Share

บทที่ 3

Penulis: อาร์เธอร์
สองวันต่อมา หร่วนเหยากวงยังคงเก็บตัวเงียบไม่ออกไปไหน

ไข้สูงที่เล่นงานเซียวเหิงอยู่ทั้งคืน ในที่สุดก็ลดลงแล้ว

เมื่อรู้ว่าหร่วนเหยากวงไม่ได้แวะมาดูอาการเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เจ้าตัวเล็กก็โกรธจัดจนพังทำลายเครื่องเคลือบแตกพังทั้งห้อง

หร่วนเหยากวงไม่ได้ใส่ใจ

เซียวเยี่ยนเฟิงและบุตรชายเริ่มเอาอกเอาใจชุยหลิงหว่านมากขึ้นเรื่อย ๆ

วันนี้มอบเครื่องประดับศีรษะอันแสนแพงให้ วันพรุ่งนี้พาไปเดินเลือกซื้อผ้าไหมทั่วเมืองหลวง วันมะรืนจัดเลี้ยงในสวนดอกไม้ ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกดูกลมเกลียวสำราญใจ

หร่วนเหยากวงก็ยังคงไม่ใส่ใจเช่นเดิม

เธอเอาแต่นั่งอยู่ในเรือนของตัวเอง พลิกอ่านหนังสือนิยาย คอยดูแลดอกไม้ใบหญ้า ราวกับเป็นคนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวเหล่านี้

อวิ๋นหลิงร้อนใจจนมุมปากเป็นแผลร้อนใน แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

กระทั่งวันนี้ เซียวเยี่ยนเฟิงและเซียวเหิงได้ผลักประตูเรือนใหญ่เข้ามาด้วยกันอีกครั้ง

เซียวเยี่ยนเฟิงยังสีหน้าย่ำแย่ แต่น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย "อาละวาดพอหรือยัง ควรมีขอบเขตบได้แล้ว วันนี้มีงานล่าสัตว์หลวง ต้องพาพระชายาเอกไปออกงานด้วย เจ้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปกับพวกเรา"

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดเสริมอีก "ร่างกายเจ้าอ่อนแอมาตลอด ถึงเวลานั้นข้าจะล่ากวางให้เจ้าตัวหนึ่ง แล้วเอาหนังมันมาทำชุดคลุมให้เจ้า"

เซียวเหิงยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้พูดอะไร เพียงถลึงดวงตาแดงก่ำจ้องเธอ ดูทั้งน้อยใจและโกรธเคือง

หร่วนเหยากวงวางหนังสือนิยายลง เธอไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน ลุกขึ้นไปเปลี่ยนเป็นชุดขี่ม้า

ตอนขึ้นรถม้า เธอถึงได้เห็นว่าชุยหลิงหว่านนั่งรออยู่ข้างในแล้ว

เธอสวมชุดขี่ม้าสีชมพูท้อ ขับเน้นให้ผิวพรรณดูขาวหมดจดดุจหิมะ ดูอ่อนหวานจับใจ

หร่วนเหยากวงรู้สึกว่ามันน่าขำดีเหมือนกัน

ไหนบอกว่ามีเพียงฮูหยินเอกเท่านั้นถึงจะไปได้ เขาพาเธอไปด้วย แต่กลับพาชุยหลิงหว่านไปอีก นี่ตั้งใจจะให้ฮูหยินเอกอย่างเธอถูกคนเขาเย้ยหยันหรืออย่างไร

เซียวเยี่ยนเฟิงเห็นดังนั้นก็รีบอธิบาย "หลิงหว่านไม่เคยไปสนามล่าสัตว์ นางเพียงอยากตามไปเปิดหูเปิดตา"

"นั่นสิ แม่เล็กชุยเอาแต่อยู่ในจวนคงเบื่อแย่" เซียวเหิงก็ช่วยแก้ต่าง

พอชุยหลิงหว่านเห็นหร่วนเหยากวงก็รีบลุกขึ้นทันที เตรียมจะทำความเคารพ ท่าทีดูนอบน้อมถ่อมตนยิ่งนัก "พระชายา..."

