Share

บทที่ 8

Penulis: อาร์เธอร์
ชุยหลิงหว่านกุมศีรษะไว้ได้จังหวะพอดี พร้อมส่งเสียงร้องครวญครางอย่างทุกข์ทรมาน "อา...หัวของข้า... ปวดเหลือเกิน...เหมือนหัวจะแตก..."

ไต้ซือรูปนั้นรีบสวดมนต์เสียงดังทันที แล้วยกแส้ขึ้นฟาดลงบนกองกระดูกชิ้นเล็ก ๆ นั้น!

เศษกระดูกขาวกระจัดกระจาย

"ไม่นะ!!!"

หร่วนเหยากวงกรีดร้องอย่างเศร้าสลด ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน พลันพุ่งตัวหลุดจากทหารองครักษ์ แล้วโถมตัวเข้าหาหน้ากองกระดูกนั้น ใช้ร่างกายบังแส้ที่จะฟาดลงมาต่อจากนั้น

แส้ฟาดลงบนแผ่นหลังของเธอ เจ็บแสบร้อนผ่าว ตากลับเทียบไม่ได้แม้แต่หนึ่งในหมื่นของความรู้สึกที่เหมือนถูกเฉือนหัวใจ

"ทำต่อไป! การขับไล่สิ่งชั่วร้ายต้องทำให้ถึงที่สุด!" ไต้ซือสั่ง พร้อมส่งสัญญาณให้ทหารลากตัวหร่วนเหยากวงออกไป

หร่วนเหยากวงกอดกองกระดูกที่แตกหักนั้นไว้แน่น จิกเล็บลงบนพื้นดิน รู้สึกเจ็บปวดเจียนตาย แต่กลับไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว

"ท่านอ๋อง! ซื่อจื่อ! วิญญาณร้ายนี้ยึดติดฝังลึกนัก แค่โบยยังไม่พอ ต้องทำลายกระดูกและโปรยเถ้าทิ้ง ถึงจะชำระล้างได้หมดจด!" ไต้ซือกล่าวอีก

"ไม่! อย่า!" หร่วนเหยากวงร้องไห้ตะโกนออกมา "ใครก็ห้ามแตะต้องลูกของข้า!"

เซียวเยี่ยนเฟิงมองดูท่าทางเจ็บปวดเจียนตายของหร่วนเหยากวง หัวใจพลันสั่นสะเทือน เกิดความลังเลขึ้นมา

ทว่าชุยหลิงหว่านกลับกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง แล้วล้มพับลงไป

"หลิงหว่าน!" เซียวเยี่ยนเฟิงตกใจมาก รีบพุ่งเข้าไปประคองนางไว้

เซียวเหิงเองก็ตกใจมากเช่นกัน ร้องไห้เรียก "แม่เล็กชุย"

"เร็วเข้า! รีบทำลายกระดูกและโปรยเถ้าทิ้ง! พระชายารองจะทนไม่ไหวแล้ว!" ไต้ซือเร่งเร้า

องครักษ์รุดเข้ามา บังคับแกะมือของหร่วนเหยากวงออก แย่งกองกระดูกนั้นมา เทลงในอ่างทองแดงที่เตรียมไว้ ราดด้วยน้ำมัน แล้วจุดไฟเผา!

เปลวเพลิงโชติช่วงลุกพรึ่บขึ้นในทันที มันกลืนกินกองกระดูกสีขาวชิ้นเล็ก ๆ นั้น ส่งเสียงดังเปรี๊ยะ ๆ

"ไม่นะ"

หร่วนเหยากวงนั่งทรุดหมดแรงอยู่บนพื้น มองดูเปลวไฟที่เต้นระบำ มองดูร่องรอยสุดท้ายของลูกที่เหลืออยู่ในโลกใบนี้กำลังกลายเป็นเถ้าถ่านและควันดำ

เธอไม่ร้องไห้อีก ไม่ดิ้นรนอีกต่อไปแล้ว

เพียงแค่จ้องมองเปลวไฟนั้นไม่ละสายตา จ้องมองเซียวเยี่ยนเฟิงและชุยหลิงหว่านที่กอดกันอยู่ข้างเปลวไฟ และจ้องมองเซียวเหิงที่มีคราบน้ำตานองหน้า

จากนั้น เธอก็พุ่งกระอักเลือดออกมาคำโต!

เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนแผ่นหิน ดูสะเทือนสายตายิ่งนัก

"เหยากวง!" เซียวเยี่ยนเฟิงใจหายวาบ คิดจะก้าวเข้าไปตามสัญชาตญาณ

"เสด็จแม่!" เซียวเหิงก็ตกใจจนลืมร้องไห้เช่นกัน

ทว่ากลับเห็นหร่วนเหยากวงใช้หลังมือค่อยๆ เช็ดเลือดที่มุมปาก แล้วเงยหน้าขึ้นมองพวกเขา

"ข้าจะไปแล้ว

ข้าจะไปจากพวกเจ้า!"

เซียวเยี่ยนเมื่อเฟิงได้ยินคำพูดที่คุ้นหูนี้ ความร้อนรนในใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความขุ่นเคืองในชั่วพริบตา

"จะไปหรือ หร่วนเหยากวง เจ้าไม่มีพ่อไม่มีแม่แล้ว จะไปไหนได้?" เขาโมโหจนหัวเราะประชด "จะพูดอีกหรือว่าเจ้าทะลุมิติมา ยังไม่จบอีกหรือ หากเจ้ากลับไปได้จริง ตลอดหลายปีมานี้ เหตุใดถึงไม่เคยทำสำเร็จสักครั้งเล่า"

เซียวเหิงก็ได้สติกลับมาเช่นกัน เขาตะโกนด้วยเสียงสะอื้นและตัดพ้อ "เสด็จแม่! ท่านเอาแต่บอกว่าจะกลับไป! เก่งจริงก็ไปเดี๋ยวนี้เลยสิ! ไปเลย!"

หร่วนเหยากวงมองพวกเขา แล้วยิ้มออกมาอย่างเรียบเฉย เป็นรอยยิ้มที่บางเบาสุด ๆ

เธอไม่หันไปมองพวกเขาอีกแม้แต่ปราดเดียว ยันพื้นลุกขึ้นอย่างโซซัดโซเซ หันหลังเดินกะเผลกไปยังส่วนลึกของจวนอ๋อง ตรงไปยังบ่อน้ำลึกที่ถูกทิ้งร้างมานาน

"ท่านอ๋อง! ซื่อจื่อ! รีบตามพี่หญิงไปเร็วเข้า!" ชุยหลิงหว่านตะโกนอย่างอ่อนแรง ทว่าในดวงตากลับซ่อนรอยยิ้มเย็นเยียบไว้

ตามไปสิ ตามไปดูว่านางยังจะเล่นลูกไม้อะไรได้อีก

คราวนี้ ต้องทำให้นางไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป!

เซียวเยี่ยนเฟิงมองแผ่นหลังที่เด็ดเดี่ยวของหร่วนเหยากวง ใจเขารู้สึกกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือความขุ่นเคืองที่ถูกต่อปากต่อคำ

เขากอดชุยหลิงหว่านไว้ พลางเอ่ยเสียงเย็น "ตามไปทำไม? นางไปไหนไม่ได้หรอก! ก็แค่อยากใช้วิธีนี้มาข่มขู่ข้าอีก! นางทำร้ายเจ้าหลายครั้ง ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับนางเลย ยังจะให้ตามไปอีกหรือ ยิ่งตามใจนางก็ยิ่งได้ใจ!"

เขาก้มศีรษะลง พูดกับชุยหลิงหว่านอย่างอ่อนโยนว่า "ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้ากลับไปกินยา"

พูดจบ เขาก็กอดชุยหลิงหว่านแล้วหันหลังเดินจากไป โดยไม่หันกลับมามองหร่วนเหยากวงอีกแม้แต่แวบเดียว

เซียวเหิงรู้สึกหวั่น ๆ เล็กน้อย รู้สึกกลัวบ้างเหมือนกัน แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดของแม่เล็กชุย ได้ยินเสียงเสด็จพ่อพูดเหยียดว่า "นางไปไหนไม่ได้หรอก" เขาก็กดความรู้สึกไม่สบายใจนั้นไว้

