Mag-log in“ทุกคนคะ...” เสียงหวานของวีเจน้องเหมียวดังผ่านไมค์ขึ้นมาเบา ๆ อีกครั้งหลังเกมล่าสุดจบ ทำเอาคอปเปอร์ที่กำลังนั่งจ้องหน้าจอไม่วางตาถึงกับชะงัก
“พอดีช่วงนี้เหมียวมีธุระด่วนต้องไปทำนิดหน่อยค่ะ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปน่าจะไม่ได้มาสตรีมเกมเลย... เราค่อยมาเจอกันอีกทีประมาณอาทิตย์หน้านะคะ” “เชี่ย...” คอปเปอร์สบถออกมาเบา ๆ หน้าหล่อบูดบึ้งขึ้นมาทันที เขาถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะกดสลับหน้าจอเข้าไปใน D*****d แล้วถอดหูฟังออกครึ่งหนึ่งด้วยความหัวเสีย “กูไม่เล่นละพวกมึง อารมณ์เสีย” “อ้าว ไงเป็นงั้นวะไอ้ห่านี่” เสียงเจททักขึ้นมาทางสาย “น้องเหมียวของมึงปิดสตรีมหนีไปแล้วอ่อ” “เออ! บอกมีธุระ จะหายไปเป็นอาทิตย์เลย แม่ง!” คอปเปอร์ทิ้งตัวพิงเบาะเก้าอี้เกมมิ่งอย่างหมดแรง “ใจเย็นดิว่ะ” เวย์พูดอย่างปลอบใจ “พรุ่งนี้ไปกินเหล้าคลับไอ้พอร์ชกันเหอะกูอยากเมา” “จัดไปดิค้าบ” เครปหัวเราะ “เปย์ไปตั้งเท่าไหร่แล้วล่ะวันนี้ โดนเขาทิ้งให้อยู่หน้าจอคนเดียวอีกแล้วดิ หมดไปหลายแสนแขนไม่ได้จับของจริงว่ะมึง” ธีโอหัวเราะรวน “เออ! หุบปากไปเลยไอ้เหี้ย พรุ่งนี้เจอกัน ทุ่มนึงเจอกันหน้าร้าน” คอปเปอร์ตัดบทเสียงหงุดหงิด ก่อนจะกดออกจากห้องสตรีมไปแบบเซ็งสุดขีด วันต่อมา ณ PWjem คลับ ค่ำคืนแสนสำราญของเหล่านักท่องราตรี มิเกลปรากฏตัวในชุดเดรสเกาะอกรัดรูปสีขาว เผยแผ่นหลังเนียนกริบและรูปร่างทรวดทรงสุดเซ็กซี่ ความสวยแซ่บระดับพรีเมียมของเธอสะกดทุกสายตาในคลับให้เหลียวมองตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา เช่นเดียวกับสายตาคมกริบของ คอปเปอร์ ที่จับจ้องและล็อกเป้าหมายมาที่เธอ อย่างจงใจตั้งแต่แรกเห็น เธียร ธนาเธียร ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คอปเปอร์หัวเราะในลำคอพลางส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะเบนสายตามองตามไปทางสามสาว แล้วสายตาของเธียรก็ตวัดกลับมาสะดุดเข้ากับสาวสวยอีกคน อย่าง มินนี่ มินชญา ที่กำลังยืนกอดอก มองตรงมาที่เขาพอดี ทำให้ทั้งสองหนุ่มหันหน้ามองกันอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นไปเนียนทำความรู้จัก ตามประสาคนที่ถูกใจ “ไงเพื่อนแฟนไอ้พอร์ช” คอปเปอร์ขยับเข้าไปทักทาย เนื่องจากก็พอเจอกันบ่อย ๆ บ้าง ตามที่ท่องเที่ยวแบบนี้ มิเกลปรายสายตามองคอปเปอร์ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ลุคแบดบอยอันตรายชวนให้คนมองใจสั่น แต่สำหรับเธอในเวลานี้ ไม่ชอบสายตาที่มองมาอย่างอ่านกินแบบนั้นเลย “มีอะไร” เธอถามพร้อมกับส่งยิ้มมุมปากให้นิดหน่อย “หึ ไม่เคยคุยกันเลยนะ ทำความรู้จักกันหน่อยไหม” ได้ที่แบบนั้นหนุ่มเจ้าสำราญอย่างเขา ก็ขยับเข้าหาทันที “แล้วทำไมเราต้องรู้จักกันด้วย” มิเกลที่เห็นท่าทางแบบนั้นของเขา เธอก็สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เชือดเฉือน ใบหน้าสวยเชิดขึ้นสบตากับเขาตรง ๆ อย่างไม่ยอมแพ้ คอปเปอร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาคมจับจ้องมาที่ความสวยแซ่บของคนตรงหน้า ที่ไม่มีท่าทีจะสนใจเขาเลยสักนิด แถมยังกล้าตอกกลับตรง ๆ “อ้าว เธอ...” มิเกลขยับตัวก้าวออกไปห่างจากตรงนั้น ด้วยลุคเดรสสีขาวเซ็กซี่บวกกับท่าทางมั่นใจ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะร้อนฉ่า “มิเกล” วันใหม่ที่เห็นเพื่อนทำทีไม่พอใจขนาดนั้นก็เรียกขึ้น “หมี่เกี๊ยว? ... ชื่อแปลกดีนี่” คอปเปอร์พึมพำ ยื่นแก้วของตัวเองมาตรงหน้าเธอ สายตาจับจ้องเรียวปากสีสดไม่วางตา “นี่นาย! หูไม่ดีหรือไง” “อ้าวเหรอ งั้นเพื่อเป็นการไถ่โทษที่ฉันอาจจะเสียมารยาท... ชนแก้วกันหน่อยไหม?” มิเกลมองแก้วเหล้าตรงหน้า สลับกับหน้ากวน ๆ ของคอปเปอร์ “ไม่ดีกว่า พอดีฉันไม่ชอบดื่มกับคนแปลกหน้า” พูดแค่นั้นมิเกลก็ขยับห่างไปไกลทันที “...” จนทำเอาคอปเปอร์หน้าเสีย เขาได้แต่ยืนชงักทำตัวไม่ถูกอยู่อย่างนั้น “เชี้ยยยย คอปเปอร์ผู้ไม่เคยพลาด โดนเทกลางอากาศวะ!” เสียงแทนฮาครืนขึ้นมาทันทีที่ไอ้เพื่อนสุดฮอตมันเดินกระแทกส้นกลับมานั่งที่โต๊ะ หน้าหล่อ ๆ ของมันตอนนี้บูดเบี้ยวจนแทบดูไม่ได้ "หึ" เวย์ไอ้เพื่อนรักพูดน้อย ก็ได้แต่ยิ้มมุมปากให้อย่างพอใจ “หุบปากไปเลยไอ้เหี้ยแทน มึงด้วยไอ้เวย์” คอปเปอร์สบถอย่างคาดโทษ กระดกเหล้าเข้าปากเพียว ๆ รวดเดียวหมดแก้ว ทั้งโกรธทั้งเสียหน้าจนใบหูแดงไปหมด เกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าหักหน้าเขาขนาดนี้มาก่อน “เอาน่าไอ้เสือ สาวบริหารคนนี้โปรไฟล์ไม่ธรรมดานะเว้ย จะหยิ่งก็ไม่แปลก” เครปหัวเราะในลำคอ แซวซ้ำเติมอีกระลอก “กูไม่ได้สนโปรไฟล์... แต่แบบนี้มันน่า...” คอปเปอร์เคี้ยวฟันกรอด สายตาคมยังคงตวัดกลับไปมองร่างบางในเดรสเกาะอกสีขาวที่อยู่ห่างออกไป ยิ่งตอนที่เธอขยับย้ายสะโพกเต้นตามจังหวะดนตรีอย่างเย้ายวน ผิวขาวจัดที่สะท้อนแสงไฟสลัวในคลับกับเอวคอดกิ่วนั่นมันเซ็กซี่กว่าตอนใส่ชุดนักศึกษาเป็นบ้า ยิ่งมองก็ยิ่งถูกใจ แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งกระดกเหล้า เอาเป็นเอาตายแก้ฟุ้งซ่าน “ชนแก้วหน่อยครับคนหล่อ โดนสาวเททำเป็นซึมเลยนะมึง” เพื่อนในกลุ่มยังคงผลัดกันจิกกัดไม่เลิก “เออ พวกเหี้ย! กูแค่ยังไม่เอาจริง” คอปเปอร์โวยวายคว้าขวดเหล้ามาเทเพิ่ม "ลองดูดิ คนอย่างมึงจะได้แอ้มไหมเถอะ" "เออ! พวกมึงทุกคนคอยดู" พูดจบก็ยกแก้วขึ้นมาหวังจะกระดกลงคอ เพล้ง!! ผลัวะ! ยังไม่ทันที่เหล้าจะเข้าปากอีกแก้ว เสียงแก้วแตกอีกฝั่งพร้อมเสียงโวยวายก็ดังแทรกเสียงเพลงขึ้นมา คอปเปอร์ขมวดคิ้วฉับ สัญชาตญาณบางอย่างทำให้เขารีบเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที “เฮ้ย ๆ ฝั่งนู้นมีเรื่องว่ะ ไอ้เธียรหายไปไหนวะ... เชี้ย! นั่นไอ้เธียรนี่หว่า กับไอ้พอร์ช!” แทนตะโกนฝ่าเสียงเบส คอปเปอร์พุ่งตัวนำหน้ากลุ่มเพื่อนตรงไปยังจุดชุลมุนทันที พอไปถึงก็เห็นภาพชัดเจน เธียรกำลังแลกหมัดกับพอร์ชอย่างหนักหน่วง เสื้อเริ่มหลุดรุ่ย หน้าตาช้ำเลือดช้ำนองกันทั้งคู่ “ไอ้เธียร! ไอ้พอร์ช! หยุด!” คอปเปอร์สร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง พุ่งเข้าไปล็อกคอเพื่อนสนิทจากด้านหลังแล้วพยายามลากแยกออกมา “พวกมึงเป็นบ้าอะไรวะ! มาฟัดกับมันทำไมตรงนี้!” “ปล่อยกูดิไอ้คอปเปอร์! แม่งกวนตีนกูจัดอีกสักหมัดเถอะมึง!” เธียรโวยวายพยายามจะดิ้นหลุดไปซ้ำ “มึงมาสิ! ไอ้เหี้ย!” “พอร์ช! พอแล้ว!” เสียงวันใหม่ตะโกนลั่น แขนเรียวพยายามฉุดรั้งร่างของแฟนหนุ่มไว้ ฝั่งพอร์ชเองก็ยอมถอยออกมาแต่สายตายังจ้องเธียรเขม็งเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ “ฝากไว้ก่อนเหอะมึง” พอร์ชสบถถ่มน้ำลายลงพื้น ก่อนจะยอมให้วันใหม่ลากตัวขึ้นไปที่ชั้นบนเพื่อตัดปัญหา เหตุการณ์เริ่มนิ่ง คอปเปอร์หันมาสำรวจสภาพเพื่อนข้างกาย แล้วได้แต่ถอนหายใจยาว “สภาพดูไม่ได้เลยมึง ลุก! ออกไปข้างนอก” คอปเปอร์กับการ์ดแบกปีกเธียรลากสังขารมันออกมาหน้าร้าน โดยมีมิเกลกับมินนี่ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่ผู้หญิงสองคนนั้นเห็นพวกเขาก้าวพ้นประตูคลับ สายตาสองคู่ที่มองตรงมาก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจ และเหวี่ยงใส่ด้วยความรำคาญสุดขีด “พวกนี้นี่มันชอบเรื่องกันจริง ๆ เลยนะ” มิเกลพูดเสียงจิก สายตาดุ ๆ จ้องมาที่คอปเปอร์จนเขาต้องแกล้งทำเป็นมองไปทางอื่นคอปเปอร์นั่งดูหนังไป กินซีเรียลไปอย่างเพลิดเพลิน ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบรีโมททีวี ร่างก้อนขนสีขาวตัวอ้วนกลมก็กระโดดพรวดขึ้นมาบนโต๊ะ แล้วก้มหน้าก้มตาใช้ลิ้นเลียกินซีเรียลในชามของเขาอย่างหิวโหย!