เข้าสู่ระบบบุษบากระพริบดวงตาหวานถี่ปรือตาขึ้นเมื่อลำแสงยามสายพาดผ่านลอดผ้าม่านหนาหนักเข้ามา ร่างกายสาวปวดเมื่อยไปทั่วตัว อ่อนแรงดั่งออกกำลังกายอย่างหนักมาหลายชั่วโมง ขยับตัวดึงแขนคนร่างโตออกจากเอว พลิกหน้ากลับไปหา
ยามหลับบอสใหญ่ของอุณากรรณดูหน้าเด็กลง และในยามเช้าเธอมองเห็นทุกสิ่งชัดเจนขึ้น
เขานอนตะแคงหันหน้ามาทางเธอ นิ้วเรียวยกขึ้นปัดปอยผมสีน้ำเข้มออกแดงพ้นหน้าผาก ไล้ปลายนิ้วไปตามแนวขนคิ้วสีเข้มดกหนา จมูกโด่งสันปลายงุ้มเล็กน้อย ร่องปากชัดเจน ขยับปลายนิ้วถี่ตรงรอยบุ๋มบนคางเหลี่ยมสากระคายไรหนวดบางเบา
เธอลูบริมฝีปากล่างหนา เพ่งมองพิจารณา ปากสีเข้มกว่าใบหน้า ร่างเล็กขยับเข้าไปใกล้ ไล้มือไปตามแนวรอยกรามแกร่งสู่ลำคอ
“ถ้าขยับไปอีกนิด เช้านี้แพรี่จะไม่ได้พักนะคนดี”
ร่างเล็กสะดุ้งตกใจ เธอกำลังเพลิดเพลินไปกับเนื้อแกร่งสีเข้มดั่งภูผาจนไม่สังเกตว่าเขาตื่นขึ้นมาแล้ว
ดวงตาคมเข้มเล็กกว่าชายชาวยุโรปทั่วไป เรียวเล็กยาวไปทางหางคิ้ว เขากระพริบตาปรับแสงก่อนจะลืมเต็มตา ประกายสีน้ำตาลอ่อนว่ายามค่ำเพราะต้องแสงอาทิตย์เกิดแฉกสีแปลกตาจนบุษบาจับจ้องหลงมองอยู่นาน
มิคาอิลปัดปอยผมออกจากกรอบหน้าหวานตรงหน้า เขาตื่นเต็มตาเมื่อมือเล็กอยู่ไม่สุขลูบไปทั่วกระทั่งเริ่มไต่ลงหน้าอกจึงจำใจต้องพูดขึ้น ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่อาจทนทานไหว ขอฝากรักยามเช้าอีกครั้ง
ดวงตากลมโตหวานซึ้ง ริมฝีปากกระจับเชิดปลายคล้ายดื้อรั้น รับกับปลายคางมนรูปหน้าเรียวไข่
คนร่างโตขยับไปใกล้ตวัดลำแขนโอบเธอเข้ามา ร่างระหงในอ้อมแขนเปลือยทั้งร่าง เขาดึงแนบกายแกร่ง ให้ลำรักสัมผัสเนื้อหน้าท้องเนียนนุ่มจนคนร่างเล็กสะท้านขยับตัวหนี
“ฉันต้องพัก”
“ผมรู้ เมื่อคืนผมหนักหน่วงมากไปหน่อยจนลืมไปว่าคุณยังไร้เดียงสา”
พ่วงแก้มสองข้างแต้มสีแดงระเรื่อขึ้นทนตาจนมิคาอิลอดใจไม่ไหวโน้มหน้าลงหอมแก้มนุ่ม ให้จมูกลูบไล้ไปทั่วลงสู่ลำคอระหงที่เขาฝากรอยไว้ค่อนข้างมาก
“อาบน้ำกัน เดี๋ยวผมไปส่งที่ห้อง”
ร่างระหงในอ้อมกอดนิ่งขึงไปเป็นครู่จึงค่อยแหงนหน้ามองสบตาคมเข้มยิ้มอ่อนออกมา
“ค่ะ คุณเข้าไปก่อนนะคะ แพรี่ขอเก็บเสื้อผ้าก่อน”
บุษบานัยน์ตาสั่นไหว สะกดกลั้นอาการตกใจ เมื่อครู่ยามเขาเอ่ยเรื่องไปส่งที่ห้อง ทำให้เธอฉุกคิดขึ้นได้ว่าตอนนี้ตัวเธอไม่ใช่บุษบา หากแต่เป็นอุณากรรณต่างหาก
“เร็ว ๆ นะ ผมอยากถูสบู่ให้แพรี่”