ทว่าเซียวเหิงที่อยู่ข้าง ๆ กลับดึงมือนางไว้ "แม่เล็กชุย ท่านจะทำอะไรน่ะ"

ชุยหลิงหว่านตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ถึงข้าจะเป็นเพียงอนุของท่านอ๋อง แต่ธรรมเนียมก็ยังเป็นธรรมเนียม ควรเคารพฮูหยินเอกเจ้า"

เซียวเยี่ยนเฟิงขมวดคิ้ว น้ำเสียงฟังแล้วชวนให้สงสาร "ต้องให้บอกกี่ครั้ง ถึงเจ้าจะเป็นอนุ แต่ในใจข้า เจ้าสำคัญเท่ากับเหยากวง ต่อไปธรรมเนียมจอมปลอมพวกนี้ยกเลิก ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้หรอก"

หลังจากชุยหลิงหว่านได้ฟัง ก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย ตอนที่เงยหน้าขึ้นมา นางได้แอบชำเลืองมองหร่วนเหยากวงโดยไม่ตั้งใจ ในแววตาฉายแววท้าทายวูบหนึ่ง

หากเป็นเมื่อก่อน หร่วนเหยากวงคงเจ็บปวด ร้องห่มร้องไห้และอาละวาดไปแล้ว

ทว่าในยามนี้ เธอเพียงรู้สึกว่ามันน่าขำ การได้ดูชุยหลิงหว่านแสดงละคร กลับน่าสนใจกว่าอ่านหนังสือนิยายเสียอีก

เซียวเยี่ยนเฟิง ชุยหลิงหว่านและเซียวเหิงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานตลอดทาง ตั้งแต่เรื่องบทกวีไปจนถึงเรื่องเล่าในงานล่าสัตว์ เป็นสามคนพ่แม่ลูกโดยแท้เลย

หร่วนเหยากวงนั่งอยู่ข้าง ๆ จ้องมองทิวทัศน์ที่พุ่งผ่านหน้าต่างไปเงียบ ๆ ราวกับเป็นคนนอกที่พลัดหลงเข้ามา

ท่าทีที่เฉยเมยของเธอ ทำให้เซียวเยี่ยนเฟิงและเซียวเหิงรู้สึกอึดอัดใจราวกับมีสำลีอุดแน่นอยู่ในอก

แต่ทั้งสองคนก็อดทนไว้ อยากจะดูว่าเธอจะระชดประชันไปถึงเมื่อไร

เมื่อถึงสนามล่าสัตว์ พวกเขาก็ลงจากรถม้า

เซียวเยี่ยนเฟิงส่งคันธนูที่เขาใช้เป็นประจำให้กับชุยหลิงหว่าน "ลองดูอันนี้สิ"

ชุยหลิงหว่านรับไปลองง้างด้วยท่าทางอ่อนปวกเปียก แล้วขมวดคิ้วกล่าว

"คันธนูของท่านอ๋องหนักเกินไป หม่อมฉันดึงไม่ไหวหรอกเพคะ"

พอนางเหลือบไปเห็นคันธนูขนาดเล็กประณีตในมือของหร่วนเหยากวง

ดวงตาก็เป็นประกาย "คันธนูในมือพระชายาดูเล็กกะทัดรัด สวยจังเลยนะเพคะ"

นั่นคือคันธนูที่เซียวเยี่ยนเฟิงทำให้เธอเองกับมือ คันธนูทำจากไม้จันทน์หอมชั้นดี แกะสลักลวดลายดอกบัวพันกิ่ง สายธนูทำจากไหมใยน้ำแข็งจากภูเขาหิมะ คันธนูเรียบลื่นได้สัดส่วน ดูวิจิตรงดงามไม่ธรรมดา

หร่วนเหยากวงหวงมองมันเหมือนสมบัติล้ำค่ามาตลอด แต่ในยามนี้ เธอกลับส่งให้อีกฝ่ายอย่างไม่ใยดี "เช่นนั้นเจ้าก็ใช้อันนี้สิ"

ชุยหลิงหว่านเหมือนคิดไม่ถึงว่านางจะใจง่ายถึงเพียงนี้ ชะงักไปครู่หนึ่งขณะยื่นมือไปรับ แต่ไม่ทันระวัง คันธนูหลุดมือตกลงพื้น ปึก เสียงคันธนูฟาดพื้นส่งผลให้ตรงมุมคันธนูบิ่นไปชิ้นหนึ่ง

"ขอโทษ! ขอโทษทีนะพี่หญิง!" ชุยหลิงหว่านรีบเก็บคันธนูขึ้นมา แล้วกล่าวพร้อมน้ำตาคลอ "ข้าไม่ได้ตั้งใจ...คือว่า...ธนูนี้ล้ำค่าเกินไป ข้าซุ่มซ่ามเอง..."

