชุดราตรีหรูหรา ในมือถือแก้วไวท์ เดินพูดคุยชนแก้วไวท์ และพูดคุยกัน มีทั้งเสียงหัวเราะ เสียงทักทาย และเสียงแก้วไวน์กระทบกันเบาๆ งานในวันนี้เป็นงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท Fresh Freeze บริษัทผู้ผลิตน้ำผลไม้และผลไม้แช่แข็งที่เคยถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจดาวรุ่งของประเทศ ภายในงานมีทั้งนักลงทุนรายใหญ่จากในประเทศ ตัวแทนบริษัทต่างชาติ สื่อมวลชนในสายเศรษฐกิจและธุรกิจ รวมถึงผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องการมองหาโอกาสใหม่ๆ ของตลาดในเวลานี้
บนเวทีขนาดใหญ่มีจอ LED ฉายภาพผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของบริษัทอย่างสวยงาม โลโก้ Fresh Freeze ถูกจัดวางโดดเด่นท่ามกลางเวที พร้อมแนวคิดว่า “Fresh Future Starts Today อนาคตสดใหม่เริ่มต้นที่วันนี้” แต่สำหรับผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่หลังเวที คำว่าอนาคตกลับไม่ใช่สิ่งที่เขามั่นใจอีกต่อไป ‘มารุต วงกตวรากรณ์’ ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ภายในห้องรับรองส่วนตัว สูทสีดำตัดเย็บอย่างประณีตเข้ากับรูปร่างสูงสง่าของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าหล่อเหลา และท่าทางสุขุม เย็นชา ทำให้เขาดูเหมือนนักธุรกิจหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จอย่างไร้ที่ติ เขาอายุเพียงสามสิบปี แต่ดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัท Fresh Freeze ซึ่งเป็นกิจการที่ครอบครัวสร้างมาหลายสิบปี ในสายตาคนภายนอก ‘มารุต’ คือทายาทธุรกิจที่เพียบพร้อม หล่อ ร่ำรวย ฉลาด มีความสามารถ และกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับหญิงสาวจากตระกูลใหญ่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ชีวิตของเขาควรจะสมบูรณ์แบบ แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม ใต้ดวงตาคมนั้นมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการอดนอนหลายคืน ใบหน้าดูซีดกว่าปกติเล็กน้อย ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มารุตแทบไม่เคยได้พักเต็มที่ เขาต้องแบกรับปัญหาทุกอย่างของบริษัท ทั้งยอดขายที่ลดลง ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และข่าวลือเรื่องบริษัทขาดสภาพคล่องทางการเงินที่เริ่มแพร่กระจายไปในแวดวงธุรกิจ Fresh Freeze เคยเป็นความภาคภูมิใจของตระกูล ‘วงกตวรากรณ์’ เพราะบริษัทเริ่มต้นจากโรงงานผลิตน้ำผลไม้เล็กๆ ก่อนขยายตัวจนกลายเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มและผลไม้แช่แข็งรายใหญ่ ‘มนัส’ ผู้เป็นพ่อของมารุต เป็นคนบุกเบิกทุกอย่างด้วยตนเอง เขาเป็นนักธุรกิจรุ่นเก่าที่เข้มงวด เด็ดขาด และเชื่อมั่นว่าความสำเร็จต้องแลกมาด้วยความอดทนเท่านั้น มารุตเติบโตมากับคำสั่งและความคาดหวังของพ่อ ตั้งแต่เด็ก เขาไม่เคยมีสิทธิ์ล้มเหลว ไม่เคยมีสิทธิ์อ่อนแอ และไม่เคยมีสิทธิ์เลือกชีวิตของตัวเองอย่างแท้จริง ‘ลูกชายคนโตต้องเข้มแข็งกว่านี้...อย่าทำให้ป๊าผิดหวัง...