ログインเพราะไม่มีสินสอด เดชคุณให้บ้านเป็นชื่อของเธอ แถมแสดงความใจป้ำสมทบเงินดาวน์ให้ก่อน หนี้งานแต่งไม่มี แต่หนี้บ้านนี่แหละก้อนใหญ่สุด อย่างน้อยสองสามีภรรยาก็ช่วยกัน เวลาจ่ายค่าบ้านต่อไปก็คนละครึ่ง เธอไม่คิดจะให้เขารบกวนสมบัติพ่อแม่หรอก
ขณะเดียวกัน พัชราเหลือบมองเจ้าเอยที่กำลังฝันหวานอยู่ จึงหันไปทางอื่น ยักคอเล็กน้อย หมั่นไส้หน่อย ๆ เจ้าเอยนั้นแม้จะเป็นเบ๊ประจำที่ทำงาน แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดถูกรังแก มองโลกในแง่ดีจนน่ารำคาญ แต่ก็เป็นที่รักไม่น้อย เพราะทำงานดี ทำงานเก่ง หัวหน้าเอ่ยชมตลอด แถมยังมีแฟนทั้งหล่อทั้งรวย ในใจพัชรานึกริษยาอยู่เล็ก ๆ
ทำไมคนอย่างเจ้าเอยได้เจอผู้ชายแบบนั้น เธอเคยเห็นครั้งสองครั้ง สูง หล่อ ขาว เป็นตี๋อินเตอร์ ดูสะอาดเนี้ยบ เวลาคนชมว่าสวยหล่อสมกัน เธอได้แต่เบ้ปาก
เมื่อรถมา ทั้งสองขึ้นขบวนเดียวกันแต่แยกคนละสถานี พัชราลงไปก่อน ส่วนเจ้าเอยนั่งไปจนสุดสาย บางวันเดชคุณมารับก็จะสบายหน่อย
เจ้าเอยเช่าหอพักรูหนูอยู่เพื่อเก็บเงิน ตอนนี้บ้านที่เป็นเรือนหอก็รอคนเข้าไปอยู่ เธอย้ายของไปบ้างแล้ว จะเข้าไปอยู่วันแรกคือวันเข้าหอเลย หลังจากนั้นจึงค่อยทำบุญขึ้นบ้านใหม่วันถัดมา แผนการทั้งหมดเธอส่งให้แฟนหนุ่มดูหมด เขาก็ตอบรับดี เพียงแต่ใกล้งานแต่งงาน เขากลับไม่ค่อยกระตือรือร้นนัก บอกเพียงว่าเร่งเคลียร์งาน จะได้มีเวลาพักผ่อนหลังงานแต่ง ด้วยความที่เขาเป็นเจ้าของธุรกิจ มีบาร์ของตัวเอง แถมหุ้นกับกิจการอื่นอยู่บ้าง เจ้าเอยเลยไม่ได้ซักไซ้ นิสัยของเธอเป็นเช่นนี้
ก่อนจะเดินกลับห้องพัก เธอแวะซื้อกับข้าวถุงแกงสักหน่อย ระหว่างนั้นมีสายเข้ามา หนีไม่พ้นแฟนหนุ่มของตัวเอง
“ว่าไงคะพี่คุณ”
“น้องเอย ซื้อกับข้าวหรือครับ ซื้อแล้วหรือยัง ถ้ายังอย่าเพิ่งนะ พี่ซื้ออาหารมาให้ รออยู่หน้าห้องน่ะ”
“อ้าว มาก็ไม่บอก” เธอเลยรีบออกจากคิวต่อแถว เดินเร็วด้วยความดีใจ แต่พอไปถึงกลับเจอกับชายหนุ่มสวมเสื้อหนังยืนถือกล่องข้าวรอ อีกทั้งยังสวมหมวกกันน็อคอยู่บนหัว มองเห็นแต่ดวงตาคู่คมสีน้ำตาลเท่านั้น เขาไม่ได้คุยโทรศัพท์อยู่ แต่ไถอ่านอะไรเล่น ๆ ฆ่าเวลา
