LOGINวันต่อมา
ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ “ไงพวกมึง” คอปเปอร์กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ ใบหน้าหล่อระบายยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างเก็บอาการไม่อยู่ “เออ” “ไอ้เหี้ยพอร์ชล่ะ” “ไม่มา แม่งติดหญิงแหละกูว่า” “เหอะ ให้มันได้อย่างนี้” ถึงจะพูดจาประชดเพื่อน แต่รอยยิ้มอารมณ์ดี ก็ยังมีอยู่เต็มใบหน้า “มีเรื่องดี ๆ อะไรของมึงอีกวะ พกหน้ายิ้มกวนส้นตีนมาตั้งแต่เช้า” แทนละสายตาจากหน้าจอมือถือขึ้นมามอง “นิดหน่อย” คอปเปอร์ไหวไหล่อย่างอารมณ์ดี “เล่า! อย่าเนียนหายเหมือนไอ้พอร์ชนะมึง” ธีโอทำทีขู่ “กูกับยัยหมี่เกี๊ยว...” คอปเปอร์เว้นจังหวะ ยักคิ้วให้เพื่อนทีละคน “...” เพื่อนแต่ละคนก็ตั้งใจฟังอย่างสนใจ “พวกกูอยู่คอนโดเดียวกันว่ะ” “เฮ้ย! จริงดิ!” เครปเบิ่งตาโต ตบโต๊ะดัง ปัง! “มึงมั่วป่าววะ แล้วมึงก็สืบจนเจอเนี่ยนะ” “สืบเหี้ยไร กูขับรถตามหลังรถยัยนั่นเข้าประตูคอนโดมาติด ๆ แถมยังจอดรถชั้นเดียวกัน แล้วรู้ปะ...” คอปเปอร์โน้มตัวเข้ามากลางโต๊ะ “ยัยนั่นอยู่ชั้นเดียวกับกูเลย!” “เชี่ยยยยย!” แทนกับเครปร้องออกมาพร้อมกัน “พรหมลิขิตทำงานเหรอวะเนี่ย” แทนหัวเราะร่วน “งั้นมึงก็หวานเจี๊ยบดิ พวกกูพึ่งจะท้าไป วันนี้ฟ้าส่งมาอยู่ใกล้ห้องมึงเลย” “หวานเจี๊ยบกับผีดิ มึงก็ท้ากูจัง” คอปเปอร์พ่นลมหายใจฟึดฟัด “งั้นมึงก็ลองจีบดูดิ” เวย์ยุยงต่อทันที “เออ กูต้องดูเชิงก่อน บูมบามไม่ได้ คนอย่างยัยหมี่เกี๊ยวน่ะ กูต้องสแกนก่อนว่าผู้หญิงแบบนั้นมีจุดอ่อนอะไรบ้าง” คอปเปอร์กระตุกยิ้ม “กูว่ายากว่ะ” เครปขัดขึ้นมา พลางส่ายหัว “คนที่ถึงขั้นขับรถไปส่งมึงที่สถานีตำรวจ แบบนั้นได้ มึงเข้าหาตรง ๆ มีหวังโดนด่าเปิง อับอายขายหน้าเปล่า ๆ” “เหอะ ไม่เกินความสามารถกูหรอก!” คอปเปอร์เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี “พวกมึงทุกคนรอดูได้เลย หยิ่งขนาดนี้มาเจอคนอย่างกูหน่อยเป็นไง” เวย์ที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ แอบเค่นหัวเราะ หึ ในลำคอ สายตามองคอปเปอร์อย่างรู้ทัน เพื่อนทุกคนในโต๊ะต่างมองหน้ากันแล้วพยักหน้าพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ดูทรงแล้วคราวนี้ไอ้คอปเปอร์มันเอาจริงของจริง เพราะนอกจากเรื่องน้องเหมียวที่มันนั่งเฝ้าสตรีมเกมทุกคืนแล้ว ก็ไม่เคยเห็นมันจะจริงจัง และตั้งอกตั้งใจกับเรื่องไหนเท่าเรื่องนี้มาก่อนเลย “เออ ๆ พวกกูจะคอยดูว่าจะแน่สักแค่ไหน” แทนยักไหล่ คอปเปอร์ไม่ตอบอะไร แต่ในหัวเขากำลังหมุนเคว้งคิดหาวิธีการอย่างหนัก ‘กูจะเข้าหายังไงดีวะ...’ ถ้าพรวดพราดเข้าไปทักตรง ๆ มีหวังโดนตะเพิดออกมาจริง ๆ แน่ ยัยนั่นยิ่งตั้งการ์ดสูงใส่เขาอยู่ด้วย คนอย่างเขาจะตกหลุมพรางผู้หญิงหยิ่ง ๆ คนนี้ได้ยังไง ถ้าไม่ใช้วิธีเนียน ๆ ‘ต้องค่อย ๆ ทำทีเข้าหาเนียน ๆ แบบไม่เอิกเกริก เอาให้ยัยนั่นไม่ทันระวังตัว ไม่งั้นได้โดนสวดเจ็บ ๆ กลับมาอีกแน่’ คอปเปอร์นึกในใจพร้อมกับยิ้มมุมปากอย่างมีแผนการ หลายวันต่อมา ณ บ้านพัฒน์ธรากุล “คุณหนูคะ! แย่แล้วค่ะคุณหนู!” เสียงแม่บ้านประจำคอนโดโทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกสุดขีด ทำเอามิเกลที่กำลังนั่งจิบชาอยู่กับพ่อและแม่สะดุ้งสุดตัว “มีอะไรคะพี่สาย ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ พูด” “คือ... แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดห้องแล้วเผลอเปิดประตูทิ้งไว้แป๊บเดียวค่ะ เจ้าปีโป้มันตกใจอะไรไม่รู้ วิ่งพรวดออกไปนอกห้องเลยค่ะ!” “ว่าไงนะคะ!” มิเกลลุกพรวดขึ้นทันที “เอ่อค่ะ...” “แล้วหาเจอไหมคะ!” “ยังเลยค่ะคุณหนู! พี่กับป้าแม่บ้านกำลังช่วยกันหาอยู่ตรงทางเดิน แต่มันวิ่งไวมากเลยค่ะ!” “โอเค ๆ ค่ะ เดี๋ยวหนูรีบกลับไปเดี๋ยวนี้แหละ!” มิเกลวางสายด้วยสีหน้าร้อนรน หันไปหาพ่อกับแม่ที่นั่งมองอยู่ด้วยความห่วงใย “มีอะไรลูก ยัยเกล” ผู้เป็นแม่ถามขึ้น “ปีโป้มันหลุดออกจากห้องค่ะ เดี๋ยวเกลต้องรีบกลับคอนโดด่วนเลย เผื่อมันหลุดเข้าไปซนห้องคนอื่น หรือโดนใครทำร้ายเอา” “โอ้ย ตายจริง รีบไปเลยลูกไป” “ใช่ เดี๋ยวมันจะไปซนให้คนอื่นเขาเดือดร้อน” ผู้เป็นพ่อพยักหน้ารีบสนับสนุน “ค่ะคุณพ่อ เกลไปก่อนนะคะคุณแม่!” มิเกลคว้ากระเป๋าแล้วรีบบึ่งรถกลับคอนโดด้วยความร้อนใจสุดชีวิต ณ คอนโด คอปเปอร์ Talk คอปเปอร์ที่กำลังนอนเล่นมือถืออยู่ในห้องสบาย ๆ สวมเพียงกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดชิล ๆ พลันได้ยินเสียงออดหน้าประตูห้องดังขึ้น “อ่า เดลิเวอรี่มาส่งแล้วมั้ง” เขาเดินไปเปิดประตูเตรียมรับถุงอาหาร แต่พอเปิดออกไป กลับไม่พบนิติบุคคลกับไรเดอร์ มีเพียงถุงของที่เคยสั่งกับทางคอนโด วางอยู่บนพื้น และ... ร่างก้อนขนสีขาวฟูนุ่มกำลังยืนเอียงคอมองเขาอยู่ตรงหน้าประตู! “เชี่ย... ตัวไรวะเนี่ย” คอปเปอร์ชะงักกึก ขมวดคิ้วฉับมองลงไปที่พื้น “แมว?” เขาเหลียวมองซ้ายมองขวาตรงทางเดินอันเงียบสงบของชั้น VIP ก็ไม่เห็นมีใครสักคน “หลุดมาจากไหนวะเนี่ย ปกติชั้นนี้ไม่เห็นมีใครเลี้ยง...” คอปเปอร์ทำท่าจะก้มหยิบถุงแล้วใช้เท้าดันประตูปิด