Share

Chapter 4

last update Last Updated: 2025-10-01 03:00:03

Chapter 4

23.30 น.

               ปรินทร์เข้ามาในห้องนอนหลังจากออกไปดื่มคลายเครียดกับยุรนันท์และดลภพในคลับประจำ ภายในห้องมีเพียงแสงจากโคมไฟหัวเตียงที่เปิดอยู่ สายตาปรินทร์จับจ้องร่างพราวฟ้าที่นอนหลับบนเตียง เขายังจำวันที่พบเธอครั้งแรกได้ดี วันนั้นพราวฟ้าเข้ามาในห้องทำงานเขาพร้อมกับอุดม ผู้จัดการแผนกบัญชี ทั้งคู่นำบัญชีที่เป็นพิรุธของฝ่ายจัดซื้อมาให้ดู ซึ่งคนที่ตรวจสอบเจอคือพราวฟ้า

               พราวฟ้าทำให้ปรินทร์ทึ่งในความสามารถ เธอไม่ได้เรียนจบบัญชีโดยตรง วุฒิการศึกษาที่มาสมัครงานคือมัธยมศึกษาปีที่หก แต่รู้เรื่องบัญชีดีมาก เก่งกว่าพนักงานบัญชีหลายคนในบริษัทเสียอีก ที่เธอเก่งและมีความรู้ด้านนี้เป็นเพราะ พราวฟ้าเคยทำงานในบริษัทรับทำบัญชีครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบัญชีและภาษี เจ้าของบริษัทเป็นนักบัญชีมืออาชีพ มีความสามารถมากคนหนึ่งเป็นครูสอนให้พราวฟ้ารู้งานเรื่องบัญชี พราวฟ้าทำบัญชีได้ทุกอย่าง รวมถึงเรื่องภาษีก็เก่งไม่น้อยหน้าใคร

               ความที่พราวฟ้าต้องจัดการเรื่องการทุจริตร่วมกับปรินทร์ ทำให้ทั้งสองคนได้ใกล้ชิดกัน ปรินทร์ที่คิดว่าคงรักใครไม่ได้อีก กลับรักพราวฟ้าอย่างง่ายดาย โดยหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม อีกสามเดือนต่อมาเขาให้เธอลาออกจากงาน แล้วพามาอยู่บ้านในฐานะภรรยา ตำแหน่งที่ปุริมกับอรุณไม่ต้องการให้พราวฟ้าครอบครอง แต่ก็ต้องจำยอมอย่างไม่เต็มใจ

               ตลอดระยะเวลาเกือบสามปี พราวฟ้าเป็นเมียที่ดี เธอไม่เรียกร้องอะไรจากปรินทร์สักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแก้วแหวนเงินทอง ของใช้ราคาแพงที่เขาหาซื้อให้ได้โดยง่าย แค่เพียงเอ่ยปาก แต่ก็ไม่ เธอไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากความรักของเขา

               อีกหนึ่งเรื่องที่ปรินทร์นับถือพราวฟ้า นั่นคือความอดทน เขารู้ดีว่าคนในบ้านไม่ชอบหน้าพราวฟ้า ไม่อยากให้เป็นเมียเขา จึงกลั่นแกล้งและพูดจาไม่ดีใส่ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ จนกระทั่งวันนี้ พราวฟ้ายังคงเจอเหตุการณ์เดิมๆ ทุกเมื่อเชื่อวัน ทว่าเธอกลับไม่เคยบอกกล่าวให้เขาฟัง เพราะไม่อยากให้ตนไม่สบายใจ พราวฟ้าทำราวกับว่า ไม่เคยมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับตัวเอง เป็นเขาที่ไม่ค่อยใส่ใจความรู้สึกของภรรยามากนัก ไม่เคยถาม ไม่เคยปลอบ ได้แต่มองและปล่อยผ่าน

