Masukเช้าวันรุ่งขึ้น
ด้ายตื่นสายด้วยความเคยชินจากการนอนดึกทำให้เขาแทบจะกระโดดลงจากเตียงแล้ววิ่งออกจากห้องพักในสภาพหัวชี้ฟูทันทีที่แต่งตัวเสร็จ เพราะเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะมองว่ารูมเมทของเขาหายไปไหนแล้วด้วยซ้ำ
ด้ายวิ่งกระหืดกระหอบมาจนถึงอาคารเรียนคณะเภสัชศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่เขาเลือกเพราะอยากพิสูจน์ให้ครอบครัวเห็นว่าเขาก็เก่งเรื่องวิชาการไม่ต่างจากการเล่นกีฬาไปวันๆ
และเมื่อมาถึงหน้าห้องเรียน เขาก็ผลักประตูห้องบรรยายขนาดใหญ่เข้าไป แต่ต้องชะงักเมื่อพบว่านักศึกษากว่าครึ่งห้องกำลังมองมาที่เขาเป็นตาเดียว
แถมที่นั่งแถวหน้าสุด ตรงหน้าโต๊ะอาจารย์ก็ยังมีรูมเมทหน้าตายคนเดิมกำลังนั่งจดบันทึกอย่างตั้งใจอยู่ก่อนแล้วด้วย
อย่าบอกนะว่า…
ด้ายเดินหน้าซีดไปหาที่นั่งว่างๆ แถวหลัง พลางมองแผ่นหลังของพันรักด้วยความตกตะลึง
นี่พวกเขาไม่ใช่แค่เป็นรูมเมท แต่ยังมาอยู่คณะเดียวกัน และดูเหมือนจะเลือกสายงาน 'วิจัยยา' เหมือนกันอีกต่างหาก! โลกมันจะกลมเกินไปแล้ว
ที่หน้าชั้นเรียน มีชายสูงวัยในชุดกาวน์สะอาดยืนนิ่งขรึมดูทรงอำนาจอย่าง ศาสตราจารย์ มารุต อัลฟ่ารุ่นเก่าที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยบและยึดมั่นในทฤษฎีดั้งเดิมอย่างเคร่งครัด คณบดีของคณะเภสัชศาสตร์ที่นักศึกษาหลายคนไม่กล้าที่จะเถียงเขาไม่ว่าจะนักศึกษาในหรือนอกมหาลัยก็ตาม
"เอาล่ะ นักศึกษาทุกคน วันนี้เราจะมาเริ่มที่พื้นฐานการประมวลผลฟีโรโมนในเพศรอง..."
ศ.มารุตเริ่มบรรยายด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เขาอธิบายถึงทฤษฎีการกดข่มฟีโรโมนแบบเก่าที่เน้นลำดับชั้นทางสังคม โดยระบุว่าอัลฟ่าคือผู้ถือครองอำนาจสูงสุดรองลงมาจากอีนิกม่าเสมอและไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีทฤษฎีนี้ก็ยังไม่มีอะไรที่สามารถสั่นคลอนได้ด้วยแม้แต่จะเป็นเทคโนโลยีปัจจุบันที่กำลังพัฒนาอยู่ในขณะนี้
"...ทฤษฎีนี้ยืนยันว่า โครงสร้างทางเคมีของฟีโรโมนโอเมก้านั้นไม่มีทางที่จะพัฒนามาเทียบเท่าอัลฟ่าได้ในเชิงวิศวกรรมพันธุศาสตร์..."
ในขณะที่นักศึกษาคนอื่นๆ กำลังจดตามอย่างเคร่งครัด พันรักกลับขมวดคิ้ว มือที่ถือปากกาหยุดนิ่ง เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องเรียน
"ขออนุญาตครับอาจารย์"
ศ.มารุตหยุดบรรยาย มองลอดแว่นสายตามาที่นักศึกษาหนุ่มที่ยกมือขัดจังหวะการสอนตรงหน้า
"มีอะไรหรือ นักศึกษา?"
