Share

Chapter 5

last update Last Updated: 2025-10-01 03:00:14

Chapter 5

                    10.30 น. วันต่อมา

               บุหงันที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก โดยมีพราวฟ้านั่งบนพื้นบีบนวดฝ่าเท้าให้ ละสายตาจากทีวีจอยักษ์มองบุรุษร่างสูงใหญ่ที่เดินเข้ามาในบ้าน มือทั้งสองข้างถือถุงกระดาษและถุงอาหารมาหลายใบ เจ้าของเรือนกายผู้นั้นคือยุรนันท์ แขกคุ้นเคยบ้านหลังนี้

               “หอบอะไรมาเยอะเชียวเฮิร์ป” บุหงันทักถาม

               “คุณยายกลับมาจากเกาหลีครับ ท่านซื้อของมาฝากคุณย่าหลายอย่าง คุณยายจะมาเองแต่ก็ปวดหลังปวดเอว ผมเลยเอามาให้คุณย่าครับ มีโสมด้วยนะครับ”

ยุรนันท์ตอบ วางถุงของฝากลงบนโต๊ะ

               “ซื้อฝากมาเยอะเชียว ฝากขอบคุณคุณยายด้วยนะที่นึกถึงกัน” บุหงันตอบกลับ “ย่าก็ไม่ได้ไปไหนด้วย ไม่มีอะไรติดไม้ติดมือไปให้คุณยาย ละอายใจจัง”

               “คุณยายไม่คิดอย่างนั้นหรอกครับ คุณยายบอกว่า ถ้าหายปวดหลังปวดเอวจะแวะมาคุยกับคุณย่าครับ” ยุรนันท์พูดต่อ

               “คุณย่าคะ เดี๋ยวทรายจะทำก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ทรายทำเผื่อไปให้คุณยายพี่เฮิร์ปดีไหมคะ” พราวฟ้าเสนอ

               “ดีๆ แกทำเผื่อเยอะๆ เลยนะ จะได้กินทั้งบ้าน” บุหงันเห็นด้วย “ฝีมือทำอาหารของทรายไม่เป็นสองรองใครนะ แต่บ้านนี้ลิ้นเทวดาหรือไม่ก็ลิ้นชาถึงได้บอกว่าไม่อร่อย”

               ยุรนันท์ยิ้มกับคำพูดกระทบกระทียบของบุหงัน

               “คุณย่าพูดแบบนี้ชักอยากลองชิมฝีมือทรายซะแล้ว อยากรู้ว่าจะอร่อยตามที่คุณย่าพูดหรือเปล่า”

               “งั้นก็ลองกินตอนเที่ยงไหมล่ะ ถ้าไม่มีธุระที่ไหนก็อยู่กินข้าวกับย่าก่อน ทรายทำข้าวผัดปลาสลิดกับแกงจืดปลาหมึกยัดไส้หมูสับ ลองกินดูแล้วจะติดใจ”

               “ผมว่างครับ แล้วก็เริ่มหิวหน่อยๆ ด้วย” ยุรนันท์ตอบรับคำชวน

               “แกทำเผื่อเฮิร์ปด้วยนะ ทำให้สุดฝีมือล่ะ ฝีมือแกจะได้ประจักษ์กับคนอื่นบ้าง จะให้รู้ว่ารสมือแกไม่เป็นรองใคร”

               “ค่ะคุณย่า ทรายไปทำกับข้าวก่อนนะคะ ต้องจัดเตรียมทำก๋วยเตี๋ยวลุยสวนด้วยค่ะ”

               “อืม ก็ไปสิ ใครรั้งแกไว้มิทราบ” บางครั้งบุหงันเหมือนเอ็นดูหลานสะใภ้ แต่บางครั้งก็ทำราวกับว่าไม่ชอบหน้า พราวฟ้ารีบเดินไปยังห้องครัวทันที “ไม่ได้ดั่งใจเลย”

               “ทรายไม่ได้ดั่งใจอะไรคุณย่าครับ เท่าที่ผมเห็น ทรายก็ดูกลัวเกรงคุณย่า ไม่น่าจะขัดใจคุณย่านะครับ” ยุรนันท์ถาม

