ดาราสวรรค์ผู้หวนคืน

ดาราสวรรค์ผู้หวนคืน

last updateHuling Na-update : 2026-05-11
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
15Mga Kabanata
238views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

คืนที่เสียงระฆังผนึกฟ้าดังก้องไปทั่วเก้าชั้นสวรรค์ คือคืนที่ ธิดาสวรรค์ ถูกตราหน้าว่าเป็นรอยร้าวของระเบียบฟ้า หลินเยว่ซิน... อดีตผู้สูงส่งแห่งสวรรค์ กลับชาติมาเกิดในโลกมนุษย์พร้อมชะตาที่แหลกสลาย

view more

Kabanata 1

การร่วงหล่นของธิดาสวรรค์

私には、秘密がある。

誰かに触れた瞬間、その人が心の中でいちばん大切に想っている人の顔が見える。

7歳のとき、上田大河(うえだ たいが)が隣に引っ越してきた。あの日から、大河の心の中にはずっと、私だけがいた。

18歳、初めて手を繋いだとき――私だった。

22歳、プロポーズされたとき――私だった。

結婚式の夜、唇が重なったとき――やっぱり、私だった。

しかし結婚3周年の朝。ネクタイを直してあげようと、指先が喉仏にそっと触れたとき、いつものように目を閉じた。

浮かび上がったのは、二つの顔だった。

一つは私。もう一つは、見知らぬ女。

その夜、大河のスマホが光った。

【大河さん、今日は付き合ってくれてありがとう】

21年間で、10万回もの触れ合い。

初めて、狂いが生じた。

……

結婚記念日を祝うために、1カ月前からレストランを予約していた。

着ていく赤いワンピースは、大河が「似合うよ」と言ってくれたお気に入りの一着。パールのピアスも大河からもらったもの。

午後6時。着替えを終えて鏡の前に立ち、ピアスをつけていると、大河から電話がかかってきた。

「急な出張が入った。今夜は無理だ」

慌ただしい声で、それだけ言い残して電話は切れた。

大河のほうから先に電話を切るなんて、これが初めてだった。

鏡の中の自分を見つめる。右のパールはちゃんと収まっているのに、左のピアスだけがつけられないまま、指先で揺れていた。

ほどなくして、親友の真野菜奈(まの なな)から電話がかかってきた。「じゃあ私が付き合うよ」と。

彼女の車に乗って、街なかの洋食屋へ連れていってもらった。

店の前に着いて、ドアに手をかけた瞬間、私の足が止まった。

ガラス張りの窓際の席に、大河がいた。

向かいに座っているのは、25、6歳くらいの女性。笑うと口元に、くっきりとしたえくぼが浮かぶ人だった。

大河はすっと手を伸ばし、親指で彼女の口元についたクリームをそっと拭った。

18歳のころからずっと、私だけに向けてくれていた仕草だった。

隣の菜奈もそれに気づいていた。今にもドアを押して飛び込んでいきそうな彼女の腕を、私は咄嗟に掴んで引き留めた。

「やめて」

「……あの女、誰なの!?」

「ううん、知らない」

夜の11時、大河が帰ってきた。毎年の記念日とまったく同じように、赤いバラを一束抱えていた。

シャワーを浴びて出てきた大河が、背後からそっと私を抱きしめる。あごを私の頭の上に乗せて、低い声で言った。

「実里、今日は本当にすまなかった。絶対埋め合わせするから」

そっと目を閉じると、二つの顔が脳裏に交互に浮かんだ。私――伊能実里(いのう みのり)と、あの女。

半分ずつ。

21年間で初めて、大河の心の中に「他の誰か」を見た。

大河が眠りについてから、スマホをそっと手に取った。

ロック解除のパスコードは私の誕生日のまま、何も変わっていなかった。

チャット一覧のいちばん上に「ピン留め」されていたのは、本間望美(ほんま のぞみ)との会話だった。

半年前から始まったそのやり取りは、仕事の連絡からいつしか日常の雑談へと変わっていた。【了解です】というビジネスライクな返信が、【おやすみ】という親密な挨拶になっていた。