แต่เจ้าก้อนขนขาว กลับไม่ยอมออกไป แถมมันยังส่งเสียง “เมี๊ยว~” เบา ๆ แล้วก้าวขาจิ๋ว ๆ วิ่งสอดแทรกผ่านช่องประตูเข้ามาในห้องเขาหน้าตาเฉย! “เฮ้ย! หยุดเลยมึง! เข้ามาทำไมเนี่ย!” คอปเปอร์โวยวาย เดินตามเข้าไปในห้อง “ออกไปเลยนะเว้ย!” เจ้าปีโป้ไม่สนใจ มันเดินสำรวจรอบโซฟาอย่างสบายอารมณ์ คอปเปอร์ถอนหายใจยาว ถกแขนเสื้อขึ้นเตรียมจะก้มลงไปตะปบตัวมันออกไปทิ้งข้างนอก เพราะปกติแล้วเขาไม่ใช่คนรักสัตว์เลยสักนิด สัตว์เลี้ยงอะไรพวกนี้คนอย่างเขาแทบอยากจะเดินหนี หรือเตะทิ้งด้วยซ้ำ แต่พอเขาย่อตัวลงไป เจ้าปีโป้ดันช้อนสายตาบ้องแบ๊ว นัยน์ตาสีฟ้าใสแจ๋วขึ้นสบตากับเขาตรง ๆ แถมยังเอาหัวมาถูไถกับขาเขาอย่างออดอ้อน “เออ สกิลอ้อนดีกูให้อภัย” คอปเปอร์ชะงักมือ ชะงักความคิด ชั่วครู่เขารู้สึกใจอ่อนวูบอย่างน่าประหลาด “แมวตัวผู้นี่หว่า ซ่าจังวะมึง หลุดมาบ้านคนอื่นยังกล้ามาอ้อนอีก” คอปเปอร์ถอนหายใจออกมาอีกรอบ เดินไปหยิบมือถือขึ้นมาตั้งใจจะกดโทรหานิติบุคคลให้มาจับแมวคืนเจ้าของ แต่ยังไม่ทันกดเบอร์ สายเข้าจากคนคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน ‘แจน’ คอปเปอร์เลิกคิ้วนิด ๆ ก่อนจะกดรับสาย พลางเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟา ปล่อยให้เจ้าปีโป้เดินเตาะแตะสำรวจห้องเขาตามสบาย “ว่าไงแจน” [แจน : “คอปเปอร์ขา... คิดถึงจังเลย ไม่เจอกันนานแล้วนะ วันนี้ว่างไหมคะ แจนแวะไปหาที่คอนโดได้ไหม”] เสียงหวานหยดย้อยดังมาจากปลายสาย “อ๋อ วันนี้เหรอ...” คอปเปอร์กวาดสายตามองเจ้าแมวขนนุ่ม ที่ตอนนี้ขึ้นไปนั่งอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว “ก็ว่างอยู่นะ มีอะไรหรือเปล่า” [แจน : “แจนคิดถึงไงคะ นัดเจอกันหน่อยสิ คอปเปอร์เล่นหายหน้าหายตาไปเลยนะช่วงนี้”] “ช่วงนี้ยุ่ง ๆ น่ะ” คอปเปอร์ตอบเสียงเรียบไม่ได้หวานใส่ แต่ก็ไม่ได้ตัดรอน “เอาดิ อยากมาก็มา แต่เราไม่ได้ออกไปไหนนะ พอดีวันนี้อยากอยู่ห้อง” [แจน : “โอเคค่ะ เดี๋ยวแจนรีบเข้าไปหานะคะ รอแจนแป๊บหนึ่งนะ”] คอปเปอร์กดวางสาย วางโทรศัพท์ไว้ข้างตัว แล้วหันไปตบหัวเจ้าปีโป้เบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้ “เจ้าของมึงอยู่ไหนวะเนี่ย ทำแมวหลุดแล้วยังไม่รู้ตัวอีก เอาเหอะ เดินเล่นไปก่อนละกันมึง ถ้านิติยังไม่มาตาม กูจะยกมึงให้แจนแล้วนะ”คอปเปอร์นั่งดูหนังไป กินซีเรียลไปอย่างเพลิดเพลิน ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบรีโมททีวี ร่างก้อนขนสีขาวตัวอ้วนกลมก็กระโดดพรวดขึ้นมาบนโต๊ะ แล้วก้มหน้าก้มตาใช้ลิ้นเลียกินซีเรียลในชามของเขาอย่างหิวโหย!