"ผมคิดว่าทฤษฎีที่คุณกล่าวมา มันล้าสมัยไปแล้วครับ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ทั้งห้อง ด้ายที่นั่งอยู่ข้างหลังถึงกับอ้าปากค้าง
‘ไอ้พันรัก เปิดเรียนวันแรกนายก็จะหาเรื่องเลย
เหรอวะ?’"ล้าสมัย?"
ศ.มารุตทวนคำพลางหัวเราะในลำคอ
"นี่เป็นทฤษฎีที่หมอและนักวิจัยใช้กันมาสามสิบปีนะ เธอเพิ่งเข้ามาเรียนวันแรก มีสิทธิ์อะไรมาวิพากษ์วิจารณ์ผลงานระดับโลกแบบนี้?"
"อ้างอิงจากงานวิจัยล่าสุดของมหาวิทยาลัยระดับโลกเมื่อปีที่แล้ว"
พันรักลุกขึ้นยืนตัวตรง ก่อนขยับแว่นตาเล็กน้อยด้วยความมั่นใจ
"มีการพิสูจน์แล้วว่าโครงสร้างโปรตีนในฟีโรโมนสามารถสังเคราะห์ใหม่ให้มีแรงกดข่มย้อนกลับได้ หากมีการปรับปรุงด้วยเอนไซม์ตัวใหม่ การบอกว่ามันไม่มีทางทำได้ จึงเป็นการปิดกั้นโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเพศรองกลุ่มอื่นนะครับ"
ใบหน้าของ ศ.มารุต เริ่มเปลี่ยนเป็นสีด้วยความไม่พอใจ เขาไม่เคยถูกนักศึกษาคนไหนพูดจาท้าทายและหักหน้าเขากลางคลาสมาก่อน
"นักศึกษา... ชื่ออะไรนะ?"
ศ.มารุตถามเสียงเย็น
"พันรักครับ"
"อ๋อ… พันรัก ลูกชายนายแพทย์ใหญ่โรงบาลบาลดังคนนั้นน่ะเหรอ?"
ศ.มารุตแค่นยิ้มเย้ยหยัน
"ต่อให้พ่อเธอจะเป็นหมอชื่อดังแค่ไหน แต่มันไม่ได้หมายความว่า ลูกชายที่ยังไม่พ้นสภาพเด็กอนุบาลทางวิชาการจะมีสิทธิ์มาเถียงเรื่องทฤษฎีเชิงลึก เพียงเพราะมีความรู้แบบงูๆ ปลาๆ จากอินเทอร์เน็ต แล้วจะทำให้เธอเหนือกว่าประสบการณ์ยี่สิบปีของฉันได้นะ กลับไปนั่งลงซะ ก่อนที่ฉันจะลงชื่อเธอไว้ในบัญชีผู้ขาดมารยาท"
พันรักเม้มริมฝีปากแน่น มือของเขาสั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธที่ถูกเสียดสีไปถึงบุพการีและความรู้ของเขา
"แต่ความถูกต้องไม่ควรขึ้นอยู่กับอายุนะครับ..."