【今日、気分が落ち込んでて。甘いもの食べたい】という彼女のメッセージに、大河は【1階のお店のナポレオンパイ、買ってきてあげるよ】と返していた。

少し遡った日のメッセージには、【前に勧めてくれたお店、一人で行ってみたけど、イマイチだった。次は一緒に連れてって】と。

そして最後が、今夜届いたメッセージだった。【大河さん、今日は付き合ってくれてありがとう】

スマホを置いて、ベッドに戻った。

大河は寝返りを打って、長年の習慣のように私を引き寄せ、寝ぼけた声を漏らした。私はそっと問いかけた。

「……今日、誰と一緒にいたの?」

眠りの淵で、大河は「ん」とだけ喉を鳴らして、私をもっとしっかり抱きしめた。

「クライアントと」

私は、もう何も聞かなかった。

翌朝、出かける前に大河が私の額にキスをした。

「昨日は本当に抜けられなかったんだ。週末、温泉に連れていくから」

その笑顔は、昔と何も変わらなかった。

しばらく彼の瞳を見つめてから、私は「うん」とだけ言った。

大河が出ていくと、あの赤いワンピースをきちんと畳んで、クローゼットの一番奥にしまい込んだ。

昼に菜奈から電話があった。大丈夫かと聞かれて、長い沈黙が流れた。

「実里。あんた、7歳のころからずっと、彼だけを見てきたじゃない」

「わかってる」

「これから……どうするつもり?」

窓の外を見た。空はどこまでも青く、雲ひとつなかった。

「私にも、わからない」

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
15 Kabanata
การร่วงหล่นของธิดาสวรรค์
เสียงระฆังผนึกฟ้าดังกึกก้องขึ้นพร้อมกันทั่วสวรรค์ชั้นเก้ามิใช่หนึ่งใบมิใช่สิบใบหากนับพันใบที่สะท้านประสานกันราวมหันตภัยจากฟากฟ้า จนห้วงดาราดับวูบลงทีละดวง แสงดาวที่เคยสุกสกาวพลันสั่นพร่า ราวกับแม้แต่สวรรค์เองก็ไม่กล้าสบตาค่ำคืนแห่งการพิพากษานี้มันไม่ใช่เสียงแห่งสันติไม่ใช่เสียงประกาศกฎฟ้าแต่มันคือเสียงของวันพิพากษาวันพิพากษาของธิดาสวรรค์ใต้ฐานวิหารศักดิ์สิทธิ์ เสียงคร่ำครวญของดวงวิญญาณนับหมื่นบิดเบี้ยวประสานกันเป็นทำนองอัปมงคล ลอยแทรกขึ้นมาจากใต้แผ่นหยกขาว ราวกับผืนดินทั้งผืนกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เทพชั้นผู้น้อยที่แม้จะชาชินกับการสังเวย ยังได้แต่ก้มหน้า ไม่กล้าเงยขึ้นมองลานพิพากษาเบื้องบนเพราะสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในคืนนี้ มิใช่เพียงการลงทัณฑ์เทพองค์หนึ่งหากแต่เป็นการฉีกหน้ากากของสิ่งที่ถูกเรียกว่า“ความชอบธรรม”กลางลานหยกขาว หญิงสาวผู้หนึ่งถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนอัสนีทุกห่วงโซ่ลุกไหม้ด้วยไฟบรรลัยกัลป์ เปลวเพลิงสีทองแดงแผดเผาทั้งอาภรณ์ เนื้อหนัง และลึกลงไปถึงวิญญาณ เลือดสีเงินไหลซึมผ่านอาภรณ์ขาว ก่อนหยดลงบนพื้นหยกเยียบเย็นแล้วเบ่งบานเบ่งบานเป็นดอกบัวน้ำแข็งนับร้อยนับพัน
Magbasa pa
สิบแปดปีแห่งการรอคอย