ใช่แล้ว เสด็จแม่จะไปไหนได้เล่า อีกไม่กี่วันนางคงจะกลับมาเองเหมือนทุกครั้งที่ผ่าน ๆ มา

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็รีบวิ่งตามเซียวเยี่ยนเฟิงและชุยหลิงหว่านไป

ส่วนอีกด้านหนึ่ง หร่วนเหยากวงได้เดินมาถึงปากบ่อแล้ว

น้ำในบ่อราบเรียบไร้คลื่น สะท้อนภาพหมู่ดาวพร่างพราวบนท้องฟ้า ที่นั่น ดาวเจ็ดดวงกำลังเคลื่อนที่ไปตามวิถีอันลึกลับบางอย่าง ค่อย ๆ เรียงตัวเป็นเส้นตรง

ดาวเจ็ดดวงเรียงตัว นี่คือเวลานี้แหละ!

เธอหันไปมองโลกใบนี้เป็นครั้งสุดท้าย โลกที่เธอใช้ชีวิตมาเจ็ดปี โลกที่มอบทั้งความรักและครอบครัวให้กับเธอ และเป็นโลกที่ผลักเธอลงสู่ขุมนรกเองกับมือ

เธอไม่เหลือความอาลัยอาวรณ์อีกแล้ว

ไม่เหลือเลยแม้แต่นิดเดียว

เธอหลับตาลง ก้าวไปข้างหน้า แล้วกระโดดลงไปในบ่อ

น้ำในบ่อที่เย็นเฉียบเข้ากระดูกดำท่วมท้นร่างเธอในทันที

จมดิ่งลงไป ดิ่งลึกลงไปเรื่อย ๆ

ในความเลือนรางของสติ เธอคล้ายเห็นแสงสีขาวเจิดจ้า ในแสงนั้นมีตึกสูงระฟ้า มีการจราจรที่คึกคัก มีถนนและผู้คนที่คุ้นเคย...

ลาก่อน เซียวเยี่ยนเฟิง

ลาก่อน เซียวเหิง

ลาก่อน ความฝันที่น่าขันและเหลวไหล

แสงของดวงดาวทั้งเจ็ดค่อย ๆ จางหายไปในท้องฟ้ายามราตรี

บ่อน้ำโบราณกลับคืนสู่ความสงบ น้ำในบ่อลึกลับสะท้อนแสงจันทร์เสี้ยว

ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 24

    หร่วนเหยากวงเงยหน้าขึ้นมองเฉินซวี่แววตาของเขาดูใสสะอาด แฝงไปด้วยความจริงใจและความประหม่าเล็กน้อยอันเป็นลักษณะเฉพาะของคนหนุ่มสาว แก้มของเขาแดงเรื่อจากไอความร้อนของหม้อไฟเขาเป็นคนที่ดีมากคนหนึ่งทั้งหล่อทั้งเก่ง ชาติตระกูลดี นิสัยนุ่มนวลและมีอนาคตดีการได้คบหากับเขา ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายและ...ปกติสุขมากไม่มีการชิงดีชิงเด่นในบ้านตระกูลใหญ่ ไม่มีความยุ่งยากเรื่องสามภรรยาสี่อนุ ไม่มีความรักความแค้นที่หนักอึ้งและข้ามภพข้ามชาติพวกนั้นมีเพียงความรักในวัยเรียนที่เรียบง่ายและสดใส เรียนจบ ทำงาน แต่งงาน มีลูก เหมือนกับคนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ เรียบง่าย มั่นคง ดำเนินไปตามครรลองที่ควรจะเป็นนี่ไม่ใช่ชีวิตที่เธอโหยหาหลังจาก 'กลับมา' หรอกเหรอลืม 'ความฝัน' อันเพ้อเจ้อพวกนั้นไป ลืมผู้คนและเหตุการณ์ที่ไม่ควรจดจำ แล้วเริ่มต้นใหม่ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยวัยยี่สิบเอ็ดปีที่เป็นคนธรรมดาและมีความสุขมือของหร่วนเหยากวงที่วางอยู่ใต้โต๊ะคลายออกอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ กำแน่นขึ้นอีกครั้งปลายนิ้วจิกเข้าไปในฝ่ามือ ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดที่ชัดเจนเธอมองไปยังแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเฉินซวี

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 23

    เซียวเยี่ยนเฟิงราวกับไม่ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเสียงชัตเตอร์รอบข้าง เขาเพียงเฝ้าถามผู้คนที่เดินผ่านไปมาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างดื้อรั้น ดวงตาที่ทั้งว่างเปล่าทั้งเอาแต่ใจคอยจ้องมองสำรวจใบหน้าของแต่ละคนอย่างละเอียดจากนั้นก็ผิดหวัง แล้วก็เปลี่ยนคนถามใหม่เหมือนเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ แต่กลับทำงานผิดพลาดอยู่ตลอด ในวงจรที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ เขากำลังเผาผลาญพลังชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของตัวเองไปหร่วนเหยากวงยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว แก้วชานมในมือถูกเธอบีบจนเสียรูปไปโดยไม่รู้ตัว ของเหลวเย็นเฉียบทะลักออกมาเปื้อนนิ้วมือเธอจ้องมองเขามองดูเขาถูกคนเดินถนนผลักไส มองดูเขามองซ้ายมองขวาอย่างเลื่อนลอย มองดูประกายในดวงตาเขาที่ค่อย ๆ หม่นลง และจู่ ๆ ก็สว่างวาบขึ้นเพราะเห็นเด็กสาวที่มีแผ่นหลังคล้ายคลึงกัน จึงรีบวิ่งตามไป แต่พอพบว่าไม่ใช่ ตาก็หม่นแสงลงอีกครั้งที่ตำแหน่งของหัวใจ ความเจ็บปวดที่ละเอียดอ่อนและแหลมคมแล่นพล่านขึ้นมาไม่ใช่ความเกลียด ไม่ใช่ความแค้นแต่เป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนยิ่งกว่า จนแม้แต่เธอเองก็ยังไม่อาจเรียบเรียงได้ชัดเจนราวกับได้เห็นของเก่าที่ควรจะถูกเก็บรักษาไ

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 22

    เมื่อหร่วนเหยากวงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอพบว่าตนเองนอนอยู่บนระเบียงบ้านตัวเอง ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัวเดิมกับวันที่ทะลุมิติไปโทรศัพท์มือถือข้างกายสั่นเตือน หน้าจอสว่างวาบ เป็นข้อความที่แม่ส่งมาว่า"เหยากวง ดูดาวเจ็ดดวงเรียงตัวเสร็จแล้วก็นอนเร็ว ๆ นะ พรุ่งนี้ต้องไปเอาหนังสือตอบรับเข้าศึกษาที่โรงเรียนอีก"หร่วนเหยากวงมองเพดานที่คุ้นเคย มองทิวทัศน์ยามค่ำคืนของศตวรรษที่ 21 นอกหน้าต่าง มองเวลาที่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์ นับตั้งแต่ที่เธอทะลุมิติไป เวลาผ่านไปแค่สามชั่วโมงเท่านั้นเธอลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำ แล้วใช้ความเย็นของน้ำล้างหน้าอย่างแรงในกระจกสะท้อนใบหน้าที่อ่อนเยาว์วัยสิบแปดปี ดวงตาและคิ้วใสกระจ่าง ยังไม่ผ่านการขัดเกลาจากการแต่งงานเจ็ดปี ไม่ผ่านการทรยศหักหลังและทำให้หัวใจสลายเธอจ้องมองอยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ "หร่วนเหยากวง ยินดีต้อนรับกลับบ้าน"ชีวิตกลับเข้าสู่ครรลองปกติสักทีหร่วนเหยากวงไปรายงานตัวในวันถัดมา เริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการเข้าเรียน จดบันทึก ไปห้องสมุด เบียดเสียดในโรงอาหารกับรูมเมท บ่นเรื่องอาหารรสชาติแย่ อู้งานในงานกลุ่ม และหัวหม

