LOGINลูกทั้งสามกับลูกเขยลูกสะใภ้ร้องออกมาพร้อมกัน เจ้าเหนือเป็นคนวิ่งไปจับตัวพ่อ แต่ศรนั้นเวลาอาการคล
ลูกทั้งสามกับลูกเขยลูกสะใภ้ร้องออกมาพร้อมกัน เจ้าเหนือเป็นคนวิ่งไปจับตัวพ่อ แต่ศรนั้นเวลาอาการคลั่งกำเริบแรงเยอะ ไม่ได้คลั่งแบบคนบ้า แต่แสบสันสุด ๆ นั่นคือหันไปผลักลูกชายแล้วพูดใส่ไมค์ต่อ“ใครจะมาเป็นเจ้าบ่าว ผมให้สร้อยทองเลย”“คุณพ่อพูดจริงหรือเปล่า” หนึ่งในแขกที่มาช่วงเลี้ยงนั้น มีพาร์ทเนอร์ของเดชคุณที่มีนิสัยไม่ค่อยดีนัก นั่นคือ เจแปน หนุ่มนักเรียนนอกที่เรียนไม่จบ เลยมาร่วมหุ้นกับเดชคุณในธุรกิจร้านอาหาร แต่เจ้าปัญหาจนเดชคุณบ่นให้เพื่อนฟังบ่อย ๆ ดีที่มีหุ้นส่วนคนอื่นด้วย จึงยังไม่กระทบการบริหารพอเจแปนเห็นพ่อเจ้าบ่าวจะแจกทอง เขาไม่ได้สนใจจะแต่งหรอก แต่สนจะเอาทองไปใช้ต่างหาก เพราะเจ้าตัวติดพนันน่ะสิ!“มึงหยุด” ริชาร์ดที่วิ่งกลับเข้ามาจับไหล่เจแปนไว้ เขาตามเดชคุณไม่ทัน แต่ห้ามตัวสาระแนทัน“อะไรกันเล่า” เจแปนปัดมือออก เจ้าเอยนั้นช็อกแล้วช็อกอีก ทุกอย่างรอบกายเกิดขึ้นวุ่นวายไปหมดเสียด้วย ฝั่งเจ้าบ่าวก็ต้องมาพัดวีแม่ของเดชคุณ ฝั่งเธอก็ต้องจัดการทั้งเธอกับศร แขกก็เอาแต่คุยและมองเธออยากหายไป“พ่อคะ” เธอจะกวัก
บนเวทีนั้น เจ้าเอยใช่ว่าจะไม่รู้สึกว่าทุกอย่างพิลึกพิกลไปเสียหมด บรรยากาศปราศจากความสุขจนเธอยิ้มไม่ออกแล้ว เมื่อถึงช่วงเซ็นเอกสาร ตัวเธอเซ็นไปก่อน แต่เดชคุณกลับกำปากกาแน่น ไม่รู้เพราะอะไรถึงไม่ยอมจรดนามลงไปสักทีเพราะเหตุใดหัวใจของเธอถึงได้เต้นเร็วนัก หวาดกลัวกับบางสิ่ง แค่เห็นสายตาแขกมองเธอกับเจ้าบ่าว ใจเธอยิ่งทุกข์ระทม อยากจะหันไปตวาดถามว่าคนรักเป็นอะไรกันแน่ ทำไมมีสีหน้านี้ในงานแต่งของกันและกัน“คุณ เซ็นสิลูก” มารดาของเขากระซิบอยู่ข้างเวทีทันใดนั้น เดชคุณหลับตาแล้วโยนปากกาทิ้ง เขาหันไปหาเจ้าเอยแล้วคุกเข่าลง“พี่คุณ?” หัวใจเธอสั่น สังหรณ์ว่าวันนี้จะไม่ใช่อย่างที่เธอคิดอีกต่อไป แต่มันจะเลวร้ายที่สุดต่างหาก“พี่ขอโทษเอย พี่ทำไม่ได้” เขาบอกแล้วถอดเสื้อสูทออกต่อหน้าต่อตาพยานทั้งหมด เจ้าเอยเจอเจ้าบ่าวประกาศกลางงานได้แต่ยืนอึ้งตะลึงทำอะไรไม่ถูกศร เจ้าเหนือ กับเจ้านางก็ลุกขึ้นทันที“เฮ้ย อะไรวะ”เจ้าเอยมองแขกแล้วมองเดชคุณที่ลุกขึ้น “พี่ขอโทษ ผมขอโทษครับ” เขายกมือไหว้ครอบครัวเจ้าสาว จากนั้นกระโดดลงจากเวที วิ่งออกไปจากห้องจ