ร่างของเขาสูงใหญ่ขนาดที่ศีรษะเกือบถึงประตู สูงที่สุดในกลุ่ม เป็นคนที่ไม่ค่อยพูดนัก แต่ไม่รู้เพราะเขาเป็นไบเกอร์หรือเปล่า แฟนของเธอเลยไว้วานให้เพื่อนรักคนนี้เป็นหนุ่มดิลิเวอรีอยู่บ่อยครั้ง
“พี่ทิวนี่เอง” หญิงสาวใจแป้ว นึกว่าจะได้เจอคนรัก “สวัสดีค่ะ”
คนในสายยังพูดอยู่ “ไม่ใช่พี่ครับ พี่ฝากไอ้ทิวเอามาให้ เพราะพี่ทำงานดึกเลยไม่ได้ไปหา ไม่โกรธนะครับ”
“ไม่โกรธค่ะ ขอบคุณนะคะ แล้วก็อย่าโหมมากนะ”
“ครับ พี่วางก่อนนะ รักครับ” ว่าแล้วตัดสายไป
ชายหนุ่มที่รออยู่กอดอกพยักพเยิดเมื่อเห็นเธอ ทั้งสองคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เพราะ ‘ทิวเขา’ เป็นเพื่อนสนิทของเดชคุณ
หนุ่มนักบิดที่ดูเจ้าชู้ไม่น้อย เธอไม่ได้เกลียดเขาหรอก เพียงแต่เห็นเขาควงสาวสวยวนอยู่สามคน ไม่รู้สลับรางอย่างไร
แต่จะมีคนรักมากมายคงไม่แปลกหรอก หากเทียบกับเดชคุณที่เป็นหนุ่มสำอาง ดูแลตัวเองแต่งตัวโก้หรู รูปร่างหน้าตาของทิวเขาไม่ได้แพ้กัน กลุ่มนี้หล่อกันหมดเลย ทิวเขานั้นไปทางสายลุย หล่อ เท่ ไม่ค่อยพูดนัก แต่ผู้หญิงเยอะ
“ขอบคุณพี่ทิวนะคะ” เธอบอกด้วยความเกรงใจ
เขายกแขนส่งถุงกล่องข้าวให้ “ไม่เป็นไร” เธอจึงเห็นว่าเขาสวมถุงมือหนัง คุมโทนสีดำทั้งตัว เพราะสวมหมวกอยู่ จึงเห็นเพียงดวงตาสีน้ำตาลคมมองตอบ ไม่รู้สีหน้าอีก เขาจ้องหน้าเธอเหมือนจะพูดอะไรหรือเปล่า แต่แล้วก็เงียบ
เป็นแบบนี้ตลอด
เจ้าเอยกระอักกระอ่วน ควรชวนเขาเข้าไปดื่มน้ำก่อนหรือไม่ จะดูไม่ดีหรือเปล่า
ราวกับอ่านใจออก เขาก็เอ่ยว่า “เดี๋ยวพี่ไปแล้ว เอยเข้าห้องเถอะ”
ดึกคืนนั้น เจ้าเอยนั่งอยู่ในห้องนอน โดยมีพี่ชายกับน้องสาวนั่งอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสองต่างพูดคุยเรื่องครอบครัว รวมไปถึงเรื่องของพ่อกับแม่ที่ผ่านไปแล้วด้วย“ถึงแม้พ่อจะเป็นแบบนี้ แต่ตอนนางแต่งงาน พ่อก็เข้ามาสวมกอดแล้วบอกยินดีด้วยนะลูก” เจ้านางเล่าประสบการณ์ของตัวเอง “ชั่วเวลานั้น เหมือนได้พ่อกลับคืนมาเลย พรุ่งนี้...พี่ก็คงได้เจอพ่อในแบบที่เราคิดถึงนะพี่”เจ้าเอยน้ำตาซึม ส่วนพี่ชายนั้นเข้าใจความยากลำบากของน้องสาวจึงลูบหัวทั้งสองคน“บางครั้งเวลาพ่อรู้สึกตัว เขาก็ถามถึงเอยกับนาง ว่าเป็นอย่างไร สบายดีหรือเปล่า อยู่ไกลจากบ้านเป็นห่วง พี่อยากให้น้องทั้งสองรู้ไว้ว่า ถึงพ่อจะเป็นแบบที่เห็น ขึ้น ๆ ลง ๆ มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริง ๆ สมองของมนุษย์นั้นซับซ้อน แต่จิตใจของพ่อน่ะ ยังรักพวกน้องเหมือนเดิม”“จ้ะ ฉันเชื่อ”“รีบนอนนะเอย เดี๋ยวต้องตื่นเช้ามาก พรุ่งนี้เอยจะสวยที่สุดแล้ว” เจ้าเหนือบอกน้อง สามพี่น้องกอดกันตัวกลม สายใยรักใคร่ผูกพันที่ถึงแม้เติบโตจะอยู่ห่างกัน แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิมพวกเขาไม่รู้เลยว่า งานแต่งงานในวันพรุ่งนี้จะโกลาหลเพียงใด8 ชั่วโมงก่อนพิธีแต่งงานตรงประตูหนีไฟของโรงแรม เดชค
“ฉันเตรียมมาส์กหน้ามา เลือกของดี ของแพง บูสต์หน้าเร่งด่วน” รุ้งพรายหยิบข้าวของออกมาอวดให้มั่นใจได้ ว่าเป็นเพื่อนเจ้าสาวมืออาชีพ “ไหน เครื่องสำอางของเจ้าเอยเป็นไง”ฝ่ายอรพลินดูกระเป๋าเครื่องสำอาง ปกติเจ้าเอยแต่งหน้าน้อย อุปกรณ์ไม่เยอะ เมื่อเห็นของข้างใน จึงรู้ว่าเพื่อนรักยอมลงทุนซื้อเอง แต่ไม่ยอมจ้างช่าง แม่ม่ายสาวถึงกับกอดอก“นี่แก รวมกันได้ค่าทำผมแต่งหน้าเลยนะ”“แต่ซื้อเอง ยังเอาไปใช้ต่อได้นี่นา” เจ้าเอยตอบเสียงอ่อน เวลาทำแก้มพองหน้าอ้อน อรพลินถึงได้ถอนหายใจ เอ็นดูยายขี้งก“แล้วครอบครัวของแกมาแล้วยัง”“มาแล้ว พักผ่อนกันอยู่”ครอบครัวของเจ้าเอย นอกจากพ่อศร ศิลาคำแล้ว ยังมีเจ้าเหนือผู้เป็นพี่ชาย พ่วงด้วยภรรยากับลูกชาย และน้องสาวชื่อเจ้านางและสามี“พ่อแม่ของพี่คุณก็มาแล้ว ฮื้อ” เธอดึงแขนเพื่อนทั้งสองมากอด “ขอบคุณพวกแกมากเลยนะ”สองสาวอมยิ้ม ก่อนจะสวมกอดเจ้าเอย“ดีใจกับแกจริง ๆ นะ ยัยเอย” รุ้งพรายยิ้มดีใจ ขณะนั้นอรพลินมองเพื่อนทั้งสอง รอยยิ้มค่อย ๆ หุบลง สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าและรู้สึกผิดเย็นวันนั้น สองครอบครัวต่างรับประทานอาหารกันพร้อมหน้า ค่ำคืนที่มีแต่เสียงหัวเราะและความสุข ส
หนึ่งวันก่อนวันแต่งงานเดชคุณเป็นหนุ่มวัยสามสิบสี่ ตามสไตล์สายเลือดไทย-จีนและดูแลตัวเอง หมั่นเข้ายิม ดูแลผิวพรรณ ใครเห็นก็นับเป็นตัวอย่างของลำดับอายุแบบใหม่ ที่ว่าวัยนี้ยังวัยรุ่นอยู่ ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังดูโตกว่าเจ้าเอยที่อายุสามสิบสอง ด้วยบุคลิกภูมิฐาน แต่งตัวแบบโอลด์มันนี่ พอเดินควงแขนกับสาวเหนือร่างบาง แต่งหน้าอ่อน ๆ สวมชุดหวาน ๆ อวดผมสีดำสลวยกับดวงตาสีนิล