LOGINน่านฟ้ายืนอ่านข้อความที่ถูกส่งเข้ามาจากธนาคาร ตอนนี้มันหยุดพร้อมๆกับยอดเงินที่เหลือให้เธอหนึ่งหมื่นบาท เธอไม่มีเวลามายืนร้องไห้ตอนนี้ สองเท้าเล็กรีบก้าวเดินไปยังบ้านของเธอที่อยู่ในซอยข้างๆกับร้านสะดวกซื้อเข้าไปไม่ลึกมากนักก็ถึงบ้านหลังเล็กๆของเธอกับพ่อ
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าเล็กๆวิ่งเข้าไปในบ้านท้้งรองเท้า ประตูบ้านที่ไม่ได้ล็อกมันบอกเธอได้เป็นอย่างดี มือเล็กรีบผลักประตูห้องนอนของพ่อ สิ่งที่เห็นคือความว่างเปล่าตู้เสื้อผ้าถูกเปิดทิ้งไว้ข้าวของกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น พ่อทิ้งเธอไปแล้ว...น่านฟ้าพยายามติดต่อพ่อ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าพ่อของเธอจะเปิดเครื่อง...
"ผับ..ใช่พ่อต้องอยู่ที่ผับนั้นๆแน่ๆ" น่านฟ้าพูดพลางก้าวขาเรียวออกจากห้องพ่อแล้วเดินไปที่ห้องเธอเพื่อสำรวจห้องเธออีกที สิ่งที่เห็นก็คือกล่องเอกสารของเธอถูกรื้อค้นจนมันเละเทะไปหมด น่านฟ้าตัดสินใจยังไม่เก็บเอกสารต่างๆ เธอเลือกที่จะไปผับ ผับที่มีโซนสำหรับนักพนันโดยตรง เธอรู้ เพราะเธอเคยไปที่นั่นครั้งหนึ่งเธอไปตามหาพ่อ เพราะพ่อเธอไม่กลับบ้านเกือบหนึ่งอาทิตย์
ผับโซแอล
น้ำป่านั่งดูโฉนดบ้านกับโฉนดที่ดินที่เพิ่งถูกโอนเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาด้วยใบหน้าที่พึ่งพอใจ เมื่ออ่านทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาจึงเก็บไว้ที่ลิ้นชักที่เต็มไปด้วยโฉนดต่างๆ ที่พวกนักเล่นพนันเอามาขายให้กับเขาเพื่อเอาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียว
น้ำป่าเชื่อเหลือเกินว่าสุดท้ายแล้วใครๆก็ต้องเอาตัวเองให้รอด ปล่อยให้ลูก เมีย หรือผัวต้องเผชิญกับความยากลำบาก ด้วยเหตุผลนี้ เขาจึงไม่เคยเชื่อใจผู้หญิงคนไหน บางคนที่เคยพร่ำบอกรักเขาแต่สุดท้ายพอเห็นเงิน เธอก็พร้อมจะทิ้งเขาได้ทุกเมื่อ
ก๊อก ก๊อก
"เข้ามา"
"นายครับ ลูกสาวของพรเทพมาตามหาพ่อของเธออย่างที่นายบอกจริงๆครับ" ยากุมือซ้ายคนสนิทรายงานกับน้ำป่าพร้อมกับเปิดกล้องวงจรปิดให้ดู
"...ปล่อยให้เธออาละวาดให้พอ แล้วค่อยพาไปที่หน้าผับเฝ้าไว้.." น้ำป่าพูดในขณะที่มองภาพหน้าจอ ด้วยใบหน้าที่ไม่แสดงอาการใดๆ
"ครับนาย" ยากุ
โซนด้านล่างของผับ
"พ่อ! พ่ออยู่ไหนคะ...พ่อออกมาเถอะค่ะ มาคุยกันก่อน" น้ำเสียงที่บอกถึงความร้อนใจ สายตาเรียวก็พลางมองไปรอบๆที่มีนักเล่นอยู่เต็มไปหมด แต่ทว่ากลับไม่มีคนที่เธอตามหา
"พ่อ...." เมื่อน่านฟ้าแน่ใจแล้วว่าพ่อของเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ เข่าทั้งสองก็ค่อยๆอ่อนแรงลงกระแทกกับพื้นทันที
ปึก!