สีหน้าของเซียวเยี่ยนเฟิงมืดครึ้มลง เขาหันไปมองหร่วนเหยากวง

เขารู้ดีว่านางรักคันธนูคันนี้มากแค่ไหน

ทว่าหร่วนเหยากวงเพียงแค่เหลือบมองอย่างเย็นชาปราดหนึ่ง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "พังแล้วก็ช่างเถิด อีกอย่างข้าก็ไม่ชอบแล้ว ทิ้งไปก็ดีเหมือนกัน"

เซียวเยี่ยนเฟิงเบิกตาค้าง เพลิงโทสะอันไร้ต้นตอปะทุขึ้นในอก!

เขาจำได้ชัดเจน ว่าปีนั้นที่เขามอบคันธนูนี้ให้ เธอดีใจเหมือนเด็กน้อย กอดธนูคันไว้นอนหลับถึงสามวันเต็ม ๆ ไม่ยอมให้ใครแตะต้องมันเลย

ต่อมามีครั้งหนึ่งที่บ่าวรับใช้เช็ดแล้วเผลอขีดข่วนเป็นรอยจาง ๆ บนคันธนู เธอก็เสียใจจนกอดคันธนูแอบร้องไห้อยู่หนึ่งคืน

มาบัดนี้ ชุยหลิงหว่านทำธนูคันนี้ตกจนบิ่น แต่นางกลับพูดว่า "ไม่ชอบแล้ว" และ "ทิ้งไปก็ดีเหมือนกัน"?!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 24

    หร่วนเหยากวงเงยหน้าขึ้นมองเฉินซวี่แววตาของเขาดูใสสะอาด แฝงไปด้วยความจริงใจและความประหม่าเล็กน้อยอันเป็นลักษณะเฉพาะของคนหนุ่มสาว แก้มของเขาแดงเรื่อจากไอความร้อนของหม้อไฟเขาเป็นคนที่ดีมากคนหนึ่งทั้งหล่อทั้งเก่ง ชาติตระกูลดี นิสัยนุ่มนวลและมีอนาคตดีการได้คบหากับเขา ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายและ...ปกติสุขมากไม่มีการชิงดีชิงเด่นในบ้านตระกูลใหญ่ ไม่มีความยุ่งยากเรื่องสามภรรยาสี่อนุ ไม่มีความรักความแค้นที่หนักอึ้งและข้ามภพข้ามชาติพวกนั้นมีเพียงความรักในวัยเรียนที่เรียบง่ายและสดใส เรียนจบ ทำงาน แต่งงาน มีลูก เหมือนกับคนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ เรียบง่าย มั่นคง ดำเนินไปตามครรลองที่ควรจะเป็นนี่ไม่ใช่ชีวิตที่เธอโหยหาหลังจาก 'กลับมา' หรอกเหรอลืม 'ความฝัน' อันเพ้อเจ้อพวกนั้นไป ลืมผู้คนและเหตุการณ์ที่ไม่ควรจดจำ แล้วเริ่มต้นใหม่ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยวัยยี่สิบเอ็ดปีที่เป็นคนธรรมดาและมีความสุขมือของหร่วนเหยากวงที่วางอยู่ใต้โต๊ะคลายออกอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ กำแน่นขึ้นอีกครั้งปลายนิ้วจิกเข้าไปในฝ่ามือ ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดที่ชัดเจนเธอมองไปยังแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเฉินซวี

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 23

    เซียวเยี่ยนเฟิงราวกับไม่ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเสียงชัตเตอร์รอบข้าง เขาเพียงเฝ้าถามผู้คนที่เดินผ่านไปมาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างดื้อรั้น ดวงตาที่ทั้งว่างเปล่าทั้งเอาแต่ใจคอยจ้องมองสำรวจใบหน้าของแต่ละคนอย่างละเอียดจากนั้นก็ผิดหวัง แล้วก็เปลี่ยนคนถามใหม่เหมือนเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ แต่กลับทำงานผิดพลาดอยู่ตลอด ในวงจรที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ เขากำลังเผาผลาญพลังชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของตัวเองไปหร่วนเหยากวงยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว แก้วชานมในมือถูกเธอบีบจนเสียรูปไปโดยไม่รู้ตัว ของเหลวเย็นเฉียบทะลักออกมาเปื้อนนิ้วมือเธอจ้องมองเขามองดูเขาถูกคนเดินถนนผลักไส มองดูเขามองซ้ายมองขวาอย่างเลื่อนลอย มองดูประกายในดวงตาเขาที่ค่อย ๆ หม่นลง และจู่ ๆ ก็สว่างวาบขึ้นเพราะเห็นเด็กสาวที่มีแผ่นหลังคล้ายคลึงกัน จึงรีบวิ่งตามไป แต่พอพบว่าไม่ใช่ ตาก็หม่นแสงลงอีกครั้งที่ตำแหน่งของหัวใจ ความเจ็บปวดที่ละเอียดอ่อนและแหลมคมแล่นพล่านขึ้นมาไม่ใช่ความเกลียด ไม่ใช่ความแค้นแต่เป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนยิ่งกว่า จนแม้แต่เธอเองก็ยังไม่อาจเรียบเรียงได้ชัดเจนราวกับได้เห็นของเก่าที่ควรจะถูกเก็บรักษาไ

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 22

    เมื่อหร่วนเหยากวงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอพบว่าตนเองนอนอยู่บนระเบียงบ้านตัวเอง ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัวเดิมกับวันที่ทะลุมิติไปโทรศัพท์มือถือข้างกายสั่นเตือน หน้าจอสว่างวาบ เป็นข้อความที่แม่ส่งมาว่า"เหยากวง ดูดาวเจ็ดดวงเรียงตัวเสร็จแล้วก็นอนเร็ว ๆ นะ พรุ่งนี้ต้องไปเอาหนังสือตอบรับเข้าศึกษาที่โรงเรียนอีก"หร่วนเหยากวงมองเพดานที่คุ้นเคย มองทิวทัศน์ยามค่ำคืนของศตวรรษที่ 21 นอกหน้าต่าง มองเวลาที่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์ นับตั้งแต่ที่เธอทะลุมิติไป เวลาผ่านไปแค่สามชั่วโมงเท่านั้นเธอลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำ แล้วใช้ความเย็นของน้ำล้างหน้าอย่างแรงในกระจกสะท้อนใบหน้าที่อ่อนเยาว์วัยสิบแปดปี ดวงตาและคิ้วใสกระจ่าง ยังไม่ผ่านการขัดเกลาจากการแต่งงานเจ็ดปี ไม่ผ่านการทรยศหักหลังและทำให้หัวใจสลายเธอจ้องมองอยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ "หร่วนเหยากวง ยินดีต้อนรับกลับบ้าน"ชีวิตกลับเข้าสู่ครรลองปกติสักทีหร่วนเหยากวงไปรายงานตัวในวันถัดมา เริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการเข้าเรียน จดบันทึก ไปห้องสมุด เบียดเสียดในโรงอาหารกับรูมเมท บ่นเรื่องอาหารรสชาติแย่ อู้งานในงานกลุ่ม และหัวหม

