Beranda / รักโบราณ / ดาราสวรรค์ผู้หวนคืน / คุณหนูสามแห่งตระกูลหลิน

Share

คุณหนูสามแห่งตระกูลหลิน

last update Tanggal publikasi: 2026-05-11 18:51:07

“เจ้า” เขาเอ่ยขึ้นหลังความเงียบทอดอยู่ครู่หนึ่ง “คือคุณหนูสามแห่งตระกูลหลิน”

จากนั้นจึงพูดชื่อนางออกมาชัดเจน

“หลินเยว่ซิน”

หัวใจของนางกระตุกวูบ

ชื่อนี้สำหรับคนอื่น มักตามมาด้วยคำดูหมิ่นเสมอ  

ลูกสาวกบฏ  

หญิงอัปมงคล  

ตัวเสนียดของตระกูลต้องโทษ

แต่เมื่อนามนี้ออกจากปากเขา กลับไม่มีถ้อยคำใดต่อท้าย  

ไม่มีความสมเพช  

ไม่มีความเหยียดหยาม

ราวกับเขาเพียงยอมรับว่า นางคือคนคนหนึ่งซึ่งมีตัวตนจริงอยู่ตรงหน้า

หลินเยว่ซินเงยหน้าขึ้นมองเขาระวัง ๆ

“ท่านรู้จักข้าหรือ”

“ข้ารู้จักบิดาเจ้ามากกว่า”

เพียงประโยคนั้น ความเย็นในร่างนางกลับเปลี่ยนเป็นความเจ็บขึ้นมาแทน

บิดา

ชื่อนี้เป็นเหมือนแผลเก่าที่ไม่เคยสมาน  

ผู้คนในเมืองหลวงพูดถึงเขาแต่ในฐานะคนทรยศ  

ไม่มีใครเอ่ยด้วยความเคารพอีกแล้ว

“ท่าน…รู้จักบิดาข้าด้วยหรือ”

“ข้าเคยอยู่ใต้บัญชาการของแม่ทัพหลิน”

น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่แน่นพอจะทำให้หลินเยว่ซินต้องกำเหรียญในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“ท่านแม่ทัพหลินเป็นคนสอนข้าว่า คนเป็นทหารไม่ใช่ผู้ที่ฆ่าเก่งที่สุด” เขาพูดต่อ “แต่คือผู้ที่ยืนอยู่ข้างหลังคนของตนจนวินาทีสุดท้าย”

หลินเยว่ซินนิ่งงัน

ไม่มีใครเอ่ยถึงบิดานางเช่นนี้มานานเหลือเกิน

“ถ้าเช่นนั้น…” เสียงของนางสั่นเล็กน้อย “ท่านไม่เชื่อหรือว่าบิดาข้าก่อกบฏ”

บุรุษตรงหน้ามองนางนิ่ง

“ข้าไม่เชื่อข่าวลือ”

“ข้าเชื่อสิ่งที่ตาเห็น”

“ข้าเห็นท่านแม่ทัพหลินยอมวางทุกอย่างเพื่อให้ทหารของตนรอดกลับบ้าน ข้าเห็นเขาเลือกตายอย่างมีเกียรติ แทนที่จะก้มหัวให้คนชั่ว”

เขาหยุดไปอึดใจหนึ่ง ก่อนเอ่ยชัดเจน

“คนเช่นนั้นไม่ใช่คนทรยศ”

กำแพงที่หลินเยว่ซินสร้างไว้ในใจสั่นคลอนรุนแรง

มือของนางสั่นหนักกว่าเดิม  

ครานี้ไม่ใช่เพราะหนาว

นางก้มหน้าลง หวังจะซ่อนแววตาอุ่นร้อนที่เอ่อขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว

“แล้วท่านเล่า” นางถามเบา ๆ “ท่านเป็นใคร”

ตอนที่ ๓.๗ เชียวอวี้เฉิน

เขาเงยหน้ามองรูปปั้นเทพสงครามบนแท่นบูชา ก่อนหัวเราะในลำคอเบา ๆ

เสียงหัวเราะนั้นมิได้มีความขบขัน  

กลับคล้ายการเยาะตนเองอย่างแผ่วเบา

“ผ่านสงครามมามากเข้า บางครั้งข้าเองก็แยกไม่ออกแล้วว่าสิ่งใดเป็นชัยชนะ”