วันหนึ่งทุกอย่างจะเป็นของแก แกต้องทำให้ดีกว่าพป๊า’ คำพูดเหล่านั้นฝังอยู่ในหัวของเขามาตลอดชีวิต มารุตจึงเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบในสายตาคนอื่น เรียนเก่ง ทำงานเก่ง ควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น เขาเชื่อว่าความรู้สึกเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ ความรักเป็นเรื่องที่เสียเวลา และชีวิตควรถูกขับเคลื่อนด้วยเหตุและผล ผลประโยชน์ และความสำเร็จเท่านั้น แม้แต่การแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็ไม่ได้เกิดจากความรัก ‘วันวิสาห์’ คู่หมั้นของเขา เป็นทายาทครอบครัวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ครอบครัวของเธอและครอบครัวของมารุตรู้จักกันมานาน การหมั้นหมายของทั้งคู่จึงเป็นเหมือนข้อตกลงทางธุรกิจมากกว่าความรักระหว่างชายหญิง ทั้งสองคนตกลงกันอย่างชัดเจนตั้งแต่แรกว่า การแต่งงานครั้งนี้จะเป็นเพียงการแต่งงานทางนิตินัย เพื่อสร้างภาพลักษณ์และผลประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกัน เมื่อเวลาผ่านไปและธุรกิจมั่นคงขึ้น ทั้งคู่จะหย่ากันโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ เพราะเขาไม่เคยต้องการความรักจากใคร แต่วันนี้ ทุกอย่างที่เขาวางแผนไว้กำลังพังลงทีละชิ้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ มารุตละสายตาจากกระจก ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “เข้ามา” ประตูห้องเปิดออกช้าๆ หญิงสาวในชุดเดรสสีครีมก้าวเข้ามา ใบหน้าของเธอสวยหวานตามแบบฉบับหญิงสาวจากตระกูลผู้ดี แต่วันนี้ดวงตาของเธอกลับแดงช้ำ ริมฝีปากซีด และมือที่ถือกระเป๋าใบเล็กกำแน่นจนเห็นได้ชัดว่าเธอกำลังประหม่ากับอะไรสักอย่าง “วิสาห์?” มารุตเรียกชื่อของเธอ พร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย “มีอะไรหรือเปล่า งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทกำลังจะเริ่มแล้ว” วันวิสาห์เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความลังเลและหวาดกลัว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี “วิสาห์...วิสาห์...ขอ...ยกเลิกงานแต่งค่ะ”เธอพูดอย่างเสียงสั่นเพราะความประหม่า ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที มารุตนิ่งไปชั่วขณะ ราวกับไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินถูกต้องไหม? “ว่าไงนะ!!!!” มารุตตะคอกเสียงดัง “วิสาห์ขอยกเลิกงานแต่งค่ะ” คราวนี้เธอพูดชัดเจนกว่าเดิม แม้น้ำเสียงจะยังสั่นเครืออยู่ แววตาของมารุตเปลี่ยนไปทันที ความเยือกเย็นที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความตกใจและโกรธจัด “ทำไม” เขาถามเธอด้วยการกดเสียงทุ้มต่ำ “งานแต่งเหลืออีกไม่กี่วัน คุณจะมาบอกผมตอนนี้ได้ยังไง!! ห๊ะ!! วิสาห์!!” เขาที่กำลังเริ่มคุมอารมณ์โกรธไม่อยู่ เริ่มตะคอกเธอเสียงดัง วันวิสาห์เม้มริมฝีปาก น้ำตาคลอเบ้า “เพราะบริษัทคุณกำลังมีปัญหาค่ะ” คำตอบนั้นทำให้มารุตกำหมัดแน่น “คุณหมายความว่ายังไง” “ครอบครัววิสาห์รู้เรื่องข่าวลือแล้ว