สิบแปดปีผ่านไปแล้วนับจากคืนที่ดวงดาวเหนือฟ้าดับวูบลงพร้อมกัน ราวมีมือที่มองไม่เห็นเอื้อมขึ้นไปปัดแสงทั้งผืนทิ้งอย่างไม่ไยดีสิบแปดปีแห่งการเวียนว่าย สิบแปดปีแห่งการหลับใหลอยู่ในเลือดเนื้อของมนุษย์ และสิบแปดปีแห่งการรอคอยของใครบางคน... ผู้แม้จะลืมทุกสิ่งไปแล้ว แต่หัวใจกลับยังโหยหาบางอย่างไม่เคยหยุดณ แคว้นต้าสวี่ โลกมนุษย์ฤดูหนาวปีนี้ยาวนานกว่าทุกปีหิมะตกหนักจนทิวเขาทั้งแนวกลายเป็นเพียงเส้นเงาขาวพร่า ลำธารจับตัวแข็ง ต้นไม้ยืนตายอยู่ใต้เกล็ดน้ำแข็ง หลังคาเรือนทั้งเมืองถูกกดทับด้วยความหนาวเงียบงัน ราวฟ้าดินกำลังช่วยกันกลบฝังความผิดบาปบางอย่างที่ผู้คนพยายามลืม แต่ผืนแผ่นดินยังจดจำไม่เคยเลือนหิมะโปรยลงบนจวนตระกูลหลินจนขาวราวสุสานที่นี่เคยเป็นจวนของขุนนางผู้พิทักษ์แดนเหนือ เคยมีม้าเร็วเข้าออกทั้งกลางวันและกลางคืน เคยมีธงตระกูลหลินสีครามปักตรา “เหยี่ยวหิมะคาบทวน” สะบัดอยู่เหนือประตูหน้า เคยมีทหารผ่านศึกจากชายแดนมายืนค้อมศีรษะต่อหน้าบ้านหลังนี้ด้วยความเคารพจากใจจริง มิใช่เพราะยศถาบัดนี้ ทุกอย่างเหลือเพียงโครงกระดูกของความรุ่งเรืองประตูใหญ่ยังตั้งอยู่ แต่บานหนึ่งเอียงจนน้ำแข็ง
Magbasa pa
เศษซากแห่งเกียรติยศ
หลังการตายของหลินเฟิง จวนตระกูลหลินก็ถูกผู้คนรุมทึ้งราวซากสัตว์ในหิมะญาติห่างๆ ที่เคยยิ้มหวานยามมาอาศัยบารมี เจ้าหนี้หน้าเลือดที่เคยโค้งคำนับแทบชิดพื้น พ่อค้าคนกลางที่เคยขอให้บิดานางช่วยเปิดทางขนสินค้าผ่านแดนเหนือ แม้แต่คนใช้เก่าบางส่วนที่เคยรับเงินเดือนจากเรือนนี้คนเหล่านั้นต่างผลัดกันเข้ามาขนของออกไปอย่างไม่ละอายตู้ไม้แดงสลักลายเมฆที่ตั้งอยู่ในห้องรับแขกถูกยกไป ชุดเกราะพิธีการของบิดาซึ่งแขวนอยู่ในห้องบรรพชนหายไป ฉากกั้นผ้าไหมลายภูเขาหิมะของมารดาถูกถอดออกจากบานพับ แม้แต่ระฆังทองเหลืองใบเล็กจากด่านเป่ยหยวน ซึ่งทหารชายแดนเคยมอบให้หลินเฟิงในปีแห่งชัยชนะ ก็ยังถูกขโมยไปทั้งเส้นเชือกสิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน แต่เป็นประวัติศาสตร์ทั้งหลังคาเรือนห้องบรรพชนซึ่งเคยมีกลิ่นธูปอ่อนๆ และแผ่นป้ายวิญญาณเรียงเป็นระเบียบ ถูกทิ้งจนฝุ่นจับหนา เหลือเพียงโต๊ะบูชาเตี้ยๆ กับรอยวงกลมซีดบนผนัง จุดที่ครั้งหนึ่งเคยแขวนแผนที่ชายแดนเหนือฉบับเขียนมือของหลินเฟิงมีเพียงของบางอย่างที่คนพวกนั้นไม่คิดจะเอาไป เพราะมันไม่มีราคาในตลาดเช่นกระบอกหนังเก่าใส่ธนูที่ขาดตรงปากถุง เช่นโต๊ะเขียนหนังสือ
Magbasa pa
ความฝันที่มิใช่แค่ความฝัน
แม้จะไม่มีความทรงจำใดเกี่ยวกับอดีตชาติ แต่แทบทุกค่ำคืน หลินเยว่ซินกลับฝันเห็นภาพเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันไม่เหมือนความฝันของมนุษย์ทั่วไปชัดเจนเกินไป หนักแน่นเกินไป และเจ็บปวดเกินกว่าจะเป็นเพียงภาพลวงยามหลับนางฝันเห็นดอกบัวน้ำแข็งหมื่นกลีบเบ่งบานเหนือทะเลหยกขาวกลีบดอกแต่ละกลีบโปร่งใสราวแกะจากน้ำค้างแข็ง ส่องประกายสีเงินจางๆ ท่ามกลางแสงเย็นประหลาด พวกมันไหวเอนช้าๆ อยู่ในสายลมที่มองไม่เห็น ราวกำลังรอคอยใครบางคนให้กลับคืนบางครั้ง นางฝันเห็นระฆังมหึมาตั้งตระหง่านกลางเวหาเสียงของมันกึกก้องจนสั่นสะท้านไปถึงกระดูก แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าระฆังคือเสียงที่ซ่อนอยู่ภายในเสียงคร่ำครวญ เสียงโกรธแค้น เสียงของวิญญาณที่ถูกจองจำมาช้านาน จนความเจ็บปวดกลายเป็นรูปแบบหนึ่งของการมีอยู่และบางคืน นางเห็นบุรุษผู้หนึ่งเขาสวมเกราะนิลสีดำ ร่างสูงสง่าราวภูผา แต่ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังที่เต็มไปด้วยเลือดและหิมะพายุขาวโหมกระหน่ำราวฟ้าทั้งผืนกำลังร่ำไห้ เกราะของเขาแตกร้าว บ่ากว้างอาบด้วยเลือดสีทอง ทว่าสายตาคู่นั้นกลับจ้องมาทางนางเพียงผู้เดียวเขายืนอยู่ไกลมาก ไกลจนแทบเป็นเพียงเงาร่างพ
Magbasa pa
ค่ำคืนลำพังใต้แสงดาว
หลังจากจื่อซวนหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาและความเหนื่อยล้า หลินเยว่ซินก็ค่อยๆ ลุกจากเตียงอย่างเบาที่สุดนางเดินไปนั่งข้างหน้าต่างบานเก่าซึ่งอุดด้วยผ้าหลายชั้น แต่ลมหนาวก็ยังสอดผ่านเข้ามาได้ และกัดผิวแก้มของนางจนชาเบื้องนอกคือจวนหลินที่เงียบงันลานฝึกจมอยู่ใต้หิมะ เสาไม้เก่าทอดเงาดำเอียงๆ หอหนังสือพังครึ่งหนึ่งดูราวหลุมศพของถ้อยคำ และต้นสนแก่ข้างกำแพงเหนือแกว่งกิ่งแห้งครูดลมครางเบาๆ คล้ายคนชราที่เฝ้าบ้านมานานเกินไปหลินเยว่ซินเงยหน้ามองฟ้าดวงดาวยังพร่างอยู่เหนือยอดไม้ งดงาม ห่างไกล และเย็นชาพวกมันส่องแสงอยู่เงียบๆ ราวไม่เคยรับรู้เลยว่า