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 21

    ปลายฤดูใบไม้ร่วง เจ้ากรมโหรหลวงขอเข้าเฝ้ากะทันหันกลางดึกโหรเฒ่าผู้มีเส้นผมขาวโพลน บนใบหน้าฉายแววฉงนใจ เป็นความรู้สึกผสมปนเประหว่างความตื่นเต้นและความหวาดหวั่น"ท่านอ๋อง! ท้องฟ้าปรากฏนิมิตประหลาด! คืนนี้ยามจื่อ ดาวห้าดวงจะเรียงตัวเป็นเส้นตรง! แม้จะไม่ได้หายากเหมือนดาวเจ็ดดวง แต่ก็นับเป็นปรากฏการณ์ในรอบร้อยปีพ่ะย่ะค่ะ!"เซียวเยี่ยนเฟิงที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างเหมือนท่อนไม้แห้งตายมานาน ตอนนี้แววตาค่อย ๆ กลอกไปมาเล็กน้อยในดวงตาที่ตายซากมาเนิ่นนานคู่นั้น จู่ ๆ ก็ฉายประกายที่น่าตกตะลึงขึ้นมา!"ดาวห้าดวง...เรียงตัวงั้นหรือ" เขาทวนซ้ำเสียงต่ำ ริมฝีปากที่แห้งแตกสั่นระริก"พ่ะย่ะค่ะ! ดาวห้าดวงเรียงตัว! แสงดาวบรรจบกัน อาจสามารถดึงดูดพลังแห่งฟ้าดินได้!" โหรเฒ่ารีบกล่าว "เพียงแต่... ท่านอ๋อง พลังของดาวห้าดวงยังห่างไกลจากดาวเจ็ดดวงนัก ไม่อาจทราบได้ว่าจะสามารถเปิดช่องทางได้หรือไม่ อีกทั้งหากฝืนดึงดูดพลัง ก็เกิดความสี่ยงมาก เกรงว่าจะถูกพลังย้อนกลับเข้าตัว..."เซียวเยี่ยนเฟิงราวกับไม่ได้ยินคำเตือนหลังจากนั้นแม้แต่น้อยเขาลุกพรวด แต่เพราะเคลื่อนไหวเร่งด่วนเกินไป ทำให้หน้ามืดจนเซถลาไป ผ่านไปพักใหญ

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 20

    เลือดฝาดบนใบหน้าของเซียวเหิงจางหายไปจนหมดสิ้นในพริบตาเขาอ้าปากค้าง อยากจะอธิบาย อยากจะบอกว่าตนเพียงแค่อยากให้เสด็จพ่อมีความสุขขึ้นบ้างสักหน่อย แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีทว่าเมื่อคำพูดมาจ่ออยู่ตรงปาก เห็นความโศกเศร้าและความตายซากที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งในแววตาของบิดา คำพูดทั้งหมดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ กลายเป็นหยาดน้ำตาร้อนผ่าวที่เอ่อล้นออกมา"เสด็จพ่อ..." เขาปล่อยโฮออกมา ไม่ใช่เสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ แต่เป็นเสียงร้องไห้โหยหวนอย่างสิ้นหวังราวกับลูกสัตว์ที่จนตรอก "ข้าเพียงแค่อยากให้ท่านมีความสุขขึ้นบ้าง...แค่นิดเดียวก็ยังดี... เสด็จแม่จากไปแล้ว ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน ข้าฝันเห็นภาพที่นางกระโดดลงบ่อน้ำทุกคืน ข้าอยากจะตายตามนางไป...แต่ข้าทำไม่ได้!"เขาโผเข้าที่ข้างขาของเซียวเยี่ยนเฟิง กุมมือที่เย็นเยียบของบิดาไว้ พร้อมเงยหน้าเล็ก ๆ ที่นองไปด้วยน้ำตาขึ้นมอง"เพราะท่านเป็นเช่นนี้แล้ว...เสด็จพ่อ ท่านกำลังจะตาย...หากข้าเป็นบ้าไปอีกคน หากข้าล้มลงไปอีกคน จวนอ๋องจะทำอย่างไร แล้วข้าจะทำอย่างไร เสด็จพ่อ ข้ากลัว...ข้ากลัวเหลือเกิน..."เซียวเยี่ยนเฟิงสั่นสะท้านไปทั้งตัวเขาก้มหน้าลง มองใบหน้าบุตรชายที

