เข้าสู่ระบบการทำงานในแผนกเบเกอรี่สำหรับเด็กใหม่อย่างบุษบาไม่มีอะไรมาก ในแต่ละวันเธอต้องเตรียมชั่งแป้งตามสูตรส่วนผสมที่มาร์ทามอบหมายให้ในแต่ละวัน ซึ่งมีการหมุนเวียนเปลี่ยนไม่ซ้ำยกเว้นเบเกอรี่จำพวกขนมปังที่ต้องทำยืนพื้นเหมือนเดิมทุกวัน
บุษบาเดินทุบไหล่ออกมาจากแผนกเมื่อเวลาบ่ายสามโมง ยังอีกสองชั่วโมงจะเวลาอาหารเย็น ซึ่งนัดต้นรักไว้โรงอาหารพนักงานชั้นล่าง
เธออยู่บนเรือสำราญมาแล้วห้าวัน เรือลำใหญ่ยังจอดเทียบท่าฮ่องกง ตารางการเดินเรือออกจากท่าเรือแห่งนี้อีกสองวัน แล้วกลับไปสิงคโปร์
ไม่รู้ว่าบุษบาจะโล่งใจหรือหนักใจดีในเมื่อเธอยังไม่เจอมิคาอิล แต่จากที่ต้นรักเล่าให้ฟังบอสหนุ่มเพิ่งลงเรือมาได้ไม่กี่วัน ร่างระหงเดินจนเกือบถึงห้องจึงได้ยินเสียงเรียก
“เลน่า”
หน้าหวานเหลียวกลับไปมองเจอคริสโตเฟรอ์กำลังเดินมาใกล้พร้อมรอยยิ้มอย่างที่คิดว่าตัวเองหล่อที่สุดอย่างชายอเมริกันผมสีบลอนด์
“ไฮคริส”
“จังหวะดีจริง ๆ ผมได้เจอคุณ”
“มีอะไรไหม”
“ผมอยากชวนคุณขึ้นไปนั่งเล่นด้านบนคืนนี้ มีการแสดงของนักดนตรีชื่อดังในโถงการแสดงสด ได้ราคาสำหรับพนักงาน เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”
บุษบานิ่งคิดชั่วอึดใจก่อนจะพยักหน้ารับ
“ได้สิ แต่ไม่ต้องเลี้ยง เลน่าขอออกเองนะ”
“โอเค แล้วแต่คุณ เจอกันหน้าโถงนะตอนหนึ่งทุ่ม”
“ได้ ขอตัวก่อนนะ”
บุษบาเดินกลับเข้าห้องยืนพิงประตูรอจนเสียงฝีเท้าของคริสโตเฟอร์เดินจากไปจึงค่อยจัดแจงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อ
นี่ถ้าต้นรักรู้คงโกรธน่าดู
แต่เธอเบื่อกับการนั่งมองห้องสี่เหลี่ยมและแผนกเบเกอรี่ ต้องการออกไปสูดอากาศบ้าง ทางที่ดีถ้าได้รับลมทะเลสักหน่อยคงทำให้เธอสดชื่นสมองปลอดโปร่งเลิกคิดถึงคนร่างสูงใหญ่และคืนนั้น
กริ๊ง!!
บุษบาควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงผ้าสีอ่อน
“พลอย ว่าไง”
“แพรเป็นไงบ้าง”
“แพรสบายดี ตอนนี้ย้ายไปทำแผนกเบเกอรี่”
“เหรอดีจัง แล้วเข้ากับเพื่อนใหม่ได้ไหม”
“อืม ก็ดีนะ ต้นรักนิสัยดี น่ารัก”
“แล้ว แล้ว เจอบอสหรือยัง”
“ยังเลย ว่าแต่พลอยถามถึงบอสทำไม”
“ก็พลอยคิดว่าแพรไปทำงานแทนเพราะอาจอยากเจอบอส”
บุษบาวางเสื้อผ้าที่จะสวมไปงานคืนนี้ลงบนเตียง ชุดเดรสสีอ่อนยาวถึงเข่าแขนระบายคอสี่เหลี่ยมกว้าง ดูเหมาะสม ถ้าสวมกับเสื้อคลุมบางจะยิ่งดูคลาสสิก
“ทำไมพลอยคิดแบบนั้น”
“เช้าวันนั้นแพรกลับมาสาย แล้วรอยที่คอ?”