แล้วเขาจึงหันกลับมามองนาง

“เชียวอวี้เฉิน”

เพียงได้ยินชื่อนี้ หลินเยว่ซินก็ชะงัก

ในแคว้นต้าสวี่ ไม่มีผู้ใดไม่รู้จักนามนี้

อ๋องชายแดน  

แม่ทัพผู้ไม่เคยพ่าย  

คมดาบของฮ่องเต้  

บุรุษที่ผู้คนกล่าวขานว่าเย็นชายิ่งกว่าหิมะเหนือด่าน

เขาคือเรื่องเล่าของสนามรบ  

คือชื่อที่ทำให้ศัตรูหวาดหวั่น  

คือภูผาที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง

แต่บัดนี้ ตำนานผู้นั้นกลับยืนอยู่ในศาลเจ้าเก่าร้างแห่งนี้  

ยืนอยู่ตรงหน้านาง  

ถือเหรียญเงินสามเหรียญของนางไว้อย่างระมัดระวังราวกับมันมีค่ากว่าทองคำ

หลินเยว่ซินถอยหลังหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ

มิใช่เพราะนางขลาดกลัว  

แต่เพราะแรงกดดันจากตัวเขารุนแรงเกินกว่าคนธรรมดาจะไม่ตอบสนอง

เชียวอวี้เฉินมองการถอยนั้น ก่อนถามเสียงเรียบ

“กลัวข้าหรือ”

หลินเยว่ซินเม้มริมฝีปาก

นางควรตอบว่ากลัว  

ควรระวังตัว  

ควรถอยให้ไกลกว่านี้

แต่เมื่อตาสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น นางกลับเห็นสิ่งหนึ่งชัดขึ้น

ใต้ความเย็นชาอันเป็นเหมือนเกราะเหล็กนั้น มีความอ่อนล้าลึกมากซ่อนอยู่  

ไม่ใช่ความเหน็ดเหนื่อยเพียงคืนสองคืน  

แต่เป็นความเดียวดายของคนที่ยืนอยู่สูงเกินไป จนไม่มีผู้ใดเดินขึ้นไปถึง

“คนทั้งเมืองควรกลัวท่านมิใช่หรือ” นางตอบตรง ๆ

คิ้วของเชียวอวี้เฉินยกขึ้นเล็กน้อย

“ผู้คนลือกันว่าท่านฆ่าคนขัดคำสั่งด้วยมือไม่กระตุก”  

“ลือกันว่าท่านไร้หัวใจ”  

“ลือกันว่าท่านไม่เห็นใครอยู่ในสายตา”

เชียวอวี้เฉินก้าวเข้ามาอีกก้าวหนึ่ง

ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลง  

แสงเทียนจึงทาบลงบนใบหน้าของเขาชัดขึ้นกว่าก่อน

ครานี้หลินเยว่ซินเห็นร่องรอยอ่อนล้าใต้ดวงตา เห็นแผลเป็นเล็ก ๆ ที่ไรผม เห็นความเงียบที่มิใช่ความเย่อหยิ่ง หากเป็นภาระหนักที่กดทับมายาวนาน

เขามิได้เหมือนเทพสงครามในตำนานอีกต่อไป  

แต่เหมือนมนุษย์ผู้หนึ่งซึ่งเหน็บหนาวอยู่ในเกราะเหล็กของตนเองมานานเหลือเกิน

“แล้วเจ้าเล่า” เขาถามกลับ “เจ้าควรกลัวข้าเหมือนคนอื่นหรือไม่”

หลินเยว่ซินสบตาเขาโดยไม่หลบ

หัวใจนางยังเต้นแรง  

แต่ไม่ใช่เพราะหวาดหวั่นเพียงอย่างเดียว

“ข้าไม่รู้” นางตอบตามตรง

แล้วหลังจากเงียบไปชั่วลมหายใจ นางจึงกล่าวต่อด้วยเสียงเบายิ่ง

“แต่ข้ารู้สึกว่า…ท่านคงเหน็บหนาวอยู่ตามลำพังมานานมากแล้ว”