               “โอ๊ย แม่นี่ขัดใจหลายอย่างเลยแหละ บอกให้มีปากมีเสียงบ้างก็ไม่ทำ ปล่อยให้ตัวเองถูกโขกสับถูกต่อว่าไม่เว้นวัน โรคจิตหรือเปล่าก็ไม่รู้ บอกให้แต่งหน้าทาปากบ้างก็ไม่เอาบอกไม่ชอบ เสื้อผ้าก็เหมือนกันย่าจะให้เงินไปซื้อแบรนด์หรูๆ แพงๆ ตัวเองใส่จะได้ดูดี มีรสนิยมก็ไม่เอาอีก พูดมาได้ว่ามันแพง เสียดายเงิน ทั้งที่เงินที่ซื้อไม่ใช่เงินมันแต่เป็นเงินย่าที่อยากซื้อให้ใจแทบขาด นี่แหละที่ทรายขัดใจย่า พูดว่าก็แล้ว พูดกระทบก็ด้วยแทนที่จะทำตามสั่ง กลับทำตาบ๋องแบ๋วใส่ เห็นแล้วมันน่าหงุดหงิด ปล่อยตัวเป็นอีเพิ้งประเดี๋ยวหมาได้คาบผัวไปกินพอดี” นางตอบเป็นชุด ยุรนันท์ฟังแล้วเข้าใจทันทีว่า บุหงันเป็นห่วงพราวฟ้ามากกว่าเกลียดชัง เป็นห่วงที่สุดคือเรื่องทิวาทิพย์ อดีตคนรักปรินทร์ที่เหมือนกำลังเข้ามาเป็นมือที่สาม “วันนี้ตอนเย็นทรายมีนัดไปกินข้าวดูหนังกับโดม แต่งตัวโทรมๆ ไปผัวที่ไหนจะมอง จะสู้แม่สาวโฉบเฉี่ยวไม่ได้ ยิ่งพูดยิ่งขัดใจ เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น มีแต่คนอยากแต่งตัวสวยๆ มีทรายนี่แหละ นั่นก็ไม่เอา โน่นก็ไม่เอา”

               ก็จริงตามที่บุหงันพูด หากเทียบระหว่างพราวฟ้ากับทิวาทิพย์ สองสาวแตกต่างกันมาก แต่สำหรับเขา พราวฟ้าเป็นผู้หญิงสวยหวาน ทิวาทิพย์สวยเฉี่ยว แต่หากมองนานๆ พราวฟ้าชวนมองมากกว่า มองได้แบบไม่มีเบื่อ

               “เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ผมกินข้าวเสร็จ ผมจะพาทรายไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ แล้วให้เปลี่ยนไปหาโดมเลย โดมจะได้ตกใจที่เห็นเมียเปลี่ยนไป”

พูดจบก็ตกใจกับคำพูดตัวเอง ว่าเสนอตัวได้อย่างไร เพราะปกติก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจพราวฟ้า ยังคิดไม่ออกว่า เวลาพาเธอไปเลือกซื้อของ เขาสะดวกใจมากแค่ไหน คงฝืนทนน่าดู แต่เมื่อพูดออกไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตนเอง

               “ก็ดีสิ แต่ทรายจะยอมเหรอ มันยิ่งดื้อเงียบอยู่ด้วย” นางดีใจ และมีความเป็นกังวล

               “ผมจัดการเองครับ คุณย่าเชื่อมือผมได้เลยครับ ระดับผมแล้วเรื่องแค่นี้สิวๆ” ยุรนันท์พูดอย่างมั่นใจ

               “ย่าฝากด้วยนะ เนรมิตทรายให้เป็นนางฟ้าเลยนะ รำคาญรูปลักษณ์คนใช้ของมันเต็มทนแล้ว” นางดีใจที่มีคนช่วย “เดี๋ยวย่าให้เงินไปซื้อของให้ทรายนะ”

               “ไม่ต้องครับ ผมจัดการเอง”

