เข้าสู่ระบบ
ผับโซแอล
บริเวณข้างผับโซแอล
ผัวะ! พลั่ก!!
เสียงซัดหมัดใส่ใบหน้าชายวัยกลางคนจนล้มไปนอนกับพื้นดินที่ขรุขระ กระทั่งมือขาวยกขึ้นเพื่อส่งสัญญาณว่าให้พอ
"ทีนี้มึงนึกออกแล้วใช่ไหมว่าจะหาเงินมาคืนกูได้ยังไง" มือใหญ่ของบอดี้การ์ดกระชากคอเสื้อเชิ้ตขึ้นเรียกสติคนที่โดนซ้อม เพื่อให้ฟังประโยคที่นายตัวเองพูด
"ครับ ครับคุณน้ำป่า ผมจะเอามาคืนให้เร็วที่สุดครับ" พรเทพนักเล่นพนันประจำบ่อน รีบตอบแบบระล่ำระลักด้วยความรีบร้อนเกรงว่าถ้าตอบช้าจะถูกต่อยอีกหากไม่รีบตอบออกไป
"ไม่! ต้องพรุ่งนี้" น้ำป่ายืนพ่นควันสีขาวหลังพูดออกไป
"..." พรเทพได้แต่มองไปที่แผ่นหลังกว้างที่ใส่สูทราคาแพง
"คุณผลัดผมมาสองเดือนแล้วนะ ผมว่าผมใจดีกับคุณที่สุดแล้ว" น้ำป่าหันหลังกลับมาแล้วพูดอย่างใจเย็น
"ครับคุณน้ำป่า พรุ่งนี้...พรุ่งนี้ผมจะเอามาให้คุณน้ำป่าที่ผับนะครับ" พรเทพถูกปล่อยจากการรั้งที่คอเสื้อหลังให้คำตอบ
"ดี!! น่าจะยอมตั้งนานปล่อยให้ตัวเองเจ็บทำไมก็ไม่รู้" น้ำเสียงที่ฟังแล้วราวกับคนคนนั้นเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น
"เอาเงินให้คุณลุงไปหาหมอด้วยล่ะ" น้ำป่าหยิบธนบัตรสีเทาสองใบยื่นให้กับอเลสซิโอ มือขวาคนสนิท
"ครับนาย" อเลสซิโอ
เช้าวันต่อมา
โรงงานผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ RSA
หญิงสาวผมสีดำขลับตัดสั้นทันสมัย ใบหน้าไร้เครื่องสำอาง ที่ดูแล้วเป็นผู้หญิงที่หน้าตาธรรมดาคนหนึ่งแต่แก้มป่องๆของเธอ ทำให้ใครหลายๆคนชอบมาหยุมแก้มเธอบ่อยๆ
เสียงเครื่องทอผ้าดังต่อเนื่องแบบคงที่ น่านฟ้ายืนดูการขัดประสานระหว่างด้ายเส้นพุ่งและด้ายเส้นยืนจนแน่นเป็นเนื้อผ้าในแบบที่เธอต้องการ ก่อนจะเดินไปหยุดดูเอกสารในส่วนของห้องสำนักงาน
"เป็นไงวันนี้" อองเดร์ร่างกายสูงใหญ่ ท่วงท่าสุขุมนุ่มนวลเดินเข้ามาหยุดยืนที่ด้านหลังเก้าอี้ตัวที่น่านฟ้านั่ง
"คุณอองเดร์! สวัสดีค่ะมาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่คะ" น่านฟ้ารีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
"เพิ่งมาถึง แล้วก็ตรงมานี่เลยครับ" อองเดร์พูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มทำให้ประโยคที่ออกมาจากปากฟังแล้วถึงกับยิ้มตามไปด้วย
"เออ..คุณรสา..พอดีไม่อยู่ค่ะ"
"คุณก็รู้ ว่าผมมาหาใคร...น่านฟ้า" เขาพูดเว้นระยะ เพื่อให้คนตรงหน้าได้รู้ความในใจ
ครืด ครืด ครืด
เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือ ทำให้น่านฟ้าต้องก้มหน้าเพื่อเป็นขออนุญาตรับสายก่อนจะเดินไปคุยที่หน้าห้อง
"พ่อโทรมามีอะไรหรือเปล่าคะ" น่านฟ้าถามออกไปทันทีที่รับสายเพราะปกติพ่อของเธอแทบจะไม่โทรมาหาหากว่าไม่ใช่เรื่องด่วน
"พ่อโทรมาบอกว่า พ่อจะไปฝรั่งเศสไปหาตากับยายของลูก"
"ทำไมคะ"
"แค่นี้นะ ไม่ต้องห่วงพ่อถ้าหากติดต่อพ่อไม่ได้"
"พ..." ทำไมนะ เธอรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้
ตรู๊ด ตรู๊ดดดด.......
พรเทพรีบตัดสายทิ้งพร้อมกับปิดเครื่องแล้วหักซิมการ์ดทิ้งทันที พรเทพโทรหาน่านฟ้าหลังจากที่เขาแอบเอาบัตรเอทีเอ็มที่มีรหัสบัตรแปะเอาไว้อยู่เอาออกมาจากกล่องเก็บเอกสารที่น่านฟ้ามักจะใส่ของที่สำคัญเอาไว้ในนี้ และพรเทพก็รู้จักลูกสาวของตัวเองดีพอ
"พ่อขอโทษนะลูก เอาไว้พ่อจะหามาคืน" พรเทพพูดระหว่างที่ยืนทยอยกดเงินหน้าตู้เอทีเอ็ม
ติ้ง! ติ้ง! ติ้ง! เสียงแจ้งเตือนของข้อความจากธนาคารดังติดๆกัน จนทำให้น่านฟ้าต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง หลังจากที่วางสายจากพ่อได้ไม่ถึงหนึ่งนาที
01/01/40 11.20 บชxxx เงินออก xxx บ.
01/01/40 11.23 บชxxx เงินออก xxx บ.
01/01/40 11.26 บชxxx เงินออก xxx บ.
"พ่อ!"
สิ่งแรกที่น่านฟ้านึกถึงก็คือพ่อของเธอ เมื่อหลายปีก่อนพ่อเธอก็เคยทำแบบนี้ ในตอนนั้นพ่อเธอกดออกไปไม่กี่หมื่นและได้สัญญากับเธอว่าจะเลิกเล่นพนัน แต่ว่าเหล้าพ่อเธอบอกว่าคงเลิกไม่ได้ อันนี้เธอก็เข้าใจ แต่ทำไมวันนี้...มันเกิดขึ้นอีกแล้ว
"เดี๋ยว!! คุณจะไปไหน" อองเดร์ยื่นมือไปรั้งที่แขนขาวพร้อมกับรีบถามออกไป
"ขอโทษค่ะ ที่ไม่ได้อยู่ต้อนรับพอดีที่บ้านมีเรื่องด่วนค่ะ" เธอพูดเร็วจนอองเดร์แทบจะฟังไม่ทัน
"เออ..." อองเดร์ไม่ทันได้พูด น่านฟ้าเธอก็คว้ากระเป๋าสะพายแล้วรีบวิ่งออกไปจากห้องสำนักงาน สายตาคมได้แต่มองตามแผ่นหลังบางที่ค่อยๆหายออกไปจากห้อง
ภายในรถแท็กซี่น่านฟ้าได้แต่นั่งมองยอดเงินที่มันกำลังถูกถอนออกอย่างต่อเนื่อง เธอเลือกที่จะไม่โทรระงับบัญชีกับธนาคาร เพราะเธอไม่รู้ว่าพ่อมีเรื่องจำเป็นแค่ไหนกัน แต่ทำไมไม่บอกเธอดีๆล่ะ
"จอดข้างหน้านี้ค่ะ"
"ครับ"
น่านฟ้ารีบยื่นแบงก์สีแดงให้กับแท็กซี่ไปหนึ่งใบ แล้วรีบลงจากรถแท็กซี่เดินตรงไปที่หน้าร้านสะดวกซื้อ
"ไม่มี ไปไหนนะ"
น้ำป่าขบกรามแน่น ก่อนจะขยับสะโพกเข้าหาอีกครั้ง คราวนี้รวดเร็วและหนักหน่วง จังหวะที่เสียดสีทำเอาเก้าอี้โยกไหวตามแรงกระแทก ร่างบางโอบกอดเขาแน่นขึ้นทุกที ปลายนิ้วจิกลงบนแผ่นหลังเปียกชื้นราวกับต้องการยึดเหนี่ยวให้ไม่หลุดลอย ความเร่าร้อนปะทุขึ้นอีกครั้งเสียงลมจากไดร์เป่าผมดังคลอเบา ๆ ขณะที่น่านฟ้านั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ร่างบางคลุมเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กที่ปิดไม่มิด ส่วนผมยาวสลวยถูกน้ำป่าค่อย ๆ เป่าให้แห้งอย่างใจเย็นดวงตาคมมองเส้นผมที่พลิ้วไหวไปตามแรงลม แต่ไม่นานสายตานั้นก็เลื่อนไปยังลำคอระหงและผิวขาวนวลที่โผล่พ้นชายผ้าออกมา