LOGIN"ผมเดินผ่านมาได้ยินพอดี..."
ศ.อรุณกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ทฤษฎีที่นักศึกษาคนนี้พูดถึง มีมูลความจริงครับอาจารย์มารุต ผมเองก็เพิ่งได้อ่านวารสารฉบับนั้น และกำลังคิดจะนำมาอภิปรายในคลาสปีสองอยู่พอดี"
ศ.มารุตเริ่มหน้าถอดสี
"แต่อาจารย์อรุณ... ทฤษฎีรากฐานมัน..."
"ถึงรากฐานจะแข็งแรงแค่ไหน เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปก็ต้องยอมรับการต่อเติมใหม่เพื่อให้บ้านมันสมบูรณ์ขึ้นนะครับ"
ศ.อรุณหันไปยิ้มให้พันรัก
"ขอบใจมากนะนักศึกษาที่ช่วยเตือนความจำเรื่องงานวิจัยใหม่ให้พวกเรา เชิญนั่งลงเถอะ"
พันรักพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงตามเดิมถึงแม้ว่าบทสนทนาทั้งหมดจะจบลงแล้ว แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่ไม่พอใจจาก ศ.มารุต ที่จ้องมองมาอย่างไม่วางตา
ด้ายที่นั่งดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่แถวหลัง รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างประหลาด เขาไม่เคยเห็นใครกล้าต่อปากต่อคำกับกับคณบดีหัวโบราณคนนี้ในรั้วมหาลัยได้อย่างสง่าผ่าเผยเท่าพันรักมาก่อน
ไอ้เนิร์ดนี่... แม่งร้ายกว่าที่คิดแฮะ
หลังจากการถกเถียงระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาใหม่ได้จบลง การเรียนการสอนยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางบรรยากาศที่มาคุระหว่างอาจารย์และศิษย์ ขณะที่ด้ายได้แต่จดหัวข้อเดิมซ้ำๆ ในสมุด เพราะในหัวของเขามีแต่ภาพของพันรักที่ยืนประจัญหน้ากับศาสตราจารย์หัวโบราณ... และกลิ่นกาแฟที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศดูเหมือนจะเริ่มทำให้ด้ายรู้สึกปั่นป่วนในใจขึ้นมามากกว่าที่เขาอยากจะยอมรับซะแล้ว
ช่วงเย็นบริเวณลานกิจกรรมหน้าคณะเภสัชศาสตร์ บรรยากาศที่เคยเคร่งเครียดจากห้องเรียนวิชาวิจัยของ ศ.มารุต ถูกแทนที่ด้วยเสียงเพลงสันทนาการที่ดังกระหึ่มและเสียงตะโกนเชียร์ของเหล่านักศึกษารุ่นพี่ที่พยายามสร้างความคึกคักให้กับเฟรชชี่หน้าใหม่
พันรัก นั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเพื่อนใหม่ในกลุ่มเขาถอดเสื้อเชิ้ตแขนยาวออกเหลือเพียงเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวที่ขับให้ผิวขาวจัดดูโดดเด่น ใบหน้าเรียบเฉยภายใต้กรอบแว่นยังคงดูไม่ยินดียินร้ายกับกิจกรรมรอบตัว มือข้างหนึ่งถือขวดน้ำเปล่า ส่วนอีกข้างแอบล้วงกระเป๋ากางเกงคลำหายาเม็ดระงับฮีทเพื่อความมั่นใจ
"เอาล่ะครับน้องๆ! กิจกรรมต่อไปคือ 'คู่สร้างคู่สม' เอ๊ย! 'คู่หูร่วมแล็บ' ขั้นที่หนึ่ง"
เสียงรุ่นพี่สันทนาการตะโกนผ่านโทรโข่ง
"เราจะมีการจับฉลากจับคู่ทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมกันก่อนหนึ่งรอบนะ หากจับฉลากแล้วใครที่ได้เลขตรงกัน ก็ให้มายืนคู่กันตรงกลางเลยครับ!"
พันรักถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้อยากทำกิจกรรมอะไรทั้งนั้น แต่อารมณ์ที่ยังตกค้างจากการปะทะกับ ศ.มารุต ทำให้เขาไม่อยากทำตัวมีปัญหาให้เป็นที่เพ่งเล็งอีก เขาหยิบกระดาษแผ่นเล็กออกจากกล่องที่รุ่นพี่ยื่นมาให้
หมายเลข 13
"ใครได้เลข 13 บ้างครับ! แสดงตัวหน่อย!"