“พลอย กลับไปแพรค่อยเล่าให้ฟัง ตอนนี้ไม่สะดวกเลย แค่นี้ก่อนนะ”
“แพร แพร”
บุษบาวางสายโทรศัพท์ทันทีหน้าเรียวหวานวิตกกังวล อุณากรรณสังเกตเห็นรอยจ้ำที่คอ มือเผลอยกขึ้นทาบลำคอทันที
ตอนแรกเธอตั้งใจว่าจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป ในเมื่อไม่เจอกับมิคาอิล เขาอาจลืมเธอไปแล้ว แต่เมื่ออุณากรรณพูดขึ้นทำให้เธอเอะใจขึ้นได้ว่า คืนนั้นเธอคืออุณากรรณ แล้วถ้าอุณากรรณได้กลับมาทำงานที่นี่หลังจากบุษบากลับไปแล้ว มิคาอิลเกิดติดใจตามตื้ออุณากรรณเพราะเข้าใจผิด คงไม่ใช่เรื่องดีนัก
เอาล่ะแพร เรียกความกล้าออกมาแล้วไปหาผู้ชายคนนั้น พูดกันให้รู้เรื่อง จบ แยกย้ายจากกันด้วยดี เธอต้องทำได้นะแพร
“จะไปไหนน่ะ”ต้นรักเงยหน้าขึ้นจากข้าวสวยร้อนราดด้วยแกงกระหรี่ญี่ปุ่น ตากลมโตแก้มยุ้ยออกขณะเคี้ยวข้าว ข้อดีของเรือสำราญขนาดยักษ์คือพนักงานหลากหลายเชื้อชาติ อาหารการกินเองก็หลากหลายตามไปด้วย“คริสชวนไปดูการแสดงดนตรีคืนนี้ที่ฮอลล์”“คริส!! คริส! ระวังนะแพรี่ เวนดี้เขาจ้องคริสอยู่”บุษบาจิ้มผักสดเข้าปากมองหน้าเพื่อนใหม่ที่กำลังพยักเพยิดใบหน้ากลมไปทางผู้หญิงท้ายห้อง“โน้น เวนดี้กับผองเพื่อน ก๊วนสาวสวยประจำเรือชาวอเมริกันเหมือนคริส”“เขาสวยดีนะ”“แน่ล่ะ คงหมดเงินไปเยอะถึงได้สวยขนาดนี้ อีกอย่างหล่อนน่ะคลั่งไคล้บอสใหญ่อย่างกับอะไร บอสเดินผ่านไม่ได้เลยต้องร้องทัก”“บอสใหญ่ มิคาอิลน่ะเหรอ”“ใช่ อย่าเรียกแต่ชื่อสิ เรียกบอสใหญ่น่ะดีแล้ว แต่แม่เวนดี้ไม่ได้ขึ้นเตียงกับบอสง่าย ๆ หรอก คิวยาวไปหลายปี”“คิวยาว?”“ใช่แล้ว คราวก่อนเวนโรซ่า ไม่กี่วันถัดมาเป็นนางแบบฮ่องกงที่ชื่อซานดราแล้ว”&ldqu
การทำงานในแผนกเบเกอรี่สำหรับเด็กใหม่อย่างบุษบาไม่มีอะไรมาก ในแต่ละวันเธอต้องเตรียมชั่งแป้งตามสูตรส่วนผสมที่มาร์ทามอบหมายให้ในแต่ละวัน ซึ่งมีการหมุนเวียนเปลี่ยนไม่ซ้ำยกเว้นเบเกอรี่จำพวกขนมปังที่ต้องทำยืนพื้นเหมือนเดิมทุกวันบุษบาเดินทุบไหล่ออกมาจากแผนกเมื่อเวลาบ่ายสามโมง ยังอีกสองชั่วโมงจะเวลาอาหารเย็น ซึ่งนัดต้นรักไว้โรงอาหารพนักงานชั้นล่างเธออยู่บนเรือสำราญมาแล้วห้าวัน เรือลำใหญ่ยังจอดเทียบท่าฮ่องกง ตารางการเดินเรือออกจากท่าเรือแห่งนี้อีกสองวัน แล้วกลับไปสิงคโปร์ไม่รู้ว่าบุษบาจะโล่งใจหรือหนักใจดีในเมื่อเธอยังไม่เจอมิคาอิล แต่จากที่ต้นรักเล่าให้ฟังบอสหนุ่มเพิ่งลงเรือมาได้ไม่กี่วัน ร่างระหงเดินจนเกือบถึงห้องจึงได้ยินเสียงเรียก“เลน่า”หน้าหวานเหลียวกลับไปมองเจอคริสโตเฟรอ์กำลังเดินมาใกล้พร้อมรอยยิ้มอย่างที่คิดว่าตัวเองหล่อที่สุดอย่างชายอเมริกันผมสีบลอนด์“ไฮคริส”“จังหวะดีจริง ๆ ผมได้เจอคุณ”“มีอะไรไหม”“ผมอยากชวนคุณขึ้นไปนั่งเล่นด้านบนคืนนี้ มีการแสดงของนักด