               ร่างสูงใหญ่เบี่ยงเท้าเดินไปยังห้องน้ำ เป็นดั่งเช่นทุกครั้งที่เขาจะเห็นยาสีฟันถูกบีบบนแปรงสีฟัน ส่วนชุดนอนเธอแขวนไว้ตรงตู้เสื้อผ้า บนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าจะมีผ้าขนูสีขาวขนาดกลางสำหรับเช็ดศีรษะพับอย่างเป็นระเบียบวางไว้ เผื่อปรินทร์สระผมจะได้ใช้ผ้าผืนนี้เช็ดหัว พราวฟ้าทำหน้าที่ภรรยาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

               หลังจากอาบน้ำเสร็จปรินทร์นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวออกมา เขามานั่งริมเตียงใช้ผ้าขนหนูเช็ดหัว ก่อนหันไปมองโต๊ะหัวเตียงที่มีแก้วน้ำที่มีน้ำอยู่เกือบเต็ม มีฝาปิดกันไม่ให้ฝุ่นละอองเข้าไปด้านใน ใกล้กันมีแก้วใบเล็กที่มียาวิตามินสามเม็ดอยู่ในนั้น

               ใช่แล้ว...เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พราวฟ้าจัดเตรียมให้ปรินทร์กินทุกคืนก่อนนอน

               ปรินทร์กินยาทั้งสามเม็ด ใช้ผ้าขนหนูเช็ดหัวสามสี่ครั้ง ก่อนวางมันลงใกล้กับแก้วยาว่างเปล่า เขาไม่ลุกขึ้นไปแต่งตัว แต่หันกลับมามองคนกำลังนอนหลับ มือแข็งแรงยกผ้าห่มขึ้นสูง สอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนา ขยับตัวนอนซ้อนแผ่นหลังภรรยา ลำแขนพาดเอวคอดกิ่วแล้วรั้งร่างเธอเข้าหาตัว

               “ทราย” ปรินทร์ปลุกพราวฟ้าด้วยเสียง และริมฝีปากคลอเคลียตรงซอกคอ พราวฟ้างัวเงียตื่น เอี้ยวหน้ามองสามี

               “พี่โดม” เธอเรียกชื่อเขา ก่อนพลิกตัวมาทางเขาแล้วกอดตอบ

               “พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”

               “พี่โดมจะคุยเรื่องอะไรคะ”

               “พี่จะบอกทรายว่า พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเปิ้ลมากไปกว่าเพื่อน ตอนนี้พี่มีทรายเป็นเมีย พี่รักเมียพี่ และจะมีทรายคนเดียวไปตลอดทั้งชีวิต ทรายต้องเชื่อพี่นะ อย่าเชื่อใคร และอย่าเชื่อในภาพที่เห็น” ณ ตอนนี้เขารู้สึกตามวาจา พราวฟ้ายิ้ม กระเถิบตัวเข้าหาร่างหนากึ่งเปลือยของสามี

               “ทรายเชื่อพี่โดมค่ะ ทรายรักพี่โอม”

แม้ว่าหลายครั้งและหลายภาพที่เห็น บ่งบอกถึงความสนิทสนมเกินเพื่อนระหว่างปรินทร์กับทิวาทิพย์ ทว่าเธอกลับเชื่อคำพูดเขาตอนนี้สนิทใจ ไม่ใช่เพราะโง่หรือไม่ยอมรับความจริง แต่เป็นเพราะความรักล้วนๆ เมื่อเขาบอกว่าไม่มีอะไรก็ตามนั้น

               “พรุ่งนี้เราไปห้างกันดีไหม พี่จะพาทรายไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ หลายๆ ชุดเลย กระเป๋าสักใบสองใบ เสร็จแล้วก็ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน จากนั้นก็ไปดูหนัง” นานหลายเดือนแล้วที่ปรินทร์กับพราวฟ้าไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน เมื่อเขากล่าวชวน มีหรือสาวหน้าตาน่ารัก เจ้าของรอยยิ้มหวานจะไม่ตกปากรับคำ

               “ดีค่ะ ทรายอยากกินสุกี้ค่ะ”

