تسجيل الدخولระหว่างรอรถไฟฟ้า เจ้าเอยคุยโทรศัพท์กับคนรักเรื่องงานแต่ง “ค่ะ พี่คุณ เอยจ่ายมัดจำไปหมดแล้ว ครึ่งหนึ่งค่ะ”
“งั้นหรือ จ่ายแล้วใช่ไหม”
เธอย่นคิ้วนิดหนึ่ง “พี่คุณ...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“เปล่าจ้ะ เดี๋ยวที่เหลือพี่จัดการเอง เอยไม่ต้องกังวลนะ พี่จะสมทบที่เหลือ”
“เอยไม่กังวลอยู่แล้วล่ะค่ะ” ก็เขาเป็นคนขอแต่งงานเองนี่นา
เมื่อวางสาย พัชราที่ยืนรอรถไฟฟ้าอยู่เช่นกันชะโงกหน้ามาถาม “มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีหรอก” เธอตอบ เพื่อนคนนี้ชอบเข้ามาถามจุ้นจ้านเป็นประจำ ชาชินเสียแล้ว
“เหรอ แล้วนี่จัดงานแพงไหม”
“ก็แพง แต่เราก็พยายามจำกัดงบ ถึงได้จัดเช้าถึงบ่ายแทน รวบมาเลย อยากให้แขกสบาย ๆ กันด้วย ไม่ต้องแต่งตัวเยอะ ขั้นตอนไม่มาก ตัดวงดนตรี ตัดอะไรยุ่งยากไปหมด”
“ก็จริง พนักงานเงินเดือนธรรมดานี่เนอะ อย่าผลาญไปกับงานแต่งเลย ถึงแม้เจ้าบ่าวจะเป็นเจ้าของบาร์ก็เถอะ เราก็อย่าทำเหมือนไปขุดทองเนอะ” พัชรากล่าวเชิงสั่งสอน อ้างว่าเพราะแต่งงานและมีประสบการณ์มาก่อน “อย่างของพัชนะ จัดงานเล็ก ๆ เพราะเจ้าบ่าวเป็นคริสต์ บ้านพัชก็ไม่เคร่งเลยเดินเข้าโบสถ์แล้วก็กินเลี้ยง เกินแสนมานิดเดียว แล้วพี่แทนก็จ่ายให้หมด สบาย”
ไหนว่าอย่าให้ผู้ชายคิดว่าไปขุดทอง?
“ดีแล้ว” เธอยิ้มน้อย ๆ
แทนไทเป็นสามีของพัชรา แถมยังทำงานที่เดียวกัน แต่เขาเป็นหัวหน้าฝ่ายไอที ถ้าไม่ใช่เพราะต้องอยู่ทำโอทีช่วงนี้ สองสามีภรรยาคงกลับด้วยกัน พัชราไม่อยากรอเลยชิงกลับรถไฟฟ้า ไม่อย่างนั้นก็ต้องรอเพื่อกลับรถส่วนตัวเอาตอนดึกโน่น
“พี่แทนเนี่ย ขออะไรก็ให้ ยังดีที่ฐานะทางบ้านมีเยอะ”
“อืม” เธอตอบยิ้ม ๆ จะบัฟกลับทำไมหนอ
“แล้วเธอเช่าชุดหรือซื้อ”
“เช่าหมดเลย”
“ใครออก”
“เราออก ชุดเจ้าบ่าว พี่คุณก็ออกเอง”
“อ้อ” พัชราเหลือบมองแหวนที่เดชคุณใช้ขอเจ้าเอยแต่งงานแล้วแอบบึนปากเล็ก ๆ เพราะเพชรบนแหวนนั้นใหญ่กว่าของตัวเอง “แล้วจะมีลูกเลยไหม เธอแต่งตอนอายุสามสิบสองแล้วนะ คงรีบใช่ไหม”
“ยังไม่รีบหรอก พี่คุณไม่เร่ง บ้านพี่เขาก็ชิว ๆ พัชเองก็ยังไม่มีเลยนี่”
พอโดนย้อน อีกฝ่ายยกมือตีเบา ๆ “แหม เราไม่คิดจะมีหรอก เลี้ยงหมาดีกว่า แล้วทำไมเจ้าบ่าวถึงไม่จัดการให้หมดเลยล่ะ เขารวยกว่าเธอนี่”