เรื่องบริษัทของครอบครัวคุณขาดสภาพคล่อง เรื่องธนาคาร เรื่องเจ้าหนี้ และเรื่องที่นักลงทุนหลายรายเริ่มถอนตัว” เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิม “พ่อกับแม่ของวิสาห์เห็นว่าเราไม่ควรเดินหน้าต่อด้วยการแต่งงานกันคะ” มารุตหัวเราะออกมาเบาๆ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เขาไม่มีความสุขเลย “เพราะผมกำลังจะล้ม คุณก็เลยจะทิ้งครอบครัวผมงั้นเหรอ” วันวิสาห์เงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตา “เราไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรักตั้งแต่แรก คุณเองก็รู้ดี” ประโยคนั้นเหมือนมีดที่แทงลงกลางอก ใช่ เขารู้ดี เขารู้มาตลอดว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเพียงข้อตกลงทางธุรกิจ แต่การถูกทิ้งในวันที่ชีวิตกำลังตกต่ำที่สุด ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกเหยียบซ้ำลงไปบนศักดิ์ศรีของตัวเขาเองแล้วเสียงเพลงบรรเลงก็ดังขึ้นเบาๆ อย่างไพเราะ เป็นสัญญาณที่ทำให้ทุกคนในงานหันมามองทางเดียวกัน บรรยากาศทั้งงานเงียบลงอย่างพร้อมเพรียงราวกับนัดกันไว้ เมื่อถึงเวลา ประตูก็ค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ แม่ไพลินที่แต่งกายสวยงามด้วยชุดสีทองอ่อนๆ ค่อยๆ จูงมือลูกสาวเดินออกมาจากห้องด้วยท่าทางที่สง่างาม แขกทั้งงานต่างตะลึงพร้อมกัน เพราะพลอยมุกในวันนี้สวยมาก สวยจนแทบหยุดหัวใจทุกคนในห้อง ชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ที่ตัดเย็บอย่างประณีตทุกจุดทอดยาวลงมาถึงพื้นอย่างสง่างาม ลูกไม้ละเอียดประดับอยู่ตามขอบชุดระยิบระยับรับกับแสงไฟ ทรงผมที่จัดเรียงขึ้นอย่างพิถีพิถัน มีดอกไม้สดเล็กๆ ประดับอยู่เป็นระยะ ทำให้เธอดูเหมือนเจ้าหญิงที่ก้าวออกมาจากนิทานงานวันนี้ถือเป็นงานช้างเลยก็ว่าได้ เพราะจัดได้ยิ่งใหญ่อลังการมาก ดอกไม้สดหลากสีประดับอยู่ทั่วทุกมุมของสถานที่จัดงานอย่างสวยงาม แสงไฟสีทองส่องประกายอบอุ่นไปทั่วห้อง โต๊ะแขกแต่ละโต๊ะตกแต่งอย่างหรูหราและแขกที่มาร่วมงานก็หลายพันจนเต็มลานบ้าน“สวยมากเลยนะ” เสียงกระซิบดังขึ้นเป็นระยะจากแขกที่นั่งอยู่“น่ารักมากเลย เหมาะสมกันมากๆ เลยนะ” อีกเสียงดังตามมากระเจี๊ยบที่เดินตามหลังเจ้าส
หนึ่งเดือนผ่านไปงานแต่งที่บ้านวงกตวรากรณ์ ในห้องแต่งตัวเจ้าสาวบรรยากาศในห้องแต่งตัวเจ้าสาววันนี้ดูคึกคักและอบอุ่นไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของเหล่าเพื่อนรัก กลิ่นดอกไม้สดที่จัดเรียงไว้อย่างสวยงามรอบงานลอยอวลอยู่ แสงไฟอ่อนๆ ส่องลงมาให้ทุกอย่างดูอบอุ่นเป็นอย่างใมาก“พลอยมุกวันนี้แกสวยมากเลยนะ” กระเจี๊ยบที่เป็นเพื่อนจ้าวสาวบอก พร้อมส่งยิ้มกว้างให้พลอยมุก สายตาของเธอมองเพื่อนรักด้วยความภูมิใจและดีใจอย่างมาก“ใช่สวยมากเลยนะน้องพลอยมุก” ข้าวสวยพี่ที่สนิทก็มาช่วยงานน้องสาวตั้งแต่เช้าก็พูดเสริมขึ้น“พี่ข้าวสวยมาตั้งแต่เช้าเลย ทานอะไรมาหรือยังคะ เดี๋ยวตัวเล้กหิวแย่เลย” พลอยมุกเป็นห่วงถามด้วยความห่วงใย “เรียบร้อยแล้วจ้า พี่ทานข้าวต้มก่อนออกมาแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ” ข้าวสวยบอกพร้อมรอยยิ้ม แล้วลูบท้องตัวเองเบาๆ โดยไม่รู้ตัว “แล้วตอนไหนจะถึงวันงานพี่คะ หนูอยากเห็นจังเลย”พลอยมุกถามด้วยสายตาที่อยากรู้ “พี่ไม่ซีเรียสจ๊ะ แค่จดทะเบียนสมรสก็พอแล้ว”ข้าวสวยบอกเรียบๆ “ไม่ได้นะคะ แต่งงานทั้งทีเราต้องมีโมเม้นต์สวยๆ ซิคะ” พลอยมุกทำหน้าไม่เห็นด้วยทันที “ไว้ให้น้องออกมาก่อนแระกันนะ พี่อยากให้ลูกมาร่วมงา