เชียวอวี้เฉินนิ่งไป

เป็นครั้งแรกที่ดวงตาคู่นั้นสั่นไหวอย่างชัดเจน

มิใช่ความเย็นชา  

มิใช่ความระแวง  

แต่เป็นความประหลาดใจของคนที่ถูกมองทะลุเกราะทั้งที่ยังไม่ทันชักดาบ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดาราสวรรค์ผู้หวนคืน   บานประตูที่ปิดตาย

    การเดินเข้าเมืองในวันที่หิมะถล่มลงมาเช่นนี้ มิใช่เรื่องง่ายสำหรับหญิงสาวที่ขาดอาหารและอดนอนมาหลายวันถนนลื่นราวกระจกน้ำแข็ง รองเท้าผ้าเก่าของนางขาดตรงปลายจนหิมะซึมเข้าไปได้ทุกก้าว ฝ่าเท้าทั้งสองเจ็บแปลบสลับชา ยามลื่นล้ม แต่ละครั้งความเย็นจะกัดลึกผ่านเข่าและฝ่ามือเข้าไปจนเหมือนกระดูกถูกฝังอยู่ในหิมะทว่าสิ่งที่กัดเจ็บกว่าความหนาว กลับเป็นประตูที่ปิดใส่นางทีละบานร้านแรก นางยังพอเคาะประตูด้วยเสียงมั่นคงลูกจ้างเปิดออกมาเพียงรอยแคบ พอนางยื่นผ้าปักออกไป อีกฝ่ายก็ชะงัก ก่อนใบหน้าจะเปลี่ยนเป็นแข็งกระด้าง“นายไม่รับงานจากเจ้าแล้ว”“เหตุใด” หลินเยว่ซินถามเรียบ ๆ แม้ลมหายใจจะสั่นอยู่ในอก “อย่างน้อยก็ขอให้ท่านดูผ้าก่อน—”“ข้าบอกว่าไม่รับก็คือไม่รับ”เสียงกลอนสับดังปังใส่หน้านางยืนนิ่งอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง มองหิมะที่เกาะบนผ้าแขนตน ก่อนจะหันไปยังร้านถัดไปร้านที่สองไม่ยอมแม้แต่จะเปิดประตูมีเพียงเสียงตะโกนลอดออกมาจากด้านใน“ไสหัวไปเสีย! ร้านเราไม่ค้าขายกับตัวอัปมงคล”คำว่า “ตัวอัปมงคล” ทำให้หัวใจของหลินเยว่ซินกระตุกเย็นวาบโทสะลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เร็วเสียจนปลายนิ้วของนางชาในทันทีกฎข้

  • ดาราสวรรค์ผู้หวนคืน   บุรุษในเงามืด

    เขายืนอยู่หน้าแท่นบูชา ร่างสูงใหญ่หันหลังให้ประตูเพียงแค่เงาหนึ่งเงา ศาลเจ้าหลังเก่าก็ดูแคบลงไปถนัดตาอาภรณ์สีดำสนิทของเขากลืนไปกับความมืดเกือบทั้งร่าง ชายเสื้อปักดิ้นเงินละเอียดเป็นลวดลายคล้ายน้ำค้างแข็ง เหน็บกระบี่ยาวไว้ข้างเอว มือข้างหนึ่งวางบนด้ามอย่างหลวม ๆ แต่ให้ความรู้สึกคุกคามอย่างประหลาด ราวกับอาวุธนั้นไม่เคยแยกจากตัวเขาแม้ยามยืนเฉยภายนอก พายุหิมะยังคำราม แต่บุรุษผู้นี้กลับนิ่งนิ่งราวภูผา นิ่งราวกับลมหิมะทั้งโลกก็ไม่อาจบีบให้เขาเอนเอียงได้แม้แต่น้อยหลินเยว่ซินชะงักฝีเท้าในทันทีสัญชาตญาณบอกให้นางระวัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับไม่ใช่ความหวาดกลัวล้วน ๆเพียงมองแผ่นหลังนั้น หัวใจของนางกลับสั่นไหวอย่างไร้เหตุผล สั่นเหมือนในฝัน เหมือนวิญญาณส่วนลึกจำบางสิ่งได้ก่อนสติจะทันรู้ตัวราวกับนางเคยเห็นเงานี้มาก่อน มิใช่ในโลกมนุษย์ หากในลานหยกขาวท่ามกลางเสียงระฆังและเลือดห่อผ้าในมือของนางหลุดร่วงลงพื้นเหรียญเงินสามเหรียญในถุงเล็กกลิ้งกระจัดกระจายออกมา กระทบพื้นหินดังกรุ๊งกริ๊งชัดเจนท่ามกลางความเงียบหลินเยว่ซินสะดุ้ง รีบก้มลงเก็บแต่ในเวลาเดียวกัน บุรุษผู้นั้นก็หันมา แล