ใต้ฟ้านี้มีคนบางคนต้องพยายามมีชีวิตรอดอย่างยากลำบากเพียงใด“ข้าไม่รู้ว่าข้าคือใครจริงๆ”นางเอ่ยกับความมืดด้วยเสียงเบา“ไม่รู้ว่าทำไมข้าถึงเหมือนเคยมีชีวิตอีกชีวิตหนึ่ง”“ไม่รู้ว่าน้ำตาในความฝันนั้นมีไว้เพื่อผู้ใด”“ไม่รู้ว่าความโหยหาในอกนี้คืออะไรกันแน่”ลมหนาวพัดผ่านอีกระลอก ปอยผมดำปลิวแตะแก้มหลินเยว่ซินทอดสายตามองดาวดวงหนึ่งซึ่งสว่างที่สุดเหนือทิศเหนือ แล้วกล่าวต่อช้าๆ“แต่ข้ารู้สึกอยู่เสมอว่า...”“ในที่แห่งหนึ่งซึ่งไกลแสนไกล มีใครบางคนกำลังรอ
Magbasa pa
โชคชะตาที่แปรผัน
เมื่อหลินเยว่ซินอายุครบสิบเจ็ดปี นางก็เริ่มเข้าใจว่า สิ่งผิดปกติในร่างกายตนมิใช่อาการป่วยธรรมดามันมีกฎของมันและกฎนั้นโหดร้ายยิ่งกว่าความเจ็บไข้ใดที่นางเคยรู้จักกฎข้อแรก—เมื่อใจหวาดกลัว ความหนาวจะเริ่มจากเลือดครั้งแรกที่นางสังเกตได้ชัด คือในเช้าวันหนึ่งที่เจ้าหนี้มาตะโกนด่าหน้ากระท่อม จื่อซวนไอหนักอยู่บนเตียง ส่วนในหม้อไม่เหลือแม้แต่น้ำแกงให้ซดประทังชีวิต หลินเยว่ซินเพียงได้ยินเสียงรองเท้ากระแทกพื้นใกล้ประตู หัวใจก็หดเกร็งวูบหนึ่งแล้วปลายนิ้วของนางก็ชาไม่ใช่ชาธรรมดา แต่เป็นความชาเย็นที่ไหลย้อนจากปลายนิ้วเข้าสู่ข้อมือ ราวกับมีน้ำแข็งเหลวถูกกรอกเข้าเส้นเลือดทีละหยด ลมหายใจที่พ่นออกจากริมฝีปากกลายเป็นไอขาว ทั้งที่ตอนนั้นยังเป็นปลายฤดูสารท มิใช่เหมันต์จัดนางตกใจจนรีบซ่อนมือไว้ใต้ชายแขนเสื้อแต่ความเย็นไม่ยอมหยุดมันลามเข้าไปถึงข้อศอก จนกระทั่งนางต้องแอบเอาเล็บจิกฝ่ามือตัวเองแรง ๆ เพื่อเรียกความเจ็บมาฉุดสติ ความเย็นจึงค่อยถอยกลับอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงรอยแตกเล็ก ๆ ตรงข้อนิ้ว ราวกับผิวหนังถูกลมหนาวกัดกินมาหลายวันวันต่อมา นางลองสังเกตอีกเมื่อหวั่นไหว—มือจะเย็น เมื่อหวาดกลัว—เลื
Magbasa pa
ร่องรอยของความฝัน
หากอาการในยามตื่นทำให้นางหวาดกลัว ความฝันในยามหลับก็ทำให้นางแทบไม่กล้าปิดตามันไม่เหมือนความฝันของคนทั่วไปความฝันของคนทั่วไปเลือนรางเมื่อยามเช้ามาถึง แต่ความฝันของหลินเยว่ซินกลับชัดขึ้นทุกคืนราวกับมันไม่ได้เกิดขึ้น “ในหัว” แต่เกิดขึ้น “ที่ใดสักแห่ง” แล้วส่งเสียงเรียกมาถึงวิญญาณของนางทุกครั้งมันเริ่มเหมือนกันลานหยกขาวกว้างสุดสายตา หมอกเมฆที่รองอยู่ใต้ฝ่าเท้า ท้องฟ้าไร้ตะวัน ไร้จันทร์ มีเพียงแสงสีเงินทองที่เย็นชาเกินกว่าจะเรียกว่าแสงแห่งสวรรค์และเบื้องหน้าของนาง—มีระฆังมหึมาระฆังนั้นงดงามจนเกินจริง แต่ก็ชวนหวาดหวั่นจนไม่อาจจ้องมองนานผิวของมันสลักลายโบราณแน่นขนัด คล้ายอักษร คล้ายผนึก คล้ายคำสาป เมื่อหลินเยว่ซินก้าวเข้าใกล้ นางจะได้ยินเสียงคร่ำครวญดังแผ่วออกมาจากภายใน มิใช่เสียงของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หากเป็นเสียงของผู้ถูกจองจำเสียงนับพัน นับหมื่น ซ้อนทับกันจนกลายเป็นคลื่นต่ำสะเทือนวิญญาณทุกครั้งที่เสียงนั้นดังขึ้น เลือดในกายของนางจะเย็นลงแม้ในความฝัน นางก็ยังรู้สึกได้อย่างชัดเจนปลายนิ้วชา ลมหายใจขาว หัวใจหน่วงหนักราวกับพลังในร่างตนกำลังตอบสนองต่อระฆังใบนั้นแล้ว
Magbasa pa
ราคาที่ต้องแลก
คืนหนึ่ง ขณะที่หลินเยว่ซินกำลังนั่งปักผ้าใต้แสงเทียนริบหรี่เพื่อส่งงานให้พ่อค้าในรุ่งเช้า เสียงดังปังพลันกระแทกประตูจนกระท่อมทั้งหลังสั่นสะเทือนจื่อซวนสะดุ้งตื่นทันที ไอจนตัวงออยู่บนเตียงประตูถูกถีบเปิดอย่างหยาบคาย ลมหนาวกับกลิ่นสุราฉุนจัดพุ่งเข้ามาพร้อมกันผู้มาเยือนคือหลินป๋อ ญาติผู้พี่ผู้ถือสิทธิ์ข่มเหงพวกนางราวกับเป็นเรื่องชอบธรรม เขาตาแดงก่ำจากฤทธิ์เหล้า ข้างหนึ่งถือขวดสุรา อีกข้างกำไม้เรียวไผ่แน่น“คุณหนูตกอับ” เขาหัวเราะเยาะ “เดือนนี้ยังไม่มีเงินอีกหรือ”หลินเยว่ซินวางเข็มลงช้า ๆ พยายามกดเสียงให้เรียบ“พ่อค้าผ้ายังไม่จ่ายค่าจ้าง หากให้เวลาอีกสองวัน—”“สองวัน?” หลินป๋อถ่มน้ำลายลงพื้น “ข้าทวงเจ้ามากี่ครั้งแล้ว”สายตาของเขากวาดผ่านร่างนางอย่างน่ารังเกียจ“ถ้าไม่มีเงิน ก็เอาตัวเจ้ามาชดใช้สิ”หลินเยว่ซินไม่ตอบแต่นางรู้ทันทีว่าหัวใจตนเริ่มเต้นผิดจังหวะโกรธ—อย่าโกรธ ห้ามโกรธ หากโกรธ ความหนาวจะออกไปข้างนอกนางกำชายแขนเสื้อตัวเองไว้แน่น เล็บจิกฝ่ามือจนเจ็บ พยายามใช้ความปวดกดความรู้สึกเดือดพล่านในอกแต่หลินป๋อไม่หยุดเขาหันไปเห็นจื่อซวนที่ไออยู่บนเตียง ก็แค่นหัวเราะเย็นชา“ไอ้ตัว
Magbasa pa
สายตาที่มองเข้ามา