"ทำไม...ทำไมพ่อทำกับหนูแบบนี้"
"พวกมึงพาเธอออกไปนั่งที่ด้านหน้าผับ"
"ครับพี่ยากุ"
ร่างบางถูกพยุงขึ้นขนาบซ้ายขวาทั้งสองฝั่ง แล้วพาเดินไปที่ด้านนอกตัวผับตามที่ยากุได้สั่งเอาไว้
"นั่ง! แล้วอย่าเข้าไปด้านในก่อความวุ่นวายอีก"
บอดี้การ์ดสองคนก้มศีรษะลงเล็กน้อยให้กับยากุ ก่อนกลับเข้าไปดูแลในส่วนของกาสิโนต่อ
บริเวณหน้าผับ
น่านฟ้านั่งอยู่ตรงม้านั่งหินอ่อนด้วยหัวใจที่เหนื่อยล้า เงินนั่นเป็นเงินที่เก็บหอมรอมริบตั้งแต่ที่เธอเริ่มเก็บเงินอีกครั้งเมื่อเห็นว่าพ่อเธอเลิกเล่นพนันแล้ว เธอคิดอย่างนั้นมาตลอด...มันผิดพลาดตรงไหนกันนะ
"ผมช่วยคุณได้นะ" น้ำป่าพูดขึ้นในขณะที่หยิบบุหรี่ออกมาสูบ
น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นมองคนที่มายืนค้ำศีรษะเธออยู่ แถมยังพ่นควันขาวลอยผ่านหน้าเธออีก 'ไม่มีมารยาท' เธอนึกบ่นชายแปลกหน้าในใจก่อนจะถามออกไป
"คุณรู้เหรอ ว่าฉันอยากให้ช่วยอะไร"
"แน่นอน..ว่าฉันรู้" ใบหน้าคมก้มมองสบตากับคนที่เริ่มมีน้ำตาไหลอาบสองข้างแก้ม เขาเว้นช่วงจังหวะในการพูดเพื่อเรียกร้องให้น่านฟ้าหันมาสนใจกับหัวข้อที่จะคุยกัน
"คุณต้องการอะไร" น่านฟ้ายกมือขึ้นปาดน้ำตาที่มันไหลออกมาเพียงเล็กน้อย เธอไม่มีเวลามาเสียใจถ้าหากว่าเธอต้องการอยากจะได้เงินและความฝันของเธอคืน
"พรุ่งนี้เจอกัน เตรียมตัวให้พร้อมและเคลียร์คิวให้ว่างด้วยก็แล้วกัน"
"ยังไง ฉันยังไม่รู้จักคุณเลย" น่านฟ้าถึงกับงงกับคำพูดของผู้ชายที่มีสูงใหญ่ ดูแล้วคงจะเป็นลูกครึ่งอย่างแน่นอน
"คนของผมจะไปรับคุณที่ทำงาน ตอนเย็น" น้ำป่าพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งพลางใช้สายตาคมจ้องมองเข้าไปนัยน์ตาของเธอ พูดจบก็เดินออกไปด้านข้างที่เป็นลานจอดรถ แล้วรถยนต์คันหรูก็ขับผ่านหน้าเธอไป มีเพียงน่านฟ้าที่ได้แต่มองตารถคันนั้นจนสุดสายตาอย่างใช้ความคิด
ปี๊นนน....เอี๊ยดดด...เสียงบีบแตรยาวแล้วตามมาด้วยเสียงเหยียบเบรค ทำให้คนที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ศีรษะกระแทกกับเบาะหน้าแต่ก็ไม่แรงมากนักเพราะด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัดทำให้รถวิ่งช้า"โอ๊ย!""