LOGIN23.30 น.
ปรินทร์เข้ามาในห้องนอนหลังจากออกไปดื่มคลายเครียดกับยุรนันท์และดลภพในคลับประจำ ภายในห้องมีเพียงแสงจากโคมไฟหัวเตียงที่เปิดอยู่ สายตาปรินทร์จับจ้องร่างพราวฟ้าที่นอนหลับบนเตียง เขายังจำวันที่พบเธอครั้งแรกได้ดี วันนั้นพราวฟ้าเข้ามาในห้องทำงานเขาพร้อมกับอุดม ผู้จัดการแผนกบัญชี ทั้งคู่นำบัญชีที่เป็นพิรุธของฝ่ายจัดซื้อมาให้ดู ซึ่งคนที่ตรวจสอบเจอคือพราวฟ้า
พราวฟ้าทำให้ปรินทร์ทึ่งในความสามารถ เธอไม่ได้เรียนจบบัญชีโดยตรง วุฒิการศึกษาที่มาสมัครงานคือมัธยมศึกษาปีที่หก แต่รู้เรื่องบัญชีดีมาก เก่งกว่าพนักงานบัญชีหลายคนในบริษัทเสียอีก ที่เธอเก่งและมีความรู้ด้านนี้เป็นเพราะ พราวฟ้าเคยทำงานในบริษัทรับทำบัญชีครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบัญชีและภาษี เจ้าของบริษัทเป็นนักบัญชีมืออาชีพ มีความสามารถมากคนหนึ่งเป็นครูสอนให้พราวฟ้ารู้งานเรื่องบัญชี พราวฟ้าทำบัญชีได้ทุกอย่าง รวมถึงเรื่องภาษีก็เก่งไม่น้อยหน้าใคร
ความที่พราวฟ้าต้องจัดการเรื่องการทุจริตร่วมกับปรินทร์ ทำให้ทั้งสองคนได้ใกล้ชิดกัน ปรินทร์ที่คิดว่าคงรักใครไม่ได้อีก กลับรักพราวฟ้าอย่างง่ายดาย โดยหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม อีกสามเดือนต่อมาเขาให้เธอลาออกจากงาน แล้วพามาอยู่บ้านในฐานะภรรยา ตำแหน่งที่ปุริมกับอรุณไม่ต้องการให้พราวฟ้าครอบครอง แต่ก็ต้องจำยอมอย่างไม่เต็มใจ
ตลอดระยะเวลาเกือบสามปี พราวฟ้าเป็นเมียที่ดี เธอไม่เรียกร้องอะไรจากปรินทร์สักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแก้วแหวนเงินทอง ของใช้ราคาแพงที่เขาหาซื้อให้ได้โดยง่าย แค่เพียงเอ่ยปาก แต่ก็ไม่ เธอไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากความรักของเขา
อีกหนึ่งเรื่องที่ปรินทร์นับถือพราวฟ้า นั่นคือความอดทน เขารู้ดีว่าคนในบ้านไม่ชอบหน้าพราวฟ้า ไม่อยากให้เป็นเมียเขา จึงกลั่นแกล้งและพูดจาไม่ดีใส่ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ จนกระทั่งวันนี้ พราวฟ้ายังคงเจอเหตุการณ์เดิมๆ ทุกเมื่อเชื่อวัน ทว่าเธอกลับไม่เคยบอกกล่าวให้เขาฟัง เพราะไม่อยากให้ตนไม่สบายใจ พราวฟ้าทำราวกับว่า ไม่เคยมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับตัวเอง เป็นเขาที่ไม่ค่อยใส่ใจความรู้สึกของภรรยามากนัก ไม่เคยถาม ไม่เคยปลอบ ได้แต่มองและปล่อยผ่าน
ร่างสูงใหญ่เบี่ยงเท้าเดินไปยังห้องน้ำ เป็นดั่งเช่นทุกครั้งที่เขาจะเห็นยาสีฟันถูกบีบบนแปรงสีฟัน ส่วนชุดนอนเธอแขวนไว้ตรงตู้เสื้อผ้า บนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าจะมีผ้าขนูสีขาวขนาดกลางสำหรับเช็ดศีรษะพับอย่างเป็นระเบียบวางไว้ เผื่อปรินทร์สระผมจะได้ใช้ผ้าผืนนี้เช็ดหัว พราวฟ้าทำหน้าที่ภรรยาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
