Share

บทที่ 4

Author: อาร์เธอร์
เซียวเยี่ยนเฟิงจ้องมองใบหน้าด้านข้างอันสงบนิ่งของหร่วนเหยากวงอย่างไม่ละสายตา ไฟโทสะในอกพลุ่งพล่าน ทว่ากลับพูดอะไรไม่ออก สุดท้ายทำได้เพียงสะบัดตัวหันหลังกลับ แล้วกล่าวเสียงต่ำว่า "หลิงหว่าน ไปเถิด ข้าจะพาเจ้าไปล่าสัตว์"

ขาพาชุยหลิงหว่านขี่ม้าพุ่งเข้าไปในลานล่าสัตว์

เซียวเหิงเหลือบมองหร่วนเหยากวงแวบหนึ่ง เม้มปากแน่น ก่อนจะควบม้าตามไปเช่นกัน

ตลอดทาง เซียวเยี่ยนเฟิงดูเหมือนมีบางอย่างอัดอั้นในใจ ธนูยิงออกไปไม่เคยพลาดเป้า ทั้งเก้ง กวาง และกระต่ายป่าที่ล่าได้ ล้วนถูกโยนให้ชุยหลิงหว่านที่อยู่ด้านหลัง เรียกเสียงปรบมือและสายตาอิจฉาจากผู้คนรอบข้างเป็นพัก ๆ

เซียวเหิงเองก็ไม่ยอมแพ้ ล่าไก่ฟ้าได้สองสามตัวก็นำมามอบให้ชุยหลิงหว่านราวกับเป็นของล้ำค่า

ชุยหลิงหว่านนั่งอยู่บนหลังม้าอย่างภาคภูมิใจ แก้มแดงระเรื่อ ดื่มด่ำกับความรักที่ท่านอ๋องและบุตรชายมอบให้อย่างเปิดเผย นางหันกลับมาเป็นระยะ มองหร่วนเหยากวงที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังไกล ๆ ด้วยสายตาที่เย่อหยิ่งและท้าทาย

หร่วนเหยากวงขี่ม้าตัวเมียนิสัยเชื่องตัวหนึ่ง เดินทอดน่องตามหลังมาเป็นคนสุดท้าย

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ สายตาสมเพชหรือเหยียดหยามจากคนรอบข้าง เธอไม่ได้แยแสเลย เพียงเงยหน้ามองผืนป่าไกล ๆ เป็นครั้งคราวด้วยสีหน้าเฉยเมย

กระทั่งทุกคนเข้าสู่ป่าลึก จู่ ๆ ด้านหน้าก็มีเสียงคำรามของเสือดังสนั่นหวั่นไหว!

เสือลายพาดกลอนตัวใหญ่กระโจนออกจากหลังพุ่มไม้ พุ่งตรงมาทางขบวน สถานการณ์โกลาหลทันที ม้าแตกตื่นจนส่งเสียงร้องดังไปทั่ว

เซียวเยี่ยนเฟิงไม่สะทกสะท้าน ง้างคันธนูพาดลูกศร แล้วกล่าวกับชุยหลิงหว่านว่า "อย่ากลัวไปเลย คอยดูข้าล่าเสือให้เจ้านะ!"

ลูกธนูพุ่งออกจากสาย ปักเข้าที่หัวไหล่เสืออย่างจัง มันส่งเสียงคำรามเจ็บปวดก่อนสิ้นใจล้มลง

ผู้คนส่งเสียงเอาใจช่วยดังสนั่น ทหารกำลังจะเข้าไปเก็บซากเหยื่อ แต่ใครจะคิดว่าเบื้องหน้ากลับมีเสียงคำรามต่ำ ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง!

แย่แล้ว! มันคือฝูงเสือ!

"คุ้มครองท่านอ๋องกับพระชายา!" เหล่าทหารองครักษ์รีบรุดเข้าประจันหน้าต่อสู้ แต่ฝูงเสือรุกหนักเกินไปจนรูปขบวนแตกกระเจิง

ท่ามกลางความชุลมุน ม้าที่หร่วนเหยากวงขี่อยู่ถูกกรงเล็บของเสือข่วนเข้าที่ขาหลัง มันร้องเสียงหลงก่อนจะสะบัดร่างเธอร่วงลงพื้น!