จะบ้าหรือไงน่ะ อยู่ๆก็หักรถมาขวางแล้วมาเปิดไฟส่องอีก"เสียงของคนขับรถแท็กซี่บ่นทำให้น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นมองทันที ตอนนี้ที่ตรงหน้าเธอมีแสงไฟสว่างวาบจนทำให้เธอต้องหรี่ตามอง ภาพตรงหน้าค่อยๆชัดขึ้นเมื่อแสงสว่างได้ดับลง"เฮียป่า..." น่านฟ้าเธอเอ่ยเรียกชื่อน้ำป่าอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมโตจดจ้องคนตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังยืนขวางหน้ารถแท็กซี่ราวกับเป็นมนุษย์จอมพลังก็ไม่ปาน เธอยังคงจ้องมองอย่างไม่กะพริบตาแล้วเสียงของการพยายามที่จะเปิดประตูรถแท็กซี่เขียวเหลืองก็ดังขึ้นพร้อมๆกับชื่อของเธอปึง ปึง เสียงเคาะรถให้เปิดประตู คนขับรถแท็กซี่จึงหันมาถามน่านฟ้าทันที"คุณรู้จักเเขาหรือเปล่า""ค่ะ หนูรู้จัก" คำตอบของน่านฟ้าทำให้คนขับรถแท็กซี่ปลดล็อคประตู"น่านฟ้า...ลงมาครับ" น้ำป่าเปิดประตูพร้อมกับยื่นมือไปรับให้น่านฟ้าลงมาจากรถ"อเลสซิโอจัดการต่อด้วยนะ""ครับนาย" อเลสซิโอจัดการจ่ายค่าโดยสารรวมไปถึงค่าปลอบขวัญ"จะพาน่านไปไหนคะ""ทำไมน
"...เฮียป่า...อันเซล" เธอจำได้ในทันที ผู้หญิงที่มีผมยาวเป็นลอนขนาดนั้น รวมถึงรูปร่างสัดส่วนแบบนั้น ต่อให้เธอเห็นใบหน้าแค่ครึ่งเดียวก็เถอะ'นี่น่ะเหรอนัดดินเนอร์กับลูกค้า' สีหน้าและแววตาของน่านฟ้าแสดงถึงความผิดหวังกับภาพที่เธอเห็น เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเฮียป่าจะโกหกเธอ"อองเดร์คะ ขอน่านเข้าห้องน้ำเดี๋ยวเดียวนะคะ""ครับน่าน"เสียงที่เรียกชื่อเล็ดลอดออกมาจากปลายสายทำให้อันเซลยกยิ้ม ดวงตาเฉี่ยวฉายแววเจ้าเล่ห์ประกายแวววาวกับแผนการที่ประสบความสำเร็จ ในขณะเดียวกัน น้ำป่าก็เริ่มทำหน้าไม่พอใจ เพราะอันเซลให้เขาเดินมาส่งที่หน้าร้าน แต่พอมาถึงน้องสาวของอันเซลกลับโทรบอกอันเซลว่า นัดกับเพื่อนเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งๆที่เพิ่งลงเครื่องจากเครื่องบินแท้ๆ"ไปกันเถอะป่า" อันเซลหันไปส่งยิ้มหวานให้กับคนที่กำลังทำหน้าขรึมใส่เธออยู่ และนั่นมันทำให้เธอกับหุบยิ้มทันที"อันเซล! ผมบอกว่าไง อย่าเรียกผมแบบนั้นอีก ชื่อนั้นผมให้คนในครอบครัวของผมเรียกเท่านั้น..""ค่ะ! อันเซลลืมไป ขอโทษน้ำป่าด้วยนะคะ""ทำไมคุณต้องดึงผมมายืนตรงนี้กับคุณด้วย...ช่างเถอะกลับได้แล้ว ผมคิดถึงภรรยาของผมแล้ว" น้ำป่าพูดอย่างหัวเสีย แต่ภาพตรงหน