หลังจากอาบน้ำเสร็จปรินทร์นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวออกมา เขามานั่งริมเตียงใช้ผ้าขนหนูเช็ดหัว ก่อนหันไปมองโต๊ะหัวเตียงที่มีแก้วน้ำที่มีน้ำอยู่เกือบเต็ม มีฝาปิดกันไม่ให้ฝุ่นละอองเข้าไปด้านใน ใกล้กันมีแก้วใบเล็กที่มียาวิตามินสามเม็ดอยู่ในนั้น
ใช่แล้ว...เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พราวฟ้าจัดเตรียมให้ปรินทร์กินทุกคืนก่อนนอน
ปรินทร์กินยาทั้งสามเม็ด ใช้ผ้าขนหนูเช็ดหัวสามสี่ครั้ง ก่อนวางมันลงใกล้กับแก้วยาว่างเปล่า เขาไม่ลุกขึ้นไปแต่งตัว แต่หันกลับมามองคนกำลังนอนหลับ มือแข็งแรงยกผ้าห่มขึ้นสูง สอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนา ขยับตัวนอนซ้อนแผ่นหลังภรรยา ลำแขนพาดเอวคอดกิ่วแล้วรั้งร่างเธอเข้าหาตัว
“ทราย” ปรินทร์ปลุกพราวฟ้าด้วยเสียง และริมฝีปากคลอเคลียตรงซอกคอ พราวฟ้างัวเงียตื่น เอี้ยวหน้ามองสามี
“พี่โดม” เธอเรียกชื่อเขา ก่อนพลิกตัวมาทางเขาแล้วกอดตอบ
“พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”
“พี่โดมจะคุยเรื่องอะไรคะ”
“พี่จะบอกทรายว่า พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเปิ้ลมากไปกว่าเพื่อน ตอนนี้พี่มีทรายเป็นเมีย พี่รักเมียพี่ และจะมีทรายคนเดียวไปตลอดทั้งชีวิต ทรายต้องเชื่อพี่นะ อย่าเชื่อใคร และอย่าเชื่อในภาพที่เห็น” ณ ตอนนี้เขารู้สึกตามวาจา พราวฟ้ายิ้ม กระเถิบตัวเข้าหาร่างหนากึ่งเปลือยของสามี
“ทรายเชื่อพี่โดมค่ะ ทรายรักพี่โอม”
แม้ว่าหลายครั้งและหลายภาพที่เห็น บ่งบอกถึงความสนิทสนมเกินเพื่อนระหว่างปรินทร์กับทิวาทิพย์ ทว่าเธอกลับเชื่อคำพูดเขาตอนนี้สนิทใจ ไม่ใช่เพราะโง่หรือไม่ยอมรับความจริง แต่เป็นเพราะความรักล้วนๆ เมื่อเขาบอกว่าไม่มีอะไรก็ตามนั้น
“พรุ่งนี้เราไปห้างกันดีไหม พี่จะพาทรายไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ หลายๆ ชุดเลย กระเป๋าสักใบสองใบ เสร็จแล้วก็ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน จากนั้นก็ไปดูหนัง” นานหลายเดือนแล้วที่ปรินทร์กับพราวฟ้าไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน เมื่อเขากล่าวชวน มีหรือสาวหน้าตาน่ารัก เจ้าของรอยยิ้มหวานจะไม่ตกปากรับคำ
“ดีค่ะ ทรายอยากกินสุกี้ค่ะ”
“ก่อนพี่จะพาทรายไปกินสุกี้ พี่ขอกินทรายก่อนนะ...อยากกินจนตัวสั่นแล้วรู้ไหม”
ใบหน้าพราวฟ้ายังคงระบายด้วยรอยยิ้ม ความรู้สึกที่เกิดขึ้นช่วงเย็นวันนี้ ไม่ว่าเป็นความเสียใจ น้อยใจและเจ็บปวด เวลานี้หายเป็นปลิดทิ้ง ราวกับว่าเธอโยนออกจากจิตใจไปทั้งหมด แทนที่ด้วยคำรัก หวาน และคำมั่นสัญญาของปรินทร์