เธอกระแทกเข้ากับกองใบไม้แห้งอย่างแรง ข้อเท้าปวดแปลบจนไม่อาจลุกขึ้นยืนได้ไปชั่วขณะ

"เหยากวง!"

"เสด็จแม่!"

เซียวเยี่ยนเฟิงและเซียวเหิงเห็นเธอตกม้าแทบจะพร้อมกัน พวกเขาสีหน้าเปลี่ยนทันที สัญชาตญาณสั่งให้เร่งควบม้าเข้าไปช่วยคน

"ท่านอ๋อง! ซื่อจื่อ! หม่อมฉันกลัว! เรารีบไปเถอะ! ที่นี่อันตรายเกินไป!" ชุยหลิงหว่านคว้าแขนเสื้อเซียวเยี่ยนเฟิงไว้แน่น ตัวสั่นเทาพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น ราวกับจะสิ้นสติลงไปตรงนั้น

เซียวเยี่ยนเฟิงมองหร่วนเหยากวงที่ล้มอยู่ไม่ไกล เธอโดดเดี่ยวและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จากนั้นกลับมามองชุยหลิงหว่านที่สั่นอยู่ในอ้อมกอดอีก

แววตาของเขาฉายแววขัดแย้งในตัวเองอย่างหนัก

"เสด็จแม่! เสด็จแม่ ท่านรีบลุกขึ้นเร็ว! หาที่หลบไปก่อน!" เซียวเหิงเองก็ร้องเรียกอย่างร้อนรน

จังหวะที่เสือตัวหนึ่งเหมือนสังเกตเห็นหร่วนเหยากวงตกอยู่ตามลำพัง มันคำรามต่ำเตรียมกระโจนเข้าใส่

แววตาเซียวเยี่ยนฉายแววเด็ดเดี่ยว เขาค้างคันธนูสุดแรง ยิงธนูออกไปใส่เสือตัวนั้นหนึ่งดอก

"เหยากวง! หาที่หลบให้ดี!" เขาตะโกนเสียงแหบ จากนั้นก็ไม่เหลียวหลังกลับมามองเธออีก เลี้ยวม้าพาชุยหลิงหว่านหนีไปพลางตวาดสั่งเซียวเหิง

"เหิงเอ๋อร์! ตามมา! รีบออกไปจากที่นี่ก่อน!"

เขาเลือกที่จะพาชุยหลิงหว่านกับเซียวเหิงไปก่อน

ทิ้งหร่วนเหยากวงไว้เพียงลำพัง เผชิญหน้ากับฝูงเสือที่ค่อย ๆ ล้อมเข้ามา

เธอนอนอยู่บนผืนดินที่เย็นเฉียบ มองแผ่นหลังที่จากไปอย่างไม่ลังเลของพวกเขา มองแววตาที่กังวลดิ้นรนในเสี้ยววินาทีสุดท้ายของเซียวเยี่ยนเฟิง และการตัดสินใจตอนสุดท้าย...

ในหัวใจเธอพลันรู้สึกหนาวเหน็บจนชาหนึบ

ก็ดีเหมือนกัน

แบบนี้ จะได้ไม่มีอะไรให้ต้องอาลัยอาวรณ์อีก

เธอฝืนทนความเจ็บปวด คลานไปหลบหลังโขดหินใหญ่ กลั้นลมหายใจเอาไว้

ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร เสียงคำราม เสียงฝีเท้าม้า และเสียงเข่นฆ่าภายนอกค่อย ๆ เงียบหายไป

รอบข้างกลับคืนสู่ความเงียบสงัด

หร่วนเหยากวงถึงได้เดินออกมาจากหลังโขดหิน สภาพสะบักสะบอมดูไม่ได้ เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย ใบหน้าและมือเต็มไปด้วยรอยถลอก