"นายครับ คนที่จะขายตึกให้นายเขาขอผลัดเป็นวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงครับ" น้ำป่าวางปากกาในมือลงที่โต๊ะ หัวคิ้วขมวดกันเป็นปมอย่างใช้ความคิด ตารางงานวันนี้ของเขารวนก็เพราะลูกค้าคนนี้ นัดแล้วก็เลื่อน เลื่อนแล้วก็นัดใหม่เขารู้ว่าคนนี้ต้องการที่จะอัพราคาตึกให้สูงกว่าที่เป็น เลยทำนิสัยแบบนี้"ไม่เป็นไร เดี๋ยววันนี้เข้าผับก่อนก็แล้วกัน ค่อยไปรับอันเซล""ความจริงนายให้ผมจัดการก็ได้นะครับ""ไม่เป็นไร อย่างน้อยเธอก็เป็นเพื่อนฉัน" น้ำป่าคิดแค่เพียงว่าอย่างน้อยเขาก็ควรทำหน้าที่เพื่อนที่ดีให้กับอันเซล จากบ้านมาไกลถึงประเทศไทยคงจะทำอะไรไม่ค่อยถูก"ครับนาย"ช่วงเวลาเกือบเย็นที่โรงงานผลิตเสื้อผ้าแบรนด์RSA เก้าอี้ที่อยู่ด้านหน้าของโต๊ะทำงานน่านฟ้า มีร่างใหญ่นั่งทำหน้าอ้อนวอนเธออยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง"ไหนคุณบอกกับผมว่าเราเป็นเพื่อนกันยังไงครับ" อองเดร์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ้อนสุดๆพร้อมกับกะพริบตาปริบๆใส่คนตัวเล็กที่เอาแต่ปฏิเสธเขา ที่เขาชวนเธอไปดินเนอร์ในมื้อเย็นวันนี้"ไปกันสองคนมันน่าเกลียดค่ะอองเดร์" ประโยคของน่านฟ้าทำเอาอองเดร์ถึงกับยิ้มหน้าบาน แสดงว่าเธอไม่ได้รังเกียจหรือโกรธเขาเลยแม้แต่น้อย ที่อยู่ๆวันนั
"หมายถึงอะไรหรือเปล่า...หรือว่าน่านจะยอมให้เฮียจูบ..." น้ำป่าเว้นระยะกับคำว่าจูบแล้วจ้องมองลงที่แววตาของน่านฟ้าอย่างสื่อความหมาย สิ่งที่น้ำป่าได้รับตอบมาคือการพยักหน้าเบาๆอย่างเขินอายสายตาคมมองใบหน้ากลมที่เริ่มมีสีแดง และแดงขึ้นเรื่อยๆลามไปถึงใบหู ความร้อนวาบผ่านไปทั่วร่างกายจนคนร่างสูงถึงกับความหมดความอดทน น้าป่าไม่รอช้า สองมือใหญ่ยกร่างเล็กขึ้นวางบนโต๊ะอาหารที่พวกเขาสองคนเพิ่งจะเก็บกวาดอย่างเรียบร้อย เขายื่นมือไปแนบแก้มป่องเบาๆ หัวนิ้วมือเกลี่ยแก้มนิ่มลื่นเล่น ก่อนจะเลื่อนไปยังปากนุ่มๆลมหายใจร้อนกระทบมายังใบหน้ากลมทำให้ร่างเล็กยิ่งสั่นสะท้าน ความรู้สึกที่ร้อนวูบวาบเหมือนอย่างครั้งตอนที่ไปอิตาลีไม่มีผิด สายตาคมจ้องมองริมฝีปากที่มีสีชมพูระเรื่อ เขาลูบคลึงอยู่อย่างนั้นราวกับว่าไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน เขาแค่อยากรู้ว่าความนุ่มนี้มันจะนุ่มแค่ไหนถ้าหากเขาได้สอดใส่อย่างอื่นเข้าไปร่างเล็กแอบกลืนน้ำลายเล็กน้อยกับการกระทำของคนตรงหน้า นี่แค่จูบนะทำไมเฮียป่าทำให้เธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังโดนไฟลุกท่วมตัวไม่มีผิด นี่เธอคิดถูกแล้วใช่ไหม ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับแต่ในใจของเธอค่อยๆ มีเงาของคนตรงหน้าเข้