ความอดทนที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนทันที"เป่าเสร็จแล้ว…ไปนอนเถอะครับ" เสียงทุ้มแผ่ว แต่แววตากลับร้อนแรงเกินกว่าจะเข้าใจผิดไม่ทันให้น่านฟ้าลุก น้ำป่าก็วางไดร์ลงแล้วก้มลงช้อนร่างบางขึ้นในอ้อมแขน กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมที่เพิ่งเป่าเสร็จ ยิ่งปลุกเร้าให้ไฟในกายลุกโชน เขาอุ้มตรงไปยังเตียงใหญ่แล้ววางเบา ๆ ราวกับสิ่งล้ำค่าริมฝีปากหนาทาบลงทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้หายใจเต็มปอด ลมหายใจสลับกระชั้น ร่างเล็กถูกดันให้นอนราบก่อนที่ผ้าขนหนูจะถูกเลื่อนออกไปจนหมดสิ้นเสี
"เฮียน่าน น่านไม่ไหวแล้ว" น่านฟ้าร้องออกมาพร้อมกับช่องทางรักของเธอที่ตอดรัดเป็นอย่างมาก จนน้ำป่ารู้สึกได้ว่าเมียรักคงใกล้ถึงฝั่งฝันแน่ ไม่รอช้าเขายกตัวน่านฟ้าออก และจับเธอนอนหลังหลังในท่าคลานเข่าบนโซฟา ก่อนจะจับท่อนเอ็นสอดเข้าไปจากทางด้านหลัง และกระแทกเต็มกำลังปึก ปึก ปึก สองมือหนาจับเอวคอดกิ่วเอาไว้ และกระแทกเต็มแรงก่อนจะปล่อยน้ำรักออกมาในที่สุด ในขณะที่น่านฟ้านั้นถึงกับฟุบลงไปโซฟา ด้วยความเหนื่อนล้าและหมดแรงในที่สุดร่างเล็กยังคงหอบหายใจถี่ เมื่อถูกช้อนอุ้มขึ้นจากโซฟาแผ่นอกเปลือยแนบชิดกับอกกว้างของคนตัวโตจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรงประสานกัน น่านฟ้าหน้าแดงซ่าน รีบยกมือปิดอกตัวเองด้วยความเขินอาย"เฮีย…ไม่ใส่อะไรแบบนี้ เดี๋ยวลูกตื่นมาเห็นเข้าหรอก" เสียงหวานท้วงติงเบา ๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความสั่นพร่าน้ำป่าแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมทอดมองใบหน้าสวยที่แดงระเรื่อด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "ถ้าลูกจะตื่น…คงตื่นตั้งแต่ตอนที่น่านร้องเสียงดังในห้องทำงานแล้วล่ะ ที่รัก"คำพูดนั้นทำให้น่านฟ้ายกมือขึ้นตีอกเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย "เฮียพูดอะไรไม่อายปากเลย!""ก็พูดความจริงนี่ครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยแววเ
"หวานมาก" น้ำป่าพูดหลังจากที่ละริมฝีปากจากจุดนั้น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะถอดเสื้อผ้าของตัวเอง เช่นเดียวกันน่านฟ้าที่ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าที่พื้น ก่อนจะคว้าหมับไปท่อนเอ็นของสามีรักที่ตอนนี้มันแข็งตัวอย่างเต็มที่แล้วม๊วบบ..