เธอเดินกะเผลกมุ่งหน้ากลับไปทางค่ายพัก

เมื่อกลับถึงค่าย ท้องฟ้าก็มืดแล้ว

ในค่ายเต็มไปด้วยแสงไฟทว่าบรรยากาศกลับดูหนักอึ้งตึงเครียด

ชุยหลิงหว่านนั่งอยู่ในกระโจมหลักโดยไร้รอยขีดข่วน กำลังจิบน้ำแกงแก้ตกใจอยู่อย่างเนิบนาบ นอกจากอาการตื่นกลัวแล้ว ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ทว่าเซียวเยี่ยนเฟิงและเซียวเหิงกลับได้รับบาดเจ็บ

เพื่อปกป้องชุยหลิงหว่าน แขนเซียวเยี่ยนเฟิงจึงถูกกรงเล็บเสือฝากแผลยาวจนเห็นกระดูก ส่วนเซียวเหิงก็ตกม้าจนข้อเท้าพลิกขณะปกป้องนางเช่นกัน

หมอหลวงกำลังทำแผลให้สองพ่อลูก

เมื่อเห็นหร่วนเหยากวงเดินกะเผลกเข้ามาในสภาพสะบักสะบอม ในกระโจมก็พลันเงียบสนิท

เซียวเหิงตะโกนเป็นคนแรก "เสด็จแม่! ท่าน...ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม"

เซียวเยี่ยนเฟิงเงยหน้ามองเธอทันที แววตาสื่อหลากหลายอารมณ์ ทั้งหวาดเสียว ทั้งรู้สึกผิด และโล่งใจแฝงอยู่เล็กน้อย

หมอหลวงทำแผลให้เซียวเยี่ยนเฟิงเสร็จสิ้น แล้วหันมากล่าวกับหร่วนเหยากวงอย่างนอบน้อม "พระชายา แผลของท่านอ๋องกับซื่อจื่อจัดการเรียบร้อยแล้ว ท่านอ๋องแผลค่อนข้างลึก ต้องหมั่นเปลี่ยนยา ห้ามกินของแสลง โดยเฉพาะน้ำนี่ห้ามโดน ส่วนซื่อจื่อข้อเท้าพลิก ต้องพักผ่อนหลายวัน ห้ามเดินเหินพ่ะย่ะค่ะ..."

หร่วนเหยากวงฟังเงียบ ๆ รอจนหมอหลวงกล่าวจบ ถึงได้เอ่ยขึ้นอย่างสงบนิ่ง

"สิ่งที่หมอหลวงกล่าวมา ประเดี๋ยวไปแจ้งพระชายารองชุยเถิด นางเป็นคนใส่ใจ ย่อมดูแลท่านอ๋องกับซื่อจื่อได้ดี"

เซียวเหิงอึ้งไป มองเธอด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ "เสด็จแม่ เหตุใดต้องบอกแม่เล็กชุย ท่านไม่ดูแลข้ากับเสด็จพ่อหรือ"

หร่วนเหยากวงมองข้อเท้าที่พันแผลของบุตรชาย แล้วมองแขนที่เปื้อนเลือดของเซียวเยี่ยนเฟิง ยังกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเช่นเดิม

"แม่ดูแลได้ไม่ดีหรอก ตัวแม่เองก็ข้อเท้าพลิกเช่นกัน อีกอย่างพวกเจ้าบาดเจ็บเพราะช่วยพระชายารองชุย คงอยากให้นางอยู่คอยดูแลมากกว่า แม่มาอยู่ที่นี่ก็มีแต่จะเกะกะ

แม่ไม่รบกวนพวกเจ้าแล้ว"