ณ งานเลี้ยงบริษัทบรรยากาศงานเลี้ยงคืนนี้ดูคึกคักและหรูหราเป็นพิเศษ ไฟประดับสีทองส่องแสงระยิบระยับทั่วห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ แขกที่มาร่วมงานต่างแต่งกายอย่างสวยงามเดินพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองคุณหญิงเครือวัลย์กับคุณมนัสเดินพูดคุยกับแขกในงานด้วยหน้าตายิ้มแย้ม สีหน้าของทั้งสองคนดูมีความสุข“ได้ข่าว่าคุณหญิงกำลังจะได้อุ้มหลานเหรอคะ ยินดีด้วยนะคะ” คุณกนกวรรณภรรยาของประธานบริษัทผลไม้รายใหญ่ที่ส่งให้ทางบริษัท Fresh Freez เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มmujอบอุ่น “เอ้า คุณกนกวรรณ เป็นเรื่องจริงคะ” คุณหญิงตอบพร้อมรอยยิ้ม “แล้ววันนี้ก็จะเปิดตัวลูกสะใภ้ แล้วก็จะเชิญทุกท่านไปงานแต่งเดือนหน้าด้วยคะ”“ยินดีคะคุณหญิง ลูกสะใภ้เป็นใครคะ ตระกูลไหนคะ” คุณกนกวรรณพูดพร้อมจับมือคุณหญิงเบาๆ คุณหญิงยิ้มเบาๆ ก่อนจะตอบ เธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งคะ แต่เป็นคนที่ทำให้ครอบครัวเรากลับมาความสุขอีกครั้ง เดี๋ยวมารุตจะแนะนำให้รู้จักค่ะ" ห่างออกไปไม่ไกลนัก น้ำเชื่อมกับพีซที่มาร่วมงานด้วยก็กำลังกวาดสายตามองหาพลอยมุกอยู่ตลอดเวลา“เห็นพลอยมุกไหม” น้ำเชื่อมถามพีซ“ยังไม่เห็นเลย” พีซส่ายหัว “แต่สังเกตไหมว่าคืนนี้คุณหญิงดูมีความสุขมาก
เมื่อออกจาห้องตรวจทั้งสองคนก็มาทำเรื่องฝากครรภ์ และพลอยมุกก็ขอตัวคุยกับข้าวสวยสักพัก“เรียบร้อยแล้วนะคะ น้องพลอยมุกนัดอีกครั้งสี่สัปดาห์คะ” ข้าวสวยบอกพร้อมยื่นเอกสารให้พลอยมุก“ขอบคุณมากคะพี่ข้าวสวย”“ยินดีจ้า”“เอ่อ พี่ข้าวสวยคะ เรื่องนี้หนูอธิบายได้นะคะ” พลอยมุกพูดพร้อมชี้ไปที่ทิศทางที่มารุตนั่งรออยู่ “พลอยมุก พี่ก็พอรู้มาบ้างแล้วแหละว่าน้องคบหากับคุณมารุต แต่หนูยังไมาอยากให้เปิดเผยใช่ไหมจ๊ะ” ข้าวสวยพูดพร้อมยิ้มเบาๆ “พี่รู้ได้ยังไงคะคะ” พลอยมุกทำตาโต “เอ่อ พี่ก็มีเรื่องจะบอกเหมือนกัน พี่ก็คบกับคุณกวิน เขาเล่าให้พี่ฟังนะ เพราะเห็นพี่สงสัยตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องที่คอนโดแล้ว” ข้าวสวยบอก“อ้อ รู้จากพี่กวินนี่เอง” พลอยมุกพยักหน้าเข้าใจ “หนูขอถามอีกเรื่องได้ไหมคะ แล้วทำไมพี่ถึงย้ายงานคะ เพราะตอนที่หนูฝึกงาน พี่บอกว่ารักงานที่ ICU เพราะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่พี่จะใช้ในการไปเรียนต่อ” ข้าวสวยนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มเบาๆ แล้วก้มลงกระซิบ “พี่ก็..เหมือนหนูนั่นแหละ พี่ท้องได้สิบสัปดาห์แล้ว” พลอยมุกตาโต แล้วก็ยิ้มกว้างออกมา“ยินดีด้วยนะคะพี่” เธอพูด พร้อมจับมือข้าวสวย “ขอบคุณจ้า แล้วก็ยินดีด