พันรักเตรียมจะโต้กลับ แต่ทว่าเสียงของประตูห้องเรียนด้านข้างก็ถูกเปิดออกมาขัดจังหวะเข้าพอดี
ที่ประตูนั้นมีชายวัยกลางคนที่มีรอยยิ้มอบอุ่นแต่ดวงตามีประกายเฉลียวฉลาดเดินเข้ามา ศาสตราจารย์ อรุณ อาจารย์อีนิกม่าที่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นเพื่อนสนิทของพ่อพันรัก เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้าง ศ.มารุต พลางมองไปยังพันรักด้วยความสนใจ
"นาย... นายโอเคไหม?""โอเคสิ" พันรักตอบเรียบๆ พลางกลับไปสนใจหนังสือต่อ "บอกแล้วไงว่าฟีโรโมนอัลฟ่าไม่มีผลกับฉัน... ยกเว้นของนายคนเดียว"คำตอบที่ได้รับนั้นทำให้ด้ายรู้สึกดีจนอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มชอบใจก่อนที่จะกลับไปนั่งลงที่ข้างๆพันรักตามเดิม"งั้นบอดี้การ์ดคนนี้จะคอยระวังไว้ให้มากกว่าเดิมแล้วกันนะ เผื่อมีอัลฟ่าที่นิสัยแย่กว่ายัยนั่นโผล่มาอีก"พันรักไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับลอบยิ้มเล็กๆ โดยที่ไม่ให้ด้ายเห็นเมื่อถึงเช้าวันครบกำหนดส่งงานของศาสตราจารย์มารุต บรรยากาศในห้องเรียนเต็มไปด้วยความกดดัน นักศึกษาหลายกลุ่มนั่งหน้าตาซีดเซียวจากการไม่ได้นอนมาหลายคืน และสายตาทุกคู่ก็จับจ้องไปที่ร่างโปร่งที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด พันรักยังคงรักษามาดนิ่งๆ ได้เหมือนเดิม แม้ใบหน้าจะดูซีดเซียวลงกว่าปกติเล็กน้อยไม่ต่างจากเพื่อนๆ ในห้อง ตรงข้ามกับด้าย ที่ตอนนี้นั่งกอดอกด้วยท่าทีระแวดระวัง สายตาของเขาคอยกวาดมองไปรอบๆ ราวกับราชสีห์ที่กำลังปกป้องอาณาเขต เพราะเขาแอบสังเกตเห็นมือของพันรักที่กำขอบโต๊ะแน่นจนสั่นระริก"พันรัก ถ้าไม่ไหวบอกนะ" ด้ายกระซิบเบาๆ"ฉันโอเค" พันรักตอบเสียงเรียบ ด้ายรู้ดีว่าภายใต้คำว่าโอเคนั้น พ
ช่วงสายของวันดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างเงียบสงบและผ่อนคลายอย่างที่ด้ายหวังไว้แต่หลังจากนั้นไม่นานบรรยากาศที่เคยสงบในตอนแรกก็ถูกพังทลายลงด้วยเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มมาจากหน้าตึกคณะเภสัชศาสตร์ เรียกความสนใจจากนักศึกษาที่เดินผ่านไปมาให้หันไปมองเป็นตาเดียว ประตูรถสปอร์ตสีแดงสดถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างบางระหงในชุดนักศึกษารัดรูปที่ทำให้เห็นทรวดทรงที่น่ามองของอัลฟ่าสาวดีกรีดาวคณะบริหารธุรกิจ ไหม คู่หมั้นที่ตระกูลของด้ายหมายตาไว้ เธอเดินนวยนาดเข้ามาในโถงคณะ จนคนที่อยู่แถวนั้นต่างก็จ้องมองเธออย่างไม่วางตา การมาถึงของหญิงสาวในวันนี้มีเป้าหมายเดียวคือ การมาตามหาว่าที่คู่ครองในอนาคต ที่ช่วงนี้ทำตัวห่างเหินราวกับจะหายสาบสูญไปจากวงสังคมของเธอ"ด้ายคะ!" เสียงหวานใสแต่เจือไปด้วยความเอาแต่ใจของไหมเรียกขึ้นทันทีที่สายตาเธอปะทะเข้ากับชายหนุ่มที่เธอตามหา ซึ่งเขากำลังนั่งติวหนังสืออยู่กับพันรักที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ตึกคณะด้ายขมวดคิ้วเมื่อเห็นหน้าคนที่ตะโกนเรียกเขาอย่างสนิทสนม ความรู้สึกผ่อนคลายก่อนหน้านี้เมื่ออยู่กับพันรักสองคนกลับสลายหายไปในทันที"ไหม? มาทำอะไรที่นี่?""ก็ด้ายไม่ยอมรับสายไหม