“เฮ้ย! ไอ้แมวบ้า!” คอปเปอร์อุทานลั่น โบกมือไล่“ออกไปเลยนะเว้ย! นี่มันของกู!”เจ้าปีโป้ส่งเสียง เมี๊ยว~ ขัดใจ ก่อนจะยอมกระโดดลงจากโต๊ะแล้ววิ่งหายไป คอปเปอร์ถอนหายใจอย่างขัดใจ แล้วก้มลงจะยกชามขึ้นมากินต่อ แต่พอหันกลับมา เขาก็ต้องเบิกตาโตด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นก้อนขนสีขาวทรงเดียวกันเป๊ะ แต่มีโบว์สีชมพูติดอยู่ นั่งอยู่บนโต๊ะและกำลังก้มเลียซีเรียลในชามของเขาอยู่อีกรอบ!“เชี่ยอะไรวะเนี่ย! แมวแฝดเหรอ!” คอปเปอร์โวยวาย เตรียมจะเงื้อมมือไปดันตัวมันออก“ออกไปเลยไอ้แมวอ้วน! มาแย่งกูกินทำไมเนี่ย!”“นี่ไอ้บ้าช! อย่ามาดุแมวฉันนะ!”เสียงหวานตวาดแหวมาจากทางเดิน มิเกลในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบาย ๆ เดินฉับ ๆ ออกมาจากห้องนอนด้วยสีหน้าดุจัด“ก็ไอ้แมวบ้าพวกนี้มันมาแย่งซีเรียลฉันกินเนี่ย!” คอปเปอร์ชี้หน้าเจ้าแคนดี้ที่ยังคงเลียชามไม่หยุด“นายต่างหากที่ไปแย่งมันกิน!” มิเกลสวนกลับทันควัน“ฮะ?” คอปเปอ
คอปเปอร์เลิกคิ้ว ยันตัวลุกออกจากรถ เดินเข้ามาเผชิญหน้ากับโอมอย่างไม่เกรงกลัว ส่วนสูงที่พอ ๆ กันทำให้บรรยากาศรอบข้างร้อนฉ่าขึ้นมาทันที“ผมเป็นใครก็ไม่สำคัญหรอก...” คอปเปอร์ยิ้มเหยียด ยักคิ้วให้โอมอย่างท้าทาย“แต่สำคัญที่ว่าตอนนี้ มิเกลเขามีนัดกับผม แล้วก็ต้องไปกับผม... จริงไหมหมี่เกี๊ยว?”“นี่นาย!” โอมกำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจมิเกลมองคอปเปอร์กับโอมที่ยืนจ้องหน้ากันเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อแล้วก็แทบจะกุมขมับ เธอรู้ดีว่าถ้าขัดคำสั่งเขาตอนนี้ ไอ้คนฉวยโอกาสนี้ได้ประจานเรื่อง ‘วีเจน้องเหมียว’ ตรงนี้แน่ ๆ!“เอ่อ...พี่โอมคะ...” มิเกลถอนหายใจยาว เอ่ยเสียงแผ่ว“น้องเกล นี่มันคืออะไร ไอ้หมอนี่ทำไมถึงทำตัวสนิทสนมกับน้องเกลขนาดนี้” โอมถามอย่างไม่เข้าใจ“เอ่อคือ... วันนี้เกลมีธุระต้องไปจัดการกับเขาจริง ๆ ค่ะ... ไว้เกลโทรหานะคะ”“น้องเกล! แต่ผู้ชายคนนี้มัน...” โอมเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหู“ขอโทษด้วยนะคะพี่โอม” มิเกลรีบตัดบท เดินหลบผ่านโอมแล้วก้าวขึ้นไปนั่งบนรถของคอปเปอร์ทันทีคอปเปอร์ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขาหันไปยักคิ้วให้โอมทีหนึ่ง ก่อนจะก้าวขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้โอมยืนกำหมัดแน่น