น่านฟ้าจับท่อนเอ็นเข้าไปในปากของเธอในทันที หญิงสาวค่อยๆ ลากเลื้อยช้าๆ ทั้งจังหวะจับ และจังหวะรูดในปากมันประสานกันอย่าที่สุด"ซี๊ดดด นั่นแหละที่รัก อือออ เสียวมากก" และนั่นทำให้น้ำป่าหมดความอดทน เขาผลักน่านฟ้าออก ก่อนจะอุ้มเธอมานั่งบนโต๊ะทำงาน น่านฟ้าเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยอย่างรู้งาน ก่อนที่น้ำป่าจะจับสองขาเธอพาดที่ไหล่ของเขา และค่อย ๆ สอดท่อนเอ็นเข้าไปในที่สุดปึก !!! เขาสอดท่อนเอ็นเข้าไปทีเดียวจนมิดลำอึก... "เฮีย นะ แน่น แน่นจัง" น่านฟ้าร้องออกมาด้วยความเสียวซ่านเป็นอย่างมากเอวสอบของน้ำป่าขยับช้า ๆ ในตอนแรก ราวกับตั้งใจจะทรมานให้คนในอ้อมแขนหลอมละลายกับความเสียวซ่านที่ก่อขึ้นทีละน้อย จังหวะหนักแน่นค่อย ๆ เร่งแรงขึ้น เหงื่อจากแผ่นอกกว้างหยดลงบนผิวเนียนจนทั้งคู่เปียกชุ่มไปด้วยกัน"อื้อ…เฮีย…" เสียงเรียกพร่าเบาหลุดออกมาในจังหวะที่แรงกระแทกถาโถม ร่างเล็กเผลอแอ่
ยากุ หลังจากที่คอยดูแลกิจการของน้ำป่าที่ไทยมานาน ตอนนี้น้ำป่าให้ยากุพักร้อนจนกว่าจะเบื่อแล้วค่อยให้กลับมาทำงาน ส่วนอเลสซิโอยังน้ำป่าได้มอบหมายให้เป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดคอยคัดเลือกคนที่มาดูแลคนครอบครัวและให้อยู่ที่บ้านตลอด โดยมีบอดี้การ์ดคนใหม่คอยติดตามน้ำป่าแทน"เฮียป่าเอากาแฟอีกไหมคะ" น่านฟ้าเดินมาหาน้ำป่าที่ห้องทำงานหลังจากที่พาม่านฟ้านอนแล้วน้ำป่าเงยหน้าจากหน้าคอมแล้วขยับเก้าอี้ออกจากโต๊ะเล็กน้อย พลางส่งสายตาบอกน่านฟ้าเป็นนัยๆ ว่าให้เดินมานั่งที่ตักของเขา น่านฟ้าระบายยิ้มออกมาแล้วหันไปปิดประตูห้องและจัดการล็อคห้องอย่างเรียบร้อยสองเท้าเล็กเดินตรงไปนั่งที่ตักแกร่ง หันหน้าเข้าหาน้ำป่าแล้วโอบรัดลำคอแล้วจูบเบาๆที่ริมฝีปากหนาแล้วผละออก"ล็อคห้องแบบนี้...หมายความว่ายังไงน้า..." ไร้คำตอบจากน่านฟ้า ทำให้น้ำป่ายิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาแพรวพราวเป็นประกายไล่มองทั่วใบหน้าสวย กลิ่นหอมจากครีมอาบน้ำ ทำให้น้ำป่าก้มจูบไซ้ซอกคอขาวนวลอย่างหยอกเย้า"เฮีย…อย่าเพิ่ง" น่านฟ้าหลุบตาลงเล็กน้อย มือเล็กรีบกดทับไว้บนมือหนาที่กำลังจะเลื่อนต่ำลงไป น้ำเสียงสั่นน้อยๆ แต่ดวงตากลับฉายประกายขัดเขินปนหยอกล้อเฮียป่าชะงักไป