หลังจากวันที่พวกเขาจับมือและทำข้อตกลงร่วมกัน ห้องปฏิบัติการคณะเภสัชศาสตร์ก็เริ่มเปลี่ยนไป จากปกติที่เพื่อนๆ ในห้องต่างก็เห็นว่าทั้งสองคนดูไม่ค่อยถูกชะตากันเท่าไหร่ ก็กลับต้องมาแปลกใจกับการกระทำที่ไม่ปกติ ของด้ายที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ "พันรัก เมื่อเช้านายกินข้าวหรือยัง?"เสียงทุ้มของ ด้าย ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องแล็บช่วงสาย พันรักที่กำลังจดจ่อกับการส่องกล้องจุลทรรศน์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองรูมเมทที่ตอนนี้กลายมาเป็นคนดูแลส่วนตัวควบตำแหน่งผู้ช่วยวิจัย"กินแล้ว" พันรักตอบสั้นๆ พลางขยับแว่น "นายถามรอบที่สามแล้วนะ จะหยุดได้หรือยัง""อ้าวเหรอ นึกว่ายังไม่ได้ถาม" ด้ายยักไหล่ ท่าทางดูไม่ยี่หระกับคำประชดประชัน เขาเดินเข้ามาใกล้พันรักมากขึ้นจนกลิ่นกุหลาบลาฟอนจางๆ วนเวียนอยู่รอบตัว "ก็วันนี้นายดูหน้าซีดๆ ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ เดี๋ยวฉันจัดการคีย์ข้อมูลต่อให้เอง"ภาพที่ด้าย อัลฟ่าหนุ่มสุดฮอตเดินตามติดพันรัก คอยหยิบน้ำ ส่งสมุดบันทึก หรือแม้แต่การกันนักศึกษาคนอื่นไม่ให้เข้ามาใกล้โต๊ะแล็บในรัศมีหนึ่งเมตร กลายเป็นภาพชินตาที่ทำให้เพื่อนๆ ในคณะเริ่มซุบซิบกันอย่างสนุกปาก"แก... ฉันว่า
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น มัน... มันคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ"พันรักค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ก่อนควานหาแว่นตาที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมอีกครั้ง "มันคือสัญชาตญาณ... นายห้ามมันไม่ได้หรอก"ด้ายจ้องมองรูมเมทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม "นายเป็นโอเมก้าใช่ไหม? พันรักอัจฉริยะผู้เย็นชาที่ใครๆ ก็บอกว่าเป็นอัลฟ่าพิเศษจริงๆ แล้วนายซ่อนความลับนี้มาตลอดเลยเหรอ?"พันรักถอนหายใจยาว เขายันตัวลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง "ฉันไม่เคยปิดบัง แค่ไม่มีใครเคยถาม และฉันก็ไม่เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเดินไปประกาศให้ทุกคนรู้ว่าฉันเป็นอะไร""แต่นายแสร้งเป็นอัลฟ่า!" ด้ายเผลอขึ้นเสียงด้วยความไม่เข้าใจ"แล้วนายอยากให้ฉันเป็นอะไรในสายตาพวกนายล่ะ?" พันรักสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความขมขื่น "ถ้าโลกนี้รู้ว่าฉันเป็นโอเมก้า ทุกความสำเร็จของฉัน ทุกความฉลาดที่ฉันมี มันจะถูกลดค่าลงทันที ทุกคนจะมองแค่ว่าฉันเป็นโอเมก้าที่เก่งเกินตัว หรือไม่ก็เป็นแค่เครื่องผลิตทายาทที่รอให้อัลฟ่ามาผสมพันธุ์"ด้ายนิ่งอึ้งไปกับเหตุผลนั้น"การที่ทุกคนเข้าใจผิดว่าฉันเป็นอัลฟ่า อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมองที่สติปัญญาของฉันมากกว่าเพศสภาพ" พันรัก