เสียงเข้มทุ้มต่ำเน้นคำจนดวงหน้าหวานแดงซ่านอีกครั้ง ภาพในห้องน้ำเมื่อคืนหวนขึ้นมา
“ค่ะ”
มือเล็กดันร่างแกร่งออกแสร้งผลักอ่อนโยนให้ลงเตียง ทำทีดึงผ้าห่มขึ้นปิดกายสาวแล้วเดินเก็บเสื้อผ้า หางตาเห็นร่างเปลือยสีเข้มเดินเข้าห้องน้ำ
แพร เธอต้องหนีไปก่อน กลับไปตั้งหลัก
เพราะบุษบายังไร้ประสบการณ์ เธอจึงหวั่นใจว่าถ้าเขารู้เรื่องสลับตัว เขาจะคิดอย่างไร จึงได้แต่หาทางหนีเพื่อขอกลับไปตั้งสติจิตใจรับมือกับผู้ชายร่างสูงใหญ่คนนี้
เธอกวาดตามองหาผ้าหรือเชือกหรืออะไรก็ได้ผูกลูกบิดประตู พลันมองเห็นเนคไทแฉลบออกมาจากกระเป๋าเดินทางที่เขายังไม่ทันได้แขวนเสื้อผ้า
รีบสวมเสื้อผ้าชุดเดิมเมื่อคืนรวดเร็ว คว้ากระเป๋าสะพายขึ้นมาแล้วตรงไปทางกระเป๋าเดินทาง
“ทำอะไรอยู่แพรี่ เร็วหน่อยสิครับ”
“ค่ะ ๆ กำลังไปแล้วค่ะ”
เธอเปิดกระเป๋าล้วงเนคไทมาได้สองเส้นมัดต่อกันทดสอบว่าแน่นหนาดีแล้ว ค่อยเดินไปทางห้องน้ำมัดกับลูกบิดประตู ด้วยความหรูหราของห้องพัก ทำให้ประตูห้องน้ำของที่นี่เป็นแบบลูกบิดทองเหลืองราคาแพง ซึ่งเหมาะสำหรับการนี้
เธอเหลือบตามองเห็นโต๊ะวางของหน้าห้องน้ำแบบบิ้วอินติดกับผนังห้อง จึงนำปลายเนคไทอีกข้างผูกขาโต๊ะ
เดินถอยหลังมองผลงานที่ทำไว้แล้วกลับหลังหันวิ่งออกจากห้อง ใจภาวนาขอให้บอสใหญ่ยังไม่รู้ตัว มือกดลิฟต์รัวอย่างร้อนใจ
ต้องแวะบอกประชาสัมพันธ์ก่อน เผื่อเขาออกมาไม่ได้
แม้ว่าคนร่างเล็กต้องการหนีไปให้เร็วที่สุด แต่พื้นนิสัยเป็นคนอ่อนโยนและขี้ใจอ่อน จึงแวะแจ้งประชาสัมพันธ์ก่อนวิ่งจากไปขึ้นรถแท็กซี่หน้าโรงแรมหรู
ขอกลับไปตั้งตัวก่อนนะพ่อหมีร่างโต
“แพรี่ แพรี่”
มิคาอิลปิดฝักบัวเมื่อไร้เสียงตอบโต้ คว้าเสื้อคลุมมาสวมแล้วกระชากประตู แต่กลับเปิดไม่ออก เขาดึงเข้าแรงอีกครั้งจึงสังเกตว่ามีบางอย่างผูกติดไว้
“แพรี่!!”
อกแกร่งสูดลมหายใจเข้าอย่างแรง เขาเสียรู้สาวไร้เดียงสาที่ใช้หน้าอ่อนหวานหลอกให้เขาตายใจ เธอหนีกลับออกไปก่อนแล้ว ไร้ซึ่งคำบอกลา
คิ้วเข้มขมวดมุ่น แว่วเสียงเตาะประตูด้านหน้า คนดีเมื่อคืนยังใจดีสู้อุตส่าห์แวะบอกพนักงาน หน้าแกร่งพลันดุดันขึ้น
“บ้าฉิบ! อย่าให้เจอตัวนะ ผมติดอยู่ในห้องน้ำ!!”
เขาตะโกนตอบยืนนิ่งรอจนกระทั่งได้ยินเสียงพนักงานใช้คีย์การ์ดสำรองเปิดประตูเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้นครับ ให้ผมแจ้งความดีไหม”
“ไม่ต้อง!!”