มิเกลกำหมัดแน่นข้างลำตัวจนเล็บแทบจีกลงไปในเนื้อ ตัวสั่นด้วยความโมโหขั้นสุด อยากจะยกเท้าเตะไอ้ผู้ชายหน้าหนาคนนี้ให้ล้มลงไปกองกับพื้นจริง ๆ แต่ก็ทำไม่ได้!“นายมัน...” มิเกลเค้นคำพูดออกมาอย่างลำบากใจ“หึม? ฉันอะไรนะ” ไม่พูดแค่นั้นเขายังโน้มตัวลงมาค่อมทับร่างเธอ พร้อมกับใบหน้าหล่อที่แทบประชิด“กรี้ดดดดดดดด ไอ้บ้า! ออกไปนะ ฉวยโอกาสทุเรศที่สุด!” เธอเองก็พยายามดันตัวเขาออก“ขอบคุณที่ชม” คอปเปอร์ยักคิ้วยิ้มหน้าบาน“ออกไป!”“สรุปว่าไง ตกลงไหม?”“...” มิเกลปิดตาลง ถอนหายใจยาวเหยียดเพื่อข่มอารมณ์โกรธ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองเขาด้วยสายตารังเกียจ และไม่พอใจสุดขีด“ไม่ตกลงฉันก็ไม่ลุกไปไหน”“ไอ้!”“หึ่ม?”“ก็ได้! ตกลง!” มิเกลเค้นเสียงตอบผ่านไรฟัน ก่อนจะผลักเขาออกอีกครั้ง“ก็แค่เนี่ย!” คอปเปอร์ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะลุกขึ้นจากร่างสวย สุดเซ็กซี่นี้อย่างเสียดาย แต่ก็ต้องข่มสีหน้าปกติเอาไว้ เพราะวันนี้โชคมันก็เข้าข้างเขามากพอแล้ว“แต่ถ้านายเอาเรื่องนี้ไปบอกใครแม้แต่คนเดียว ฉันเอานายตายแน่ไอ้คอปเปอร์!” ร่างบางชี้หน้าอย่างคาดโทษ“โอเค ดีล!” คอปเปอร์หัวเราะขลุกขลิกในคออย่างสะใจสุดขีด“...” มิเกลได้แต่กำมือแน่นอย่าง
กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!เสียงออดหน้าประตูห้องดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขุย ทำเอามิเกลที่กำลังนั่งสตรีมเกมอย่างดุเดือดถึงกับชะงักกึก นิ้วเรียวที่กำลังรัวคีย์บอร์ดเกือบจะกดพลาด“ใครมาเนี่ย!”ร่างสวยในคอสเพลย์แมวพึมพำเสียงเบา ก่อนจะรีบกดปิดกล้องและปิดไมค์ในระบบสตรีมสดชั่วคราว ทิ้งให้ช่องแชตเด้งข้อความสงสัยกันรัว ๆ เธอถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิด รีบถอดหน้ากากแมวครึ่งหน้าออกแล้ววางไว้บนโต๊ะคอมอย่างรีบร้อน โดยลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองยังคงอยู่ใน ชุดคอสเพลย์แมวสีดำสุดเซ็กซี่ ตัวจิ๋วที่เผยเนินอกขาวเนียนและเอวคอดกิ่วแบบจัดเต็ม!กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!เมื่อส่องตาแมวก็พบว่าเป็นไอ้บ้าหน้ามึน ที่อยู่ในชั้นเดียวกันนี้ แล้วก็ตกใจมากที่เป็นเขา จนลนลานทำอะไรไม่ถูก รีบหยิบผ้าผืนบางมาปิดหน้าอกไว้ก่อนกริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!พรวด!มิเกลกระชากประตูเปิดออกอย่างแรง เตรียมจะสวดคนขัดจังหวะให้ยับ“นาย! มีอะไรนักหนาฮะ! คนกำลังพักผ่อน”คำพูดดุเผ็ดร้อนกลืนหายลงคอไปในทันที เมื่อเห็นร่างสูงของคอปเปอร์ยืนถือโทรศัพท์มือถือพิงขอบประตูอยู่ส่วนใบหน้าหล่อเหลาที่เตรียมจะเอ่ยปากกวนประสาทอีกครั้ง ก็ชะงักกึกไปในวินาทีนั้น! พร้อมกับเห็นผ้า
