Share

ดาราจักรแต้มรัตติกาล
ดาราจักรแต้มรัตติกาล
Author: อาร์เธอร์

บทที่ 1

Author: อาร์เธอร์
ท่าทางที่ดูเป็นผู้บริสุทธิ์และห่างเหินเช่นนี้ จุดไฟโทสะที่อัดอั้นมาหลายวันในอกของเซียวเยี่ยนเฟิงให้ลุกโชนขึ้นมาทันที

"ช่วงนี้เจ้าไม่ยอมให้ข้าเข้าห้องเจ้า กลับผลักไสข้าไปหาหลิงหว่านทุกวัน! ตอนนี้เหิงเอ๋อร์ป่วยหนักขนาดนี้แล้ว ไข้ขึ้นสูงไม่ลด เอาแต่เรียกหาแม่ เจ้าเป็นแม่แต่ไม่ไปดูแล กลับมานั่งอ่านนิยายอย่างสบายใจอยู่ตรงนี้อย่างนั้นหรือ?!" เซียวเยี่ยนเฟิงหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง แววตาคมกริบราวกับมีด "หร่วนเหยากวง เจ้าตั้งใจจะทรมานตัวเอง หรือตั้งใจจะทรมานข้ากับเหิงเอ๋อร์กันแน่?!"

หร่วนเหยากวงได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกว่าไม่เป็นธรรมเลย เธอราวกับได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างใหญ่หลวง "ท่านอ๋อง ที่หม่อมฉันให้ท่านไปพักที่เรือนของน้องหญิงชุย ก็เพราะท่านเคยบอกว่า นางฝีมือดีมากยามอยู่บนเตียง ส่วนที่หม่อมฉันไม่ไปดูเหิงเอ๋อร์ ก็เพราะเขาบอกว่า อย่าไปรบกวนเขาหากไม่มีเรื่องจำเป็น เขาอยู่กับแม่เล็กชุยก็เพียงพอแล้ว หม่อมฉันทำไปตามความต้องการของทั้งสองทั้งนั้น!"

เซียวเยี่ยนเฟิงราวกับถูกหมัดชกหน้าอย่างแรง ความโกรธเกรี้ยวที่กำลังพุ่งพล่านพลันแข็งค้างอยู่บนใบหน้า กลายเป็นความว่างเปล่าที่น่าอับอาย

เขาอ้าปากค้าง อยากจะเถียงกลับ แต่กลับพบว่าตัวเองพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

ผ่านไปพักใหญ่ เขาจึงยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนลงและเจือความเหนื่อยล้าปนประนีประนอม "ข้าผิดเอง ข้าผิดเองตกลงไหม ใช่ ข้าทรยศต่อคำสาบานที่ว่าจะมีเจ้าคนเดียวตลอดไป แต่หลิงหว่าน...นางเสียความบริสุทธิ์ให้ข้า ทั้งยังไร้ที่พึ่งพิง ข้าทอดทิ้งนางไม่ได้ เหิงเอ๋อร์ยังเด็ก ที่เขาบอกว่าชอบหลิงหว่าน ก็เป็นเพราะเจ้าเข้มงวดกับเขาเกินไป เขาแค่ประชด ตอนนี้เขาป่วยเอาแต่เรียกหาเจ้า แสดงว่าเจ้ายังสำคัญที่สุดในใจเขา ต่อไปข้าจะสั่งสอนเขาให้ดี ไม่ให้เขาทำกับเจ้าเช่นนั้นอีก ต่อไป...ต่อไปพวกเราสี่คนมาใช้ชีวิตด้วยกันให้ดีนะ ตอนนี้เจ้าไปดูเขาหน่อย ได้หรือไม่"

เขายื่นมือออกไปหาเธอ มือคู่นั้นเรียวยาวทรงพลัง เคยจูงมือเธอ กอดเธอ และให้คำมั่นสัญญากับความอบอุ่นแก่เธอมานับครั้งไม่ถ้วน

ทว่าหร่วนเหยากวงยังคงส่ายหน้าเช่นเดิม แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจนใจ "ไกลเกินไป หม่อมฉันไม่อยากไปจริง ๆ เพคะ"

เซียวเยี่ยนเฟิงชะงักทันที ราวกับฟังไม่ถนัด "อะไรนะ?!"