หน้าเข้มแดงก่ำอับอาย เดินดุ่มไปทางเตียง และจริงอย่างที่คาดว่า ห้องนอนไร้ร่างสาวเมื่อคืน ทั้งเสื้อผ้ากระเป๋าเธอเก็บไปเรียบร้อยจนหมด
“แต่ว่า ท่านจะตรวจดูของก่อนไหมครับ เผื่อมีอะไรหาย”
“ไม่ต้อง ออกไปสะ!!”
“ครับ ๆ”
พนักงานหนุ่มรีบขอตัวเอ่ยลาน้ำเสียงตะกุกตะกัก หางตาเห็นร่างสูงใหญ่คว้าของขึ้นขวางลงพื้นหน้าคล้ำลงน่ากลัว
มิคาอิลสะบัดเสื้อผ้าในกระเป๋าที่ยังเปิดอ้าออกด้วยแรงอารมณ์ เขาไม่เคยโดนใครทำให้อับอายเท่านี้มาก่อนในชีวิต เดินไปทางหัวเตียงหยิบซิการ์มวนเล็กสำหรับพกพาขึ้นจุดสูบระงับความโกรธ มองออกไปทางหน้าต่างวิวแม่น้ำเจ้าพระยา
แพรี่ รู้จักคนรัสเซียน้อยไปเสียแล้ว
เสียงเปิดประตูกระทันหันทำให้สองหนุ่มสาวที่นั่งกอดกันมองไปทางประตูเป็นตาเดียว ร่างสาวสวยสูงโปร่งในชุดทันสมัยกระโปรงสั้นรองเท้าส้นสูงราคาแพง เดินอาด ๆ เข้ามาในห้อง กวาดตามองโดยรอบจนเห็นคนทั้งคู่“มิคาอิล!! คุณไล่ฉันกลับ”ผู้หญิงคนนั้นเปิดฉากส่งเสียงหวานแหลมสูงใส่ทันทีเมื่อมองเห็นถนัดตา บุษบาผละตัวออกยืดแผ่นหลังตรงสังเกตได้ว่ามิคาอิลเองก็ยืดตัวตรงเช่นกันนางแบบสาวผมดำสนิทเช่นเดียวกับเธอเดินส่ายสะโพกน้อย ๆ มาทางโซฟามองเหยียดหญิงสาวที่นั่งตักมิคาอิล สวมชุดหลวมโพรกคล้ายคนท้องใบหน้าซีดเซียว“เดี๋ยวนี้คุณเลือกผู้หญิงแบบนี้เหรอคะมิคาอิล”“โรซี่!!”“ทำไมคะ ถึงฉันเป็นนางแบบ แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรี จู่ ๆ คุณเรียกตัวฉันมา ฉันก็ทิ้งงานบินมาเพื่ออยู่เป็นเพื่อนคุณ แล้วพอคุณมีคนใหม่ คุณก็เฉดหัวฉันกลับ ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอคะ”ดวงหน้าหวานซึ้งเอี้ยวกลับไปมองคนร่างโตที่นั่งขยุกขยิกไม่อยู่สุขอย่างผิดสังเกต ก่อนที่คำพูดของผู้หญิงคนนั้นจะซึมซาบเข้าไปสู่สมองแล้วประมวลผลจนเข้าใจ“มิคาอิล คุณมีคนใหม่แล้ว?”เสียงหวานนุ่มของคนบนตักทำให้มิคาอิลหน้าเปลี่ยนส
แซคสะดุ้งตกใจทันทีเมื่อเห็นเจ้านายประคองหญิงสาวที่หายไปหน้านานหลายเดือน สีหน้าของทั้งคู่ตึงเครียด ทั้งหน้าหวานซึ้งยังเปื้อนคราบน้ำตาเป็นทาง“บอส”บอดี้การ์ดทักด้วยเสียงเข้มก้มมองเธอแปลกประหลาดใจก่อนจะถอยห่างจากประตูเพื่อให้คนทั้งสองเข้าไป“บอสครับ แล้ว แล้ว”“ให้เธอกลับไปสะ”“ครับ บอส”บุษบามองตามแซคคิ้วขมวดสงสัย ห้องพักเดิมเหมือนเดิมอย่างที่เธอจำได้ เพียงแค่กลิ่นซิการ์อบอวลมากกว่าเดิมจนเธอกระแอมไอออกมา“กลิ่นซิการ์”แว่วเสียงสบถจากคนร่างสูงก่อนจะเห็นเขาเดินไปเปิดหน้าต่างออกหมดทุกบานรวมไปถึงประตูออกระเบียง“นั่งสิแพรี่ หวังว่าคุณจะชื่อแพรี่นะ”บุษบาหน้าม้านเฝือดเผือดสีลงทันตา แต่เธอไม่อาจว่าเขาได้ในเมื่อมันคือเรื่องจริง“ค่ะ ฉันชื่อแพร หรือ แพรี่ ชื่อจริงบุษบา”“บุษบา?”