พูดจบ เธอไม่มองใครอีก หมุนตัวเดินกะเผลกออกจากกระโจมไป

"หร่วนเหยากวง!" เซียวเยี่ยนเฟิงลุกพรวดจนสะเทือนบาดแผล เจ็บจนส่งเสียงร้องออกมา แต่เขาไม่สนใจ ตะโกนไล่หลังเธอ "เจ้าโกรธเรื่องที่พวกข้าทิ้งเจ้าไว้ใช่หรือไม่! ยามนั้นสถานการณ์คับขัน ฝูงเสือล้อมเข้ามา หลิงหว่านตกใจจนขยับตัวไม่ได้ หากข้าไม่พาตัวนางไปก่อน จะให้ข้านั่งดูนางถูกเสือฉีกร่างหรือ?! เจ้าเป็นคนฉลาดหลักแหลม มีวิธีเอาตัวรอดได้สารพัด ข้าเลยเชื่อว่าครั้งนี้เจ้าก็จะผ่านไปได้เช่นกัน ถึงได้ทิ้งเจ้าไว้ พอรู้ว่าเจ้ายังไม่กลับมา ข้าก็ร้อนใจแทบตาย..."

"ข้าไม่ได้โกรธ" หร่วนเหยากวงหยุดเดิน แต่ไม่หันหลังกลับ ใช้เสียงราบเรียบตัดบทเขา "ไม่มีความจำเป็นต้องโกรธด้วย

เพราะนั่นคือทางเลือกของพวกท่าน ข้าเคารพการตัดสินใจ"

กล่าวจบ เธอไม่เหลือความอาลัยอาวรณ์อีก เลิกม่านกระโจมเดินออกไปแล้ว

เธอปล่อยให้เซียวเยี่ยนเฟิงร้องเรียกอยู่ข้างหลัง ปล่อยให้เซียวเหิงเรียกนางว่าเสด็จแม่ด้วยเสียงสะอื้นไห้ เธอก็ไม่หันกลับไปมองอยู่ดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 24

    หร่วนเหยากวงเงยหน้าขึ้นมองเฉินซวี่แววตาของเขาดูใสสะอาด แฝงไปด้วยความจริงใจและความประหม่าเล็กน้อยอันเป็นลักษณะเฉพาะของคนหนุ่มสาว แก้มของเขาแดงเรื่อจากไอความร้อนของหม้อไฟเขาเป็นคนที่ดีมากคนหนึ่งทั้งหล่อทั้งเก่ง ชาติตระกูลดี นิสัยนุ่มนวลและมีอนาคตดีการได้คบหากับเขา ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายและ...ปกติสุขมากไม่มีการชิงดีชิงเด่นในบ้านตระกูลใหญ่ ไม่มีความยุ่งยากเรื่องสามภรรยาสี่อนุ ไม่มีความรักความแค้นที่หนักอึ้งและข้ามภพข้ามชาติพวกนั้นมีเพียงความรักในวัยเรียนที่เรียบง่ายและสดใส เรียนจบ ทำงาน แต่งงาน มีลูก เหมือนกับคนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ เรียบง่าย มั่นคง ดำเนินไปตามครรลองที่ควรจะเป็นนี่ไม่ใช่ชีวิตที่เธอโหยหาหลังจาก 'กลับมา' หรอกเหรอลืม 'ความฝัน' อันเพ้อเจ้อพวกนั้นไป ลืมผู้คนและเหตุการณ์ที่ไม่ควรจดจำ แล้วเริ่มต้นใหม่ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยวัยยี่สิบเอ็ดปีที่เป็นคนธรรมดาและมีความสุขมือของหร่วนเหยากวงที่วางอยู่ใต้โต๊ะคลายออกอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ กำแน่นขึ้นอีกครั้งปลายนิ้วจิกเข้าไปในฝ่ามือ ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดที่ชัดเจนเธอมองไปยังแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเฉินซวี

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 23

    เซียวเยี่ยนเฟิงราวกับไม่ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเสียงชัตเตอร์รอบข้าง เขาเพียงเฝ้าถามผู้คนที่เดินผ่านไปมาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างดื้อรั้น ดวงตาที่ทั้งว่างเปล่าทั้งเอาแต่ใจคอยจ้องมองสำรวจใบหน้าของแต่ละคนอย่างละเอียดจากนั้นก็ผิดหวัง แล้วก็เปลี่ยนคนถามใหม่เหมือนเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ แต่กลับทำงานผิดพลาดอยู่ตลอด ในวงจรที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ เขากำลังเผาผลาญพลังชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของตัวเองไปหร่วนเหยากวงยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว แก้วชานมในมือถูกเธอบีบจนเสียรูปไปโดยไม่รู้ตัว ของเหลวเย็นเฉียบทะลักออกมาเปื้อนนิ้วมือเธอจ้องมองเขามองดูเขาถูกคนเดินถนนผลักไส มองดูเขามองซ้ายมองขวาอย่างเลื่อนลอย มองดูประกายในดวงตาเขาที่ค่อย ๆ หม่นลง และจู่ ๆ ก็สว่างวาบขึ้นเพราะเห็นเด็กสาวที่มีแผ่นหลังคล้ายคลึงกัน จึงรีบวิ่งตามไป แต่พอพบว่าไม่ใช่ ตาก็หม่นแสงลงอีกครั้งที่ตำแหน่งของหัวใจ ความเจ็บปวดที่ละเอียดอ่อนและแหลมคมแล่นพล่านขึ้นมาไม่ใช่ความเกลียด ไม่ใช่ความแค้นแต่เป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนยิ่งกว่า จนแม้แต่เธอเองก็ยังไม่อาจเรียบเรียงได้ชัดเจนราวกับได้เห็นของเก่าที่ควรจะถูกเก็บรักษาไ

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 22

    เมื่อหร่วนเหยากวงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอพบว่าตนเองนอนอยู่บนระเบียงบ้านตัวเอง ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัวเดิมกับวันที่ทะลุมิติไปโทรศัพท์มือถือข้างกายสั่นเตือน หน้าจอสว่างวาบ เป็นข้อความที่แม่ส่งมาว่า"เหยากวง ดูดาวเจ็ดดวงเรียงตัวเสร็จแล้วก็นอนเร็ว ๆ นะ พรุ่งนี้ต้องไปเอาหนังสือตอบรับเข้าศึกษาที่โรงเรียนอีก"หร่วนเหยากวงมองเพดานที่คุ้นเคย มองทิวทัศน์ยามค่ำคืนของศตวรรษที่ 21 นอกหน้าต่าง มองเวลาที่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์ นับตั้งแต่ที่เธอทะลุมิติไป เวลาผ่านไปแค่สามชั่วโมงเท่านั้นเธอลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำ แล้วใช้ความเย็นของน้ำล้างหน้าอย่างแรงในกระจกสะท้อนใบหน้าที่อ่อนเยาว์วัยสิบแปดปี ดวงตาและคิ้วใสกระจ่าง ยังไม่ผ่านการขัดเกลาจากการแต่งงานเจ็ดปี ไม่ผ่านการทรยศหักหลังและทำให้หัวใจสลายเธอจ้องมองอยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ "หร่วนเหยากวง ยินดีต้อนรับกลับบ้าน"ชีวิตกลับเข้าสู่ครรลองปกติสักทีหร่วนเหยากวงไปรายงานตัวในวันถัดมา เริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการเข้าเรียน จดบันทึก ไปห้องสมุด เบียดเสียดในโรงอาหารกับรูมเมท บ่นเรื่องอาหารรสชาติแย่ อู้งานในงานกลุ่ม และหัวหม