มิเกลเดินเชิดหน้าออกมาหน้าห้างสรรพสินค้า ก่อนจะตรงดิ่งไปขึ้นแท็กซี่กลับคอนโดทันที ใบหน้าหวานบูดบึ้งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ถึงเธอจะสะใจที่ทิ้งระเบิดใส่คอปเปอร์กับแจนไว้แบบนั้น แต่มันก็ทำให้อารมณ์เสียไม่น้อย“เหอะ... ผู้ชายอะไร เจ้าชู้มั่วซั่วไปหมด ทุเรศที่สุด” มิเกลพึมพำกับตัวเองบนรถแท็กซี่พลางกลอกตามองบนพอถึงคอนโด เธอก็รีบสแกนคีย์การ์ดตรงเข้าห้องพักตัวเองทันที ปิดประตูล็อกแน่นหนาโดยไม่คิดจะเหลียวมองห้องข้าง ๆ วันนี้ทั้งเบื่อทั้งเครียดกับเรื่องปวดหัว เธอเลยตัดสินใจไปอาบน้ำแต่งตัว สวมหน้ากากแมวครึ่งหน้าและชุดคอสเพลย์แมวสาวเซ็กซี่ เพื่อเตรียมเปิดสตรีมเกมระบายอารมณ์ทางด้านคอปเปอร์ที่รีบเดินตามออกมา หวังจะรั้งเธอไว้ แต่ก็ไม่ทันการณ์แล้ว มิเกลขึ้นแท็กซี่ออกไปก่อน เขาขับรถกลับมาถึงคอนโดด้วยความหงุดหงิดแบบบอกไม่ถูก“แม่งเอ๊ย... วิ่งไวชะมัดยัยหมี่เกี๊ยว” คอปเปอร์สบถ พลางเดินเข้าห้องตัวเองไป แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกุมขมับด้วยความเพลียและหัวเสีย จนกระทั่งเผลอหลับไปติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทำเอาคอปเปอร์สะดุ้งตื่นขึ้นมาในความมืด เขายกมือถือขึ้นดูเวลา ปรากฏว่าเกือบสามทุ่มแล้ว
ช่วงบ่าย คอปเปอร์ขยันส่งไลน์มาตื๊อเธอไม่หยุดจังหวะเด้งรัว ๆ ทำเอาโทรศัพท์สั่นจนมิเกลแทบเรียนไม่รู้เรื่อง สุดท้ายเธอเลยต้องยอมพิมพ์ตอบกลับไปเพื่อตัดปัญหา‘ฉันเดินออกมาหน้าคณะแล้ว ออกมารอข้างนอก ถ้านายจะมารับก็ขับออกมา’‘โอเคครับ’ คอปเปอร์ส่งสติกเกอร์ยิ้มกวนตอบกลับมาทันทีไม่กี่นาทีต่อมา รถสปอร์ตคันหรูก็เลี้ยวมาจอดชะลออยู่ริมถนนหน้าคณะ มิเกลกวาดสายตามองซ้ายมองขวา เลิกลั่กลนลานเพราะกลัวคนอื่นจะเห็น ก่อนจะรีบสับเท้าก้าวขึ้นไปนั่งบนรถแล้วปิดประตูทันทีพอรถทะยานออกไป มิเกลก็หันไปโวยวายใส่คนขับทันที“นี่นาย! จะขับเร็วอะไรขนาดนี้ฮะ!”“เอ้า ขับเร็วที่ไหน ปกตินะเนี่ย ทำอย่างกับกลัวใครมาเห็นว่านั่งรถมากับฉันอย่างนั้นแหละ” คอปเปอร์ยักคิ้ว ยิ้มกวนประสาท“ก็กลัวน่ะสิ! ใครจะอยากเป็นข่าวกับนาย” มิเกลสะบัดหน้าหนี กอดอกแล้วหันมองออกไปนอกกระจกข้างทางคอปเปอร์หัวเราะขลุกขลิกในลำคอ ก่อนจะชะลอความเร็วลงนิดหน่อยแล้วถามขึ้น“แล้วนี่หิวปะเนี่ย ทานอะไรก่อนกลับไหม”“ไม่! ฉันไม่หิว จะกลับห้องอย่างเดียว” มิเกลตอบเสียงแข็งทันควันจ๊อกกกกก~ยังไม่ทันขาดคำ เสียงท้องร้องประท้วงดังชัดเจนก็แผดเสียงขึ้นมาในรถอันเงียบสงบ