พันรักชูมือขึ้นนิ่งๆ ขณะเดียวกันที่อีกฟากของกลุ่ม เสียงโห่ฮาของกลุ่มนักกีฬาก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของอัลฟ่ามาดกวนกับผมทรง Mullet ที่ลุกขึ้นยืนพลางโบกกระดาษในมือด้วยรอยยิ้มมั่นใจ
ด้าย เดินนวยนาดเข้ามากลางวงด้วยท่าทางมาดมั่น แต่พอเขาเห็นว่าคนที่ถือเลข 13 อีกคนคือใคร รอยยิ้มนั้นก็มลายหายไปทันที
"นายอีกแล้วเหรอ?"
ด้ายพึมพำพลางกวาดสายตามองพันรักตั้งแต่หัวจรดเท้า
"นี่มันเลขอาถรรพ์ชัดๆ"
"ฉันก็ไม่ได้อยากได้นายเป็นคู่หูหรอกนะ"
พันรักตอบกลับเสียงเรียบ เดินมาหยุดตรงหน้าด้าย กลิ่นกุหลาบลาฟอนจางๆ จากตัวด้ายเริ่มลอยมาแตะจมูกอีกครั้ง และมันทำให้พันรักรู้สึกหน้าร้อนวูบขึ้นมาอย่างคุมไม่ได้จนเขาต้องรีบปรับลมหายใจให้นิ่ง
พวกรุ่นพี่ที่ยืนดูอยู่ต่างพากันผิวปากแซว
"โอ้โห! อัลฟ่าผู้เย็นชากับอัลฟ่าตัวท็อปจากโรงเรียนเดียวกันจะคู่กันเหรอเนี่ย บรรยากาศดูจะร้อนแรงเกินไปแล้ว"
แต่ก่อนที่กิจกรรมจะเริ่มขึ้น รุ่นพี่ปีสองที่ชื่อ 'พี่บี' ก็เดินเข้ามาขัดจังหวะพลางมองสมุดรายชื่อในมือ
"เดี๋ยวนะคะ ลืมไปเลยว่าปีนี้คณบดีเน้นเรื่องความเท่าเทียมและการละลายพฤติกรรมระหว่างเพศรอง เราจะปล่อยให้อัลฟ่าคู่กับอัลฟ่าแบบนี้ไม่ได้! เราต้องกระจายให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง อัลฟ่า โอเมก้า และเบต้าก่อนนะ!"
เสียงบ่นเสียดายดังขึ้นรอบวง แต่รุ่นพี่กลับไม่ฟัง
"งั้นพี่ขอเปลี่ยนคู่นะคะ! น้องพันรักที่เป็นอัลฟ่าให้ไปคู่กับ กันต์ ที่เป็นเบต้าแทน ส่วนน้องด้าย... มาคู่กับน้อง ลูกตาล โอเมก้าสาวน้อยสุดน่ารักคนนี้แทนค่ะ!"
ด้ายหันไปมองลูกตาล เด็กสาวร่างเล็กที่ส่งยิ้มหวานให้เขา
"สวัสดี เราขอฝากตัวด้วยนะ"
ด้ายยิ้มตอบตามมารยาท แต่ในใจกลับรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก
เวลาล่วงเลยไปจนทั้งคู่เรียนจบและก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานอย่างเต็มตัว ห้องปฏิบัติการวิจัยยาแห่งใหม่ใจกลางศูนย์นวัตกรรมกลายเป็นบ้านหลังที่สองของพวกเขา ภายในห้องแล็บที่ทันสมัย บรรยากาศถูกเติมเต็มด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครกลิ่นกาแฟคั่วเข้มจากเครื่องเอสเพรสโซ่ตัวเก่งของพันรัก ผสมผสานกับกลิ่นกุหลาบลาฟอนจากน้ำหอมปรับอากาศที่ด้ายจงใจสั่งทำพิเศษเพื่อให้เข้ากับฟีโรโมนของเขาเอง "พันรัก... วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ" ด้ายเดินเข้าไปถอดเสื้อกาวน์ให้คนรักที่ยังนั่งจดจ่ออยู่กับหน้าจอ "วันนี้มีที่หนึ่งที่ฉันอยากพานายไป""ไปไหน? งานวิจัยส่วนนี้ยังเหลืออีก 2% นะ""เอาน่าแค่ 2% เอง เดี๋ยวค่อยกลับมาจัดการต่อวันพรุ่งนี้ก็ได้ วันนี้ฉันอุตส่าห์จองสถานที่พิเศษไว้"บรรยากาศภายในห้องพักหมายเลข 279 ของหอพักเก่ายังคงเงียบสงบเหมือนวันวาน ถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีและห้องนี้กำลังจะถูกปรับปรุงใหม่ แต่มันยังคงเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำของจุดเริ่มต้น... จุดที่กลิ่นกาแฟและกลิ่นกุหลาบลาฟอนได้มาบรรจบกันเป็นครั้งแรกด้ายยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัวขนาดเล็กที่พันรักเคยใช้ตั้งเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ตัวเก่ง วันนี้เขาสวมเ
แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพนับสิบตัววูบวาบไปทั่วโถงจัดเลี้ยงสุดหรูของมหาวิทยาลัย บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่นและเสียงพูดคุยด้วยความยินดี วันนี้คือวันที่ความเหนื่อยยากตลอดปีการศึกษาได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ บนเวทีขนาดใหญ่มีป้ายกำมะหยี่สีทองเขียนไว้ว่า "พิธีมอบรางวัลนวัตกรรมดีเด่นแห่งปี"พันรักในชุดสูทสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต ยืนเคียงข้าง ด้ายที่วันนี้ดูหล่อเป็นพิเศษในชุดสูทสีน้ำเงินกรมท่า ทั้งคู่ถือโล่รางวัลเกียรติยศไว้ในมือ ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกึกก้อง"ภูมิใจในตัวลูกมากนะพันรัก" หมอภานุเดินเข้ามาสวมกอดลูกชายด้วยความตื้นตัน ขณะที่พ่อและแม่ของด้ายก็เดินเข้ามาแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรในจังหวะที่กลุ่มผู้คนเริ่มซาลง ร่างของชายสูงวัยที่ดูสงบลงกว่าแต่ก่อนก็เดินเข้ามาหาพวกเขา ศ.มารุต หยุดยืนตรงหน้าพันรัก เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา"พันรัก... ผมมีเรื่องอยากจะพูดด้วย" มารุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลง "ผมขอโทษสำหรับอคติที่ผมเคยมีต่อคุณ และขอโทษสำหรับเรื่องวุ่นวายในหอประชุมวันนั้น ทฤษฎีของผมมันอาจจะเคยใช้ได้ผลในอดีต แต่วันนี้คุณพิสูจน์ใ
"อาจารย์มารุตครับ ดูเหมือนเครื่องปรับอากาศตรงแถวหน้าจะมีปัญหานะครับ" พันรักหยุดพูดชั่วคราวแล้วหันไปมองศาสตราจารย์หัวโบราณด้วยสายตารู้ทัน "หรืออาจจะเป็น... เครื่องพ่นสารบางอย่างที่อาจารย์พกมา?"พันรักเดินไปที่ขอบเวทีพลางหยิบขวดยา The Merit สำหรับโอเก้ารุ่นต้นแบบออกมา "ด้าย! ช่วยส่งสิ่งนี้ให้เพื่อนๆ โอเมก้าในห้องทีครับ"ด้ายรีบทำตามทันที ยาของพันรักช่วยบรรเทาอาการของนักศึกษาคนอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว จนความวุ่นวายสงบลงในเวลาเพียงไม่กี่นาที"นี่นาย... มันจะเป็นไปได้ยังไง!" มารุตลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าวิตกกังวล "แรงกดข่มระดับนั้น อัลฟ่าทั่วไปยังรู้สึก แต่นายกลับ...""เพราะผมไม่ใช่คนทั่วไปอย่างที่อาจารย์คิดไงครับ" พันรักถอดแว่นสายตาออกพลางจ้องหน้ามารุต "ถึงอาจารย์จะรู้ว่าผมเป็นโอเมก้า แต่ที่ผมไม่ได้รู้สึกอะไร ก็เพราะผมเป็นโอเมก้าพิเศษยังไงล่ะครับ”“และเหตุผลที่ผมผลิตยาตัวนี้ขึ้นมา ก็เพราะต้องการจะปกป้องคนอย่างพวกเราจากอคติที่คนอย่างอาจารย์ยึดถือไงครับ"เสียงฮือฮาดังไปทั่วหอประชุม มารุตอึ้งจนพูดไม่ออก ความตั้งใจที่จะทำให้พันรักอับอายกลับกลายเป็นการพิสูจน์ประสิทธิภาพของยา "The Merit" ได้อย