               “ย่าเกรงใจ เอาเป็นว่า ย่าให้เงินไปก็แล้วกันนะ” นางยืนกรานตามความตั้งใจเดิม

               “ครับ แล้วแต่คุณย่าครับ” ยุรนันท์ไม่ขัด บุหงันว่าอย่างไรเขาก็ว่าตามนั้น ทั้งสองนั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขกสักพัก ยุรนันท์ลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ใกล้กับห้องครัว

                    ยุรนันท์ไม่เคยสนใจเข้าครัว แต่พอเดินออกมาจากห้องน้ำ เหมือนมีอะไรดลใจให้เขาหันไปมองห้องนั้น ก่อนที่เท้าจะเดินไปห้องครัวทั้งที่หัวยังไม่ทันคิด ชายหนุ่มยืนกอดอกพิงประตูห้อง มองแม่ครัวจำเป็นจัดล้างผักอยู่ตรงอ่างล้างจาน เมื่อพราวฟ้าหันหลังกลับมาวางกะละมังใส่ผักลงบนโต๊ะเตรียมอาหาร ยุรนันท์ก้าวเดินไปนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ากับที่เธอยืนอยู่

               “ไม่มีคนอื่นช่วยเหรอ” ยุรนันท์ถามเพราะไม่เห็นคนรับใช้ในห้องนี้

               “ไม่มีค่ะ เวลาทรายเข้าครัว ทรายมักทำคนเดียว”

เป็นอย่างนี้มาตลอด เวลาพราวฟ้าทำอาหาร จะไม่มีคนรับใช้คอยช่วย แม้แต่สามีสุดที่รักยังไม่เคย ทำให้เธออดนึกถึงตอนทิวาทิพย์ทำอาหาร คนรับใช้รวมถึงปรินทร์จะเข้ามาช่วยเป็นลูกมือ พราวฟ้าน้อยใจและเสียใจ แต่ก็ไม่อาจปริปากระบายให้ใครฟังได้ ที่ไม่มีใครมาช่วยเป็นเพราะอรุณสั่งห้ามคนรับใช้นั่นเอง

               “ทำคนเดียวไม่เหนื่อย ไม่ยุ่งเหรอ”

ยุรนันท์พอจะรู้เหตุผล แต่ก็ไม่พูดซ้ำเติมให้อีกฝ่ายเสียใจ

               “ไม่ค่ะ แค่ทรายมาทำก่อนเวลาอาหารสักชั่วโมงครึ่ง มันก็ไม่ยุ่ง ไม่ต้องเร่งทำค่ะ”

               “ให้พี่ช่วยไหม หาอะไรทำดีกว่านั่งรอกินอย่างเดียว” ยุรนันท์อยากเขกหัวตัวเอง เสนอตัวโดยไม่รู้ตัวเป็นครั้งที่สอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดั่งทรายต้องลม   Chapter 75

    Chapter 75การสอบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้นั้นรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความช่วยเหลือจากหลายฝ่ายและจากหลักฐานที่ได้ในจุดเกิดเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดเดาว่า เป็นการวางเพลิง เนื่องจากพบถังน้ำมันสองถังอยู่ข้างต้นไม้ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนสอบปากคำคนงานในไร่และบุคคลที่ไปกินข้าวที่บ้านปรินทร์ในวันเกิดเหตุ มีอีกหลักฐานที่น่าสนใจคือ ก่อนเกิดเหตุราวสิบวัน ปรินทร์ติดกล้องวงจรปิดนอกบ้านและในบ้านรวมเจ็ดตัว กล้องนอกบ้านมีสี่จุดคือ ตรงหน้าบ้าน หลังบ้าน ตรงระเบียงชั้นล่าง และข้างบ้าน หากเป็นการวางเพลิงจริง กล้องก็ต้องจับภาพคนร้ายได้ โดยกล้องวงจรปิดเชื่อมต่อกับมือถือของปรินทร์ ทำให้สามารถเปิดดูได้ตลอดเวลา วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางมาไร่พันลภ เพื่อขอตรวจดูมือถือของปรินทร์ ที่ทางพยาบาลนำมาให้พราวฟ้า ตอนพาตัวปรินทร์เข้าห้องผ่าตัด ตำรวจสองนายมาถึงไร่พันลภในเวลาเกือบเที่ยง ปกติพราวฟ้าจะไปโรงพยาบาลแต่เช้า ไปพร้อมกับทุกคนในบ้านและกลับหลังคนอื่นเสมอ เพราะเธออยูเฝ้าปรินทร์ในเวลาเยี่ยมไม่เคยห่าง แม้ว่าเขาจะไม่ฟื้นได้สติเลย ทว่าวันนี้ต่างกว่าทุกวัน เนื่องจากพันลภบอกตนว่า หมวด

