เข้าสู่ระบบ"ใครกันนะ..แต่คงจะรวยน่าดู" น่านฟ้าพูดเบาๆกับตัวเองยังไงก็ช่างเถอะในเมื่อเธอมีโอกาส มีคนยื่นมือจะมาช่วยมีเหรอที่เธอจะไม่รับไว้ เธอนั่งอยู่ที่เดิมประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง เธอจึงได้กลับบ้านของเธอ บ้านที่เธอยังไม่รู้ว่ามันไม่ใช่ของเธออีกต่อไป
เพนท์เฮาส์สุดหรูตั้งอยู่ชั้นบนสุดของตึกใจกลางเมือง ผนังกระจกจรดเพดานเผยให้เห็นวิวที่เต็มไปด้วยตึกสูงๆ รถ ถนนและท้องฟ้าที่มี
ดวงดาวส่องแสงวับวาว น้ำป่าเดินไปนั่งที่โซฟาหนังที่ถูกส่งตรงมาจากอิตาลีที่พ่อกับแม่ของเขาสั่งทำมาให้เป็นพิเศษ แล้วหันไปถามอเลสซิโอ
"ตอนนี้พรเทพอยู่ไหนแล้ว" น้ำป่าถามพร้อมกับมองออกไปที่ด้านนอกของเพนท์เฮ้าส์
"อยู่ประเทศเพื่อนบ้านเรานี่เองครับ" อเลสซิโอสั่งให้ลูกน้องสะกดรอยตามดูทุกการเคลื่อนไหว แล้วให้รายงานทันที
"หึ...ทิ้งได้แม้กระทั่งลูกของตัวเอง" ผิดที่ไหน สิ่งที่เขาคิด เมื่อชีวิตถึงตาจนทุกคนล้วนเอาตัวเองให้รอดกันทั้งนั้น
"แต่นายก็เป็นคนวางแผนไม่ใช่เหรอครับ"
"อะ เลส ซิ โอ..." น้ำป่าเน้นน้ำเสียงเรียกชื่อแต่ละคำเพื่อเป็นการปรามมือขวาของตนเอง
"เออ!ขอโทษครับนาย"
ใช่...เขาเป็นคนวางแผน เพราะเขาต้องการให้เธอมารับข้อเสนอนี้ เพราะถ้าเป็นคนอื่น เขาก็ไม่เอา
"เธอเหมาะกับงานนี้ที่สุดแล้วน่านฟ้า"
วันต่อมา / 17.30น.
หลังจากที่น้ำป่าแนะนำตัวให้น่านฟ้าได้รู้จัก เขาก็เริ่มพูดอธิบายเรื่องการแต่งงานให้น่านฟ้าได้ฟัง เพราะใกล้วันเกิดของแม่เขาแล้วถ้าเขาไม่พาแฟนหรือภรรยาให้แม่กับพ่อได้รู้จัก มีหวังได้แต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้อย่างแน่นอน เพราะพี่ชายของเขาอย่างลีโอ ก็แต่งงานกับคนที่แม่ของเขาได้หมายหมั้นเอาไว้แล้ว และเขาจะไม่ยอมเป็นอย่างพี่ลีโอเป็นอันขาด
"คุณพูดว่าอะไรนะ พูดใหม่อีกที"
น่านฟ้าไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง คนตรงหน้าเธอออกจะมีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ผิวสองสี ดวงตาสีน้ำตาลแถมยังมีรอยยิ้มที่มีเสน่ห์แต่ใช้ไม่ได้กับเธอหรอกนะ ส่วนเรื่องการแต่งตัว ตั้งแต่หัวจรดเท้าแบรนด์เนมทั้งตัวแถมยังเป็น Hi-End อีกต่างหาก มีเหรอจะหาคนที่มายืนเคียงคู่กันไม่ได้
"คุณได้ยินชัดแล้วนะและก็นี่...เอกสาร" น้ำป่าถอนหายใจเบาๆ แล้วเลื่อนซองเอกสารตรงหน้าให้กับน่านฟ้า
"..." ไม่มี ไม่มีอะไรจะพูดกับผู้ชายคนนี้ เขาดูมั่นใจอะไรขนาดนั้นว่าเธอจะรับข้อเสนอ