"นี่คือยา The Merit รุ่นทดลองสำหรับปรับสมดุลฟีโรโมนอัลฟ่า มันถูกทดสอบมาแล้วว่าปลอดภัย ถ้าเธอยินยอมฉันจะฉีดให้เธอทันที อดทนหน่อยนะไหม" "อ...อื้อ" ไหมพยักหน้าตอบรับพันรักเพื่ออนุญาตให้ใช้ยาตัวนี้กับเธอ พันรักจึงฉีดยาเข้าที่ต้นแขนของไหมอย่างรวดเร็ว และเพียงไม่กี่นาทีความร้อนที่เคยแผดเผาร่างกายของอัลฟ่าหญิงก็ค่อยๆ มอดลง ลมหายใจของไหมเริ่มกลับมาเป็นปกติ เธอปรือตาขึ้นมองคนตรงหน้าด้วยความสับสน "ทำไม... ทำไมนายถึงมาช่วยฉัน?" ไหมถามเสียงพร่า "ทั้งที่ฉันเคยทำไม่ดีกับนายไว้ตั้งเยอะ" "ในฐานะนักวิจัยยาที่อยากเป็นหมอในอนาคต หน้าที่ของผมคือการรักษาทุกคนให้ปลอดภัย" พันรักตอบเสียงเรียบพลางส่งน้ำให้นทีที่เพิ่งวิ่งมาถึง "และในฐานะคนคนหนึ่ง... ผมไม่เคยเกลียดคุณ ผมแค่เสียดายที่คุณมองไม่เห็นคนที่รักคุณจริงๆ ที่ยืนอยู่ข้างๆ ตลอดเวลาเท่านั้น" ไหมมองไปที่นทีที่กำลังกอดเธอไว้ด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ ความอคติที่มีต่อพันรักพลันพังทลายลง เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่างานวิจัยของพันรักไม่ได้ทำให้ใครเสียเวลา หรือเป็นเรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป แต่เพราะพันรักกำลังทำเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องมีใครอยู่ต่ำกว่
หลังจากวันที่ไหมโดนด้ายตะคอกและไล่ออกมาจากห้องวิจัยในวันนั้น ไหม กลับเริ่มดูมืดมนกว่าที่เคย ดาวคณะผู้สูงศักดิ์นั่งนิ่งอยู่นบนม้านั่งตัวยาว ดวงตาสวยที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจตอนนี้กลับคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไว้เธอยังคงจำสายตาเย็นชาของด้ายที่มองเธอในวันนั้นได้แม่น สายตาที่บอกชัดว่าเธอไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับอัลฟ่าเฉิ่มๆ อย่างพันรัก ความเสียหน้าและความพ่ายแพ้ทำให้เธอกลายเป็นคนอารมณ์ร้ายและผลักไสทุกคนรอบข้าง "คุณไหมครับ... ดื่มน้ำอุ่นๆ หน่อยไหมครับ?" เสียงของนทีดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่ยื่นแก้วน้ำมาให้ โอเมก้าคนสนิทที่เธอเคยมองว่าเป็นเพียงคนรับใช้ กลับเป็นเพียงคนเดียวที่ยังยืนอยู่ข้างเธอในวันที่เธอไม่เหลือใคร "ออกไปนที! ฉันบอกแล้วไงว่าไม่อยากเจอใคร!" ไหมตวาดเสียงสั่นพลางปัดแก้วน้ำจนหกเลอะเทอะ นทีไม่ได้โกรธ เขาเพียงแต่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะก้มลงเก็บแก้วและเช็ดพื้นอย่างเงียบๆ ก่อนที่เข้าจะพูดเพื่อให้ไหมรู้สึกดีขึ้นบ้าง "ผมไม่ไปไหนหรอกครับ... ตราบใดที่คุณยังนั่งหน้างออยู่แบบนี้ ผมจะอยู่ตรงนี้จนกว่าคุณจะดีขึ้น" ไหมชะงักไป "ทำไม... ทำไมนายถึงยังทนคนนิสัยเสียแบบฉั