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 21

    ปลายฤดูใบไม้ร่วง เจ้ากรมโหรหลวงขอเข้าเฝ้ากะทันหันกลางดึกโหรเฒ่าผู้มีเส้นผมขาวโพลน บนใบหน้าฉายแววฉงนใจ เป็นความรู้สึกผสมปนเประหว่างความตื่นเต้นและความหวาดหวั่น"ท่านอ๋อง! ท้องฟ้าปรากฏนิมิตประหลาด! คืนนี้ยามจื่อ ดาวห้าดวงจะเรียงตัวเป็นเส้นตรง! แม้จะไม่ได้หายากเหมือนดาวเจ็ดดวง แต่ก็นับเป็นปรากฏการณ์ในรอบร้อยปีพ่ะย่ะค่ะ!"เซียวเยี่ยนเฟิงที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างเหมือนท่อนไม้แห้งตายมานาน ตอนนี้แววตาค่อย ๆ กลอกไปมาเล็กน้อยในดวงตาที่ตายซากมาเนิ่นนานคู่นั้น จู่ ๆ ก็ฉายประกายที่น่าตกตะลึงขึ้นมา!"ดาวห้าดวง...เรียงตัวงั้นหรือ" เขาทวนซ้ำเสียงต่ำ ริมฝีปากที่แห้งแตกสั่นระริก"พ่ะย่ะค่ะ! ดาวห้าดวงเรียงตัว! แสงดาวบรรจบกัน อาจสามารถดึงดูดพลังแห่งฟ้าดินได้!" โหรเฒ่ารีบกล่าว "เพียงแต่... ท่านอ๋อง พลังของดาวห้าดวงยังห่างไกลจากดาวเจ็ดดวงนัก ไม่อาจทราบได้ว่าจะสามารถเปิดช่องทางได้หรือไม่ อีกทั้งหากฝืนดึงดูดพลัง ก็เกิดความสี่ยงมาก เกรงว่าจะถูกพลังย้อนกลับเข้าตัว..."เซียวเยี่ยนเฟิงราวกับไม่ได้ยินคำเตือนหลังจากนั้นแม้แต่น้อยเขาลุกพรวด แต่เพราะเคลื่อนไหวเร่งด่วนเกินไป ทำให้หน้ามืดจนเซถลาไป ผ่านไปพักใหญ

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 20

    เลือดฝาดบนใบหน้าของเซียวเหิงจางหายไปจนหมดสิ้นในพริบตาเขาอ้าปากค้าง อยากจะอธิบาย อยากจะบอกว่าตนเพียงแค่อยากให้เสด็จพ่อมีความสุขขึ้นบ้างสักหน่อย แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีทว่าเมื่อคำพูดมาจ่ออยู่ตรงปาก เห็นความโศกเศร้าและความตายซากที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งในแววตาของบิดา คำพูดทั้งหมดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ กลายเป็นหยาดน้ำตาร้อนผ่าวที่เอ่อล้นออกมา"เสด็จพ่อ..." เขาปล่อยโฮออกมา ไม่ใช่เสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ แต่เป็นเสียงร้องไห้โหยหวนอย่างสิ้นหวังราวกับลูกสัตว์ที่จนตรอก "ข้าเพียงแค่อยากให้ท่านมีความสุขขึ้นบ้าง...แค่นิดเดียวก็ยังดี... เสด็จแม่จากไปแล้ว ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน ข้าฝันเห็นภาพที่นางกระโดดลงบ่อน้ำทุกคืน ข้าอยากจะตายตามนางไป...แต่ข้าทำไม่ได้!"เขาโผเข้าที่ข้างขาของเซียวเยี่ยนเฟิง กุมมือที่เย็นเยียบของบิดาไว้ พร้อมเงยหน้าเล็ก ๆ ที่นองไปด้วยน้ำตาขึ้นมอง"เพราะท่านเป็นเช่นนี้แล้ว...เสด็จพ่อ ท่านกำลังจะตาย...หากข้าเป็นบ้าไปอีกคน หากข้าล้มลงไปอีกคน จวนอ๋องจะทำอย่างไร แล้วข้าจะทำอย่างไร เสด็จพ่อ ข้ากลัว...ข้ากลัวเหลือเกิน..."เซียวเยี่ยนเฟิงสั่นสะท้านไปทั้งตัวเขาก้มหน้าลง มองใบหน้าบุตรชายที

