Masukก็ไม่เคยบอกไหมว่าเป็นอัฟฟ่า พวกนายก็แค่ตัดสินกันไปเองทั้งนั้นแหละ จาก ‘คู่กัด’ สมัยมัธยม สู่ ‘บัดดี้ร่วมแล็บ’ และ ‘รูมเมท’ ในรั้วมหาลัย? เรื่องวุ่นๆ จึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ด้าย ได้รู้ความลับว่าที่จริงแล้วอัลฟ่าที่เขาคอยจิกกัดมาตลอด กลับเป็นโอเมก้าพิเศษที่ทำให้ไม่มีอัลฟ่าคนไหนรู้ได้เลยว่าเขาไม่ได้มีเพศรองอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจกัน
Lihat lebih banyakณ ลานกว้างหน้าอาคารอำนวยการของโรงเรียนมัธยมชื่อดัง บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความวุ่นวายของเหล่านักเรียนชั้นปีสุดท้ายที่กำลังเร่งจัดการเอกสารก่อนจบการศึกษา แต่ท่ามกลางฝูงชนเหล่านั้น กลับมีแรงกดดันบางอย่างก่อตัวขึ้นรอบๆ ตัวเด็กหนุ่มสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่
"อ้าวๆ นี่นายคิดจะส่งโปรเจกต์ชิงทุนเหมือนๆ กับคนอื่นด้วยเหรอเนี่ย ไอ้เนิร์ด?"
น้ำเสียงกวนโทสะเด็กผู้ชายม.6 คนหนึ่งพูดถามเด็กผู้ชายอีกคนด้วยท่าทีวางมาดเหนือกว่า
ด้าย หรือที่ใครๆ ต่างเรียกว่า ‘อัลฟ่าดาวเด่น’ ของรุ่น ยืนพิงกำแพงอาคารด้วยท่าทางยียวน เขาเป็นเจ้าของรูปร่างสูงโปร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตามแบบฉบับนักกีฬาโรงเรียนแถมหน้าตาดี ขนาดที่โอเมก้าและเบต้าต่างอยากเป็นเจ้าของหัวใจของเขา เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกตัดแต่งเป็นทรง Mullet รับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ดูขี้เล่นนิดๆ ตอนนี้กำลังมองคนตรงหน้าด้วยดวงตาสีทองวาววับภายใต้คิ้วเข้มที่เลิกขึ้นอย่างท้าทาย
ส่วนอีกด้านคือคนที่ถูกเรียกว่าเป็นเด็กเนิร์ดอย่าง พันรัก เด็กหนุ่มที่มีส่วนสูงไล่เลี่ยกันแต่กลับมีรูปร่างที่ดูเพรียวและดูสุขุมกว่าเล็กน้อย ใบหน้าเรียบเฉยนั้นถูกบดบังด้วยกรอบแว่นสายตาสีดำหนาที่ดูเหมือนเด็กเรียนทั่วไป แต่หากสังเกตให้ดีแล้ว ภายใต้กรอบแว่นนั้นคือดวงตาสีเทาดำที่เยือกเย็น เส้นผมสีดำสนิทจัดทรงเรียบร้อยตัดกับผิวขาวจัดจนดูซีด แม้จะดูเป็น ‘เด็กเนิร์ด’ ในสายตาของด้าย แต่หลายคนก็ชื่นชอบความเย็นชานี้ของพันรักจนเขาได้รับฉายาว่า ‘อัลฟ่าผู้เย็นชา’และมีอัตราความน่าหลงใหลที่โอเมก้าและเบต้าต่างก็ลงคะแนนให้เป็นอัลฟ่าที่พวกเขาอยากได้มาเป็นแฟนไม่แพ้อัลฟ่าหนุ่มอย่างด้ายเลย
"เสือก"
พันรักตอบเพียงคำเดียวสั้นๆ ก่อนจะพยายามเดินเลี่ยงออกไป
"โถ่... ทำเป็นอยากเป็นจุดสนใจไปได้"
ด้ายก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้ทันควัน ระยะห่างที่ลดลงทำให้พันรักได้กลิ่นฟีโรโมนกุหลาบลาฟอน (Lafont Rose) จางๆ ที่ลอยมาจากตัวอีกฝ่าย
"ทั้งที่เป็นลูกชายคนเดียวของนายแพทย์ใหญ่ รวยจนพ่อจะยัดเข้ามหาวิทยาลัยไหนก็ได้อยู่แล้ว ยังจะมาลำบากทำโปรเจกต์ส่งชิงทุนแข่งกับชาวบ้านทำไมวะ เป็นอัลฟ่าเหมือนกันก็น่าจะรู้ว่าโลกนี้มันมีทางลัดตั้งเยอะ หรือว่าจริงๆ แค่อยากจะโชว์ว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น?"