บุษบากระพริบดวงตาหวานถี่ปรือตาขึ้นเมื่อลำแสงยามสายพาดผ่านลอดผ้าม่านหนาหนักเข้ามา ร่างกายสาวปวดเมื่อยไปทั่วตัว อ่อนแรงดั่งออกกำลังกายอย่างหนักมาหลายชั่วโมง ขยับตัวดึงแขนคนร่างโตออกจากเอว พลิกหน้ากลับไปหายามหลับบอสใหญ่ของอุณากรรณดูหน้าเด็กลง และในยามเช้าเธอมองเห็นทุกสิ่งชัดเจนขึ้นเขานอนตะแคงหันหน้ามาทางเธอ นิ้วเรียวยกขึ้นปัดปอยผมสีน้ำเข้มออกแดงพ้นหน้าผาก ไล้ปลายนิ้วไปตามแนวขนคิ้วสีเข้มดกหนา จมูกโด่งสันปลายงุ้มเล็กน้อย ร่องปากชัดเจน ขยับปลายนิ้วถี่ตรงรอยบุ๋มบนคางเหลี่ยมสากระคายไรหนวดบางเบาเธอลูบริมฝีปากล่างหนา เพ่งมองพิจารณา ปากสีเข้มกว่าใบหน้า ร่างเล็กขยับเข้าไปใกล้ ไล้มือไปตามแนวรอยกรามแกร่งสู่ลำคอ“ถ้าขยับไปอีกนิด เช้านี้แพรี่จะไม่ได้พักนะคนดี”ร่างเล็กสะดุ้งตกใจ เธอกำลังเพลิดเพลินไปกับเนื้อแกร่งสีเข้มดั่งภูผาจนไม่สังเกตว่าเขาตื่นขึ้นมาแล้วดวงตาคมเข้มเล็กกว่าชายชาวยุโรปทั่วไป เรียวเล็กยาวไปทางหางคิ้ว เขากระพริบตาปรับแสงก่อนจะลืมเต็มตา ประกายสีน้ำตาลอ่อนว่ายามค่ำเพราะต้องแสงอาทิตย์เกิดแฉกสีแปลกตาจนบุษบาจับจ้องหลงมองอยู่นานมิคาอิลปัดปอยผมออกจากกรอบหน้าหวานตรงหน้า เขาตื่นเต็มตาเมื่อ
ดวงตากลมโตดั่งกวางบนใบหน้าหวานจดจ้องหน้าเขานิ่ง เกร็งร่างรับ ร่างใหญ่ขยับท่อนร้อนอุ่นจัดไปทางปากทาง ถูไถหาทางเข้าจนเจอแล้วขยับดัน แต่ไม่เข้านัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคมกริบก้มมองสบดวงตากวางไหวระริก เธอกัดริมฝีปากแน่นใบหน้าแดงก่ำ เขาเอื้อมมือลงเปิดปากทางจ่อปลายป้านอีกครั้งแล้วดัน“คุณแคบมากแพรี่ ทำไมแคบแบบนี้”“ฉัน ฉัน อื้อ”สะโพกสอบขยับดันเข้าแล้วออกให้ทางรักคุ้นเคยและเปิดออก ขยับดันจนเข้าอีกหมดหัวก่อนจะหยุดนิ่ง“คุณ อื้อ ค่อย ๆ อือ อ่า เจ็บ”“แพรี่ คุณไม่เคย คุณบริสุทธิ์”สีหน้างงงวยในคราแรกของชายร่างโตด้านบนทำให้บุษบาร้อนใจ เธอขยับตัวเสียดสีเอื้อมมือโน้มท้ายทอยเขาลงมา“ค่ะ คุณเป็นคนแรก”ดวงตาคมกล้าเจิดจ้าขยับกระแทกเข้าครั้งเดียวจนมิด ผ่านทะลุปราการเยื่อแสนบาง ร่างเล็กสะดุ้งครางมือจิกบนบ่ากำยำร่องรักถูกแยกออก กายสาวดั่งถูกแหวกออกด้วยการชำแรกของกายแกร่งลำใหญ่ เธออึดอัดภายใน เจ็บ แต่รู้สึกดีร่างโตเริ่มขยับเขาถอนออกจนเกือบสุดกระแทกเข้าแน่นด้วยแรงส่ง โจนจ้วงต่อเนื่อง“แพรี่ รู้อะไรไหม ผู้ชายรัสเซียเป็นผู้ชายหัวโบราณ”ดวงตาหวานซึ้งหรี่ปรือ กายสาวเสียวสะท้านจนไม่อาจเข้าใจสิ่งที่เขาพูด ร่างเล็ก