พราวฟ้าเผยอปากรับจุมพิตของสามี จูบที่ทำให้สองร่างสะท้านไปทั้งตัว จูบที่ปรินทร์รู้ดีว่าหวานและหอมมากเพียงใด ทุกครั้งที่เขาจุมพิตพราวฟ้า จะรู้สึกราวกับว่าโบยบินอยู่บนท้องนภาอันสดใส หัวใจเขาเอิบอิ่ม เกิดความซาบซ่านขึ้นมาทันใด เธอทำให้ปรินทร์กระชุ่มกระชวยกลับไปเป็นวัยรุ่นหัดสวาท
ท่วงทำนองแห่งรักดำเนินไปอย่างเร่าร้อน พราวฟ้าเป็นสาวอ่อนหวาน อ่อนโยนและขี้อาย แต่เมื่อร่างเปล่าเปลือยอยู่ภายใต้ร่างหนาของสามี เธอกลายเป็นสาวเร่าร้อน ยกสะโพกรับแรงกำลังของปรินทร์ได้อย่างร้ายกาจ ก่อนเป็นฝ่ายคุมเกมอยู่เหนือร่างหนาตามที่เขาต้องการ
เสียงครางกระเส่าบ่งบอกถึงความหฤหรรษ์จากเกมรัก พร้อมกันนี้หัวใจสองดวงฟูฟ่องรับความสุขที่พุ่งใส่ทั้งคู่ราวกับสายน้ำหลาก มันมากมายอิ่มไปทั้งดวงใจ
หลังจากความสุขผ่านพ้นไป ปรินทร์ใช้ลำแขนตนให้พราวฟ้าหนุนต่างหมอน ตะคองกอดเธอไว้ไม่ห่าง เขาจูบหน้าผากกลมเกลี้ยงของภรรยาสองครั้ง กล่าวคำราตรีสวัสดิ์ ก่อนหลับตาลงแล้วหลับไปพร้อมกับเธอ
ดั่งลมต้องรัก Chapter 374 ปีต่อมาครอบครัวพันลภใหญ่ขึ้น จากเดิมที่มีชณาธิปเป็นลูกชายคนเดียว เวลานี้เพิ่มมาอีกสองคนคือ เด็กชายชลวัฒน์หรือน้องทีน อายุสามปี และปภาวรินทร์หรือน้องไหมอายุหนึ่งปี และแม้ว่าพันลภกับประภาวรรณจะมีบุตรทางสายเลือดตรง แต่ความรัก ความเอาใจใส่ที่มีต่อชณาธิปยังคงเดิม อาจมองว่า เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำไป ความที่ชณาธิปมีอายุสิบปี โตพอที่จะดูแลตัวเองได้ พี่ชุ่มย้ายคนดูแล ช่วยประภาวรรณเลี้ยงดูชลวัฒน์กับปภาวรินทร์ โดยมีชณาธิปช่วยดูในบางครั้ง ชณาธิปรู้ฐานะตัวเองดี แม้ว่าพ่อแม่บุญธรรมให้ความรักเต็มเปี่ยม แนะนำให้ทุกคนรู้ชณาธิปในฐานะลูกชาย ทำให้ไม่รู้สึกขาดความรัก ทว่าเด็กชายก็ถ่อมตัวเสมอมา และแม้ว่า พันลภมีฐานะร่ำรวย เปิดบัญชีให้ชณาธิปเป็นจำนวนเงินหลายล้าน อยากได้อะไร ขอแค่บอก พ่อกับแม่พร้อมซื้อให้เสมอ ทว่าชณาธิปกลับไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือย ไม่เรียกร้องสิ่งของ อยากได้อะไรมักเก็บเงินเอง ออมจากเงินที่ได้ค่าขนมไปโรงเรียน และเงินจากครอบครัวประภาวรรณที่มักให้ในโอกาสต่างๆ รวบรวมเงินได้ตามราคาสินค้าที่ต้องการ ชณาธิปจะให้บิดามารดาหรือไม่ก็พี่ชุ่มพาไปซื้อ
ดั่งลมต้องรัก Chapter 3621.00 น. พันลภกับครอบครัวมาถึงกรุงเทพในเวลา 15.30 น. เขาพาทุกคนไปยังห้างสรรพสินค้าใหญ่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไปกินอาหารและซื้อของให้ชณาธิปตามคำสัญญา ระดับเศรษฐีเมืองเหนือบวกกับความร่ำรวยของประภาวรรณ งานนี้จึงไม่ธรรมดา เสื้อผ้าจัดเต็มของแบรนด์เนม แต่ละตัวไม่ต่ำกว่าครึ่งหมื่น บางตัวหมื่นสองหมื่นยังมี โดยเฉพาะรองเท้าเท่ๆ สูงสุดถึงสามหมื่นห้าพันบาท “ชุ่มว่า พอก่อนดีไหมคะ เท่าที่ซื้อก็หลักแสนแล้วนะคะ” พี่ชุ่มรีบเบรกสองผัวเมีย “นิดเดียวเองพี่ชุ่ม เท่านี้ยังไม่ถึงครึ่งของกระเป๋าที่หยกซื้อเลยค่ะ” ประภาวรรณสนใจที่ไหน หยิบหมวกแก๊ปใบละหมื่นสองมาสวมให้ลูกชาย “ใส่แล้วหล่อมากๆ เลยครับ คุณแม่จัดให้นะ” “รุ่นนี้มีสี่สี พี่ว่าเอาครบทุกสี่เลยดีไหมหยก” พันลภพูดกับภรรยา “ดีค่ะ”ไม่มีใครห้ามใครจริงๆ พี่ชุ่มไม่รู้จะเอ่ยคำใด ห้ามไม่ได้ ก็สุดแต่ใจเจ้าของเงิน “พี่ว่าซื้อให้พี่ชุ่มด้วยดีกว่า ชุดที่ใส่ก็เริ่มเก่าแล้ว” พันลภหันมองพี่ชุ่ม “ไม่ต้องค่ะไม่ต้อง ชุดเดิมยังใส่ได้ค่ะ ไม่เก่าเลยค่ะ” พี่ชุ่มรีบปฎิเสธลิ้นรัว เพราะแ
ดั่งลมต้องรัก Chapter 35พันลภเตรียมไว้พร้อมสรรพ ไม่ว่าผลออกมาเป็นอย่างไร เขาก็จะทำเช่นนี้ อัญชิสาไม่เกี่ยงงอน หญิงสาวทำตามข้อตกลงเขาทุกอย่าง คิดในใจว่า ดีเสียอีกที่พันลภรับชณาธิปเป็นลูกบุญธรรม เพราะตัวเธอเองยังไม่รู้เลยว่า หากเงินก้อนนั้นหมด จะทำอย่างไรกับชีวิต คราวนี้มีเงินห้าล้าน แถมไม่มีพันธะต้องเลี้ยงดู เท่ากับว่า เธอกำลังมีชีวิตใหม่ที่สดใสขณะอัญชิสากำลังเซ็นเอกสาร พันลภมองอดีตคนรักด้วยสายตาว่างเปล่า แต่ก็คิดว่า เธอไม่เหลือคราบอัญชิสาที่เขารู้จัก เหมือนกับคนละคน นิสัยใจคอต่างกันมากด้วย กลายเป็นอีกคนหรือเรียกว่า คนแปลกหน้าก็ว่าได้ ยิ่งรับรู้เรื่องที่เธอทำ พันลภนึกขอบคุณแก้วกมล ที่วันนั้นมาคุยแกมข่มขู่ให้ตนเลิกกับอัญชิสา ไม่เช่นนั้นพันลภอาจเป็นฝ่ายถูกสวมเขา คิดอีกทางคือ เหตุผลของนิสัยที่เปลี่ยนไป อาจมาจากถูกมารดาบังคับให้แต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก การต่อต้านเงียบๆ จึงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด พันลภดีใจที่ไม่ได้ปลงใจแต่งงานกับอัญชิสาหลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น อัญชิสายิ้มกว้างดีใจที่เห็นเงินห้าล้านบาทในบัญชี เธอไม่ถามถึงชณาธิปที่ไม่ได้มาร่วมฟังผลตรวจ พันลภให้เด็กชายไปอยู่กับพี่ชุ่
ดั่งลมต้องรัก Chapter 34 “ฉันคิดว่า ผลตรวจผิดพลาดแน่นอน น้องแชมป์เป็นลูกพี่พีท ฉันมั่นใจ” อัญชิสาไม่ละทิ้งความมั่นใจนี้ และไม่ยอมรับผลที่ออกมา “ไม่มีทางผิดพลาดแน่ เพราะโรงพยาบาลที่ไปตรวจมีความน่าเชื่อถือในทุกด้าน ผลที่ออกมาคือผลจริง” พันลภคือเจ้าของเสียง “ผลออกมาแบบนี้ ชักอยากรู้แล้วสิว่า น้องแชมป์เป็นลูกใคร ไม่ใช่ลูกพีท และไม่ใช่ลูกคุณประเวท เธอเท่านั้นนะที่จะตอบคำถามนี้ได้”คนถูกถามตกใจอีกรอบ มองหน้ายุรนันท์ที่ยิ้มกวนประสาท คำถามแรกในหัวอัญชิสาคือ ยุรนันท์รู้เรื่องชณาธิปไม่ใช่ลูกประเวทได้อย่างไร เธอจำได้ว่า ไม่เคยบอกให้ยุรนันท์กับบุคคลในห้องรับแขกรู้ มันเป็นความลับที่มีแต่ครอบครัวประเวทที่รู้ แน่นอนว่า ไม่มีทางบอกเรื่องนี้กับยุรนันท์ “คุณรู้เรื่องคุณประเวทได้ยังไง ลูกเขาบอกงั้นเหรอ” อีกใจก็คิดว่า หากทางนั้นไม่บอก ยุรนันท์จะรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร “เธอไม่ต้องรู้หรอกว่า ฉันรู้มาจากไหน เอาเป็นว่ารู้ก็แล้วกัน ว่าแต่นึกออกหรือยังล่ะ ว่าใครเป็นพ่อของลูก” ยุรนันท์ตอบกลับ อัญชิสาทวนนึกถึงอดีต เธอมีความสัมพันธ์กับผู้ชายสามคนในเวลาไล่