พันรักหยุดชะงัก แววตาเย็นเฉียบตวัดมองใบหน้าทะเล้นของด้ายด้วยความไม่พอใจ
"ฉันไม่ได้เป็นคนประเภทเดียวกับนาย"
"ว่าไงนะ?"
ด้ายเลิกคิ้ว ยิ้มมุมปากเริ่มเจือความไม่พอใจ
พันรักก้าวเท้าเข้าไปใกล้อย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะพูดและเอามือดันไหล่ของด้ายให้หลีกทาง
"คนที่มองโลกแคบและคิดว่าทุกอย่างในชีวิตต้องพึ่งพาแค่เส้นสายและพละกำลังของอัลฟ่าหรืออำนาจของตระกูลอย่างนาย ไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าคุณค่าของความพยายามคืออะไร"
"หลีกไป อย่ามาขวางทางคนที่จะมีอนาคตที่สร้างด้วยมือตัวเอง"
"ไอ้เนิร์ด! นี่หลอกด่าฉันเหรอ!"
ด้ายทิ้งลูกบาสลงพื้นก่อนจะกระชากคอเสื้อเชิ้ตของพันรักความโกรธนั้นทำให้อัลฟ่าหนุ่มปล่อยฟีโรโมน
กดข่มออกมาอย่างเต็มที่ กลิ่นกุหลาบที่เคยหอมจางๆ กลับเข้มข้นจนฉุนไปทั่วบริเวณ ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนนักเรียนโอเมก้าที่อยู่ใกล้ๆ ถึงกับหน้าซีดและรีบถอยห่างปกติแล้ว ฟีโรโมนกดข่มของอัลฟ่าคนไหนก็ไม่เคยส่งผลต่อพันรักเลยแม้แต่น้อย ด้วยพันธุกรรมที่พิเศษที่มีมาตั้งแต่เกิดของเขา ทำให้เขามีภูมิต้านทานต่อแรงกดดันทางชีวภาพมาตลอด
แต่วินาทีที่กลิ่นกุหลาบของด้ายพุ่งเข้าปะทะโสตประสาท พันรักกลับรู้สึกถึงแรงสั่นสะท้านแปลกๆ ที่แล่นจากไขสันหลังขึ้นสู่สมอง หัวใจของเขาเต้นรัวผิดจังหวะ และความร้อนวูบวาบที่อธิบายไม่ได้เริ่มก่อตัวขึ้นในอก
มันเป็นไปไม่ได้ ทำไมฟีโรโมนของหมอนี่ถึงส่งผลกับเรา?
พันรักพยายามขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนเพื่อไม่ให้คนตรงหน้ารับรู้ ว่าเขาหงุดหงิดที่ร่างกายตัวเองเริ่มมีปฏิกิริยา มือซ้ายของเขากำหมัดแน่นจนสั่นเพื่อต้านทานแรงดึงดูดประหลาดที่จู่โจมเข้ามาถึงแม้จะไม่มาก แต่มันกลับส่งผลกระทบกับร่างกายของเขาที่ไม่เคยรับรู้ถึงฟีโรโมนอัลฟ่าคนอื่นๆ ได้จนน่าหวั่นใจ
"ปล่อย..."
พันรักเค้นเสียงลอดไรฟัน กลิ่นกาแฟจางๆ เริ่มรั่วไหลออกมาจากผิวกายโดยไม่รู้ตัว
"ไม่ปล่อย! ถ้านายไม่ขอโทษที่ดูถูกฉัน วันนี้นายไม่ได้เดินออกไปดีๆ แน่!"