"เดี๋ยวนะ เราเคยเจอกันมาก่อน..ใช่ไหม" และเมื่อน่านฟ้าพยายามนึกเธอก็ถึงกับบางอ้อทันที
"นาย!! คนที่เคยหัวเราะเยาะฉันใช่ไหม...ใช่จริงๆด้วยนี่นาย" น้ำป่าขี้เกียจฟัง เขาจึงพูดแทรกขึ้นก่อนที่เธอจะร่ายยาวมากไปกว่านี้
"อ่านแล้วก็เซ็นให้เรียบร้อย" และนั่นใช่ว่าน่านฟ้าอยากจะถาม อยากจะรู้มากนักหรอก
อีกอย่างวันนั้นเป็นวันที่น่าอายที่สุดดันไปชนกับเขาทำให้กาแฟหกเลอะเสื้อของเขาและของเธอเอง พอเธอขอโทษและขอชดใช้โดยที่เธอจะซื้อเสื้อตัวใหม่คืนแต่พอรู้ยี่ห้อของเสื้อเลยทำให้เธอถึงกลับพูดไม่ออก เสื้อบ้าอะไรตัวละต้องเป็นหมื่น แต่สิ่งที่เขาทำ เขากลับหัวเราะอยู่ในลำคอราวกับว่ากำลังหัวเราะเยาะเธออยู่ น่าอายชะมัด
แผ่นหลังกว้างเอนพิงพนักเก้าอี้อย่างเต็มที่ ตาคมจ้องมองไปยังหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะค่อยๆไล่มองไปทีละจุด ผมดำเงาซอยสั้น ใบหน้าจืดชืดซะไม่มี ไหนจะแว่นตาอันใหญ่ๆ แล้วนั่นอะไร แก้มป่องอะไรขนาดนั้นอมลูกอมเอาไว้อยู่หรือไง อายุยี่สิบสองจริงไหมเนี่ย
จู่ๆน้ำป่าก็ยื่นมือไปจิ้มแก้มป่องๆในขณะที่น่านฟ้ากำลังอ่านสัญญาอย่างตั้งใจ
"โอ้ยย!! นี่คุณ"
"เออ..อ๋อ ผมเห็นมดน่ะ เขี่ยออกให้แล้ว"
"มด! แค่เขี่ยออกที่ไหน เห็นไหมแก้มฉันต้องแดงแน่ๆกดมาซะแรงเชียว"
"..."
"เจ็บชะมัด" น่านฟ้ายู่หน้าแล้วมองค้อนใส่คนตรงหน้าไปหนึ่งที
น้ำป่าได้แต่มองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่วูบไหวเพียงเล็กน้อย ผู้หญิงอะไรโวยวายเก่ง ดูสินั่นใส่ชุดทำงานอะไรดูพะรุงพะรังไปหมด น้ำป่าค่อยๆเหลือบมองไปที่ใต้โต๊ะก็เห็นว่าเธอใส่กางเกงขายาวพองๆรองเท้า...ผ้าใบ...เทรนด์ใหม่หรือไง
"นี่คุณ!! ข้อนี้หมายความว่ายังไง" น่านฟ้าถามความหมายของข้อสัญญาด้วยแววตาที่เป็นประกาย
น้ำป่าขบกรามแน่น ก่อนจะขยับสะโพกเข้าหาอีกครั้ง คราวนี้รวดเร็วและหนักหน่วง จังหวะที่เสียดสีทำเอาเก้าอี้โยกไหวตามแรงกระแทก ร่างบางโอบกอดเขาแน่นขึ้นทุกที ปลายนิ้วจิกลงบนแผ่นหลังเปียกชื้นราวกับต้องการยึดเหนี่ยวให้ไม่หลุดลอย ความเร่าร้อนปะทุขึ้นอีกครั้งเสียงลมจากไดร์เป่าผมดังคลอเบา ๆ ขณะที่น่านฟ้านั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ร่างบางคลุมเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กที่ปิดไม่มิด ส่วนผมยาวสลวยถูกน้ำป่าค่อย ๆ เป่าให้แห้งอย่างใจเย็นดวงตาคมมองเส้นผมที่พลิ้วไหวไปตามแรงลม แต่ไม่นานสายตานั้นก็เลื่อนไปยังลำคอระหงและผิวขาวนวลที่โผล่พ้นชายผ้าออกมา