  • ดาราสวรรค์ผู้หวนคืน   คุณหนูสามแห่งตระกูลหลิน

    “เจ้า” เขาเอ่ยขึ้นหลังความเงียบทอดอยู่ครู่หนึ่ง “คือคุณหนูสามแห่งตระกูลหลิน”จากนั้นจึงพูดชื่อนางออกมาชัดเจน“หลินเยว่ซิน”หัวใจของนางกระตุกวูบชื่อนี้สำหรับคนอื่น มักตามมาด้วยคำดูหมิ่นเสมอ ลูกสาวกบฏ หญิงอัปมงคล ตัวเสนียดของตระกูลต้องโทษแต่เมื่อนามนี้ออกจากปากเขา กลับไม่มีถ้อยคำใดต่อท้าย ไม่มีความสมเพช ไม่มีความเหยียดหยามราวกับเขาเพียงยอมรับว่า นางคือคนคนหนึ่งซึ่งมีตัวตนจริงอยู่ตรงหน้าหลินเยว่ซินเงยหน้าขึ้นมองเขาระวัง ๆ“ท่านรู้จักข้าหรือ”“ข้ารู้จักบิดาเจ้ามากกว่า”เพียงประโยคนั้น ความเย็นในร่างนางกลับเปลี่ยนเป็นความเจ็บขึ้นมาแทนบิดาชื่อนี้เป็นเหมือนแผลเก่าที่ไม่เคยสมาน ผู้คนในเมืองหลวงพูดถึงเขาแต่ในฐานะคนทรยศ ไม่มีใครเอ่ยด้วยความเคารพอีกแล้ว“ท่าน…รู้จักบิดาข้าด้วยหรือ”“ข้าเคยอยู่ใต้บัญชาการของแม่ทัพหลิน”น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่แน่นพอจะทำให้หลินเยว่ซินต้องกำเหรียญในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“ท่านแม่ทัพหลินเป็นคนสอนข้าว่า คนเป็นทหารไม่ใช่ผู้ที่ฆ่าเก่งที่สุด” เขาพูดต่อ “แต่คือผู้ที่ยืนอยู่ข้างหลังคนของตนจนวินาทีสุดท้าย”หลินเยว่ซินนิ่งงันไม่มีใครเอ่ยถึงบิดานางเช่

  • ดาราสวรรค์ผู้หวนคืน   รอยยิ้มแรกและคำเตือน

    มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มจางเสียจนเกือบไม่ต่างจากเงาไฟไหว แต่เพราะมันหาได้ยากยิ่ง จึงยิ่งทำให้หัวใจคนมองสะเทือน“อย่างน้อย” เขาเอ่ย “เจ้าก็ซื่อตรงกว่าคนทั้งวัง”ในจังหวะนั้นเอง ลมหนาวก็พัดกระแทกประตูศาลเจ้าจนดังปัง หลินเยว่ซินสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะไอขึ้นมาสองสามครั้งอย่างกลั้นไม่อยู่เชียวอวี้เฉินมองนางเพียงชั่วแวบ จากนั้นจึงปลดผ้าคลุมขนสัตว์สีดำออกจากบ่าของตน“ไม่จำเป็น—”หลินเยว่ซินเอ่ยปฏิเสธทันทีแต่เขาไม่ฟังผ้าคลุมหนักอุ่นผืนนั้นถูกวางลงบนบ่าของนางอย่างเรียบร้อย กลิ่นหิมะสะอาด ควันไม้จาง ๆ และกลิ่นเหล็กเย็นจากตัวเขาอบอวลอยู่ในเนื้อผ้า ทำให้ความเย็นที่ฝังอยู่ในกระดูกของนางค่อย ๆ คลายลงทีละน้อยนางชะงักอีกครั้งไม่ใช่เพียงเพราะความอบอุ่น แต่เพราะความหนาวในเลือดของนาง…สงบลงอย่างน่าประหลาดเมื่ออยู่ใกล้เขา“ข้าไม่ได้ให้เพราะสงสาร” เชียวอวี้เฉินกล่าวเรียบ ๆ พลางจัดชายผ้าคลุมให้นางอย่างไม่ใส่ใจนัก “หากเจ้าป่วยตายคืนนี้ แล้วใครจะปักลายเมฆบนผ้าได้งามเช่นนั้นอีก”หลินเยว่ซินเงยหน้าขึ้นทันที“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าผ้าพวกนั้นเป็นฝีมือข้า”“มือเจ้า”เขาพยักหน้าไปทางปลายนิ้วนาง