  • ดั่งทรายต้องลม   Chapter 74

    Chapter 74 แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างราบรื่น ปัญหาสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ปรินทร์กับไตรภูมิออกมาจากบ้านหลังนั้น อาจเป็นเรื่องยากสำหรับอรุณที่จะขบคิดหาวิธี แต่สำหรับโรจน์มันคือเรื่องง่ายดาย เขาเพียงแค่จ้างวานเอมอร ตัวประกอบที่รับงานทั่วราชอาณาจักร และเป็นหลานสาวของโรจน์ อ้างว่างตัวเองมาจากบริษัทพรีเวดดิ้ง ต้องการมาถ่ายงานที่นี่ แน่นอนว่าต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของไร่ ส่วนอีกทางก็ให้มด เมียคนงานในไร่พราวฟ้า ที่มีลูกวัยเดียวกันกับไตรภูมิ และมาเล่นกับไตรภูมิหลายครั้ง ทำทีพาลูกชายมาหาไตรภูมิ ชักชวนกันไปเล่นนอกบ้าน ในบ้านก็จะเหลือพันลภ ประไพและพราวฟ้า อรุณไม่ติดขัดหากในกองเพลิงจะมีพันลภกับประไพอยู่ด้วย เพราะหมั่นไส้สองแม่ลูกเป็นทุนเดิม แล้วยิ่งรู้ความจริงว่าพันลภเป็นน้องชายปุริม ก็ยิ่งอยากคิดกำจัด เพราะหากปุริมเสียชีวิต พันลภอาจมาขอแบ่งสมบัติ เนื่องจากพันลภเป็นน้องชายต่างมารดา ย่อมมีสิทธิ์ในสมบัติของปุริม กำจัดเสียให้สิ้นเป็นเรื่องที่ดี หากพันลภตายไปในกองเพลิง สมบัติของพันลภก็ต้องเป็นของปุริมในฐานะพี่ชายต่างมารดา เป็นไปตามแผนเพียงเรื่องเดียวคือ ดึงปรินทร์ออก

  • ดั่งทรายต้องลม   Chapter 73

    Chapter 73เวลา 17.30 น. “ทราย ทราย” ปรินทร์เขย่าตัวเรียกพราวฟ้า ที่ค่อยๆ ปรือตาขึ้นมา “ทราย...พี่เองนะ พี่โดมไง พี่จะพาทรายออกไปจากที่นี่นะ” ปรินทร์พยายามเรียกสติพราวฟ้า ขณะพูดเขาใช้ผ้าห่มนวมชุ่มน้ำพันรอบตัวเธอ ช้อนอุ้มพราวฟ้าขึ้นมาในวงแขน ก่อนวิ่งไปทางเดิมที่ตนฝ่ามาอย่างไม่เกรงกลัวอะไร คิดในใจเพียงแค่ว่า...พราวฟ้าต้องปลอดภัย “พี่โดม” พราวฟ้าเรียกชื่อปรินทร์เบาๆ อย่างคนไม่ได้สติดีนัก “ทรายปลอดภัยแล้วนะ พี่มาช่วยแล้ว” ปรินทร์ไม่รู้สึกหนัก เขาวิ่งออกไปจากบ้านราวกับไม่มีอะไรติดตัวมาพันลภไม่ได้ยืนรอด้านนอกเพียงอย่างเดียว เขารู้มาจากลุงโตว่า ที่นี่ไม่มีถังดับเพลิงไว้เลยสักถัง อาจเป็นเพราะยังไม่เปิดไร่อย่างเป็นทางการ ปรินทร์เลยหลงลืมเรื่องนี้ เขาโทรศัพท์แจ้งให้หน่วยดับเพลิงให้รีบมาดับเพลิงในจุดเกิดเหตุ และได้ให้เพื่อนสนิทที่อยู่ไม่ไกลจากไร่พราวฟ้ามากนักนำรถพ่นน้ำที่มีไส้สำหรับรดน้ำในไร่มาช่วยดับไฟ ซึ่งเพื่อนของพันลภก็รีบนำรถดังกล่าวสองคันมาไร่พราวฟ้าทันทีพันลภใจชื้นเมื่อเห็นปรินทร์อุ้มร่างพราวฟ้าออกมาจากบ้านได้ ปรินทร์ว่างร่างสาวที่รักสุดห