“เป็นชื่อนางในวรรณคดีค่ะ”มิคาอิลเดินเข้าห้องครัวรินน้ำเปล่าก่อนจะเปิดตู้เย็นซึ่งพบเพียงความว่างเปล่า ก็แน่ล่ะหลายเดือนที่ผ่านมาเขาแทบไม่ค่อยกินอะไรนอกจากเหล้า ชายร่างสูงถอนหายใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา“แ
ภาพในความทรงจำหลั่งไหลดั่งสายน้ำกระแทกเข้าใส่เธอจนตั้งตัวไม่ติดถอยหลังแต่มือของอัคคีช่วยรั้งไว้ดวงตาเข้มข้นล้ำลึกของมิคาอิลมองกลับมา ตวัดตาลงมองหน้าท้องที่ยังแบนราบ เธอมองเห็นความเจ็บปวดรวดร้าวในแววตาก่อนที่เขาจะสะบัดกลับไปก้าวเท้าออกจากลานเมอร์ไลออน“บอส!!”เสียงอุณากรรณตะโกนลั่นพร้อมกับวิ่งแทรกคนไปตามชายร่างสูงใหญ่ไปยืนขวางตรงหน้า ใช้มือกางกั้นไว้ไม่ให้เขาหนีไป บุษบารีบเดินตามไปทันที“บอสจะยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”มิคาอิลก้มลงมองหญิงสาวร่างระหงอีกคนผมสีดำยาวสยายดัดลอนเล็กน้อย ดวงตากลมโตดั่งกวาง ริมฝีปากกระจับ พ่วงแก้มสีชมพูระเรื่อด้วยเครื่องสำอาง แต่งตัวแบรนด์เนมหรูหราราคาแพง นัยน์ตาเหยี่ยวเบิกกว้าง“เลน่า!!”“ใช่บอส นี่เลน่า ส่วนคนโน้น”มือเล็กจับต้นแขนบอสใหญ่ให้หันไปทางบุษบาที่เดินเข้ามาใกล้ก่อนที่ร่างในชุดคลุมท้องจะหยุดลงทิ้งห่างพอสมควร“คนนั้น แพรี่ พี่สาวของเลน่าเอง”มือแกร่งสั่นเทาเมื่อยกขึ้นลูบหน้าเปิดตาขึ้นมองอีกครั้งสลับกันไปมา“พวกคุณเป็นแฝด”“ใช่บอส ฉันเป็นน้องสาว ส่วนแพรี่เกิดก่อนเป็นพี
ชายร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งมองท้องทะเลยามเย็น เรือสำราญเดินสมุทรขนาดใหญ่เฮฟเว่นครูซกำลังเดินทางใกล้ถึงสิงคโปร์อีกครั้ง“มิคาอิลคะ”เสียงหวานนุ่มดังขึ้นด้านหลัง เขาหันกลับไปมองนางแบบสาวซึ่งเขาเรียกตัวมา เธอเคยทำให้เขาใจเต้นแรงด้วยท่วงท่าการเดิน ผมดำยาวปล่อยสยายราวกับแพรไหมแพรี่ในช่วงเวลาหลายเดือนนับจากหญิงสาวคนนั้นจากไปเขาเปลี่ยนคู่ควงใหม่ราวกับเปลี่ยนถุงเท้า แต่มันไม่มีคู่ไหนที่ใช่เลยสำหรับเขา“คุณไม่ต้องรอผมก็ได้ ออกไปทานก่อนได้เลย”“ค่ะ”เขาผ่านพ้นวันนรกแตกมาแล้ว เจ็ดวันเสมือนเขาไปเยือนเทพเฮดิส ร้อนดั่งไฟเผา ทุรนทุรายจนไม่อาจทนลืมตาได้ต้องใช้แอลกอฮอล์กำจัดภาพเหล่านั้นออกไปจากใจให้หมด จนทุกวันนี้เขาเองยังไม่แน่ใจว่าเขาได้ขจัดหมดไปหรือยังแอ๊ด!เสียงเปิดประตูทำให้เขาหันไปมองอีกครั้งก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้เล็กตรงระเบียงห้องด้านนอก ยกเท้าพาดโต๊ะหยิบซิการ์ขึ้นจุดรอมารดาบังเกิดเกล้าเดินออกมาเทศนาอีกครั้งในรอบสามสิบห้าปี ซึ่งดูราวกับว่าเธอกลายเป็นมารดาอย่างแท้จริงเสียทีหลังจากทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เขามาตลอดตั้ง