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 21

    ปลายฤดูใบไม้ร่วง เจ้ากรมโหรหลวงขอเข้าเฝ้ากะทันหันกลางดึกโหรเฒ่าผู้มีเส้นผมขาวโพลน บนใบหน้าฉายแววฉงนใจ เป็นความรู้สึกผสมปนเประหว่างความตื่นเต้นและความหวาดหวั่น"ท่านอ๋อง! ท้องฟ้าปรากฏนิมิตประหลาด! คืนนี้ยามจื่อ ดาวห้าดวงจะเรียงตัวเป็นเส้นตรง! แม้จะไม่ได้หายากเหมือนดาวเจ็ดดวง แต่ก็นับเป็นปรากฏการณ์ในรอบร้อยปีพ่ะย่ะค่ะ!"เซียวเยี่ยนเฟิงที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างเหมือนท่อนไม้แห้งตายมานาน ตอนนี้แววตาค่อย ๆ กลอกไปมาเล็กน้อยในดวงตาที่ตายซากมาเนิ่นนานคู่นั้น จู่ ๆ ก็ฉายประกายที่น่าตกตะลึงขึ้นมา!"ดาวห้าดวง...เรียงตัวงั้นหรือ" เขาทวนซ้ำเสียงต่ำ ริมฝีปากที่แห้งแตกสั่นระริก"พ่ะย่ะค่ะ! ดาวห้าดวงเรียงตัว! แสงดาวบรรจบกัน อาจสามารถดึงดูดพลังแห่งฟ้าดินได้!" โหรเฒ่ารีบกล่าว "เพียงแต่... ท่านอ๋อง พลังของดาวห้าดวงยังห่างไกลจากดาวเจ็ดดวงนัก ไม่อาจทราบได้ว่าจะสามารถเปิดช่องทางได้หรือไม่ อีกทั้งหากฝืนดึงดูดพลัง ก็เกิดความสี่ยงมาก เกรงว่าจะถูกพลังย้อนกลับเข้าตัว..."เซียวเยี่ยนเฟิงราวกับไม่ได้ยินคำเตือนหลังจากนั้นแม้แต่น้อยเขาลุกพรวด แต่เพราะเคลื่อนไหวเร่งด่วนเกินไป ทำให้หน้ามืดจนเซถลาไป ผ่านไปพักใหญ

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 20

    เลือดฝาดบนใบหน้าของเซียวเหิงจางหายไปจนหมดสิ้นในพริบตาเขาอ้าปากค้าง อยากจะอธิบาย อยากจะบอกว่าตนเพียงแค่อยากให้เสด็จพ่อมีความสุขขึ้นบ้างสักหน่อย แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีทว่าเมื่อคำพูดมาจ่ออยู่ตรงปาก เห็นความโศกเศร้าและความตายซากที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งในแววตาของบิดา คำพูดทั้งหมดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ กลายเป็นหยาดน้ำตาร้อนผ่าวที่เอ่อล้นออกมา"เสด็จพ่อ..." เขาปล่อยโฮออกมา ไม่ใช่เสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ แต่เป็นเสียงร้องไห้โหยหวนอย่างสิ้นหวังราวกับลูกสัตว์ที่จนตรอก "ข้าเพียงแค่อยากให้ท่านมีความสุขขึ้นบ้าง...แค่นิดเดียวก็ยังดี... เสด็จแม่จากไปแล้ว ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน ข้าฝันเห็นภาพที่นางกระโดดลงบ่อน้ำทุกคืน ข้าอยากจะตายตามนางไป...แต่ข้าทำไม่ได้!"เขาโผเข้าที่ข้างขาของเซียวเยี่ยนเฟิง กุมมือที่เย็นเยียบของบิดาไว้ พร้อมเงยหน้าเล็ก ๆ ที่นองไปด้วยน้ำตาขึ้นมอง"เพราะท่านเป็นเช่นนี้แล้ว...เสด็จพ่อ ท่านกำลังจะตาย...หากข้าเป็นบ้าไปอีกคน หากข้าล้มลงไปอีกคน จวนอ๋องจะทำอย่างไร แล้วข้าจะทำอย่างไร เสด็จพ่อ ข้ากลัว...ข้ากลัวเหลือเกิน..."เซียวเยี่ยนเฟิงสั่นสะท้านไปทั้งตัวเขาก้มหน้าลง มองใบหน้าบุตรชายที