เช้าวันถัดมา ข่าวลือก็แพร่ไปทั่วหมู่บ้านเร็วกว่าลมหนาว“คุณหนูหลินเสกน้ำแข็งได้” “นางทำให้หลินป๋อเลือดอาบ” “นางถูกปีศาจสิงแล้ว!”จากเดิมที่ผู้คนเพียงดูแคลน บัดนี้พวกเขาเริ่มหวาดกลัวและในโลกของคนเล็กคนน้อย ความกลัวมักกลายเป็นความโหดร้ายได้ง่ายกว่าความเมตตาเสมอแม่ค้าที่เคยรับซื้องานปักของหลินเยว่ซินเริ่มอ้างสารพัดเหตุผลเพื่อปฏิเสธ บางคนไม่ยอมแม้แต่จะรับผ้าไปคลี่ดู พอเห็นนางเดินเข้ามาใกล้ ก็รีบเบือนหน้าเหมือนถูกสิ่งอัปมงคลแตะต้องพ่อค้าบางคนยอมกระซิบคุยกันลับหลัง แต่ไม่มีผู้ใดกล้าพูดต่อหน้า ตรงนั้นเองที่หลินเยว่ซินยิ่งเห็นชัด—สายตากลัวเกลียดของมนุษย์ เย็นกว่าหิมะเสียอีกครั้งหนึ่งมีเด็กกลุ่มหนึ่งวิ่งผ่านหน้ากระท่อม แล้วหยุดยืนมองนางจากไกล ๆก้อนหินก้อนแรกพุ่งมาโดนไหล่ซ้ายเจ็บ แต่ไม่เท่าคำที่ตามมา“แม่มดน้ำแข็ง!”ก้อนที่สองตกใกล้เท้า ก้อนที่สามกระแทกฝาไม้ข้างประตูดังปึกจื่อซวนสะดุ้ง รีบหลบหลังพี่สาวหลินเยว่ซินพาเขาเข้าไปยืนในเงาประตูก่อน แล้วค่อยหันกลับมาเผชิญหน้าพวกเด็กเหล่านั้นตามลำพังหัวใจของนางเจ็บ ไม่ใช่เพราะความโกรธเท่านั้น แต่เพราะนางจำได้ว่าเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งใน
Magbasa pa
กงล้อชะตาหมุนวน
คืนหนึ่ง หลังจากจื่อซวนดื่มยาแล้วผล็อยหลับไป หลินเยว่ซินก็นั่งลงข้างเตียง มองใบหน้าน้องชายที่ซีดเซียวใต้แสงเทียนอ่อนนางเหนื่อยเหลือเกินเหนื่อยจากการหาเงิน เหนื่อยจากสายตาของผู้คน เหนื่อยจากการฝืนควบคุมความหนาวในเลือด เหนื่อยจากความฝันที่กัดกินทั้งแรงและความทรงจำเพียงชั่วครู่เดียว นางก็เผลอเอนหน้าผากพิงขอบเตียง ปล่อยให้ดวงตาปิดลงในความเงียบนั้น นางได้ยินเสียงหิมะตกอยู่นอกกระท่อม ได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วของจื่อซวน และลึกลงไปกว่านั้น นางเหมือนได้ยินเสียงระฆังโบราณดังอยู่ไกลมากกังวาน ห่างไกล แต่ชัดพอให้หัวใจสั่นหลินเยว่ซินลืมตาขึ้นช้า ๆ“พี่จะปกป้องเจ้าเอง” นางกระซิบกับเด็กชายที่กำลังหลับ “ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”มือของนางเอื้อมไปกุมมือเล็ก ๆ ของจื่อซวนไว้เย็นจัด แต่มั่นคง“ต่อให้คนทั้งโลกมองพี่เป็นปีศาจก็ช่าง”“ต่อให้สิ่งที่อยู่ในเลือดพี่เป็นคำสาปก็ช่าง”“ขอเพียงเจ้ามีชีวิตอยู่…”เสียงของนางสะดุดเล็กน้อยเพราะในวินาทีนั้นเอง ความหนาวในอกกลับไม่บาดเจ็บเหมือนทุกครั้ง มันนิ่งลง แน่นขึ้น ราวกับกำลังรับฟังหลินเยว่ซินจึงพูดต่อชัดถ้อยชัดคำ ราวกับให้สัตย์ต่อฟ้าดิน
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status