               “ก่อนพี่จะพาทรายไปกินสุกี้ พี่ขอกินทรายก่อนนะ...อยากกินจนตัวสั่นแล้วรู้ไหม”

               ใบหน้าพราวฟ้ายังคงระบายด้วยรอยยิ้ม ความรู้สึกที่เกิดขึ้นช่วงเย็นวันนี้ ไม่ว่าเป็นความเสียใจ น้อยใจและเจ็บปวด เวลานี้หายเป็นปลิดทิ้ง ราวกับว่าเธอโยนออกจากจิตใจไปทั้งหมด แทนที่ด้วยคำรัก หวาน และคำมั่นสัญญาของปรินทร์

                    พราวฟ้าเผยอปากรับจุมพิตของสามี จูบที่ทำให้สองร่างสะท้านไปทั้งตัว จูบที่ปรินทร์รู้ดีว่าหวานและหอมมากเพียงใด ทุกครั้งที่เขาจุมพิตพราวฟ้า จะรู้สึกราวกับว่าโบยบินอยู่บนท้องนภาอันสดใส หัวใจเขาเอิบอิ่ม เกิดความซาบซ่านขึ้นมาทันใด เธอทำให้ปรินทร์กระชุ่มกระชวยกลับไปเป็นวัยรุ่นหัดสวาท

               ท่วงทำนองแห่งรักดำเนินไปอย่างเร่าร้อน พราวฟ้าเป็นสาวอ่อนหวาน อ่อนโยนและขี้อาย แต่เมื่อร่างเปล่าเปลือยอยู่ภายใต้ร่างหนาของสามี เธอกลายเป็นสาวเร่าร้อน ยกสะโพกรับแรงกำลังของปรินทร์ได้อย่างร้ายกาจ ก่อนเป็นฝ่ายคุมเกมอยู่เหนือร่างหนาตามที่เขาต้องการ

               เสียงครางกระเส่าบ่งบอกถึงความหฤหรรษ์จากเกมรัก พร้อมกันนี้หัวใจสองดวงฟูฟ่องรับความสุขที่พุ่งใส่ทั้งคู่ราวกับสายน้ำหลาก มันมากมายอิ่มไปทั้งดวงใจ

                    หลังจากความสุขผ่านพ้นไป ปรินทร์ใช้ลำแขนตนให้พราวฟ้าหนุนต่างหมอน ตะคองกอดเธอไว้ไม่ห่าง เขาจูบหน้าผากกลมเกลี้ยงของภรรยาสองครั้ง กล่าวคำราตรีสวัสดิ์ ก่อนหลับตาลงแล้วหลับไปพร้อมกับเธอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดั่งทรายต้องลม   ดั่งลมต้องรัก Chapter 17

    ดั่งลมต้องรัก Chapter 17“ขอบใจมากนะหยกที่เข้ามาเตือนพี่” พันลภไม่รู้ว่า เสียงและภาพใบหน้าสาวตัวแสบ เป็นการเตือนที่ทำให้เขารู้สึกตัว หรือว่าตอนนั้นในหัวใจคิดว่า จูบประภาวรรณอยู่ชายหนุ่มเอนตัวลงนอน เขานอนยิ้มยามนึกถึงสาวเอาแต่ใจ ที่เข้ามาป่วนหัวใจมากขึ้นทุกวัน แม้ปวดหัวกับเธอมาก ทว่าก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก สงสัยคืนนี้พันลภคงนอนหลับฝันดีแน่กลิ่นข้าวต้มกระดูกหมูโชยออกมาจากห้องกินข้าว คนที่เดินลงมาจากชั้นบนถึงกับท้องร้อง ประภาวรรณเหมือนสุภาษิตที่ว่า เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง ไม่ชอบหน้าอัญชิสาแต่ก็กินอาหารฝีมือคนทำ “ฉันแยกแยะออกย่ะ คนเรากินเพื่ออยู่ ไม่ได้อยู่เพื่อกิน อีกอย่างฉันขี้เกียจสั่งอาหาร กว่าจะมา แสบท้องพอดี” ประภาวรรณให้เหตุผล เมื่ออรรุจีพูดสุภาษิตนี้ขึ้นมา พันลภมองคนที่เดินเข้ามาในห้องกินข้าว พรางนึกถึงความฝันเมื่อคืนนี้ คราแรกคิดว่าตนคงฝันดี ที่ไหนได้ ฝันร้ายแบบสุดๆ แม่เจ้าประคุณที่เดินเข้ามา คือคนในความฝัน นิมิตนั้นเขาถูกประภาวรรณนั่งคร่อมร่าง มือทั้งสองข้างกำเส้นผมเขาแน่น ก่อนดึงทึ้ง ดวงหน้าหวานสวยคล้ายโกรธเขามาเป็นแรมปี ‘คิดนอกใจหยกใช่ไหม พี่พีท