น้ำป่าหยุดทันทีตามที่น่านฟ้าบอก แล้วค่อยๆเอามือออกมาจากอกอิ่มทั้งสองพร้อมกับผละจูบออกจากริมฝีปากบางที่เริ่มเจ่อบวมด้วยฝีมือของเขาเองสองมือใหญ่จับชุดนอนให้เข้าที่แล้วไล่มองว่ามีตรงไหนที่ยังไม่เรียบร้อย เขาเห็นใบหน้าแดงก่ำตาหวานเยิ้มของน่านฟ้าที่กำลังมองเขาอยู่ เธอหายใจแรงดวงตากลมโตยังคงมองเขาอย่างไม่ละสายตา น้ำป่าจึงโน้มใบหน้าลงจูบที่ริมฝีปากบวมเจ่ออีกครั้งเพื่อเป็นการปลอบประโลม"เฮียขอโทษ...จะไม่มีครั้งต่อไปถ้าน่านไม่อนุญาต" น้ำป่าบอกด้วยเสียงที่แผ่วเบาแล้วลุกขึ้นหายไปในห้องน้ำ สายตาที่มองตามแผ่นหลังกว้างบอกถึงความรู้สึกผิดเช่นกัน เพียงแต่ในตอนนี้เธอเองก็ยังไม่มั่นใจในหัวใจของตัวเองเหมือนกันเช้าวันรุ่งขึ้น"เอาไว้มาเที่ยวรอบหน้าพักอยู่ที่นี้สักสองสามเดือน ทิ้งคนบ้างานเอาไว้ที่กองงานนั่นแหละ ดีไหมลูกน่าน"น้ำอิงพูดพลางหันไปมองค้อนลูกชายที่ยืนทำหน้าเหมือนไม่ได้นอน หน้าบึ้งหน้าดำเสียไม่มีดี กลับกันกับเป็นน่านฟ้าที่รู้สึกผิดเพราะตนเองเป็นตนเหตุที่ทำให้น้ำป่านอนหลับไม่เต็มที่ในอย่างที่ควรตอนแรกน้ำป่าคุยว่าจะอยู่ต่ออีกห้าวัน แต่ทว่าทางบริษัทมีนักลงุทนสนใจจะร่วมงานกับน้ำป่าจึงทำให้ต้องรีบ
ที่ระเบียง น้ำป่าต่อสายหาอันเซล กว่าเธอจะรับก็เล่นเอาน้ำป่าหัวเสียเป็นอย่างมาก"นี่เธอ!! ห้ามเธอทำอะไรแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ช่วยเธอ นี่คือคำสั่งจำเอาไว้!!""..." อันเซลไม่ทันได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียวก็ถูกตัดสายไป และสิ่งนี้มันทำให้อันเซลมั่นใจว่าตอนนี้น้ำป่าเริ่มมีใจให้กับผู้หญิงคนนั้น และไม่ทันได้เก็บโทรศัพท์เธอก็ถึงกับยิ้มกว้าง ดวงตาเปล่งประกายไปด้วยความสุขอีกครั้ง"ยังเก็บเบอร์เราเอาไว้สินะป่า"น้ำป่าดับบุหรี่ที่มือแล้วเดินเข้าไปในห้อง สายตาคมมองคนที่นอนอยู่บนเตียงกว้าง ทำให้คิดว่าเขาออกไปนานหรือว่าคนบนเตียงวิ่งผ่านน้ำกันแน่"นี่น่าน ได้อาบน้ำจริงไหม""อาบค่าา...เฮียคะขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ""ได้สิ""เฮียป่าเริ่มชอบน่านตั้งแต่ตอนไหนคะแล้วชอบอะไรในตัวน่าน" น้ำป่ายืนมองร่างเล็กที่ปลายเตียงก่อนจะเดินไปข้างๆแล้วนั่งลงพิงที่หัวเตียง"ตอนที่น่านยิ้ม ไม่สิน่าจะเป็นที่แก้มน่านที่ทำให้เฮียเริ่มรู้สึกนั่นก็คือวันที่เราเซ็นสัญญากันแล้วก็มีอีกอย่าง...เฮียว่าน่านไม่ใช่คนที่จะเห็นแก่เงิน เฮียเชื่อว่าเฮียมองไม่ผิด" น่านฟ้านิ่งไปไม่กี่วิก่อนจะพูดประโยคถัดมา"แต่น่านไม่ใช่คนสวยนะคะ""เฮียรู้