เพราะแม่ของเดชคุณกลัวคนทำลายฤกษ์แต่งงานของลูกชาย เธอจึงจัดการทั้งโทรทั้งส่งข้อความขู่ ไม่นานนัก เดชคุณโทรกลับมาบอกสั้น ๆ ว่ากำลังกลับไป เธอเลยสบายใจ บอกเพื่อนเจ้าบ่าวว่าเดชคุณกำลังกลับมา พอพูดแบบนี้ ก็หาข้ออ้างเลื่อนไม่ได้“เดชคุณอาจตื่นเต้นน่ะ” พ่อของเขากล่าว “เจ้าหมอนี่ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานมาก่อน พอวันจริงคงเกิดนึกหวงความโสด พวกลูกก็ตบ ๆ มันหน่อย”แต่ฝั่งเพื่อนเจ้าบ่าวฟังแล้วลำบากใจที่สุด ไม่ได้ตลกไปด้วยเลย“จะดีเหรอวะ” ภีมถาม “น้องเอยเข้าพิธีคนเดียวเนี่ย”ทิวเขาขมวดคิ้วแน่น เครียดแทน แต่ไม่ทันแล้ว เพราะเมื่อถึงเวลา เจ้าสาวก็ถูกว่าที่แม่สามีพาไหว้พระไหว้พ่อแม่โดยไม่มีเจ้าบ่าวอยู่ด้วยจริง ๆพวกเขาเห็นเจ้าเอยกับครอบครัวงุนงง ต่างตกอยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกถ้วนหน้า เพราะแม่ของเดชคุณกำกับแทนหมด รุ้งพรายเองก็โดนขู่ เพราะรู้ว่าหากพ่อแม่ฝั่งเจ้าบ่าวไม่รับผิดชอบค่างาน เพื่อนรักได้เป็นหนี้บานแน่“เจ้าบ่าวไปไหนเนี่ย” ศรถาม เมื่อไม่เห็นลูกเขยอยู่กับลูกสาว “ถ้ายังไม่หายดีน่าจะเลื่อนนะ มันไม่ได้เรียกว่าฤกษ์ดี เพื่อนยัยเอยก็ป่วยอีกคน ผมว่า
ไม่นาน แม่ของเดชคุณไปถึงห้องเจ้าสาว เดินเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งส่งสายตาดุดันไม่ให้รุ้งพรายพูดอะไร พอเห็นเจ้าเอยหันมาก็รีบเดินไปจับมือ ด้านข้างมีเจ้านางที่แต่งตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวเสร็จแล้วเช่นกัน งามละมุนด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง“ลูกเอย ลูกเอยของแม่สวยจัง”“ขอบคุณค่ะคุณแม่” เจ้าเอยยกมือไหว้งดงามบัดนี้เธอแต่งตัวชุดไทยเสร็จเรียบร้อย ผมเกล้าขึ้นแล้วติดดอกไม้ พอสวมสไบสีเงินแล้วงามอย่างกับนางในวรรณคดี ผิวขาวเปล่งปลั่งเนียนไปหมด ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มก็ขับให้เธอโดดเด่นสมเป็นเจ้าสาวที่สมควรมีความสุขที่สุดสิ่งที่เจ้าเอยรู้ แต่รู้ไม่สุด นั่นคือแม่ของเดชคุณเชื่อเรื่องฤกษ์ยามและดวงยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมด ยิ่งหมอดูเจ้าประจำบอกว่าดวงของเจ้าเอยนั้นส่งเสริมสามี เป็นดวงนางแก้วแสนเลิศเลอ เธอยิ่งอยากได้ลูกสะใภ้ที่มาเสริมบารมีลูกชาย จึงรักและเอ็นดูแต่แรก พลอยให้เจ้าเอยโล่งใจที่ว่าที่แม่สามีต้อนรับไม่มีใครคาดคิดว่าความเชื่อนี้ได้เสริมให้งานแต่งวันนี้เป็นหายนะยิ่งกว่าเดิมเ