"จากที่นี่ไปเรือนของเหิงเอ๋อร์ มันไกลเกินไป หม่อมฉันไม่อยากเดิน นิยายเล่มนี้กำลังสนุกเชียว อ่านยังไม่จบเลย"

เลือดฝาดบนใบหน้าเซียวเยี่ยนเฟิงค่อย ๆ ซีดจางลง เขามองเธอด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ราวกับเพิ่งเคยรู้จักสตรีผู้นี้เป็นครั้งแรก

"หร่วนเหยากวง..." เขาเสียงสั่น "แค่สิบกว่าก้าว...เจ้าถึงกับไม่ยอมเดินเพียงไม่กี่ก้าวเพื่อเหิงเอ๋อร์เชียวหรือ"

หร่วนเหยากวงไม่ตอบ เพียงแต่ก้มหน้าลงหยิบหนังสือนิยายขึ้นมาอีกครั้ง

การปฏิเสธที่ไร้เสียงนี้ ทำให้เซียวเยี่ยนเฟิงรู้สึกอับอายและเดือดดาลยิ่งกว่าคำพูดที่รุนแรงใด ๆ เสียอีก!

เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย

"ข้าจะแบกเจ้าไป! ข้าจะแบกเจ้าไปเอง! พอใจหรือยัง?!"

ทว่าเมื่อมือสัมผัสผิวเนื้อของเธอ หร่วนเหยากวงกลับสะดุ้งราวกับถูกลวก รีบชักมือกลับและถอยหนีจากการสัมผัสเธอทันที

มือของเซียวเยี่ยนเฟิงค้างอยู่กลางอากาศ มองเธอด้วยแววตาเหลือเชื่อ

"ตอนนี้... แม้แต่จะให้ข้าแตะต้อง เจ้ายังไม่ยอมเชียวหรือ?!"

หร่วนเหยากวงหลุบตาลง จัดสาบเสื้อที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังไม่ออกว่าอยู่ในอารมณ์ใด "จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ท่านอ๋องคิดมากไปแล้ว หม่อมฉันเพียงแค่... ไม่อยากไปจริง ๆ เพคะ"

ขณะที่เซียวเยี่ยนเฟิงมองท่าทีดื้อรั้นไม่ยอมฟังใครของเธอ เพลิงโทสะที่อัดอั้นในอกมานานก็ระเบิดออกมา!

"หร่วนเหยากวง! เจ้าจะเป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่?!"

"ดี! ดีมาก! แต่อย่าลืมนะ หากไร้ความโปรดปรานจากข้า ในจวนอ๋องแห่งนี้เจ้าก็ไม่เหลืออะไรเลย! ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะทนประชดข้าไปได้อีกนานเท่าไร! ข้าจะรอวันที่เจ้ากลับมาขอร้องข้า!"

เขาสะบัดชายเสื้อแล้วหมุนตัวจากไปอย่างโกรธจัด ประตูถูกกระแทกปิดจนเสียงดังสนั่นราวกับฝ้าเพดานจะร่วงหล่นลงมา

หร่วนเหยากวงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ราวกับเสียงดังสนั่นนั้นไม่เกี่ยวข้องกับตน ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอจึงเอ่ยขึ้นว่า "อวิ๋นหลิง"

อวิ๋นหลิงเฝ้าอยู่ข้างนอกตลอด นางรีบเข้ามาอย่างตัวสั่นหวาดกลัว "พระชายา! บ่าวอยู่นี่เจ้าค่ะ! พระชายาจะให้บ่าวไปตามท่านอ๋องกลับมาหรือไม่เพคะ บ่าวจะรีบไปเดี๋ยวนี้!"