บุษบายกมือขึ้นทาบนิ้วชี้บนปากหนาห้ามไม่ให้มิคาอิลพูดต่อ ดวงตากลมหวานไหวระริก สบดวงตาคมกล้าส่องประกายล้ำลึกภายใน“เราต้องหยุดพูดกันแล้วค่ะ”นิ้วเรียวไล้ริมฝีปากตรงหน้า มองเขาเปิดปากอ้าออกใช้ลิ้นตวัดนิ้วชี้เธอ ดวงตาจดจ้องไม่ละไปจากหน้าหวานมือใหญ่เอื้อมลงอ้อมปลดตะขอเสื้อชั้นในปลดปล่อยเนินทรวงสล้างนูนเด่นอวบอิ่ม ทาบฝ่ามือฐานทรวงกอบขึ้นดันจนทั้งสองข้างเบียดชิด ปลายยอดถันสีชมพูสดสวย เล็กดั่งผลเชอรี่“แพรี่ คุณอายุเท่าไรแล้ว”จู่ ๆ มิคาอิลใคร่ฉงน ยามปกติเลน่ามักแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางแต่ค่ำนี้เธอหน้าเปลือยเปล่า ผิวใสดั่งทารกจนเขาชักหวั่นใจกลัวเธออายุยังไม่ถึงยี่สิบ มือชะงักเพียงครู่รอคอยคำตอบอย่างร้อนใจ“ยี่สิบสองค่ะ”อกแกร่งค่อยผ่อนลมหายใจขยับมือคลึงเนินอวบอิ่มเต็มมือ โน้มศีรษะลงบรรจงใช้ลิ้นตวัดปลายยอดเล็กอย่างตั้งใจ“ผมสามสิบห้า แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับเราจริงไหม”ร่างระหงสะท้านแอ่นหยัด ดวงตาเริ่มหรี่ปรือลง มือไขว้คว้าเส้นผมดกหนาลูบเสยชอนไช“อื้อ”ฟันขาวขบเม็ดเล็กบนยอดทรวง ค่อยไล้จนทั่วทั้งสองข้าง กอบขึ้นคลึงเคล้น“คุณสวย”ดวงตาคมเข้มมองร่างงดงามใต้ร่างไม่วางตา พ่วงแก้มทั้งสองข้างแดงซ่านระเ
สามเดือนก่อนหน้านี้ร่างระหงสะดุดเท้าตัวเองเซถลาเอียงออกแต่ลำแขนแข็งแรงพลันโอบกอดเธอไว้ได้ทัน บุษบายิ้มหวานแหงนใบหน้างดงามปานนางในวรรณคดีขึ้นสบดวงตาสีน้ำตาลเข้ม พ่วงแก้มแดงซ่านจากฤทธิ์ไวน์แดง“เรากำลังไปไหนกันคะ”มิคาอิล วอสเครสเชนสกี้ ยิ้มมุมปาก คืนนี้ลูกน้องสาวของเขาดูผิดแผกแปลกไปจากปกติ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้เครื่องสำอางส่งให้ดวงหน้าดูไร้เดียงสาดั่งเด็กสาวแรกแย้มมือใหญ่โอบเอวคอดกิ่วไว้แน่น อีกข้างดันผนังลิฟต์ไว้ขณะโน้มใบหน้าลง ริมฝีปากทรงกระจับเชิดงอนปลายสีชมพูอ่อนธรรมชาติมีรสชาติไวน์รสเฝือด หากแต่หวานจับใจ“ไปห้องผม”ดวงตาหวานซึ้งหรี่ปรือมองริมฝีปากหนาชุ่มฉ่ำจากร่องรอยจุมพิต มือเล็กยกขึ้นลูบกรามแกร่งเหลี่ยมอย่างชาวต่างชาติ ขยับปลายนิ้วสัมผัสเส้นผมดกหนาสีน้ำตาลออกแดงคล้ายเปลวไฟ“ค่ะ ไปห้องคุณ”เสียงหวานอ่อนนุ่มไล้ปลายประสาทชายร่างสูงใหญ่ ลิฟต์จากชั้นล่างสู่ชั้นบนห้องพักระดับหรูหราเพนท์เฮ้าส์ของโรงแรมชื่อดังกลางกรุงขยับเชื่องช้าดูราวกับเนิ่นนานชั่วกัลป์ติ๊งIมิคาอิลพาร่างระหงอ่อนระทวยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ออกจากตัวลิฟต์ตรงไปทางห้องพักบุษบาเกาะเกี่ยวเอวสอบไว้แน่นซบหน้าลงอกแกร่งสูดดมกลิ่น