  • ดั่งทรายต้องลม   Chapter 71

    Chapter 71พันลภพาคณะเดินทางมาถึงไร่พราวฟ้าในเวลาเกือบสี่โมงเย็น ปรินทร์ออกมาต้อนรับทั้งสี่ด้วยรอยยิ้ม ก่อนอุ้มไตรภูมิขึ้นมาหอม“วิวดีมากเลยนะโดม” ประไพพูดเป็นประโยคแรกเมื่อเห็นวิวทิวทัศน์ภายในไร่ บ้านปรินทร์ตั้งอยู่บนเนินเขา จึงมองเห็นภาพไร่กุหลาบและมาร์กาเร็ตได้แบบเต็มตา เวลานี้ดอกไม้กำลังออกดอก ลมเย็นๆ โชยกลิ่นหอมของดอกไม้เข้ามาปะทะจมูก เกิดความชื่นใจขึ้นมาทันทีทันใด “ไร่พราวฟ้าสวยมากเลยนะทราย”ประไพที่ช่วยปรินทร์เต็มที่ หันมาพูดกับพราวฟ้าที่ยืนมองไร่ดอกไม้ อาณาจักรเล็กๆ ที่รู้ดีว่า ปรินทร์ตั้งใจสร้างเพื่อใคร เห็นในมือถือว่าสวยแล้ว เห็นด้วยตาตัวเองสวยยิ่งกว่า หัวใจสาวสั่นอย่างบอกไม่ถูก เธอรู้ความเป็นมาเป็นไปของไร่นี้จากปากบุหงันที่พูดถึงความพยายาม มุมานะของปรินทร์ให้ตนฟัง เงินที่สร้างไร่พราวฟ้าเป็นเงินส่วนตัว ไม่ได้นำเงินจากครอบครัวมาใช้เลยสักบาทรวมถึงเรื่องที่ปรินทร์ซื้อบ้านมาแยกอยู่ต่างหาก บ้านที่วันหนึ่งหากตนกลับไปใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน จะเป็นรังรัก เป็นสถานที่ส่วนตัวที่แม้แต่อรุณจะเข้ามาก้าวก่ายหรือยุ่งเกี่ยวให้เกิดปัญหาอีกไม่ได้ แล้วจะกล่าวหาว่าพราวฟ้ามาหลอกเงินปรินทร์ไม่ได้ เนื่