เจ้าเอยตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่ออาบน้ำล้างหน้า พอตีห้า รุ้งพรายมาเคาะประตู บอกว่าอรพลินยังไม่ตื่น แต่ตัวเธอนั้นแต่งตัวรอแล้ว เหลือทำผมกับแต่งหน้านิดหน่อย เลยจะมาช่วยกันแต่งในห้อง ภายหลัง น้องสาวอย่างเจ้านางก็เข้ามาช่วยอีกคนเจ้านางตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับอาหารเช้าง่าย ๆ ที่โรงแรมจัดเตรียมให้ ไม่นานนักเจ้าเอยก็สวมชุดไทยเสร็จเรียบร้อย ระหว่างที่น้องสาวแต่งตัว เธอหยิบแซนด์วิชกินไปพลาง จากนั้นก็ลงมือแต่งหน้าตัวเอง พอเห็นว่าใกล้หกโมง เพื่อนสนิทอีกคนยังไม่มาเลยเป็นห่วง“ยัยอรเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันว่าไม่โอเคแล้วนะ”“นั่นสิ เดี๋ยวฉันไปเคาะห้อง” รุ้งพรายหยิบมือถือแล้วรีบเดินออกจากห้อง ไม่นานก็กลับมาแล้วบอกว่าเคาะแล้วไม่เปิด พอโทรศัพท์ก็ติด แต่ไม่รับ หญิงสาวเลยเดินกลับมาบอก“ท้องไม่ดีหรือเปล่า” เจ้าเอยเป็นห่วงเพื่อน เพราะตั้งแต่หย่าร้างกับสามีเก่า อรพลินมีปัญหาเครียดลงกระเพาะ บางทีกินอะไรผิดสำแดงนิดเดียวก็ได้เข้าห้องน้ำ “เมื่อวานดูหน้าไม่ค่อยดี”“อืม เดี๋ยวฉันไปดูอีกที แกลองถามเจ้าบ่าวว่าเป็นไงบ้าง” เพื่อนเจ้าสาวเตือนทว่าพวกเธอก็ไม่รู้ว่าฝั่งเพื่
ดึกคืนนั้น เจ้าเอยนั่งอยู่ในห้องนอน โดยมีพี่ชายกับน้องสาวนั่งอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสองต่างพูดคุยเรื่องครอบครัว รวมไปถึงเรื่องของพ่อกับแม่ที่ผ่านไปแล้วด้วย“ถึงแม้พ่อจะเป็นแบบนี้ แต่ตอนนางแต่งงาน พ่อก็เข้ามาสวมกอดแล้วบอกยินดีด้วยนะลูก” เจ้านางเล่าประสบการณ์ของตัวเอง “ชั่วเวลานั้น เหมือนได้พ่อกลับคืนมาเลย พรุ่งนี้...พี่ก็คงได้เจอพ่อในแบบที่เราคิดถึงนะพี่”เจ้าเอยน้ำตาซึม ส่วนพี่ชายนั้นเข้าใจความยากลำบากของน้องสาวจึงลูบหัวทั้งสองคน“บางครั้งเวลาพ่อรู้สึกตัว เขาก็ถามถึงเอยกับนาง ว่าเป็นอย่างไร สบายดีหรือเปล่า อยู่ไกลจากบ้านเป็นห่วง พี่อยากให้น้องทั้งสองรู้ไว้ว่า ถึงพ่อจะเป็นแบบที่เห็น ขึ้น ๆ ลง ๆ มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริง ๆ สมองของมนุษย์นั้นซับซ้อน แต่จิตใจของพ่อน่ะ ยังรักพวกน้องเหมือนเดิม”“จ้ะ ฉันเชื่อ”“รีบนอนนะเอย เดี๋ยวต้องตื่นเช้ามาก พรุ่งนี้เอยจะสวยที่สุดแล้ว” เจ้าเหนือบอกน้อง สามพี่น้องกอดกันตัวกลม สายใยรักใคร่ผูกพันที่ถึงแม้เติบโตจะอยู่ห่างกัน แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิมพวกเขาไม่รู้เลยว่า งานแต่งงานในวันพรุ่งนี้จะโกลาหลเพียงใด8 ชั่วโมงก่อนพิธีแต่งงานตรงประตูหนีไฟของโรงแรม เดชค