"ไม่ต้อง ปิดประตูซะ ทางเรือนเหิงเอ๋อร์มีเสียงเรียกตลอด หนวกหูมาก รบกวนสมาธิข้าตอนอ่านหนังสือ"

อวิ๋นหลิงมองเธออย่างุนงง ราวกับเพิ่งเคยรู้จักเจ้านายของตัวเองเป็นครั้งแรก

เมื่อผ่านไปครู่ใหญ่ นางถึงได้ทรุดตัวลงคุกเข่า แล้วส่งเสียงสะอื้นไห้

"พระชายา! ท่าน... ท่านตั้งใจจะทำเช่นนี้จริง ๆ หรือเพคะ ไม่สนท่านอ๋อง ไม่สนซื่อจื่อ...ท่านไม่กลัวหรือเจ้าคะ...ไม่กลัวว่าวันข้างหน้าจะอยู่จวนนี้ลำบากหรือ ท่าน...ท่านจะไม่เสียใจทีหลังจริง ๆ หรือเจ้าคะ"

เสียใจทีหลัง?

หร่วนเหยากวงยิ้มบาง ๆ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไม่ส่งไปถึงแววตา

สิ่งที่เธอเสียใจที่สุด คือการที่เมื่อเจ็ดปีก่อนได้แต่งงานกับเซียวเยี่ยนเฟิงและให้กำเนิดเหิงเอ๋อร์แก่เขา

โชคดีที่เหลือเวลาอีกเพียงห้าวัน

อีกห้าวัน เธอก็จะจากไปแล้ว

ทุกอย่างนี้ ก็ควรจะกลับเข้าที่เข้าทางแล้วเช่นกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 24

    หร่วนเหยากวงเงยหน้าขึ้นมองเฉินซวี่แววตาของเขาดูใสสะอาด แฝงไปด้วยความจริงใจและความประหม่าเล็กน้อยอันเป็นลักษณะเฉพาะของคนหนุ่มสาว แก้มของเขาแดงเรื่อจากไอความร้อนของหม้อไฟเขาเป็นคนที่ดีมากคนหนึ่งทั้งหล่อทั้งเก่ง ชาติตระกูลดี นิสัยนุ่มนวลและมีอนาคตดีการได้คบหากับเขา ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายและ...ปกติสุขมากไม่มีการชิงดีชิงเด่นในบ้านตระกูลใหญ่ ไม่มีความยุ่งยากเรื่องสามภรรยาสี่อนุ ไม่มีความรักความแค้นที่หนักอึ้งและข้ามภพข้ามชาติพวกนั้นมีเพียงความรักในวัยเรียนที่เรียบง่ายและสดใส เรียนจบ ทำงาน แต่งงาน มีลูก เหมือนกับคนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ เรียบง่าย มั่นคง ดำเนินไปตามครรลองที่ควรจะเป็นนี่ไม่ใช่ชีวิตที่เธอโหยหาหลังจาก 'กลับมา' หรอกเหรอลืม 'ความฝัน' อันเพ้อเจ้อพวกนั้นไป ลืมผู้คนและเหตุการณ์ที่ไม่ควรจดจำ แล้วเริ่มต้นใหม่ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยวัยยี่สิบเอ็ดปีที่เป็นคนธรรมดาและมีความสุขมือของหร่วนเหยากวงที่วางอยู่ใต้โต๊ะคลายออกอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ กำแน่นขึ้นอีกครั้งปลายนิ้วจิกเข้าไปในฝ่ามือ ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดที่ชัดเจนเธอมองไปยังแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเฉินซวี

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 23

    เซียวเยี่ยนเฟิงราวกับไม่ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเสียงชัตเตอร์รอบข้าง เขาเพียงเฝ้าถามผู้คนที่เดินผ่านไปมาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างดื้อรั้น ดวงตาที่ทั้งว่างเปล่าทั้งเอาแต่ใจคอยจ้องมองสำรวจใบหน้าของแต่ละคนอย่างละเอียดจากนั้นก็ผิดหวัง แล้วก็เปลี่ยนคนถามใหม่เหมือนเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ แต่กลับทำงานผิดพลาดอยู่ตลอด ในวงจรที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ เขากำลังเผาผลาญพลังชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของตัวเองไปหร่วนเหยากวงยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว แก้วชานมในมือถูกเธอบีบจนเสียรูปไปโดยไม่รู้ตัว ของเหลวเย็นเฉียบทะลักออกมาเปื้อนนิ้วมือเธอจ้องมองเขามองดูเขาถูกคนเดินถนนผลักไส มองดูเขามองซ้ายมองขวาอย่างเลื่อนลอย มองดูประกายในดวงตาเขาที่ค่อย ๆ หม่นลง และจู่ ๆ ก็สว่างวาบขึ้นเพราะเห็นเด็กสาวที่มีแผ่นหลังคล้ายคลึงกัน จึงรีบวิ่งตามไป แต่พอพบว่าไม่ใช่ ตาก็หม่นแสงลงอีกครั้งที่ตำแหน่งของหัวใจ ความเจ็บปวดที่ละเอียดอ่อนและแหลมคมแล่นพล่านขึ้นมาไม่ใช่ความเกลียด ไม่ใช่ความแค้นแต่เป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนยิ่งกว่า จนแม้แต่เธอเองก็ยังไม่อาจเรียบเรียงได้ชัดเจนราวกับได้เห็นของเก่าที่ควรจะถูกเก็บรักษาไ

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 22

    เมื่อหร่วนเหยากวงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอพบว่าตนเองนอนอยู่บนระเบียงบ้านตัวเอง ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัวเดิมกับวันที่ทะลุมิติไปโทรศัพท์มือถือข้างกายสั่นเตือน หน้าจอสว่างวาบ เป็นข้อความที่แม่ส่งมาว่า"เหยากวง ดูดาวเจ็ดดวงเรียงตัวเสร็จแล้วก็นอนเร็ว ๆ นะ พรุ่งนี้ต้องไปเอาหนังสือตอบรับเข้าศึกษาที่โรงเรียนอีก"หร่วนเหยากวงมองเพดานที่คุ้นเคย มองทิวทัศน์ยามค่ำคืนของศตวรรษที่ 21 นอกหน้าต่าง มองเวลาที่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์ นับตั้งแต่ที่เธอทะลุมิติไป เวลาผ่านไปแค่สามชั่วโมงเท่านั้นเธอลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำ แล้วใช้ความเย็นของน้ำล้างหน้าอย่างแรงในกระจกสะท้อนใบหน้าที่อ่อนเยาว์วัยสิบแปดปี ดวงตาและคิ้วใสกระจ่าง ยังไม่ผ่านการขัดเกลาจากการแต่งงานเจ็ดปี ไม่ผ่านการทรยศหักหลังและทำให้หัวใจสลายเธอจ้องมองอยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ "หร่วนเหยากวง ยินดีต้อนรับกลับบ้าน"ชีวิตกลับเข้าสู่ครรลองปกติสักทีหร่วนเหยากวงไปรายงานตัวในวันถัดมา เริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการเข้าเรียน จดบันทึก ไปห้องสมุด เบียดเสียดในโรงอาหารกับรูมเมท บ่นเรื่องอาหารรสชาติแย่ อู้งานในงานกลุ่ม และหัวหม