  • ดั่งทรายต้องลม   ดั่งลมต้องรัก Chapter 16

    ดั่งลมต้องรัก Chapter 16เมื่อพันลภรู้จากประภาวรรณว่า ชณาธิปว่ายน้ำไม่เป็น เขาจึงสอนให้เด็กชายว่ายน้ำ ชณาธิปดูมีความสุขมาก ยิ้มและหัวเราะ หน้าตาสดใส หลงลืมความเศร้าเรื่องพี่ชุ่มไปชั่วขณะประภาวรรณทำตามคำสัญญา ว่ายน้ำจนพอใจ ทั้งสามขึ้นจากสระ ประภาวรรณพาชณาธิปไปอาบน้ำที่ห้องนอนตน โดยให้ส้มเช้งนำชุดชณาธิปที่ตากอยู่หลังบ้านขึ้นมาให้หนึ่งชุด ตอนนี้เองทำให้เธอเห็นร่องรอยบนตัวเด็กชาย ที่นอกจากตรงก้นมีรอยฝ่ามือจางๆ ตรงช่วงเอวมีรอยจ้ำคล้ายถูกหยิกอีกสองที่ ประภาวรรณถ่ายรอยเหล่านั้นเก็บไว้ในมือถือ และไม่ถามถึงสาเหตุของการเกิดรอยจากชณาธิป เพราะเกรงว่า อาจทำให้ความสุขของชณาธิปจืดลงพันลภขันอาสาขับรถพาประภาวรรณกับชณาธิปเข้าไปในตัวเมือง เพื่อกินไก่ผู้พันตามที่หญิงสาวสัญญากับชณาธิปไว้ พันลภเลือกไปกินร้านดังกล่าวสาขาในห้าง ตั้งใจว่ากินอิ่มท้องเสร็จก็จะพาเด็กชายไปซื้อของเล่น และไปเที่ยวสวนสนุกในห้างนั้นด้วย ขณะพาชณาธิปเที่ยวตามโปรแกรมที่ว่ามา พันลภมองประภาวรรณดูแลเด็กชายราวกับว่า ชณาธิปเป็นลูก ตัดเนื้อไก่ให้ เช็ดปากให้ ยิ้มให้ชณาธิปตลอดเวลา เป็นการกระทำที่ดูก็รู้ว่า ไม่ใช่การเสแสร้าง ทำลายภาพ