ทว่าผลลัพธ์กลับเลวร้ายกว่าที่ด้ายคิดไว้ เมื่อฟีโรโมนอัลฟ่าของด้ายปะทะกับฟีโรโมนโอเมก้าที่กำลังพุ่งพล่านของพันรัก มันกลับกลายเป็นแรงกระตุ้นที่เกินควบคุมได้ พันรักที่ปกติจะมีภูมิคุ้มกันต่ออัลฟ่าทั่วไป แต่ไม่สามารถต้านฟีโรโมนของด้ายเพียงคนเดียวได้นั้น ถึงกลับครางออกมาอย่างคุมไม่ได้"อึก... อ่า..." ร่างกายของเขาอ่อนระทวยลงไปกองกับพื้น กลิ่นกาแฟคั่วเข้มของเขายิ่งฟุ้งกระจายขึ้นอีกหลายเท่าตัวด้ายที่ตั้งใจจะกดข่มกลับกลายเป็นคนถูกดึงดูดเสียเอง กลิ่นกุหลาบของเขาผสมปนเปกับกลิ่นกาแฟของพันรักจนกลายเป็นกลิ่นใหม่ที่มอมเมาประสาทสัมผัส จนด้ายเริ่มรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่กึ่งกลางลำตัวและสัญชาตญาณอัลฟ่าที่อยากจะครอบครองโอเมก้าอย่างรุนแรง"ฉ... ฉัน...อึก" ด้ายหอบหายใจแรง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีทองวาววับ เขาเริ่มเข้าสู่สภาวะ 'รัท' (Rut) อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงพันรักที่สติเริ่มเลือนลางกลับเป็นฝ่ายถูกดึงดูดเข้าหาด้ายโดยสัญชาตญาณคู่ชะตา เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปคว้าเสื้อของด้ายไว้ ทั้งที่พยายามจะหนีแต่ร่างกายกลับเรียกร้องสัมผัสจากอัลฟ่าคนนี้เพียงคนเดียว"ด้าย... " เสียงเรียกชื่อที่ฟังแล้วยั่วยวนของพันรักที่ข้า
คำพูดประโยคสุดท้ายทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ สายตานับร้อยคู่หันมาจ้องมองที่พันรักเป็นจุดเดียว ความไม่พอใจเริ่มก่อตัวขึ้นในกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น เพราะทุกคนรู้ดีว่าพันรักคือต้นเหตุที่ทำให้ ศ.มารุต โกรธจนมาลงที่งานของทุกคนในห้อง"ซวยชะมัด... เพราะไอ้เนิร์ดนั่นแท้ๆ" เสียงกระซิบจากแถวหลังลอยมาเข้าหูพันรักพันรักกำปากกาแน่น ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทแต่ในใจกลับรู้สึกผิดที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เขาเตรียมจะลุกขึ้นรับผิดชอบ แต่ทว่า…"อาจารย์ครับ!"เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากแถวกลางห้อง ด้ายลุกขึ้นยืนกอดอก ก่อนจะพูดในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดออกไป"ผมว่าการสั่งงานเพิ่มแบบนี้มันไม่แฟร์กับนักศึกษาทุกคนเลยนะครับ” “อาจารย์จะมาพาลไม่พอใจเพียงแค่มีคนคิดไม่เหมือนกับอาจารย์แค่นี้ มันดู... ไม่ค่อยเป็นผู้ใหญ่เท่าไหร่ ผมว่าอาจารย์ควรจะพิจารณาเรื่องนี้ให้เหมาะสมก่อนที่จะไม่เหลือความเคารพนะครับ"ทั้งห้องถึงกับตกใจกับคำพูดจาตรงไปตรงมาที่แฝงไปด้วยการจิกกัดของด้าย จนพันรักรีบหันไปมองด้ายด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าอัลฟ่าจอมกวนคนนี้จะออกมาพูดอะไรแบบนี้ต่อหน้า ศ.มารุต"โมกขภักดิ์! นี่เธอกล้าพูดแบบนี้กับอาจารย์เหรอ!" ศ.มารุตตวาดหน