“ลูกลองขึ้นไปพูดกับแพรให้ไปหาหมอ และถ้าแพรท้องจริง ๆ แม่กับพ่อก็ไม่ว่า ดีสะอีกจะมีเด็ก ๆ วิ่งเล่นในบ้าน”อุณากรรณพยักหน้ารับสะท้อนในใจ รีบเดินขึ้นบ้านไปหาพี่สาวฝาแฝดก๊อก ก๊อก “แพร”บุษบาพลิกตัวกลับมาเมื่อได้ยินเสียงน้องสาวฝาแฝดเอ่ยเรียก ค่อยพยุงร่างขึ้นนั่งหลังจากเอนหลังนอนกลางวัน“พลอย”“เป็นไงบ้าง”อุณากรรณนั่งลงขอบเตียงขยับตัวไปใกล้ จับมือแพรขึ้นมากุมไว้แน่น พี่สาวฝาแฝดของเธอดูซูบผอมลงไปมาก ทั้ง ๆ ที่กลับมาจากเดินทางได้สองเดือนแล้ว แต่ท่าทียังไม่ดีขึ้น“แพรสบายดี”“แม่บอกว่าแพรไม่สบาย”“ก็แค่คลื่นไส้ อาจจะอาหารเป็นพิษ”“แล้วไปหาหมอหรือยัง”“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวก็หาย ช่วงนี้เป็นทุกเช้าเลย ไม่รู้เป็นอะไร สงสัยแพรเปลี่ยนที่บ่อยมั้ง”อุณากรรณนิ่งงันก้มหน้าลงมองหน้าท้องของพี่สาวยังแบนราบก่อนจะมองหน้าหวานซึ้งที่เหมือนเธอ“แพร ประจำเดือนมาหรือยัง”เสียงคำถามจากน้องสาวฝาแฝดทำให้บุษบาแหงนหน้าขึ้นทันที ดวงตากลมโตหวานซึ้งจ้องเข้าไปในดวงตาเดียวกันกับเธอ แต่อุณากรรณเจิดจ้าเปล่งประ
ร่างระหงบอบบางดูซูบซีดลงอีกทั้ง ๆ ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน ป้าเมย์ยืนมองหลานสาวจากในครัวขณะที่บุษบาเผลอนั่งเหม่อออกไปนอกหน้าต่างใบหน้าป้าเมย์เครียดกังวลเรื่องหลานสาวแต่จนปัญญาจะช่วยเหลือ เรื่องของหัวใจมีทางเดียวที่จะรักษาได้คือ เวลา“แพร”บุษบาผินหน้ากลับมาตามเสียงเรียก ดูเหมือนนัยน์กลมหวานซึ้งจะรื้นชื้นด้วยน้ำตาจนป้าเมย์ถอนหายใจ“ทานผลไม้หน่อยนะลูก”“ขอบคุณค่ะ”“แล้วนี่จะกลับบ้านเมื่อไร”“คงต้องกลับเลยค่ะ แพรถือวีซ่าทำงานบนเรือ ถ้าขืนอยู่ต่อจะมีปัญหา”“แล้วบอกที่บ้านหรือยัง”“ยังเลยค่ะ”ป้าเมย์วางจานผลไม้ลงบนโต๊ะเล็กก่อนจะนั่งลงข้างหลานสาว“แล้วพลอยว่ายังไงบ้าง”“แพรยังไม่ได้คุยกับพลอยเลยค่ะ”“แพร”“คะ”“อย่าหาว่าป้ายุ่งเรื่องส่วนตัวเลยนะ แพรมีปัญหากับมิคาอิลใช่ไหมลูก”บุษบาเบือนหน้าหนีดวงตาค้นหาของป้าเมย์ แสร้งจิ้มผลไม้เข้าปากค่อยเคี้ยวเชื่องช้า“ค่ะ”“เรื่องอะไร บอกป้าได้ไหม”“เขากำลังจะแต่งงานค่ะ”“คุณพระช่วย!”