  • ดั่งทรายต้องลม   ดั่งลมต้องรัก Chapter 15

    ดั่งลมต้องรัก Chapter 15 “นั่นจะเอาข้าวไปให้ใคร” ประภาวรรณถาม เมื่อเห็นส้มเช้งถือถาดไม้ บนนั้นมีข้าวสวยหนึ่ง แกงจืดใส่ในถ้วยขนาดกลางหนึ่งถ้วยและไข่เจียว “เอาไปให้น้องแชมป์ค่ะ” “อ้าว ไม่ได้ไปกับแม่เหรอ” “ไม่ค่ะ คุณไอซ์บอกว่า วันนี้วันพระที่วัดคนเยอะ เลยให้อยู่บ้านค่ะ ฝากส้มเช้งให้ดูแลแทนค่ะ” “แล้วน้องแชมป์อยู่ไหนล่ะ” “อยู่ตรงโต๊ะข้างสระน้ำค่ะ ดูหงอยๆ เหมือนคนเหงาๆ สงสัยคิดถึงแม่ ปกติตัวติดกับแม่ตลอด” “ถ้างั้นฉันเอาไปให้เอง กำลังเบื่อๆ เซ็งๆ เธอจะได้ไปทำอย่างอื่น” ประภาวรรณเดินมาจับถาดในมือส้มเช้งมาถือไว้ ก่อนเดินไปยังสระว่ายน้ำ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า เหตุใดต้องทำเช่นนี้ด้วย “น้องแชมป์ครับ กินข้าวได้แล้ว” ประภาวรรณวางถาดไม้ลงบนเก้าอี้ มองเด็กชายที่ละสายตาจากสระว่ายน้ำ มามองคนพูด แววตาและสีหน้าชณาธิปที่ประภาวรรณเห็น ไม่เหมือนเด็กวัยสดใส ออกไปทางอมเศร้าอย่างไรบอกไม่ถูก “คิดถึงแม่หรือครับ” คำตอบคือ ชณาธิปส่ายหัว “คิดถึงพี่ชุ่มฮะ” “พี่ชุ่มคือใครครับ” “แม่บอกว่า พี่ชุ่

  • ดั่งทรายต้องลม   ดั่งลมต้องรัก Chapter 14

    ดั่งลมต้องรัก Chapter 14“ใช่ แม่เห็นด้วยกับพีทนะ และแม่ก็เข้าใจผู้หญิงยุคใหม่ แล้วแม่คิดว่า เราต้องหมุนไปตามโลก ไม่ใช่โลกหมุนตามเรา” ประไพแม้อายุหกสิบกว่า ทว่าความคิดนางกลับไปตามยุคสมัย ไม่ได้โบราณคร่ำครึ อัญชิสาหน้าตึงเล็กน้อย แต่ก็ฝืนยิ้มกับคำพูดสองแม่ลูกที่ฟังยังไง ชวนให้คิดว่า เข้าข้างคุณหนูผู้ร่ำรวย “ลงมือกินกันดีกว่า เห็นแล้วน้ำลายสอ”คำพูดประไพเป็นการหยุดการสนทนาไปในที ทั้งหมดลงมือกินอาหารที่อัญชิสาเป็นคนทำ แม้ว่าประภาวรรณไม่อยากกินอาหารฝีมืออดีตคนรักพันลภสักเท่าไหร่ ที่กินเพราะท้องร้องหิว และปฏิเสธไม่ได้ว่า รสชาติอาหารบนโต๊ะอร่อยมากปกติหากมีแกงเขียวหวานยอดมะพร้าวอ่อนเป็นสำรับ พันลภจะกินข้าวหลายจาน ทว่าวันนี้พันลภกลับกินแค่จานเดียว มันอิ่มตื้อ กลืนอะไรไม่คล่องคอนัก ยิ่งเห็นสายตาประภาวรรณ ขนแขนขนขาลุกไม่รู้ตัวนอกจากประภาวรรณมองอัญชิสาที่เอาใจพันลภ ด้วยการตักกับกับข้าวใส่จานพันลภและประไพเนืองๆ และนี่คือสาเหตุที่พันลภกินข้าวไม่ลง เธอยังมองไปยังเด็กชายอธิป ที่นั่งกินไก่ทอดและผักผัก เด็กชายดูซึม ก้มหน้าก้มตากิน ไม่สนใจคนรอบข้าง ออกแนวเหงาหงอย แววตายามชณาธิปเงยหน้ามองตน ประภาวรรณเ