  • ดาราสวรรค์ผู้หวนคืน   หิมะแรกสุดโหดร้าย

    ตอนที่ ๓.๑ หิมะแรกอันโหดร้ายยิ่งกว่าความตายหิมะแรกของปีควรตกอย่างอ่อนโยนควรเป็นเพียงผงขาวบางเบาที่โปรยลงจากฟ้า ดุจเสียงกระซิบของฤดูหนาว มิใช่คมมีดนับหมื่นเล่มที่ฟาดใส่ผิวเนื้อของผู้คนอย่างไม่ปรานีแต่ปีนี้ หิมะแรกกลับมาพร้อมความอำมหิตเมฆสีเทาหม่นปิดทับทั้งฟ้าเสียจนไม่เหลือแม้เงาของดวงดาว ลมหนาวคำรามก้องราวสัตว์ร้ายตื่นหิว พัดเอาผลึกน้ำแข็งเม็ดเล็กแหลมคมกระแทกใบหน้าและลำคอ จนเจ็บร้าวเหมือนถูกเข็มทิ่มแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในคืนที่แม้แต่ฟ้าดินยังไม่ปรานีผู้ใด หลินเยว่ซินกลับต้องออกจากกระท่อมตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางนางกอดห่อผ้าปักไว้แนบอกแน่น ภายในนั้นคือผืนแพรสามผืนที่นางปักจนปลายนิ้วแตกเลือดซึมติดต่อกันหลายคืน ลายเมฆมงคล ลายดอกบัว และลายนกเหมันต์—ล้วนเป็นงานละเอียดที่สุดที่นางทำได้ในยามที่แสงเทียนริบหรี่และสายตาพร่ามัวเพราะอดนอนหากขายได้ นางจะมีเงินซื้อยาให้จื่อซวนอีกสองห่อ หากขายไม่ได้ คืนนี้กระท่อมของพวกนางจะไม่มีทั้งยาและฟืนเพียงคิดถึงเด็กชายที่นอนซมด้วยพิษไข้อยู่ในบ้าน หลินเยว่ซินก็ไม่กล้าหยุดเดินลมหายใจของนางกลายเป็นไอขาวทันทีที่พ่นออกมา ปลายนิ้วทั้งสิบชาจนแทบจับห่อผ้าไม่อยู่ แต่คร