“เฮ้ย! ไอ้แมวบ้า!” คอปเปอร์อุทานลั่น โบกมือไล่“ออกไปเลยนะเว้ย! นี่มันของกู!”เจ้าปีโป้ส่งเสียง เมี๊ยว~ ขัดใจ ก่อนจะยอมกระโดดลงจากโต๊ะแล้ววิ่งหายไป คอปเปอร์ถอนหายใจอย่างขัดใจ แล้วก้มลงจะยกชามขึ้นมากินต่อ แต่พอหันกลับมา เขาก็ต้องเบิกตาโตด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นก้อนขนสีขาวทรงเดียวกันเป๊ะ แต่มีโบว์สีชมพูติดอยู่ นั่งอยู่บนโต๊ะและกำลังก้มเลียซีเรียลในชามของเขาอยู่อีกรอบ!“เชี่ยอะไรวะเนี่ย! แมวแฝดเหรอ!” คอปเปอร์โวยวาย เตรียมจะเงื้อมมือไปดันตัวมันออก“ออกไปเลยไอ้แมวอ้วน! มาแย่งกูกินทำไมเนี่ย!”“นี่ไอ้บ้าช! อย่ามาดุแมวฉันนะ!”เสียงหวานตวาดแหวมาจากทางเดิน มิเกลในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบาย ๆ เดินฉับ ๆ ออกมาจากห้องนอนด้วยสีหน้าดุจัด“ก็ไอ้แมวบ้าพวกนี้มันมาแย่งซีเรียลฉันกินเนี่ย!” คอปเปอร์ชี้หน้าเจ้าแคนดี้ที่ยังคงเลียชามไม่หยุด“นายต่างหากที่ไปแย่งมันกิน!” มิเกลสวนกลับทันควัน“ฮะ?” คอปเปอ
คอปเปอร์เลิกคิ้ว ยันตัวลุกออกจากรถ เดินเข้ามาเผชิญหน้ากับโอมอย่างไม่เกรงกลัว ส่วนสูงที่พอ ๆ กันทำให้บรรยากาศรอบข้างร้อนฉ่าขึ้นมาทันที“ผมเป็นใครก็ไม่สำคัญหรอก...” คอปเปอร์ยิ้มเหยียด ยักคิ้วให้โอมอย่างท้าทาย“แต่สำคัญที่ว่าตอนนี้ มิเกลเขามีนัดกับผม แล้วก็ต้องไปกับผม... จริงไหมหมี่เกี๊ยว?”“นี่นาย!” โอมกำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจมิเกลมองคอปเปอร์กับโอมที่ยืนจ้องหน้ากันเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อแล้วก็แทบจะกุมขมับ เธอรู้ดีว่าถ้าขัดคำสั่งเขาตอนนี้ ไอ้คนฉวยโอกาสนี้ได้ประจานเรื่อง ‘วีเจน้องเหมียว’ ตรงนี้แน่ ๆ!“เอ่อ...พี่โอมคะ...” มิเกลถอนหายใจยาว เอ่ยเสียงแผ่ว“น้องเกล นี่มันคืออะไร ไอ้หมอนี่ทำไมถึงทำตัวสนิทสนมกับน้องเกลขนาดนี้” โอมถามอย่างไม่เข้าใจ“เอ่อคือ... วันนี้เกลมีธุระต้องไปจัดการกับเขาจริง ๆ ค่ะ... ไว้เกลโทรหานะคะ”“น้องเกล! แต่ผู้ชายคนนี้มัน...” โอมเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหู“ขอโทษด้วยนะคะพี่โอม” มิเกลรีบตัดบท เดินหลบผ่านโอมแล้วก้าวขึ้นไปนั่งบนรถของคอปเปอร์ทันทีคอปเปอร์ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขาหันไปยักคิ้วให้โอมทีหนึ่ง ก่อนจะก้าวขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้โอมยืนกำหมัดแน่น