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 21

    ปลายฤดูใบไม้ร่วง เจ้ากรมโหรหลวงขอเข้าเฝ้ากะทันหันกลางดึกโหรเฒ่าผู้มีเส้นผมขาวโพลน บนใบหน้าฉายแววฉงนใจ เป็นความรู้สึกผสมปนเประหว่างความตื่นเต้นและความหวาดหวั่น"ท่านอ๋อง! ท้องฟ้าปรากฏนิมิตประหลาด! คืนนี้ยามจื่อ ดาวห้าดวงจะเรียงตัวเป็นเส้นตรง! แม้จะไม่ได้หายากเหมือนดาวเจ็ดดวง แต่ก็นับเป็นปรากฏการณ์ในรอบร้อยปีพ่ะย่ะค่ะ!"เซียวเยี่ยนเฟิงที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างเหมือนท่อนไม้แห้งตายมานาน ตอนนี้แววตาค่อย ๆ กลอกไปมาเล็กน้อยในดวงตาที่ตายซากมาเนิ่นนานคู่นั้น จู่ ๆ ก็ฉายประกายที่น่าตกตะลึงขึ้นมา!"ดาวห้าดวง...เรียงตัวงั้นหรือ" เขาทวนซ้ำเสียงต่ำ ริมฝีปากที่แห้งแตกสั่นระริก"พ่ะย่ะค่ะ! ดาวห้าดวงเรียงตัว! แสงดาวบรรจบกัน อาจสามารถดึงดูดพลังแห่งฟ้าดินได้!" โหรเฒ่ารีบกล่าว "เพียงแต่... ท่านอ๋อง พลังของดาวห้าดวงยังห่างไกลจากดาวเจ็ดดวงนัก ไม่อาจทราบได้ว่าจะสามารถเปิดช่องทางได้หรือไม่ อีกทั้งหากฝืนดึงดูดพลัง ก็เกิดความสี่ยงมาก เกรงว่าจะถูกพลังย้อนกลับเข้าตัว..."เซียวเยี่ยนเฟิงราวกับไม่ได้ยินคำเตือนหลังจากนั้นแม้แต่น้อยเขาลุกพรวด แต่เพราะเคลื่อนไหวเร่งด่วนเกินไป ทำให้หน้ามืดจนเซถลาไป ผ่านไปพักใหญ

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 20

    เลือดฝาดบนใบหน้าของเซียวเหิงจางหายไปจนหมดสิ้นในพริบตาเขาอ้าปากค้าง อยากจะอธิบาย อยากจะบอกว่าตนเพียงแค่อยากให้เสด็จพ่อมีความสุขขึ้นบ้างสักหน่อย แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีทว่าเมื่อคำพูดมาจ่ออยู่ตรงปาก เห็นความโศกเศร้าและความตายซากที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งในแววตาของบิดา คำพูดทั้งหมดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ กลายเป็นหยาดน้ำตาร้อนผ่าวที่เอ่อล้นออกมา"เสด็จพ่อ..." เขาปล่อยโฮออกมา ไม่ใช่เสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ แต่เป็นเสียงร้องไห้โหยหวนอย่างสิ้นหวังราวกับลูกสัตว์ที่จนตรอก "ข้าเพียงแค่อยากให้ท่านมีความสุขขึ้นบ้าง...แค่นิดเดียวก็ยังดี... เสด็จแม่จากไปแล้ว ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน ข้าฝันเห็นภาพที่นางกระโดดลงบ่อน้ำทุกคืน ข้าอยากจะตายตามนางไป...แต่ข้าทำไม่ได้!"เขาโผเข้าที่ข้างขาของเซียวเยี่ยนเฟิง กุมมือที่เย็นเยียบของบิดาไว้ พร้อมเงยหน้าเล็ก ๆ ที่นองไปด้วยน้ำตาขึ้นมอง"เพราะท่านเป็นเช่นนี้แล้ว...เสด็จพ่อ ท่านกำลังจะตาย...หากข้าเป็นบ้าไปอีกคน หากข้าล้มลงไปอีกคน จวนอ๋องจะทำอย่างไร แล้วข้าจะทำอย่างไร เสด็จพ่อ ข้ากลัว...ข้ากลัวเหลือเกิน..."เซียวเยี่ยนเฟิงสั่นสะท้านไปทั้งตัวเขาก้มหน้าลง มองใบหน้าบุตรชายที