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 19

    เซียวเหิงร้องไห้จนหมดเรี่ยวแรงลงไปกองกับพื้น เอามือปิดหูและหลับตาแน่น ไม่กล้ามองและไม่กล้าฟัง"เสด็จพ่อ! อย่าเฆี่ยนอีกเลย! ขอร้องล่ะ! อย่าเฆี่ยนอีกเลย! เสด็จแม่เห็นเข้าจะปวดใจนะ! นางจะปวดใจเอา!"เซียวเยี่ยนเฟิงที่กำลังง้างแส้ชะงักค้างเขาหอบหายใจหนัก เหงื่อและเลือดไหลหยดลงมาจากคาง"ปวดใจ..."เขาพึมพำซ้ำไปซ้ำไป ประกายคลุ้มคลั่งในดวงตาค่อย ๆ หายไป กลายเป็นความตายซากและความสิ้นหวังที่ลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง"นางไม่ปวดใจอีกแล้ว""นางเกลียดข้า""นางจะไม่มีวัน...ปวดใจเพราะข้าอีก"เขาคลายมือ แส้ที่อาบเลือดร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียง 'เคร้ง'เขาโซเซเล็กน้อง พิงโต๊ะหมู่บูชาไว้จึงพอจะประคองตัวให้ยืนอยู่ได้จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาต่อหน้าป้ายวิญญาณสีดำสนิทแผ่นนั้นรอยยิ้มนั้นจืดชืดหม่นหมอง ดุจเปลวเทียนที่ใกล้ดับกลางสายลม"เหยากวง เจ้าดูสิ ข้ากำลังรับโทษแล้วเจ้ากลับมาดูหน่อยสิ ได้หรือไม่เพียงแค่แวบเดียว...มองแค่แวบเดียวเท่านั้น..."เสียงของเขาต่ำเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งจางหายไปในอากาศอันหนาวเหน็บของศาลบรรพชนเขาล้มพับลงกับพื้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะหมดสติไปสามเดือนผ่านไปท่

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 3

    สองวันต่อมา หร่วนเหยากวงยังคงเก็บตัวเงียบไม่ออกไปไหนไข้สูงที่เล่นงานเซียวเหิงอยู่ทั้งคืน ในที่สุดก็ลดลงแล้วเมื่อรู้ว่าหร่วนเหยากวงไม่ได้แวะมาดูอาการเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เจ้าตัวเล็กก็โกรธจัดจนพังทำลายเครื่องเคลือบแตกพังทั้งห้องหร่วนเหยากวงไม่ได้ใส่ใจเซียวเยี่ยนเฟิงและบุตรชายเริ่มเอาอกเอาใจช

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 2

    นางไม่ใช่คนของโลกใบนี้แต่แรกเจ็ดปีก่อน เธอเพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ ได้ไปตั้งแคมป์บนยอดเขากับเพื่อนสนิทเพื่อรอชมปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัวเจ็ดดวงที่ร้อยปีจะมีสักครั้ง วินาทีที่แสงดาวร้อยเรียงเป็นเส้น ภาพตรงหน้าเธอก็ดำมืด เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็มายืนอยู่บนถนนโบราณที่ไม่คุ้นตาแล้วไม่มีเงินต

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 1

    ท่าทางที่ดูเป็นผู้บริสุทธิ์และห่างเหินเช่นนี้ จุดไฟโทสะที่อัดอั้นมาหลายวันในอกของเซียวเยี่ยนเฟิงให้ลุกโชนขึ้นมาทันที"ช่วงนี้เจ้าไม่ยอมให้ข้าเข้าห้องเจ้า กลับผลักไสข้าไปหาหลิงหว่านทุกวัน! ตอนนี้เหิงเอ๋อร์ป่วยหนักขนาดนี้แล้ว ไข้ขึ้นสูงไม่ลด เอาแต่เรียกหาแม่ เจ้าเป็นแม่แต่ไม่ไปดูแล กลับมานั่งอ่านนิยา

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 7

    เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่จวนหลักอันเงียบเหงามีเพียงอวิ๋นหลิงที่ตาบวมแดงเฝ้าอยู่ข้างเตียง เมื่อเห็นเธอฟื้นขึ้นมา อีกฝ่ายก็ดีใจปนประหลาดใจ รีบประคองป้อนน้ำอุ่นให้หร่วนเหยากวงไร้เรี่ยวแรง ปล่อยให้อวิ๋นหลิงป้อนน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และเปลี่ยนยาให้ด้วยความรู้สึกชินชาอวิ๋นหลิง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status