ความอดทนที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนทันที"เป่าเสร็จแล้ว…ไปนอนเถอะครับ" เสียงทุ้มแผ่ว แต่แววตากลับร้อนแรงเกินกว่าจะเข้าใจผิดไม่ทันให้น่านฟ้าลุก น้ำป่าก็วางไดร์ลงแล้วก้มลงช้อนร่างบางขึ้นในอ้อมแขน กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมที่เพิ่งเป่าเสร็จ ยิ่งปลุกเร้าให้ไฟในกายลุกโชน เขาอุ้มตรงไปยังเตียงใหญ่แล้ววางเบา ๆ ราวกับสิ่งล้ำค่าริมฝีปากหนาทาบลงทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้หายใจเต็มปอด ลมหายใจสลับกระชั้น ร่างเล็กถูกดันให้นอนราบก่อนที่ผ้าขนหนูจะถูกเลื่อนออกไปจนหมดสิ้นเสี
"เฮียน่าน น่านไม่ไหวแล้ว" น่านฟ้าร้องออกมาพร้อมกับช่องทางรักของเธอที่ตอดรัดเป็นอย่างมาก จนน้ำป่ารู้สึกได้ว่าเมียรักคงใกล้ถึงฝั่งฝันแน่ ไม่รอช้าเขายกตัวน่านฟ้าออก และจับเธอนอนหลังหลังในท่าคลานเข่าบนโซฟา ก่อนจะจับท่อนเอ็นสอดเข้าไปจากทางด้านหลัง และกระแทกเต็มกำลังปึก ปึก ปึก สองมือหนาจับเอวคอดกิ่วเอาไว้ และกระแทกเต็มแรงก่อนจะปล่อยน้ำรักออกมาในที่สุด ในขณะที่น่านฟ้านั้นถึงกับฟุบลงไปโซฟา ด้วยความเหนื่อนล้าและหมดแรงในที่สุดร่างเล็กยังคงหอบหายใจถี่ เมื่อถูกช้อนอุ้มขึ้นจากโซฟาแผ่นอกเปลือยแนบชิดกับอกกว้างของคนตัวโตจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรงประสานกัน น่านฟ้าหน้าแดงซ่าน รีบยกมือปิดอกตัวเองด้วยความเขินอาย"เฮีย…ไม่ใส่อะไรแบบนี้ เดี๋ยวลูกตื่นมาเห็นเข้าหรอก" เสียงหวานท้วงติงเบา ๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความสั่นพร่าน้ำป่าแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมทอดมองใบหน้าสวยที่แดงระเรื่อด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "ถ้าลูกจะตื่น…คงตื่นตั้งแต่ตอนที่น่านร้องเสียงดังในห้องทำงานแล้วล่ะ ที่รัก"คำพูดนั้นทำให้น่านฟ้ายกมือขึ้นตีอกเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย "เฮียพูดอะไรไม่อายปากเลย!""ก็พูดความจริงนี่ครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยแววเ
"หวานมาก" น้ำป่าพูดหลังจากที่ละริมฝีปากจากจุดนั้น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะถอดเสื้อผ้าของตัวเอง เช่นเดียวกันน่านฟ้าที่ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าที่พื้น ก่อนจะคว้าหมับไปท่อนเอ็นของสามีรักที่ตอนนี้มันแข็งตัวอย่างเต็มที่แล้วม๊วบบ..