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 19

    เซียวเหิงร้องไห้จนหมดเรี่ยวแรงลงไปกองกับพื้น เอามือปิดหูและหลับตาแน่น ไม่กล้ามองและไม่กล้าฟัง"เสด็จพ่อ! อย่าเฆี่ยนอีกเลย! ขอร้องล่ะ! อย่าเฆี่ยนอีกเลย! เสด็จแม่เห็นเข้าจะปวดใจนะ! นางจะปวดใจเอา!"เซียวเยี่ยนเฟิงที่กำลังง้างแส้ชะงักค้างเขาหอบหายใจหนัก เหงื่อและเลือดไหลหยดลงมาจากคาง"ปวดใจ..."เขาพึมพำซ้ำไปซ้ำไป ประกายคลุ้มคลั่งในดวงตาค่อย ๆ หายไป กลายเป็นความตายซากและความสิ้นหวังที่ลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง"นางไม่ปวดใจอีกแล้ว""นางเกลียดข้า""นางจะไม่มีวัน...ปวดใจเพราะข้าอีก"เขาคลายมือ แส้ที่อาบเลือดร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียง 'เคร้ง'เขาโซเซเล็กน้อง พิงโต๊ะหมู่บูชาไว้จึงพอจะประคองตัวให้ยืนอยู่ได้จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาต่อหน้าป้ายวิญญาณสีดำสนิทแผ่นนั้นรอยยิ้มนั้นจืดชืดหม่นหมอง ดุจเปลวเทียนที่ใกล้ดับกลางสายลม"เหยากวง เจ้าดูสิ ข้ากำลังรับโทษแล้วเจ้ากลับมาดูหน่อยสิ ได้หรือไม่เพียงแค่แวบเดียว...มองแค่แวบเดียวเท่านั้น..."เสียงของเขาต่ำเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งจางหายไปในอากาศอันหนาวเหน็บของศาลบรรพชนเขาล้มพับลงกับพื้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะหมดสติไปสามเดือนผ่านไปท่

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 8

    ชุยหลิงหว่านกุมศีรษะไว้ได้จังหวะพอดี พร้อมส่งเสียงร้องครวญครางอย่างทุกข์ทรมาน "อา...หัวของข้า... ปวดเหลือเกิน...เหมือนหัวจะแตก..."ไต้ซือรูปนั้นรีบสวดมนต์เสียงดังทันที แล้วยกแส้ขึ้นฟาดลงบนกองกระดูกชิ้นเล็ก ๆ นั้น!เศษกระดูกขาวกระจัดกระจาย"ไม่นะ!!!"หร่วนเหยากวงกรีดร้องอย่างเศร้าสลด ไม่รู้ว่าเอา

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 7

    เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่จวนหลักอันเงียบเหงามีเพียงอวิ๋นหลิงที่ตาบวมแดงเฝ้าอยู่ข้างเตียง เมื่อเห็นเธอฟื้นขึ้นมา อีกฝ่ายก็ดีใจปนประหลาดใจ รีบประคองป้อนน้ำอุ่นให้หร่วนเหยากวงไร้เรี่ยวแรง ปล่อยให้อวิ๋นหลิงป้อนน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และเปลี่ยนยาให้ด้วยความรู้สึกชินชาอวิ๋นหลิง

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 6

    กลางดึก หร่วนเหยากวงกำลังนอนหลับอย่างสนิท จู่ ๆ ก็ถูกเสียงรัวเคาะประตูกับเสียงตะโกนอันตื่นตระหนกของอวิ๋นหลิงปลุกให้สะดุ้งตื่น"พระชายา! พระชายา แย่แล้วเพคะ! เรือนหล่านเยว่เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ!"หร่วนเหยากวงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยสียงดัง เธอปวดหัวเล็กน้อย "เกิดเรื่องอะไรถึงได้ตื่นตระหนกเช่นนี้"อ

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 5

    ภายในกระโจม สุดท้ายเซียวเหิงก็น้ำตาร่วง "เสด็จพ่อ...เสด็จแม่...กลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร หรือว่า...พวกเราทำเกินไปจริง ๆ พวกเราไปขอโทษนาง...ดีหรือไม่"ขณะที่เซียวเยี่ยนเฟิงมองม่านกระโจมที่ยังคงไหวไปมา เขาก็รู้สึกจุกอก แผลตรงแขนก็ปวดหนึบขึ้นมาเป็นระยะเช่นกันมีหรือที่เขาจะไม่รู้ ว่าเรื่องในวันนี้โหด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status