เวลาล่วงเลยไปจนทั้งคู่เรียนจบและก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานอย่างเต็มตัว ห้องปฏิบัติการวิจัยยาแห่งใหม่ใจกลางศูนย์นวัตกรรมกลายเป็นบ้านหลังที่สองของพวกเขา ภายในห้องแล็บที่ทันสมัย บรรยากาศถูกเติมเต็มด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครกลิ่นกาแฟคั่วเข้มจากเครื่องเอสเพรสโซ่ตัวเก่งของพันรัก ผสมผสานกับกลิ่นกุหลาบลาฟอนจากน้ำหอมปรับอากาศที่ด้ายจงใจสั่งทำพิเศษเพื่อให้เข้ากับฟีโรโมนของเขาเอง "พันรัก... วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ" ด้ายเดินเข้าไปถอดเสื้อกาวน์ให้คนรักที่ยังนั่งจดจ่ออยู่กับหน้าจอ "วันนี้มีที่หนึ่งที่ฉันอยากพานายไป""ไปไหน? งานวิจัยส่วนนี้ยังเหลืออีก 2% นะ""เอาน่าแค่ 2% เอง เดี๋ยวค่อยกลับมาจัดการต่อวันพรุ่งนี้ก็ได้ วันนี้ฉันอุตส่าห์จองสถานที่พิเศษไว้"บรรยากาศภายในห้องพักหมายเลข 279 ของหอพักเก่ายังคงเงียบสงบเหมือนวันวาน ถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีและห้องนี้กำลังจะถูกปรับปรุงใหม่ แต่มันยังคงเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำของจุดเริ่มต้น... จุดที่กลิ่นกาแฟและกลิ่นกุหลาบลาฟอนได้มาบรรจบกันเป็นครั้งแรกด้ายยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัวขนาดเล็กที่พันรักเคยใช้ตั้งเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ตัวเก่ง วันนี้เขาสวมเ
แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพนับสิบตัววูบวาบไปทั่วโถงจัดเลี้ยงสุดหรูของมหาวิทยาลัย บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่นและเสียงพูดคุยด้วยความยินดี วันนี้คือวันที่ความเหนื่อยยากตลอดปีการศึกษาได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ บนเวทีขนาดใหญ่มีป้ายกำมะหยี่สีทองเขียนไว้ว่า "พิธีมอบรางวัลนวัตกรรมดีเด่นแห่งปี"พันรักในชุดสูทสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต ยืนเคียงข้าง ด้ายที่วันนี้ดูหล่อเป็นพิเศษในชุดสูทสีน้ำเงินกรมท่า ทั้งคู่ถือโล่รางวัลเกียรติยศไว้ในมือ ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกึกก้อง"ภูมิใจในตัวลูกมากนะพันรัก" หมอภานุเดินเข้ามาสวมกอดลูกชายด้วยความตื้นตัน ขณะที่พ่อและแม่ของด้ายก็เดินเข้ามาแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรในจังหวะที่กลุ่มผู้คนเริ่มซาลง ร่างของชายสูงวัยที่ดูสงบลงกว่าแต่ก่อนก็เดินเข้ามาหาพวกเขา ศ.มารุต หยุดยืนตรงหน้าพันรัก เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา"พันรัก... ผมมีเรื่องอยากจะพูดด้วย" มารุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลง "ผมขอโทษสำหรับอคติที่ผมเคยมีต่อคุณ และขอโทษสำหรับเรื่องวุ่นวายในหอประชุมวันนั้น ทฤษฎีของผมมันอาจจะเคยใช้ได้ผลในอดีต แต่วันนี้คุณพิสูจน์ใ
"อาจารย์มารุตครับ ดูเหมือนเครื่องปรับอากาศตรงแถวหน้าจะมีปัญหานะครับ" พันรักหยุดพูดชั่วคราวแล้วหันไปมองศาสตราจารย์หัวโบราณด้วยสายตารู้ทัน "หรืออาจจะเป็น... เครื่องพ่นสารบางอย่างที่อาจารย์พกมา?"พันรักเดินไปที่ขอบเวทีพลางหยิบขวดยา The Merit สำหรับโอเก้ารุ่นต้นแบบออกมา "ด้าย! ช่วยส่งสิ่งนี้ให้เพื่อนๆ โอเมก้าในห้องทีครับ"ด้ายรีบทำตามทันที ยาของพันรักช่วยบรรเทาอาการของนักศึกษาคนอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว จนความวุ่นวายสงบลงในเวลาเพียงไม่กี่นาที"นี่นาย... มันจะเป็นไปได้ยังไง!" มารุตลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าวิตกกังวล "แรงกดข่มระดับนั้น อัลฟ่าทั่วไปยังรู้สึก แต่นายกลับ...""