น่านฟ้าจับท่อนเอ็นเข้าไปในปากของเธอในทันที หญิงสาวค่อยๆ ลากเลื้อยช้าๆ ทั้งจังหวะจับ และจังหวะรูดในปากมันประสานกันอย่าที่สุด"ซี๊ดดด นั่นแหละที่รัก อือออ เสียวมากก" และนั่นทำให้น้ำป่าหมดความอดทน เขาผลักน่านฟ้าออก ก่อนจะอุ้มเธอมานั่งบนโต๊ะทำงาน น่านฟ้าเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยอย่างรู้งาน ก่อนที่น้ำป่าจะจับสองขาเธอพาดที่ไหล่ของเขา และค่อย ๆ สอดท่อนเอ็นเข้าไปในที่สุดปึก !!! เขาสอดท่อนเอ็นเข้าไปทีเดียวจนมิดลำอึก... "เฮีย นะ แน่น แน่นจัง" น่านฟ้าร้องออกมาด้วยความเสียวซ่านเป็นอย่างมากเอวสอบของน้ำป่าขยับช้า ๆ ในตอนแรก ราวกับตั้งใจจะทรมานให้คนในอ้อมแขนหลอมละลายกับความเสียวซ่านที่ก่อขึ้นทีละน้อย จังหวะหนักแน่นค่อย ๆ เร่งแรงขึ้น เหงื่อจากแผ่นอกกว้างหยดลงบนผิวเนียนจนทั้งคู่เปียกชุ่มไปด้วยกัน"อื้อ…เฮีย…" เสียงเรียกพร่าเบาหลุดออกมาในจังหวะที่แรงกระแทกถาโถม ร่างเล็กเผลอแอ่
ยากุ หลังจากที่คอยดูแลกิจการของน้ำป่าที่ไทยมานาน ตอนนี้น้ำป่าให้ยากุพักร้อนจนกว่าจะเบื่อแล้วค่อยให้กลับมาทำงาน ส่วนอเลสซิโอยังน้ำป่าได้มอบหมายให้เป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดคอยคัดเลือกคนที่มาดูแลคนครอบครัวและให้อยู่ที่บ้านตลอด โดยมีบอดี้การ์ดคนใหม่คอยติดตามน้ำป่าแทน"เฮียป่าเอากาแฟอีกไหมคะ" น่านฟ้าเดินมาหาน้ำป่าที่ห้องทำงานหลังจากที่พาม่านฟ้านอนแล้วน้ำป่าเงยหน้าจากหน้าคอมแล้วขยับเก้าอี้ออกจากโต๊ะเล็กน้อย พลางส่งสายตาบอกน่านฟ้าเป็นนัยๆ ว่าให้เดินมานั่งที่ตักของเขา น่านฟ้าระบายยิ้มออกมาแล้วหันไปปิดประตูห้องและจัดการล็อคห้องอย่างเรียบร้อยสองเท้าเล็กเดินตรงไปนั่งที่ตักแกร่ง หันหน้าเข้าหาน้ำป่าแล้วโอบรัดลำคอแล้วจูบเบาๆที่ริมฝีปากหนาแล้วผละออก"ล็อคห้องแบบนี้...หมายความว่ายังไงน้า..." ไร้คำตอบจากน่านฟ้า ทำให้น้ำป่ายิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาแพรวพราวเป็นประกายไล่มองทั่วใบหน้าสวย กลิ่นหอมจากครีมอาบน้ำ ทำให้น้ำป่าก้มจูบไซ้ซอกคอขาวนวลอย่างหยอกเย้า"เฮีย…อย่าเพิ่ง" น่านฟ้าหลุบตาลงเล็กน้อย มือเล็กรีบกดทับไว้บนมือหนาที่กำลังจะเลื่อนต่ำลงไป น้ำเสียงสั่นน้อยๆ แต่ดวงตากลับฉายประกายขัดเขินปนหยอกล้อเฮียป่าชะงักไป