เดชคุณเป็นเจ้าของบาร์หรูบรรยากาศดี อาจไม่กลางใจเมือง แต่ก็ยังอยู่ในตัวเมือง พื้นฐานครอบครัวเป็นเศรษฐีต่างจังหวัด มีไร่เยอะ สมบัติเยอะ
ส่วนเจ้าเอยนั้นเป็นพนักงานออฟฟิศ คุณพ่อทำร้านกรอบรูปอยู่จังหวัดน่าน ตอนนี้พี่ชายดูแลเต็มตัว ไม่ได้มีพื้นฐานอู้ฟู่เท่าใด แต่เธอก็สามารถเงินเก็บมาใช้กับเรื่องของตัวเองได้ เช่น การสร้างครอบครัวในอนาคต
“แต่งแล้วอยู่ด้วยกันเลยไหม” พัชรายังจี้ถามไม่เลิก “พวกเธอไม่อยู่ด้วยกันก่อนนี่ ไม่งั้นจะรู้เหรอว่าเข้ากันได้หรือไม่ได้”
“ก็ตัดสินใจกันแล้วล่ะ” เธอตอบ แต่สายตามองรถไฟฟ้าที่กำลังจะเข้าสถานี
เวลาหลังแต่งนั้นเป็นโมเมนต์ที่รอคอยที่สุด ช่วงอายุที่จะสนุกกับชีวิตรักสำหรับผู้หญิงนั้นสั้น ก็ต้องประมาณนี้ เธอมีความต้องการ อยากสกินชิพ อยากใกล้ชิด โธ่ เธออายุเข้าเลขสาม อยากมีเซ็กซ์ที่ดีผิดหรืออย่างไร แถมยังเซฟเซ็กซ์และหลังแต่งด้วย อยู่ในกรอบเลยเชียว ถ้าไม่ใช่เพราะฝ่ายชายอยากได้ภรรยาตามธรรมเนียม ทั้งสองอาจเผลอใจไปนานแล้ว พอเกือบจะเกินเลย เดชคุณต่างหากที่อดใจ เธอมองว่าเขาให้เกียรติมากเลย
“แล้วบ้านล่ะ ชื่อใคร ได้ยินว่าซื้อเรือนหอนี่”
“รถมาแล้ว” เธอรีบตัดบท
ดึกคืนนั้น เจ้าเอยนั่งอยู่ในห้องนอน โดยมีพี่ชายกับน้องสาวนั่งอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสองต่างพูดคุยเรื่องครอบครัว รวมไปถึงเรื่องของพ่อกับแม่ที่ผ่านไปแล้วด้วย“ถึงแม้พ่อจะเป็นแบบนี้ แต่ตอนนางแต่งงาน พ่อก็เข้ามาสวมกอดแล้วบอกยินดีด้วยนะลูก” เจ้านางเล่าประสบการณ์ของตัวเอง “ชั่วเวลานั้น เหมือนได้พ่อกลับคืนมาเลย พรุ่งนี้...พี่ก็คงได้เจอพ่อในแบบที่เราคิดถึงนะพี่”เจ้าเอยน้ำตาซึม ส่วนพี่ชายนั้นเข้าใจความยากลำบากของน้องสาวจึงลูบหัวทั้งสองคน“บางครั้งเวลาพ่อรู้สึกตัว เขาก็ถามถึงเอยกับนาง ว่าเป็นอย่างไร สบายดีหรือเปล่า อยู่ไกลจากบ้านเป็นห่วง พี่อยากให้น้องทั้งสองรู้ไว้ว่า ถึงพ่อจะเป็นแบบที่เห็น ขึ้น ๆ ลง ๆ มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริง ๆ สมองของมนุษย์นั้นซับซ้อน แต่จิตใจของพ่อน่ะ ยังรักพวกน้องเหมือนเดิม”“จ้ะ ฉันเชื่อ”“รีบนอนนะเอย