ดูเข้ากันราวกับกิ่งทองใบหยก“วันนี้เอยน่ารักจัง” เดชคุณจับแก้มเธอเบา ๆทันใดนั้น ออร์แกไนเซอร์ได้กลับมาสอบถามว่าทุกอย่างเรียบร้อยหรือไม่ เจ้าเอยรีบพยักหน้า ส่วนเดชคุณหัวเราะในลำคอ “เจ้าสาวว่าอย่างไรก็อย่างนั้นครับ”ก่อนวันงานซึ่งก็คือวันนี้ ครอบครัวของทั้งสองมาพักที่โรงแรม โดยจะมีเพื่อนเจ้าสาวกับเพื่อนเจ้าบ่าวด้วย ส่วนนี้เดชคุณจัดการให้ก่อน เพราะมีส่วนลดกับคนที่สนิทกัน ก่อนหน้านี้ทั้งสองพาครอบครัวขึ้นห้องแล้ว นี่ก็ลงมาตรวจสอบรายละเอียดพอออร์แกไนเซอร์ปิดแฟ้มก็แสดงความยินดีอีกรอบ เจ้าเอยยอมรับว่าตื่นเต้นมากเดชคุณจับมือเธอ ทว่ามือของเขากลับเย็น “เอยตื่นเต้นมากเลยใช่ไหม แต่คืนนี้ต้องนอนหลับนะคะ จะได้ตื่นมาสวย ๆ”“ค่ะ” เธอพ
ได้ยินดังนั้น เธอถอนหายใจ “หิวน้ำไหมคะ เดี๋ยวเอยไปหยิบขวดน้ำให้”เขาส่ายหน้า โบกมือที่สวมถุงมืออยู่ เพราะปกติทิวเขาจะขี่บิ๊กไบก์คันแพง จึงมักเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้ เครื่องแบบเสมอต้นเสมอปลายนั่นคือสวมแจ็กเกตกันลม กางเกงยีนบ้าง กางเกงหนังบ้าง รองเท้าบูตหนังไม่ก็ผ้าใบ เธอได้ยินว่าเขาเคยแข่งรถด้วย แต่นานมาแล้วทิวเขากับเดชคุณเป็นลูกคนรวยทั้งคู่ แต่อาชีพของทิวเขาทำอะไรนั้น เธอไม่เคยรู้เลย เดชคุณบอกว่าเขามีธุรกิจของตัวเอง และมักไป ๆ มา ๆ แบบนี้ เจ้าเอยได้แต่สงสัยว่าเป็นพวกลงทุนคริปโตหรือเปล่า“ไม่เอา พี่รีบ เอยเข้าไปเถอะ หรือเอยอยากไปหาไอ้คุณไหมล่ะ พี่จะพาไป” เขาถาม “เดี๋ยวนี้ไม่เห็นมาร้านหมอนั่นเลย”“พี่คุณทำงานนี่คะ เอยจะไปกวนทำไม”“แฟนไปหาแล้วจะทำไมล่ะ น้องก็ใจดีแบบนี้ ไปเฝ้ามันบ้างดิ ลูกค้าสาว ๆ เยอะแยะ”“พี่คุณไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ” ก่อนจะปรายตาตำหนิเล็กน้อย อยากจะบอกว่าไม่ใช่พี่สักหน่อยเพราะเขาไม่เปิดหน้า เลยได้ยินเสียงดังเฮอะเบา ๆ“ให้เอยไปเฝ้าคนทำงานทำไมล่ะคะ” เธอตอบพลางหัวเราะขำขัน “พี่คุณไม่ใช่คนเจ้าชู้สักหน่อย”สุดท้ายได้ส่งสายตามองคนตรงหน้าเป็นเชิงตำหนิมากกว่า“หรือพี่รู้