ดั่งลมต้องรัก Chapter 33“พระเจ้า...ที่รัก...ดีมาก...รัดพี่แบบนี้...พี่ชอบ...อูวว์” ช่วงเวลานี้บีบหัวใจพันลภมาก เอกบุรุษถูกกล้ามเนื้อสาวโอบรัด ความกระสันเสียวแล่นพล่านไปทั่วกาย มากมายราวกับว่า เขาถูกแช่ตัวในบ่อสวาทที่มีกระแสน้ำแห่งกามารมณ์กระเพื่อมไหวตลอดเวลา แต่ถึงกระนั้น พันลภไม่หยุดโยกตัว เขาสอดกายผสานไม่หยุดพัก ด้วยจังหวะและความเร็วที่เพิ่มกว่าก่อนหน้านี้ “โอ้ว...หยกจ๋า” พันลภหยุดขยับร่างกาย เขายกตัวเธอขึ้นสูง แขนทั้งสองข้างช้อนใต้แก้มก้น ตอนนี้เขาอุ้มเธอลงจากเตียง ประภาวรรณตวัดขารอบเอวใหญ่ อย่างรู้ว่า พันลภกำลังทำสิ่งใด เธอไม่ได้ปล่อยให้ชายหนุ่มออกแรงคนเดียว หญิงสาวช่วยอีกแรง เพื่อให้รสกามเข้มข้นขึ้น “พี่พีท...พี่พีท” “หยกจ๋า...ที่รักของพี่”สองเสียงครางประสาน น้ำเสียงและสีหน้าทั้งคู่ บ่งบอกถึงความสุข พันลภเดินไปรอบห้อง ขยับเอวซอยร่าง ขณะที่เธอยกก้นแล้วกระชั้นลงมา อีกคนหนึ่งสู้ อีกคนหนึ่งรับ ความเสียวซ่านอันเปี่ยมสุขไหลบ่าไม่ขาดสาย แผ่นหลังสาวเปล่าเปลือยแนบชิดติดผนังห้อง พันลภซบหน้าลงบนอกอวบ ปากและลิ้นโลมไล้ยอดถันสีหวานตั้งชัน ดูด
ดั่งลมต้องรัก Chapter 32“พี่ชุ่มพักอยู่ที่โรงแรมนี้ไปก่อนนะครับ ฉันไม่อยากให้พี่ชุ่มเจอกับไอซ์ตอนนี้ กลัวจะเสียแผน” พันลภบอกชุ่ม หยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ก่อนส่งให้ชุ่ม “เอาไว้ใช้นะครับ”“เยอะไปค่ะ แค่พันเดียวก็พอ” ดูจากธนบัตรที่พันลภยื่นให้ ไม่น่าต่ำกว่าห้าพัน“รับไปเถอะค่ะ ของกินของใช้ที่กรุงเทพแพงค่ะ อยากกินอะไร หรืออยากได้ของส่วนตัวอะไรก็ซื้อได้เลยค่ะ”ประภาวรรณบอกคนเกรงใจ พี่ชุ่มพยักหน้ารับรู้ ยื่นมือไปรับเงินจำนวนเจ็ดพันบาท พร้อมกับยกมือไหว้พันลภ“เดี๋ยวเราพาน้องแชมป์ไปเที่ยวกันนะครับ น้องแชมป์คงดีใจมากที่ได้ไปเที่ยวกับพี่ชุ่ม” พันลภคิดว่า ความสุขของชณาธิปคือพี่ชุ่ม คือคนเดียวที่ทำให้เด็กชายรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย ดูได้จากรอยยิ้มบนใบหน้าเด็กน้อยยามเห็นพี่เลี้ยง เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่เขากล่าวมาและเป็นจริงตามพันลภคาดเดา ชณาธิปดูมีความสุขมากทีเดียว ทำให้คนที่ร่วมทริปเที่ยวครั้งนี้ อย่างพันลภกับประภาวรรณพลอยมีความสุขไปแล้ว ณ ห้องพักอีกห้อง หลังจากพาชณาธิปกับพี่ชุ่มมาส่งที่ห้องพัก พันลภบอกกับชุ่มว่า จะไปธุระกับประภาวรรณ ขอฝากชณาธิปไว้สักสองชั่วโมง แล้ว