"เพราะมีพวกขี้ยาอยู่ในสนามครับ" เป็นอีกหนึ่งอย่างที่คนเป็นพ่อจะอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะในเมืองนี้ไม่มีสนามที่ใหญ่ขนาดนี้นอกจากที่นี้ที่เต็มไปด้วยสิ่งผิดกฏหมาย"แค่รอเชร์...เมื่อถึงไทย ลูกก็จะมีสนามเป็นของตัวเองและอีกอย่าง เพื่อนๆ ของลูกก็อยากไปเรียนที่ไทยถึงแม้จะไม่ใช่ทุกคนก็เถอะ"น้ำป่าพูดด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น ต่อให้ดิเชร์ทำผิดกฏแต่เขากับน่านฟ้าก็ไม่เคยทำโทษหรือตีเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาและน่านฟ้าสอนลูกด้วยคำพูดและหลักความเป็นจริงทำให้ลูกเห็นว่า ควรทำตัวยังไง วางตัวอย่างไรเมื่อเจอเหตุการณ์ต่างๆ และพร้อมที่แก้ไขหากว่าทำผิดพลาด"ขอโทษครับพ่อ ผมจะไม่ทำอีกครับ""ดีมาก" น้ำป่าไม่ห้ามที่ดิเชร์จะชอบขับรถ หรือลงแข่งรถแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เขากังวลก็คือการเอาตัวรอดหรือการถูกพวกค้ายาคุกคามเพราะสนามนี้เป็นของพวกมัน และน้ำป่าก็เป็นห่วงกลัวว่าจะถูกพวกนั้นล่อให้เสพยา และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่จะตามมาก็คือการติดยาดิเชร์ เสนีต์ ในวัยสิบเจ็ดปี รูปร่างโปร่งสง่างาม ผมสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีนัยน์ตาที่ถอดมาจากน้ำป่าราวกับแกะ ใบหน้าคมเข้ม จมูกเชิดรั้นเหมือนกับน่านฟ้า ริมฝีปากหยัก รอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ชวนหลงใหล เป็น
"หนูอยากไปไหม""อยากค่ะ ถ้ามีแม่ มีพ่อและพี่เชร์ไปด้วย""อีกไม่กี่เดือนเราก็จะย้ายไปอยู่ที่ไทยแบบถาวร เพราะแม่ทำบ้านของยายให้ใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น เพิ่มเติมแบบบ้านขยายเป็นหลายหลังและที่สำคัญแม่ทำสระว่ายน้ำให้หนูจนเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ" น่านฟ้าพูดในสิ่งที่เธอกับน้ำป่าได้เตรียมเอาไว้ให้กับลูกๆ เพื่ออนาคตภายภาคหน้าน่านฟ้ากับน้ำป่ากว้านซื้อที่ดินในซอยนั้นได้เกือบหมดเหลือเพียงไม่กี่หลังที่อยู่ท้ายๆ ซอยเพราะน่านฟ้ากับน้ำป่าเห็นว่ามันลึกเกินไปและที่มีอยู่ก็เพียงพอสำหรับสร้างบ้านหลายๆ หลังให้อยู่ในขอบเขตรั้วเดียวกันม่านฟ้า เสนีต์ เด็กสาววัยเจ็ดขวบลูกคนที่สอง มีดวงตาที่กลมโต ขนตายาวเป็นแพดำ จมูกเชิดร้น ปากได้รูปสวยพร้อมกับฟันกระต่ายสองซีกด้านหน้า และสิ่งที่ดึงดูดสายตาใครต่อใคร เห็นทีจะเป็นเพราะเส้นผมที่พริ้วสวย สีดำเงา ที่เขากับใบหน้าสวยราวกับตุ๊กตา"พ่อล่ะครับแม่" ดิเชร์เดินเข้ามานั่งที่โซฟาหลังจากเดินเข้าไปด้านในร้านเพื่อหาของกินรองท้อง"วันนี้พ่อติดประชุม เลิกดึกครับ""ถ้าอย่างนั้น..." น้ำเสียงดิเชร์ที่ลากยาวทำให้น่านฟ้ารู้ว่า ดิเชร์กำลังคิดอะไรอยู่"เชร์..." น่านฟ้าหรี่ตามอง เรียกชื่อเพ