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 19

    เซียวเหิงร้องไห้จนหมดเรี่ยวแรงลงไปกองกับพื้น เอามือปิดหูและหลับตาแน่น ไม่กล้ามองและไม่กล้าฟัง"เสด็จพ่อ! อย่าเฆี่ยนอีกเลย! ขอร้องล่ะ! อย่าเฆี่ยนอีกเลย! เสด็จแม่เห็นเข้าจะปวดใจนะ! นางจะปวดใจเอา!"เซียวเยี่ยนเฟิงที่กำลังง้างแส้ชะงักค้างเขาหอบหายใจหนัก เหงื่อและเลือดไหลหยดลงมาจากคาง"ปวดใจ..."เขาพึมพำซ้ำไปซ้ำไป ประกายคลุ้มคลั่งในดวงตาค่อย ๆ หายไป กลายเป็นความตายซากและความสิ้นหวังที่ลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง"นางไม่ปวดใจอีกแล้ว""นางเกลียดข้า""นางจะไม่มีวัน...ปวดใจเพราะข้าอีก"เขาคลายมือ แส้ที่อาบเลือดร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียง 'เคร้ง'เขาโซเซเล็กน้อง พิงโต๊ะหมู่บูชาไว้จึงพอจะประคองตัวให้ยืนอยู่ได้จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาต่อหน้าป้ายวิญญาณสีดำสนิทแผ่นนั้นรอยยิ้มนั้นจืดชืดหม่นหมอง ดุจเปลวเทียนที่ใกล้ดับกลางสายลม"เหยากวง เจ้าดูสิ ข้ากำลังรับโทษแล้วเจ้ากลับมาดูหน่อยสิ ได้หรือไม่เพียงแค่แวบเดียว...มองแค่แวบเดียวเท่านั้น..."เสียงของเขาต่ำเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งจางหายไปในอากาศอันหนาวเหน็บของศาลบรรพชนเขาล้มพับลงกับพื้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะหมดสติไปสามเดือนผ่านไปท่

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 8

    ชุยหลิงหว่านกุมศีรษะไว้ได้จังหวะพอดี พร้อมส่งเสียงร้องครวญครางอย่างทุกข์ทรมาน "อา...หัวของข้า... ปวดเหลือเกิน...เหมือนหัวจะแตก..."ไต้ซือรูปนั้นรีบสวดมนต์เสียงดังทันที แล้วยกแส้ขึ้นฟาดลงบนกองกระดูกชิ้นเล็ก ๆ นั้น!เศษกระดูกขาวกระจัดกระจาย"ไม่นะ!!!"หร่วนเหยากวงกรีดร้องอย่างเศร้าสลด ไม่รู้ว่าเอา

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 3

    สองวันต่อมา หร่วนเหยากวงยังคงเก็บตัวเงียบไม่ออกไปไหนไข้สูงที่เล่นงานเซียวเหิงอยู่ทั้งคืน ในที่สุดก็ลดลงแล้วเมื่อรู้ว่าหร่วนเหยากวงไม่ได้แวะมาดูอาการเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เจ้าตัวเล็กก็โกรธจัดจนพังทำลายเครื่องเคลือบแตกพังทั้งห้องหร่วนเหยากวงไม่ได้ใส่ใจเซียวเยี่ยนเฟิงและบุตรชายเริ่มเอาอกเอาใจช

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 2

    นางไม่ใช่คนของโลกใบนี้แต่แรกเจ็ดปีก่อน เธอเพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ ได้ไปตั้งแคมป์บนยอดเขากับเพื่อนสนิทเพื่อรอชมปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัวเจ็ดดวงที่ร้อยปีจะมีสักครั้ง วินาทีที่แสงดาวร้อยเรียงเป็นเส้น ภาพตรงหน้าเธอก็ดำมืด เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็มายืนอยู่บนถนนโบราณที่ไม่คุ้นตาแล้วไม่มีเงินต

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 1

    ท่าทางที่ดูเป็นผู้บริสุทธิ์และห่างเหินเช่นนี้ จุดไฟโทสะที่อัดอั้นมาหลายวันในอกของเซียวเยี่ยนเฟิงให้ลุกโชนขึ้นมาทันที"ช่วงนี้เจ้าไม่ยอมให้ข้าเข้าห้องเจ้า กลับผลักไสข้าไปหาหลิงหว่านทุกวัน! ตอนนี้เหิงเอ๋อร์ป่วยหนักขนาดนี้แล้ว ไข้ขึ้นสูงไม่ลด เอาแต่เรียกหาแม่ เจ้าเป็นแม่แต่ไม่ไปดูแล กลับมานั่งอ่านนิยา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status