  • ดั่งทรายต้องลม   Chapter 70

    Chapter 70“มานั่งเป็นพระเอกมิวสิควีดิโอเลยนะ คิดอะไรอยู่ล่ะ”ปรินทร์เงยหน้ามองคนถาม ที่ทรุดกายลงนั่งบนหินอีกก้อนข้างๆ หากไม่เป็นเพราะพันลภเดินมาดูจุดที่คิดทำฝายชะลอน้ำ พันลภคงไม่เห็นปรินทร์มานั่งทอดอาลัยตรงนี้“ที่นี่สงบดี ปล่อยความคิดไหลไปตามน้ำ”“คิดเรื่องทรายอยู่ใช่ไหม”“ใช่” ปรินทร์ตอบ“นายทำกับทรายไว้เยอะ ปากหนัก ปากหมาด้วย ไม่แปลกหรอกที่ทรายจะโกรธ” พันลภพูดตรง ปรินทร์ไม่โกรธหรือไม่พอใจกับคำพูดตรงๆ ของคนเป็นอา “ที่ว่าคิดเรื่องทรายอยู่ คิดเรื่องอะไร”“ฉันอยากพาทรายไปดูไร่พราวฟ้า อยากให้ทรายเห็นว่า ฉันตั้งใจทำเพื่อทราย แต่คิดหาวิธีไม่ออก ชวนไปตรงๆ ทรายคงไม่ไปแน่”เรื่องไร่พราวฟ้า พราวฟ้ารู้เรื่องดี เธอเห็นภาพไร่ผ่านมือถือของบุหงันที่ถ่ายเป็นรูปภาพและเป็นคลิปมาให้ดู ทว่าพราวฟ้านิ่งเฉยกับภาพที่เห็น เมินใส่ด้วยซ้ำไป ปรินทร์จึงอยากให้เธอเห็นกับตาตัวเอง บางทีพราวฟ้าอาจใจอ่อน“ไม่เห็นจะยากเลย”“ยังไงวะ” คนกำลังความคิดตีบตันรีบถาม“มันเหมือนเส้นผมบังภูเขา ความเครียดทำให้นายคิดอะไรไม่ออก นายก็แค่หาเหตุสักเรื่อง จัดงานเลี้ยงเล็กๆ ที่บ้านนาย ชวนพวกเราไปร่วมงาน มีหรือที่ทรายจะไม่ตามไปด้วย ถ้

  • ดั่งทรายต้องลม   Chapter 69

    Chapter 69“ป้อง...ป้องแม่” ไตรภูมิบอกบิดา‘ทำถูกใจพ่อเหลือเกิน’ ปรินทร์อยากหอมแก้มลูกชายหลายๆ ฟอด เป็นรางวัลความฉลาดพราวฟ้ามองหน้าลูกชาย ก่อนหันมองหน้าปรินทร์ที่ยิ้มเจื่อน เธอรู้ดีว่าปรินทร์ไม่ได้สั่งให้ลูกชายทำ แต่มาจากความต้องการของไตรภูมิเอง ไม่รู้ว่าวันนี้เธอถอนหายใจกี่ครั้งแล้ว อ่อนอกอ่อนใจกับตัวเองที่ใจไม่แข็งพอกับไตรภูมิได้เลยสักครั้ง“ป้อป้อง...ป้องแม่” เด็กชายพูดเหมือนเร่ง พราวฟ้าจำใจอ้าปากรับอาหารที่ปรินทร์ป้อนให้ “เย้ๆ”ไตรภูมิปรบมือยกใหญ่ พูดเย้ๆ แล้วยิ้ม ก่อนอ้าปากให้ปรินทร์ป้อนข้าวผัดหมูให้ตน ไม่เพียงแค่นั้น ไตรภูมิยังให้พราวฟ้าเป็นฝ่ายป้อนข้าวปรินทร์บ้าง ประมาณว่าสลับกัน คราแรกพราวฟ้าไม่ยอม แต่พอเห็นสายตาอ้อนวอนระคนจะร้องไห้ก็อดไม่ได้อีก ทำตามที่ลูกชายต้องการอย่างไม่เต็มใจนัก ทว่าคนที่เต็มใจคือปรินทร์ แล้วดูเหมือนจะมีความสุขมากด้วย ต่างกับพราวฟ้า เธอยิ้มให้ลูกชาย แยกเขี้ยวใส่ปรินทร์“อร่อยไหมครับทราย ลองกินอีกคำนะ...อ้ำๆ” ปรินทร์รีบรุก เพราะตอนนี้ทางสะดวก พราวฟ้าไม่มีทางปัดช้อนไปให้พ้นปากแน่นอน“จะอ้วกมากกว่า ที่จำใจกินเพราะไม่อยากให้น้องตรัยเสียใจต่างหากล่ะ กับข้าวไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status