  • ดาราสวรรค์ผู้หวนคืน   กงล้อชะตาหมุนวน

    คืนหนึ่ง หลังจากจื่อซวนดื่มยาแล้วผล็อยหลับไป หลินเยว่ซินก็นั่งลงข้างเตียง มองใบหน้าน้องชายที่ซีดเซียวใต้แสงเทียนอ่อนนางเหนื่อยเหลือเกินเหนื่อยจากการหาเงิน เหนื่อยจากสายตาของผู้คน เหนื่อยจากการฝืนควบคุมความหนาวในเลือด เหนื่อยจากความฝันที่กัดกินทั้งแรงและความทรงจำเพียงชั่วครู่เดียว นางก็เผลอเอนหน้าผากพิงขอบเตียง ปล่อยให้ดวงตาปิดลงในความเงียบนั้น นางได้ยินเสียงหิมะตกอยู่นอกกระท่อม ได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วของจื่อซวน และลึกลงไปกว่านั้น นางเหมือนได้ยินเสียงระฆังโบราณดังอยู่ไกลมากกังวาน ห่างไกล แต่ชัดพอให้หัวใจสั่นหลินเยว่ซินลืมตาขึ้นช้า ๆ“พี่จะปกป้องเจ้าเอง” นางกระซิบกับเด็กชายที่กำลังหลับ “ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”มือของนางเอื้อมไปกุมมือเล็ก ๆ ของจื่อซวนไว้เย็นจัด แต่มั่นคง“ต่อให้คนทั้งโลกมองพี่เป็นปีศาจก็ช่าง”“ต่อให้สิ่งที่อยู่ในเลือดพี่เป็นคำสาปก็ช่าง”“ขอเพียงเจ้ามีชีวิตอยู่…”เสียงของนางสะดุดเล็กน้อยเพราะในวินาทีนั้นเอง ความหนาวในอกกลับไม่บาดเจ็บเหมือนทุกครั้ง มันนิ่งลง แน่นขึ้น ราวกับกำลังรับฟังหลินเยว่ซินจึงพูดต่อชัดถ้อยชัดคำ ราวกับให้สัตย์ต่อฟ้าดิน

  • ดาราสวรรค์ผู้หวนคืน   สายตาที่มองเข้ามา

    เช้าวันถัดมา ข่าวลือก็แพร่ไปทั่วหมู่บ้านเร็วกว่าลมหนาว“คุณหนูหลินเสกน้ำแข็งได้” “นางทำให้หลินป๋อเลือดอาบ” “นางถูกปีศาจสิงแล้ว!”จากเดิมที่ผู้คนเพียงดูแคลน บัดนี้พวกเขาเริ่มหวาดกลัวและในโลกของคนเล็กคนน้อย ความกลัวมักกลายเป็นความโหดร้ายได้ง่ายกว่าความเมตตาเสมอแม่ค้าที่เคยรับซื้องานปักของหลินเย

  • ดาราสวรรค์ผู้หวนคืน   ราคาที่ต้องแลก

    คืนหนึ่ง ขณะที่หลินเยว่ซินกำลังนั่งปักผ้าใต้แสงเทียนริบหรี่เพื่อส่งงานให้พ่อค้าในรุ่งเช้า เสียงดังปังพลันกระแทกประตูจนกระท่อมทั้งหลังสั่นสะเทือนจื่อซวนสะดุ้งตื่นทันที ไอจนตัวงออยู่บนเตียงประตูถูกถีบเปิดอย่างหยาบคาย ลมหนาวกับกลิ่นสุราฉุนจัดพุ่งเข้ามาพร้อมกันผู้มาเยือนคือหลินป๋อ ญาติผู้พี่ผู้ถือสิ

  • ดาราสวรรค์ผู้หวนคืน   ร่องรอยของความฝัน

    หากอาการในยามตื่นทำให้นางหวาดกลัว ความฝันในยามหลับก็ทำให้นางแทบไม่กล้าปิดตามันไม่เหมือนความฝันของคนทั่วไปความฝันของคนทั่วไปเลือนรางเมื่อยามเช้ามาถึง แต่ความฝันของหลินเยว่ซินกลับชัดขึ้นทุกคืนราวกับมันไม่ได้เกิดขึ้น “ในหัว” แต่เกิดขึ้น “ที่ใดสักแห่ง” แล้วส่งเสียงเรียกมาถึงวิญญาณของนางทุกครั้ง

  • ดาราสวรรค์ผู้หวนคืน   โชคชะตาที่แปรผัน

    เมื่อหลินเยว่ซินอายุครบสิบเจ็ดปี นางก็เริ่มเข้าใจว่า สิ่งผิดปกติในร่างกายตนมิใช่อาการป่วยธรรมดามันมีกฎของมันและกฎนั้นโหดร้ายยิ่งกว่าความเจ็บไข้ใดที่นางเคยรู้จักกฎข้อแรก—เมื่อใจหวาดกลัว ความหนาวจะเริ่มจากเลือดครั้งแรกที่นางสังเกตได้ชัด คือในเช้าวันหนึ่งที่เจ้าหนี้มาตะโกนด่าหน้ากระท่อม จื่อซวนไอห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status