ได้ยินดังนั้น เธอถอนหายใจ “หิวน้ำไหมคะ เดี๋ยวเอยไปหยิบขวดน้ำให้”เขาส่ายหน้า โบกมือที่สวมถุงมืออยู่ เพราะปกติทิวเขาจะขี่บิ๊กไบก์คันแพง จึงมักเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้ เครื่องแบบเสมอต้นเสมอปลายนั่นคือสวมแจ็กเกตกันลม กางเกงยีนบ้าง กางเกงหนังบ้าง รองเท้าบูตหนังไม่ก็ผ้าใบ เธอได้ยินว่าเขาเคยแข่งรถด้วย แต่นานมาแล้วทิวเขากับเดชคุณเป็นลูกคนรวยทั้งคู่ แต่อาชีพของทิวเขาทำอะไรนั้น เธอไม่เคยรู้เลย เดชคุณบอกว่าเขามีธุรกิจของตัวเอง และมักไป ๆ มา ๆ แบบนี้ เจ้าเอยได้แต่สงสัยว่าเป็นพวกลงทุนคริปโตหรือเปล่า“ไม่เอา พี่รีบ เอยเข้าไปเถอะ หรือเอยอยากไปหาไอ้คุณไหมล่ะ พี่จะพาไป” เขาถาม “เดี๋ยวนี้ไม่เห็นมาร้านหมอนั่นเลย”“พี่คุณทำงานนี่คะ เอยจะไปกวนทำไม”“แฟนไปหาแล้วจะทำไมล่ะ น้องก็ใจดีแบบนี้ ไปเฝ้ามันบ้างดิ ลูกค้าสาว ๆ เยอะแยะ”“พี่คุณไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ” ก่อนจะปรายตาตำหนิเล็กน้อย อยากจะบอกว่าไม่ใช่พี่สักหน่อยเพราะเขาไม่เปิดหน้า เลยได้ยินเสียงดังเฮอะเบา ๆ“ให้เอยไปเฝ้าคนทำงานทำไมล่ะคะ” เธอตอบพลางหัวเราะขำขัน “พี่คุณไม่ใช่คนเจ้าชู้สักหน่อย”สุดท้ายได้ส่งสายตามองคนตรงหน้าเป็นเชิงตำหนิมากกว่า“หรือพี่รู้
เพราะไม่มีสินสอด เดชคุณให้บ้านเป็นชื่อของเธอ แถมแสดงความใจป้ำสมทบเงินดาวน์ให้ก่อน หนี้งานแต่งไม่มี แต่หนี้บ้านนี่แหละก้อนใหญ่สุด อย่างน้อยสองสามีภรรยาก็ช่วยกัน เวลาจ่ายค่าบ้านต่อไปก็คนละครึ่ง เธอไม่คิดจะให้เขารบกวนสมบัติพ่อแม่หรอกขณะเดียวกัน พัชราเหลือบมองเจ้าเอยที่กำลังฝันหวานอยู่ จึงหันไปทางอื่น ยักคอเล็กน้อย หมั่นไส้หน่อย ๆ เจ้าเอยนั้นแม้จะเป็นเบ๊ประจำที่ทำงาน แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดถูกรังแก มองโลกในแง่ดีจนน่ารำคาญ แต่ก็เป็นที่รักไม่น้อย เพราะทำงานดี ทำงานเก่ง หัวหน้าเอ่ยชมตลอด แถมยังมีแฟนทั้งหล่อทั้งรวย ในใจพัชรานึกริษยาอยู่เล็ก ๆทำไมคนอย่างเจ้าเอยได้เจอผู้ชายแบบนั้น เธอเคยเห็นครั้งสองครั้ง สูง หล่อ ขาว เป็นตี๋อินเตอร์ ดูสะอาดเนี้ยบ เวลาคนชมว่าสวยหล่อสมกัน เธอได้แต่เบ้ปากเมื่อรถมา ทั้งสองขึ้นขบวนเดียวกันแต่แยกคนละสถานี พัชราลงไปก่อน ส่วนเจ้าเอยนั่งไปจนสุดสาย บางวันเดชคุณมารับก็จะสบายหน่อยเจ้าเอยเช่าหอพักรูหนูอยู่เพื่อเก็บเงิน ตอนนี้บ้านที่เป็นเรือนหอก็รอคนเข้าไปอยู่ เธอย้ายของไปบ้างแล้ว จะเข้าไปอยู่วันแรกคือวันเข้าหอเลย หลังจากนั้นจึงค่อยทำบุญขึ้นบ้านใหม่วันถัดมา แผนการท