พันรักเงยหน้าขึ้นและชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบทักทายรุ่นพี่ที่เดินตามเซนเข้ามาในห้อง "พี่ลูน พี่ซัน... สวัสดีครับ"ด้ายที่เห็นพี่ชายของเพื่อนสนิทและพี่สะใภ้ก็ได้แต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ "ลมอะไร หอบพวกพี่มาที่นี่ได้เนี่ย"ด้ายถามด้วยความอยากรู้เซนยืนงงเป็นไก่ตาแตก เขามองพันรักสลับกับพี่ลูนและพี่ซัน "เดี๋ยวนะ... นี่ไปรู้จักกันตอนไหนเนี่ย? ทำไมไอ้พันรักเรียกพี่ลูนพี่ซันเหมือนสนิทกันมานานเลยอ่ะ?""ก็น้องพันรักเขาไปหาหมอภานุที่โรงพยาบาล พี่เลยมีโอกาสได้คุยกันน่ะ" ลูนอธิบายพลางเดินเข้าไปดูหลอดทดลองที่พันรักถืออยู่ "เป็นยังไงบ้างครับพันรัก การทดลองก่อนขั้นสุดท้ายดูเหมือนจะต้องการฟีโรโมนที่บริสุทธิ์มากเลยนะ"ลูนจงใจปรายตาไปทางด้ายที่ยืนหน้าแดงอยู่ข้างๆเซนยังคงเซ้าซี้เรื่องความสัมพันธ์ของลูนกับพันรักไม่เลิก"เฮ้ย... พันรักจะบอกได้ยังว่าไปเจอพี่เขาตอนไหนไม่เห็นรู้มาก่อนเลยอ่ะ?”เซนพูดกับพันรักก่อนจะหันไปถามลูนอีกคน“พี่ลูนอย่าบอกนะว่าที่พี่เคยเล่าเรื่องที่พี่เจอคนๆ หนึ่งที่โรงพยาบาลคือพันรักเหรอ แต่ว่าที่ผมรู้มาพี่บอกว่าเขาเป็น'โอเมก้าอัจฉริยะ' นี่”“หรือว่าพี่ลูน...พี่หมายถึง…?!"ลูนหัวเราะ
ทว่า... เขากลับหยุดการกระทำนั้น และดึงสติกลับมาด้วยการกัดริมฝีปากตัวเองจนเลือดออกเล็กน้อยเพราะเขาไม่อยากได้พันรักเพียงเพราะสัญชาตญาณพาไป เขาอยากให้พันรักยอมรับเขาในฐานะ ผู้ชายคนหนึ่งไม่ใช่แค่ในฐานะ 'อัลฟ่าคู่ชะตา' ที่ทำตามกลไกธรรมชาติด้ายยั้งใจไว้ทัน เขาเปลี่ยนความตั้งใจเดิมจากการกัดเป็นการขบเม้ม
หลังจากที่พันรักกับด้ายอดหลับอดนอนช่วยกันวิจัยยาด้วยกันมาสองวันเต็มๆ พวกเขาก็ได้ยาตัวอย่าง ที่จะใช้สำหรับทดสอบในมนุษย์โดสแรกมาจนได้ ยาตัวนี้คือความหวังใหม่ของพันรัก ที่ถูกออกแบบมาให้ช่วยกดฟีโรโมนกดข่มของอัลฟ่าไม่ให้พุ่งพล่านตามอารมณ์โกรธ เพื่อลดการใช้ความรุนแรงทางชีวภาพ"ด้าย นายมั่นใจนะ?" พันรักถ
คำพูดประโยคสุดท้ายทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ สายตานับร้อยคู่หันมาจ้องมองที่พันรักเป็นจุดเดียว ความไม่พอใจเริ่มก่อตัวขึ้นในกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น เพราะทุกคนรู้ดีว่าพันรักคือต้นเหตุที่ทำให้ ศ.มารุต โกรธจนมาลงที่งานของทุกคนในห้อง"ซวยชะมัด... เพราะไอ้เนิร์ดนั่นแท้ๆ" เสียงกระซิบจากแถวหลังลอยมาเข้าหูพันรักพั
"จะรู้ไปเพื่ออะไรล่ะ?"ด้ายชะงักไปกับคำถามย้อนกลับที่ดูจะกวนประสาทในแบบของอีกฝ่าย เขาขมวดคิ้วแน่นด้วยความเคืองใจที่ไม่ได้คำตอบที่ต้องการ "ก็... เราเป็นบัดดี้กัน เป็นรูมเมทกัน แถมวิจัยเรื่องฟีโรโมนอยู่นี่ไง รู้ไว้จะได้ระวังตัวถูก เผื่อแกเกิดบ้าอำนาจปล่อยกลิ่นกดข่มใส่ฉันในห้องขึ้นมา ฉันจะได้เตรียมต