เพราะผมไม่ใช่คนทั่วไปอย่างที่อาจารย์คิดไงครับ" พันรักถอดแว่นสายตาออกพลางจ้องหน้ามารุต "ถึงอาจารย์จะรู้ว่าผมเป็นโอเมก้า แต่ที่ผมไม่ได้รู้สึกอะไร ก็เพราะผมเป็นโอเมก้าพิเศษยังไงล่ะครับ”“และเหตุผลที่ผมผลิตยาตัวนี้ขึ้นมา ก็เพราะต้องการจะปกป้องคนอย่างพวกเราจากอคติที่คนอย่างอาจารย์ยึดถือไงครับ"เสียงฮือฮาดังไปทั่วหอประชุม มารุตอึ้งจนพูดไม่ออก ความตั้งใจที่จะทำให้พันรักอับอายกลับกลายเป็นการพิสูจน์ประสิทธิภาพของยา "The Merit" ได้อย
"นี่คือยา The Merit รุ่นทดลองสำหรับปรับสมดุลฟีโรโมนอัลฟ่า มันถูกทดสอบมาแล้วว่าปลอดภัย ถ้าเธอยินยอมฉันจะฉีดให้เธอทันที อดทนหน่อยนะไหม" "อ...อื้อ" ไหมพยักหน้าตอบรับพันรักเพื่ออนุญาตให้ใช้ยาตัวนี้กับเธอ พันรักจึงฉีดยาเข้าที่ต้นแขนของไหมอย่างรวดเร็ว และเพียงไม่กี่นาทีความร้อนที่เคยแผดเผาร่างกายของอัลฟ่าหญิงก็ค่อยๆ มอดลง ลมหายใจของไหมเริ่มกลับมาเป็นปกติ เธอปรือตาขึ้นมองคนตรงหน้าด้วยความสับสน "ทำไม... ทำไมนายถึงมาช่วยฉัน?" ไหมถามเสียงพร่า "ทั้งที่ฉันเคยทำไม่ดีกับนายไว้ตั้งเยอะ" "ในฐานะนักวิจัยยาที่อยากเป็นหมอในอนาคต หน้าที่ของผมคือการรักษาทุกคนให้ปลอดภัย" พันรักตอบเสียงเรียบพลางส่งน้ำให้นทีที่เพิ่งวิ่งมาถึง "และในฐานะคนคนหนึ่ง... ผมไม่เคยเกลียดคุณ ผมแค่เสียดายที่คุณมองไม่เห็นคนที่รักคุณจริงๆ ที่ยืนอยู่ข้างๆ ตลอดเวลาเท่านั้น" ไหมมองไปที่นทีที่กำลังกอดเธอไว้ด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ ความอคติที่มีต่อพันรักพลันพังทลายลง เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่างานวิจัยของพันรักไม่ได้ทำให้ใครเสียเวลา หรือเป็นเรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป แต่เพราะพันรักกำลังทำเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องมีใครอยู่ต่ำกว่
หลังจากที่พันรักกับด้ายอดหลับอดนอนช่วยกันวิจัยยาด้วยกันมาสองวันเต็มๆ พวกเขาก็ได้ยาตัวอย่าง ที่จะใช้สำหรับทดสอบในมนุษย์โดสแรกมาจนได้ ยาตัวนี้คือความหวังใหม่ของพันรัก ที่ถูกออกแบบมาให้ช่วยกดฟีโรโมนกดข่มของอัลฟ่าไม่ให้พุ่งพล่านตามอารมณ์โกรธ เพื่อลดการใช้ความรุนแรงทางชีวภาพ"ด้าย นายมั่นใจนะ?" พันรักถ
ทว่า... เขากลับหยุดการกระทำนั้น และดึงสติกลับมาด้วยการกัดริมฝีปากตัวเองจนเลือดออกเล็กน้อยเพราะเขาไม่อยากได้พันรักเพียงเพราะสัญชาตญาณพาไป เขาอยากให้พันรักยอมรับเขาในฐานะ ผู้ชายคนหนึ่งไม่ใช่แค่ในฐานะ 'อัลฟ่าคู่ชะตา' ที่ทำตามกลไกธรรมชาติด้ายยั้งใจไว้ทัน เขาเปลี่ยนความตั้งใจเดิมจากการกัดเป็นการขบเม้ม
"นาย... นายโอเคไหม?""โอเคสิ" พันรักตอบเรียบๆ พลางกลับไปสนใจหนังสือต่อ "บอกแล้วไงว่าฟีโรโมนอัลฟ่าไม่มีผลกับฉัน... ยกเว้นของนายคนเดียว"คำตอบที่ได้รับนั้นทำให้ด้ายรู้สึกดีจนอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มชอบใจก่อนที่จะกลับไปนั่งลงที่ข้างๆพันรักตามเดิม"งั้นบอดี้การ์ดคนนี้จะคอยระวังไว้ให้มากกว่าเดิมแล้วกันนะ เ
ช่วงสายของวันดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างเงียบสงบและผ่อนคลายอย่างที่ด้ายหวังไว้แต่หลังจากนั้นไม่นานบรรยากาศที่เคยสงบในตอนแรกก็ถูกพังทลายลงด้วยเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มมาจากหน้าตึกคณะเภสัชศาสตร์ เรียกความสนใจจากนักศึกษาที่เดินผ่านไปมาให้หันไปมองเป็นตาเดียว ประตูรถสปอร์ตสีแดงสดถูกเปิดออกพร้อมกับการปราก