"เพราะมีพวกขี้ยาอยู่ในสนามครับ" เป็นอีกหนึ่งอย่างที่คนเป็นพ่อจะอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะในเมืองนี้ไม่มีสนามที่ใหญ่ขนาดนี้นอกจากที่นี้ที่เต็มไปด้วยสิ่งผิดกฏหมาย"แค่รอเชร์...เมื่อถึงไทย ลูกก็จะมีสนามเป็นของตัวเองและอีกอย่าง เพื่อนๆ ของลูกก็อยากไปเรียนที่ไทยถึงแม้จะไม่ใช่ทุกคนก็เถอะ"น้ำป่าพูดด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น ต่อให้ดิเชร์ทำผิดกฏแต่เขากับน่านฟ้าก็ไม่เคยทำโทษหรือตีเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาและน่านฟ้าสอนลูกด้วยคำพูดและหลักความเป็นจริงทำให้ลูกเห็นว่า ควรทำตัวยังไง วางตัวอย่างไรเมื่อเจอเหตุการณ์ต่างๆ และพร้อมที่แก้ไขหากว่าทำผิดพลาด"ขอโทษครับพ่อ ผมจะไม่ทำอีกครับ""ดีมาก" น้ำป่าไม่ห้ามที่ดิเชร์จะชอบขับรถ หรือลงแข่งรถแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เขากังวลก็คือการเอาตัวรอดหรือการถูกพวกค้ายาคุกคามเพราะสนามนี้เป็นของพวกมัน และน้ำป่าก็เป็นห่วงกลัวว่าจะถูกพวกนั้นล่อให้เสพยา และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่จะตามมาก็คือการติดยาดิเชร์ เสนีต์ ในวัยสิบเจ็ดปี รูปร่างโปร่งสง่างาม ผมสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีนัยน์ตาที่ถอดมาจากน้ำป่าราวกับแกะ ใบหน้าคมเข้ม จมูกเชิดรั้นเหมือนกับน่านฟ้า ริมฝีปากหยัก รอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ชวนหลงใหล เป็น
"หนูอยากไปไหม""อยากค่ะ ถ้ามีแม่ มีพ่อและพี่เชร์ไปด้วย""อีกไม่กี่เดือนเราก็จะย้ายไปอยู่ที่ไทยแบบถาวร เพราะแม่ทำบ้านของยายให้ใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น เพิ่มเติมแบบบ้านขยายเป็นหลายหลังและที่สำคัญแม่ทำสระว่ายน้ำให้หนูจนเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ" น่านฟ้าพูดในสิ่งที่เธอกับน้ำป่าได้เตรียมเอาไว้ให้กับลูกๆ เพื่ออนาคตภายภาคหน้าน่านฟ้ากับน้ำป่ากว้านซื้อที่ดินในซอยนั้นได้เกือบหมดเหลือเพียงไม่กี่หลังที่อยู่ท้ายๆ ซอยเพราะน่านฟ้ากับน้ำป่าเห็นว่ามันลึกเกินไปและที่มีอยู่ก็เพียงพอสำหรับสร้างบ้านหลายๆ หลังให้อยู่ในขอบเขตรั้วเดียวกันม่านฟ้า เสนีต์ เด็กสาววัยเจ็ดขวบลูกคนที่สอง มีดวงตาที่กลมโต ขนตายาวเป็นแพดำ จมูกเชิดร้น ปากได้รูปสวยพร้อมกับฟันกระต่ายสองซีกด้านหน้า และสิ่งที่ดึงดูดสายตาใครต่อใคร เห็นทีจะเป็นเพราะเส้นผมที่พริ้วสวย สีดำเงา ที่เขากับใบหน้าสวยราวกับตุ๊กตา"พ่อล่ะครับแม่" ดิเชร์เดินเข้ามานั่งที่โซฟาหลังจากเดินเข้าไปด้านในร้านเพื่อหาของกินรองท้อง"วันนี้พ่อติดประชุม เลิกดึกครับ""ถ้าอย่างนั้น..." น้ำเสียงดิเชร์ที่ลากยาวทำให้น่านฟ้ารู้ว่า ดิเชร์กำลังคิดอะไรอยู่"เชร์..." น่านฟ้าหรี่ตามอง เรียกชื่อเพ