เดี๋ยวต้องตื่นเช้ามาก พรุ่งนี้เอยจะสวยที่สุดแล้ว” เจ้าเหนือบอกน้อง สามพี่น้องกอดกันตัวกลม สายใยรักใคร่ผูกพันที่ถึงแม้เติบโตจะอยู่ห่างกัน แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิมพวกเขาไม่รู้เลยว่า งานแต่งงานในวันพรุ่งนี้จะโกลาหลเพียงใด8 ชั่วโมงก่อนพิธีแต่งงานตรงประตูหนีไฟของโรงแรม เดชค
“ฉันเตรียมมาส์กหน้ามา เลือกของดี ของแพง บูสต์หน้าเร่งด่วน” รุ้งพรายหยิบข้าวของออกมาอวดให้มั่นใจได้ ว่าเป็นเพื่อนเจ้าสาวมืออาชีพ “ไหน เครื่องสำอางของเจ้าเอยเป็นไง”ฝ่ายอรพลินดูกระเป๋าเครื่องสำอาง ปกติเจ้าเอยแต่งหน้าน้อย อุปกรณ์ไม่เยอะ เมื่อเห็นของข้างใน จึงรู้ว่าเพื่อนรักยอมลงทุนซื้อเอง แต่ไม่ยอมจ้างช่าง แม่ม่ายสาวถึงกับกอดอก“นี่แก รวมกันได้ค่าทำผมแต่งหน้าเลยนะ”“แต่ซื้อเอง ยังเอาไปใช้ต่อได้นี่นา” เจ้าเอยตอบเสียงอ่อน เวลาทำแก้มพองหน้าอ้อน อรพลินถึงได้ถอนหายใจ เอ็นดูยายขี้งก“แล้วครอบครัวของแกมาแล้วยัง”“มาแล้ว พักผ่อนกันอยู่”ครอบครัวของเจ้าเอย นอกจากพ่อศร ศิลาคำแล้ว ยังมีเจ้าเหนือผู้เป็นพี่ชาย พ่วงด้วยภรรยากับลูกชาย และน้องสาวชื่อเจ้านางและสามี“พ่อแม่ของพี่คุณก็มาแล้ว ฮื้อ” เธอดึงแขนเพื่อนทั้งสองมากอด “ขอบคุณพวกแกมากเลยนะ”สองสาวอมยิ้ม ก่อนจะสวมกอดเจ้าเอย“ดีใจกับแกจริง ๆ นะ ยัยเอย” รุ้งพรายยิ้มดีใจ ขณะนั้นอรพลินมองเพื่อนทั้งสอง รอยยิ้มค่อย ๆ หุบลง สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าและรู้สึกผิดเย็นวันนั้น สองครอบครัวต่างรับประทานอาหารกันพร้อมหน้า ค่ำคืนที่มีแต่เสียงหัวเราะและความสุข ส
หนึ่งวันก่อนวันแต่งงานเดชคุณเป็นหนุ่มวัยสามสิบสี่ ตามสไตล์สายเลือดไทย-จีนและดูแลตัวเอง หมั่นเข้ายิม ดูแลผิวพรรณ ใครเห็นก็นับเป็นตัวอย่างของลำดับอายุแบบใหม่ ที่ว่าวัยนี้ยังวัยรุ่นอยู่ ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังดูโตกว่าเจ้าเอยที่อายุสามสิบสอง ด้วยบุคลิกภูมิฐาน แต่งตัวแบบโอลด์มันนี่ พอเดินควงแขนกับสาวเหนือร่างบาง แต่งหน้าอ่อน ๆ สวมชุดหวาน ๆ อวดผมสีดำสลวยกับดวงตาสีนิล ดูเข้ากันราวกับกิ่งทองใบหยก“วันนี้เอยน่ารักจัง” เดชคุณจับแก้มเธอเบา ๆทันใดนั้น ออร์แกไนเซอร์ได้กลับมาสอบถามว่าทุกอย่างเรียบร้อยหรือไม่ เจ้าเอยรีบพยักหน้า ส่วนเดชคุณหัวเราะในลำคอ “เจ้าสาวว่าอย่างไรก็อย่างนั้นครับ”ก่อนวันงานซึ่งก็คือวันนี้ ครอบครัวของทั้งสองมาพักที่โรงแรม โดยจะมีเพื่อนเจ้าสาวกับเพื่อนเจ้าบ่าวด้วย ส่วนนี้เดชคุณจัดการให้ก่อน เพราะมีส่วนลดกับคนที่สนิทกัน ก่อนหน้านี้ทั้งสองพาครอบครัวขึ้นห้องแล้ว นี่ก็ลงมาตรวจสอบรายละเอียดพอออร์แกไนเซอร์ปิดแฟ้มก็แสดงความยินดีอีกรอบ เจ้าเอยยอมรับว่าตื่นเต้นมากเดชคุณจับมือเธอ ทว่ามือของเขากลับเย็น “เอยตื่นเต้นมากเลยใช่ไหม แต่คืนนี้ต้องนอนหลับนะคะ จะได้ตื่นมาสวย ๆ”“ค่ะ” เธอพ
ได้ยินดังนั้น เธอถอนหายใจ “หิวน้ำไหมคะ เดี๋ยวเอยไปหยิบขวดน้ำให้”เขาส่ายหน้า โบกมือที่สวมถุงมืออยู่ เพราะปกติทิวเขาจะขี่บิ๊กไบก์คันแพง จึงมักเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้ เครื่องแบบเสมอต้นเสมอปลายนั่นคือสวมแจ็กเกตกันลม กางเกงยีนบ้าง กางเกงหนังบ้าง รองเท้าบูตหนังไม่ก็ผ้าใบ เธอได้ยินว่าเขาเคยแข่งรถด้วย แต่นานมาแล้วทิวเขากับเดชคุณเป็นลูกคนรวยทั้งคู่ แต่อาชีพของทิวเขาทำอะไรนั้น เธอไม่เคยรู้เลย เดชคุณบอกว่าเขามีธุรกิจของตัวเอง และมักไป ๆ มา ๆ แบบนี้ เจ้าเอยได้แต่สงสัยว่าเป็นพวกลงทุนคริปโตหรือเปล่า“ไม่เอา พี่รีบ เอยเข้าไปเถอะ หรือเอยอยากไปหาไอ้คุณไหมล่ะ พี่จะพาไป” เขาถาม “เดี๋ยวนี้ไม่เห็นมาร้านหมอนั่นเลย”“พี่คุณทำงานนี่คะ เอยจะไปกวนทำไม”“แฟนไปหาแล้วจะทำไมล่ะ น้องก็ใจดีแบบนี้ ไปเฝ้ามันบ้างดิ ลูกค้าสาว ๆ เยอะแยะ”“พี่คุณไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ” ก่อนจะปรายตาตำหนิเล็กน้อย อยากจะบอกว่าไม่ใช่พี่สักหน่อยเพราะเขาไม่เปิดหน้า เลยได้ยินเสียงดังเฮอะเบา ๆ“ให้เอยไปเฝ้าคนทำงานทำไมล่ะคะ” เธอตอบพลางหัวเราะขำขัน “พี่คุณไม่ใช่คนเจ้าชู้สักหน่อย”สุดท้ายได้ส่งสายตามองคนตรงหน้าเป็นเชิงตำหนิมากกว่า“หรือพี่รู้