  • ดั่งทรายต้องลม   ดั่งลมต้องรัก Chapter 13

    ดั่งลมต้องรัก Chapter 13 ใช่แล้ว...นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อัญชิสาทำเช่นนี้ เวลาไม่พอใจใคร หรือไม่ได้ดั่งใจ สนามอารมณ์ของเธอคือ ลูกชาย ที่เอาแต่ร้องไห้ด้วยความเจ็บ “แกต้องเชื่อฟังฉันทุกอย่าง เข้าใจไหมว่าทุกอย่าง สั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ อย่าขัดใจฉัน ไม่งั้นแกเจอหนักกว่านี้แน่” อัญชิสาพูดใส่หน้าลูกชาย ชณาธิปร้องไห้ยกใหญ่ ไม่เข้าใจคำพูดมากนัก แต่ก็พยักหน้ารับคำ “ไป จะไปไหนก็ไป” ตีจนพอใจก็ผลักร่างลูกชายให้ออกห่าง อย่างไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี หรือคิดสงสารลูกชาย ชณาธิปรีบวิ่งไปนั่งร้องไห้เงียบๆ ตรงมุมห้องทันที ตกเย็น อัญชิสาเป็นคนทำอาหารเก่ง เธอทำอาหารได้หลากหลายมาก ตั้งแต่มาอยู่ไร่พันลภ เธอยึดงานในครัวไปครอง ส้มเช้งแทบไม่ต้องทำกับข้าวให้เหนื่อย อัญชิสาเหมาทำสามเวลา เย็นนี้เธอทำกับข้าวสี่อย่าง ที่กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และอาหารส่วนใหญ่คือ อาหารโปรดของพันลภ “แกงเขียวหวานไก่ใส่ยอดมะพร้าวอ่อน ป้าไม่ได้กินมานานมากแล้วนะ หน้าตาน่ากินมากเลย” เสียงประไพดังขึ้นเมื่อเห็นอาหาร “ไอซ์จำได้ว่า เป็นของโปรดพี่พีทค่ะ แต่ไม่รู้ว่า ตอนนี้จะ

  • ดั่งทรายต้องลม   ดั่งลมต้องรัก Chapter 12

    ดั่งลมต้องรัก Chapter 12 สองชั่วโมงต่อมา ประภาวรรณนั่งเล่นมือถืออยู่ตรงระเบียงนอกบ้าน จุดที่เธอชอบมานั่งรับลมและมองดูทุ่งกว้าง ที่มีม้าหลายตัวยืนแทะเล็มหญ้า เดิมทีตั้งใจจะเดินขึ้นไปนอนเอกเขนกในห้อง แต่ความขี้เกียจ อยากนั่งรับลมตรงนี้สักครู่ค่อยขึ้นไปชั้นบน ขณะกำลังนั่งแชทกับเพื่อนสนิทเพลินๆ ร่างใครคนหนึ่งทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัว “ยาค่ะหยก” ประภาวรรณละสายตาจากมือถือ เงยหน้ามองคนพูด ก่อนขยับสายตามองตลับยาในมืออัญชิสา “พี่เห็นว่า หยกตกม้า ก้นกระแทกพื้น เลยเอายาแก้ฟกช้ำมาให้ทาน่ะ” “ขอบคุณค่ะ” ประภาวรรณรับไว้ แล้วรีบวางลงบนโต๊ะตัวเตี้ย ไม่สนใจยาตลับนั้น “เป็นไงบ้าง ยังเจ็บอยู่ไหม” “ถามเพราะเป็นห่วง หรือว่าถามเพราะต้องถาม” ประภาวรรณไม่ใช่นางเอกใสซื่อ เธอรู้ทันอัญชิสา เพียงแค่ว่า จะพูดออกไปหรือไม่ก็แค่นั้น “ก็นึกว่าเจ็บไง เห็นอ้อนพี่พีท ให้พี่พีทพยุงให้ ทั้งที่ด้วงช่วยพยุงก็ได้”อัญชิสาเปิดฉากต่อปากต่อคำ เธอเล่นกับคนผิดซะแล้ว ขนาดพันลภยังต้องถอย “ถ้าเธอแหกตาดูล่ะก็ จะเห็นว่า ฉันไม่ได้อ้อนใครทั้งนั้น แต่ที่พี่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status