มิเกลกำหมัดแน่นข้างลำตัวจนเล็บแทบจีกลงไปในเนื้อ ตัวสั่นด้วยความโมโหขั้นสุด อยากจะยกเท้าเตะไอ้ผู้ชายหน้าหนาคนนี้ให้ล้มลงไปกองกับพื้นจริง ๆ แต่ก็ทำไม่ได้!“นายมัน...” มิเกลเค้นคำพูดออกมาอย่างลำบากใจ“หึม? ฉันอะไรนะ” ไม่พูดแค่นั้นเขายังโน้มตัวลงมาค่อมทับร่างเธอ พร้อมกับใบหน้าหล่อที่แทบประชิด“กรี้ดดดดดดดด ไอ้บ้า! ออกไปนะ ฉวยโอกาสทุเรศที่สุด!” เธอเองก็พยายามดันตัวเขาออก“ขอบคุณที่ชม” คอปเปอร์ยักคิ้วยิ้มหน้าบาน“ออกไป!”“สรุปว่าไง ตกลงไหม?”“...” มิเกลปิดตาลง ถอนหายใจยาวเหยียดเพื่อข่มอารมณ์โกรธ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองเขาด้วยสายตารังเกียจ และไม่พอใจสุดขีด“ไม่ตกลงฉันก็ไม่ลุกไปไหน”“ไอ้!”“หึ่ม?”“ก็ได้! ตกลง!” มิเกลเค้นเสียงตอบผ่านไรฟัน ก่อนจะผลักเขาออกอีกครั้ง“ก็แค่เนี่ย!” คอปเปอร์ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะลุกขึ้นจากร่างสวย สุดเซ็กซี่นี้อย่างเสียดาย แต่ก็ต้องข่มสีหน้าปกติเอาไว้ เพราะวันนี้โชคมันก็เข้าข้างเขามากพอแล้ว“แต่ถ้านายเอาเรื่องนี้ไปบอกใครแม้แต่คนเดียว ฉันเอานายตายแน่ไอ้คอปเปอร์!” ร่างบางชี้หน้าอย่างคาดโทษ“โอเค ดีล!” คอปเปอร์หัวเราะขลุกขลิกในคออย่างสะใจสุดขีด“...” มิเกลได้แต่กำมือแน่นอย่าง
กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!เสียงออดหน้าประตูห้องดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขุย ทำเอามิเกลที่กำลังนั่งสตรีมเกมอย่างดุเดือดถึงกับชะงักกึก นิ้วเรียวที่กำลังรัวคีย์บอร์ดเกือบจะกดพลาด“ใครมาเนี่ย!”ร่างสวยในคอสเพลย์แมวพึมพำเสียงเบา ก่อนจะรีบกดปิดกล้องและปิดไมค์ในระบบสตรีมสดชั่วคราว ทิ้งให้ช่องแชตเด้งข้อความสงสัยกันรัว ๆ เธอถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิด รีบถอดหน้ากากแมวครึ่งหน้าออกแล้ววางไว้บนโต๊ะคอมอย่างรีบร้อน โดยลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองยังคงอยู่ใน ชุดคอสเพลย์แมวสีดำสุดเซ็กซี่ ตัวจิ๋วที่เผยเนินอกขาวเนียนและเอวคอดกิ่วแบบจัดเต็ม!กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!เมื่อส่องตาแมวก็พบว่าเป็นไอ้บ้าหน้ามึน ที่อยู่ในชั้นเดียวกันนี้ แล้วก็ตกใจมากที่เป็นเขา จนลนลานทำอะไรไม่ถูก รีบหยิบผ้าผืนบางมาปิดหน้าอกไว้ก่อนกริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!พรวด!มิเกลกระชากประตูเปิดออกอย่างแรง เตรียมจะสวดคนขัดจังหวะให้ยับ“นาย! มีอะไรนักหนาฮะ! คนกำลังพักผ่อน”คำพูดดุเผ็ดร้อนกลืนหายลงคอไปในทันที เมื่อเห็นร่างสูงของคอปเปอร์ยืนถือโทรศัพท์มือถือพิงขอบประตูอยู่ส่วนใบหน้าหล่อเหลาที่เตรียมจะเอ่ยปากกวนประสาทอีกครั้ง ก็ชะงักกึกไปในวินาทีนั้น! พร้อมกับเห็นผ้า