ได้ยินดังนั้น เธอถอนหายใจ “หิวน้ำไหมคะ เดี๋ยวเอยไปหยิบขวดน้ำให้”เขาส่ายหน้า โบกมือที่สวมถุงมืออยู่ เพราะปกติทิวเขาจะขี่บิ๊กไบก์คันแพง จึงมักเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้ เครื่องแบบเสมอต้นเสมอปลายนั่นคือสวมแจ็กเกตกันลม กางเกงยีนบ้าง กางเกงหนังบ้าง รองเท้าบูตหนังไม่ก็ผ้าใบ เธอได้ยินว่าเขาเคยแข่งรถด้วย แต่นานมาแล้วทิวเขากับเดชคุณเป็นลูกคนรวยทั้งคู่ แต่อาชีพของทิวเขาทำอะไรนั้น เธอไม่เคยรู้เลย เดชคุณบอกว่าเขามีธุรกิจของตัวเอง และมักไป ๆ มา ๆ แบบนี้ เจ้าเอยได้แต่สงสัยว่าเป็นพวกลงทุนคริปโตหรือเปล่า“ไม่เอา พี่รีบ เอยเข้าไปเถอะ หรือเอยอยากไปหาไอ้คุณไหมล่ะ พี่จะพาไป” เขาถาม “เดี๋ยวนี้ไม่เห็นมาร้านหมอนั่นเลย”“พี่คุณทำงานนี่คะ เอยจะไปกวนทำไม”“แฟนไปหาแล้วจะทำไมล่ะ น้องก็ใจดีแบบนี้ ไปเฝ้ามันบ้างดิ ลูกค้าสาว ๆ เยอะแยะ”“พี่คุณไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ” ก่อนจะปรายตาตำหนิเล็กน้อย อยากจะบอกว่าไม่ใช่พี่สักหน่อยเพราะเขาไม่เปิดหน้า เลยได้ยินเสียงดังเฮอะเบา ๆ“ให้เอยไปเฝ้าคนทำงานทำไมล่ะคะ” เธอตอบพลางหัวเราะขำขัน “พี่คุณไม่ใช่คนเจ้าชู้สักหน่อย”สุดท้ายได้ส่งสายตามองคนตรงหน้าเป็นเชิงตำหนิมากกว่า“หรือพี่รู้
เพราะไม่มีสินสอด เดชคุณให้บ้านเป็นชื่อของเธอ แถมแสดงความใจป้ำสมทบเงินดาวน์ให้ก่อน หนี้งานแต่งไม่มี แต่หนี้บ้านนี่แหละก้อนใหญ่สุด อย่างน้อยสองสามีภรรยาก็ช่วยกัน เวลาจ่ายค่าบ้านต่อไปก็คนละครึ่ง เธอไม่คิดจะให้เขารบกวนสมบัติพ่อแม่หรอกขณะเดียวกัน พัชราเหลือบมองเจ้าเอยที่กำลังฝันหวานอยู่ จึงหันไปทางอื่น ยักคอเล็กน้อย หมั่นไส้หน่อย ๆ เจ้าเอยนั้นแม้จะเป็นเบ๊ประจำที่ทำงาน แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดถูกรังแก มองโลกในแง่ดีจนน่ารำคาญ แต่ก็เป็นที่รักไม่น้อย เพราะทำงานดี ทำงานเก่ง หัวหน้าเอ่ยชมตลอด แถมยังมีแฟนทั้งหล่อทั้งรวย ในใจพัชรานึกริษยาอยู่เล็ก ๆทำไมคนอย่างเจ้าเอยได้เจอผู้ชายแบบนั้น เธอเคยเห็นครั้งสองครั้ง สูง หล่อ ขาว เป็นตี๋อินเตอร์ ดูสะอาดเนี้ยบ เวลาคนชมว่าสวยหล่อสมกัน เธอได้แต่เบ้ปากเมื่อรถมา ทั้งสองขึ้นขบวนเดียวกันแต่แยกคนละสถานี พัชราลงไปก่อน ส่วนเจ้าเอยนั่งไปจนสุดสาย บางวันเดชคุณมารับก็จะสบายหน่อยเจ้าเอยเช่าหอพักรูหนูอยู่เพื่อเก็บเงิน ตอนนี้บ้านที่เป็นเรือนหอก็รอคนเข้าไปอยู่ เธอย้ายของไปบ้างแล้ว จะเข้าไปอยู่วันแรกคือวันเข้าหอเลย หลังจากนั้นจึงค่อยทำบุญขึ้นบ้านใหม่วันถัดมา แผนการท