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 19

    เซียวเหิงร้องไห้จนหมดเรี่ยวแรงลงไปกองกับพื้น เอามือปิดหูและหลับตาแน่น ไม่กล้ามองและไม่กล้าฟัง"เสด็จพ่อ! อย่าเฆี่ยนอีกเลย! ขอร้องล่ะ! อย่าเฆี่ยนอีกเลย! เสด็จแม่เห็นเข้าจะปวดใจนะ! นางจะปวดใจเอา!"เซียวเยี่ยนเฟิงที่กำลังง้างแส้ชะงักค้างเขาหอบหายใจหนัก เหงื่อและเลือดไหลหยดลงมาจากคาง"ปวดใจ..."เขาพึมพำซ้ำไปซ้ำไป ประกายคลุ้มคลั่งในดวงตาค่อย ๆ หายไป กลายเป็นความตายซากและความสิ้นหวังที่ลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง"นางไม่ปวดใจอีกแล้ว""นางเกลียดข้า""นางจะไม่มีวัน...ปวดใจเพราะข้าอีก"เขาคลายมือ แส้ที่อาบเลือดร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียง 'เคร้ง'เขาโซเซเล็กน้อง พิงโต๊ะหมู่บูชาไว้จึงพอจะประคองตัวให้ยืนอยู่ได้จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาต่อหน้าป้ายวิญญาณสีดำสนิทแผ่นนั้นรอยยิ้มนั้นจืดชืดหม่นหมอง ดุจเปลวเทียนที่ใกล้ดับกลางสายลม"เหยากวง เจ้าดูสิ ข้ากำลังรับโทษแล้วเจ้ากลับมาดูหน่อยสิ ได้หรือไม่เพียงแค่แวบเดียว...มองแค่แวบเดียวเท่านั้น..."เสียงของเขาต่ำเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งจางหายไปในอากาศอันหนาวเหน็บของศาลบรรพชนเขาล้มพับลงกับพื้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะหมดสติไปสามเดือนผ่านไปท่

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 8

    ชุยหลิงหว่านกุมศีรษะไว้ได้จังหวะพอดี พร้อมส่งเสียงร้องครวญครางอย่างทุกข์ทรมาน "อา...หัวของข้า... ปวดเหลือเกิน...เหมือนหัวจะแตก..."ไต้ซือรูปนั้นรีบสวดมนต์เสียงดังทันที แล้วยกแส้ขึ้นฟาดลงบนกองกระดูกชิ้นเล็ก ๆ นั้น!เศษกระดูกขาวกระจัดกระจาย"ไม่นะ!!!"หร่วนเหยากวงกรีดร้องอย่างเศร้าสลด ไม่รู้ว่าเอา

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 7

    เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่จวนหลักอันเงียบเหงามีเพียงอวิ๋นหลิงที่ตาบวมแดงเฝ้าอยู่ข้างเตียง เมื่อเห็นเธอฟื้นขึ้นมา อีกฝ่ายก็ดีใจปนประหลาดใจ รีบประคองป้อนน้ำอุ่นให้หร่วนเหยากวงไร้เรี่ยวแรง ปล่อยให้อวิ๋นหลิงป้อนน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และเปลี่ยนยาให้ด้วยความรู้สึกชินชาอวิ๋นหลิง

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 6

    กลางดึก หร่วนเหยากวงกำลังนอนหลับอย่างสนิท จู่ ๆ ก็ถูกเสียงรัวเคาะประตูกับเสียงตะโกนอันตื่นตระหนกของอวิ๋นหลิงปลุกให้สะดุ้งตื่น"พระชายา! พระชายา แย่แล้วเพคะ! เรือนหล่านเยว่เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ!"หร่วนเหยากวงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยสียงดัง เธอปวดหัวเล็กน้อย "เกิดเรื่องอะไรถึงได้ตื่นตระหนกเช่นนี้"อ

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 5

    ภายในกระโจม สุดท้ายเซียวเหิงก็น้ำตาร่วง "เสด็จพ่อ...เสด็จแม่...กลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร หรือว่า...พวกเราทำเกินไปจริง ๆ พวกเราไปขอโทษนาง...ดีหรือไม่"ขณะที่เซียวเยี่ยนเฟิงมองม่านกระโจมที่ยังคงไหวไปมา เขาก็รู้สึกจุกอก แผลตรงแขนก็ปวดหนึบขึ้นมาเป็นระยะเช่นกันมีหรือที่เขาจะไม่รู้ ว่าเรื่องในวันนี้โหด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status