มิเกลเดินเชิดหน้าออกมาหน้าห้างสรรพสินค้า ก่อนจะตรงดิ่งไปขึ้นแท็กซี่กลับคอนโดทันที ใบหน้าหวานบูดบึ้งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ถึงเธอจะสะใจที่ทิ้งระเบิดใส่คอปเปอร์กับแจนไว้แบบนั้น แต่มันก็ทำให้อารมณ์เสียไม่น้อย“เหอะ... ผู้ชายอะไร เจ้าชู้มั่วซั่วไปหมด ทุเรศที่สุด” มิเกลพึมพำกับตัวเองบนรถแท็กซี่พลางกลอกตามองบนพอถึงคอนโด เธอก็รีบสแกนคีย์การ์ดตรงเข้าห้องพักตัวเองทันที ปิดประตูล็อกแน่นหนาโดยไม่คิดจะเหลียวมองห้องข้าง ๆ วันนี้ทั้งเบื่อทั้งเครียดกับเรื่องปวดหัว เธอเลยตัดสินใจไปอาบน้ำแต่งตัว สวมหน้ากากแมวครึ่งหน้าและชุดคอสเพลย์แมวสาวเซ็กซี่ เพื่อเตรียมเปิดสตรีมเกมระบายอารมณ์ทางด้านคอปเปอร์ที่รีบเดินตามออกมา หวังจะรั้งเธอไว้ แต่ก็ไม่ทันการณ์แล้ว มิเกลขึ้นแท็กซี่ออกไปก่อน เขาขับรถกลับมาถึงคอนโดด้วยความหงุดหงิดแบบบอกไม่ถูก“แม่งเอ๊ย... วิ่งไวชะมัดยัยหมี่เกี๊ยว” คอปเปอร์สบถ พลางเดินเข้าห้องตัวเองไป แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกุมขมับด้วยความเพลียและหัวเสีย จนกระทั่งเผลอหลับไปติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทำเอาคอปเปอร์สะดุ้งตื่นขึ้นมาในความมืด เขายกมือถือขึ้นดูเวลา ปรากฏว่าเกือบสามทุ่มแล้ว
ช่วงบ่าย คอปเปอร์ขยันส่งไลน์มาตื๊อเธอไม่หยุดจังหวะเด้งรัว ๆ ทำเอาโทรศัพท์สั่นจนมิเกลแทบเรียนไม่รู้เรื่อง สุดท้ายเธอเลยต้องยอมพิมพ์ตอบกลับไปเพื่อตัดปัญหา‘ฉันเดินออกมาหน้าคณะแล้ว ออกมารอข้างนอก ถ้านายจะมารับก็ขับออกมา’‘โอเคครับ’ คอปเปอร์ส่งสติกเกอร์ยิ้มกวนตอบกลับมาทันทีไม่กี่นาทีต่อมา รถสปอร์ตคันหรูก็เลี้ยวมาจอดชะลออยู่ริมถนนหน้าคณะ มิเกลกวาดสายตามองซ้ายมองขวา เลิกลั่กลนลานเพราะกลัวคนอื่นจะเห็น ก่อนจะรีบสับเท้าก้าวขึ้นไปนั่งบนรถแล้วปิดประตูทันทีพอรถทะยานออกไป มิเกลก็หันไปโวยวายใส่คนขับทันที“นี่นาย! จะขับเร็วอะไรขนาดนี้ฮะ!”“เอ้า ขับเร็วที่ไหน ปกตินะเนี่ย ทำอย่างกับกลัวใครมาเห็นว่านั่งรถมากับฉันอย่างนั้นแหละ” คอปเปอร์ยักคิ้ว ยิ้มกวนประสาท“ก็กลัวน่ะสิ! ใครจะอยากเป็นข่าวกับนาย” มิเกลสะบัดหน้าหนี กอดอกแล้วหันมองออกไปนอกกระจกข้างทางคอปเปอร์หัวเราะขลุกขลิกในลำคอ ก่อนจะชะลอความเร็วลงนิดหน่อยแล้วถามขึ้น“แล้วนี่หิวปะเนี่ย ทานอะไรก่อนกลับไหม”“ไม่! ฉันไม่หิว จะกลับห้องอย่างเดียว” มิเกลตอบเสียงแข็งทันควันจ๊อกกกกก~ยังไม่ทันขาดคำ เสียงท้องร้องประท้วงดังชัดเจนก็แผดเสียงขึ้นมาในรถอันเงียบสงบ