LOGINเวลาผ่านไปรวดเร็วช่วงปิดเทอมใหญ่ที่ควรจะเป็นเวลาพักผ่อนกลับกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการเตรียมตัวสำหรับเหล่านักศึกษาใหม่ ลมร้อนของเดือนเมษายนถูกแทนที่ด้วยสายลมจางๆ ของต้นฤดูฝน เมื่อวันเปิดภาคเรียนวันแรกของมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศเวียนมาถึง
บรรยากาศหน้าหอพักรวมของมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคัก รถยนต์หลายคันจอดเรียงรายเพื่อขนย้ายสัมภาระเข้าสู่ที่พักใหม่ เหล่านักศึกษาใหม่ในชุดไปรเวทดูสดใส บ้างก็ตื่นเต้นกับชีวิตอิสระที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน…
ด้าย ยืนปาดเหงื่ออยู่หน้าตึกหอพักชาย ทรงผม Mullet ของเขายังคงดูเท่และเป็นเอกลักษณ์เหมือนเดิม แต่ตอนนี้มันค่อนข้างยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการยกลังหนังสือและกระเป๋าเสื้อผ้าใบเขื่อง วันนี้เขาสวมเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวที่เผยให้เห็นกล้ามเนื้อไหล่กว้างและแขนแกร่งแบบนักกีฬา กลิ่นฟีโรโมนกุหลาบลาฟอนจางๆ ของเขามักจะดึงดูดคนรอบข้างได้เสมอ แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้สนใจที่จะมองใครเลยสักนิด เขาหยิบกุญแจห้องพักเลขที่ 279 ขึ้นมาดู พลางถอนหายใจยาว
"หวังว่ารูมเมทจะไม่ใช่พวกบ้าพลัง หรือเป็นพวกซกมกนะ"
เขาพึมพำกับตัวเอง
ด้ายแบกสัมภาระชุดสุดท้ายขึ้นมาจนถึงชั้นสอง ก่อนจะใช้คีย์การ์ดแตะที่หน้าประตูอย่างทุลักทุเล และใช้ไหล่ดันประตูห้องพักที่ปลดล็อคแล้วเข้าไป แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านหน้าต่างระเบียงเข้ามาเผยให้เห็นห้องพักกว้างขวางที่แบ่งเป็นสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นส่วนกลาง สภาพห้องดูสะอาดสะอ้านและมีการจัดวางของบางส่วนไว้แสดงว่าตอนนี้รูมเมทของเขาได้มาถึงก่อนแล้ว
ด้ายมองสำรวจห้องได้ไม่นานนัก เขาก็ได้เหลือบไปเห็นรูมเมทที่เขากำลังนึกถึง กำลังยืนหันหลังจัดวางอุปกรณ์บางอย่างอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวขนาดเล็ก
"เอ่อ... สวัสดีครับ ผมรูมเมทใหม่..."
คำทักทายของด้ายชะงักค้างอยู่กลางอากาศ เมื่อร่างโปร่งที่สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนสะอาดตาหันกลับมา ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสีดำสบตากับเขาเข้าอย่างจัง ทำให้บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเฉียบขึ้นทันที
"..."
พันรัก นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยปรากฏแววตกใจเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาเย็นชาเหมือนเดิม ทว่าภายในหัวของเขากลับดังก้องไปด้วยเสียงสบถที่รุนแรงกว่าปกติหลายเท่า
เชี่ยเอ๊ย! ... ทำไมต้องเป็นมันอีกแล้ว! มหาวิทยาลัยมีเป็นร้อย ห้องพักมีเป็นพัน ทำไมพระเจ้าต้องเหวี่ยงไอ้อัลฟ่ากวนตีนนี่มาอยู่ในห้องเดียวกับกูด้วยวะ!
พันรักจ้องมองด้ายด้วยสายตาที่ถ้าเป็นกระสุนปืน ด้ายคงพรุนไปทั้งตัวแล้ว เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหลังจากที่ต่อยกันน่วมเมื่อวันก่อนจบภาคเรียน และพยายามหนีหน้ากันมาตลอดปิดเทอม สุดท้ายเขากับด้ายต้องมาใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกันแบบนี้
"นาย..."
ด้ายชี้หน้าพันรักอย่างลืมตัว
"นายมาทำอะไรที่นี่ ไอ้เนิร์ด!"
"ก็นี่มันห้อง 279 และฉันคือนักศึกษาที่จ่ายค่าหอพักอย่างถูกต้อง"
พันรักตอบเสียงเรียบ และยังคงทำหน้าเฉยชาจนน่าหมั่นไส้
"และถ้าสมองนายยังดีอยู่ นายก็น่าจะรู้ว่านี่หมายถึงว่าเราเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกัน"
"เหอะ! ซวยฉิบ"
ด้ายทิ้งกระเป๋าลงพื้นเสียงดังโครม
"นี่มันวันอัปมงคลชัดๆ ฉันต้องมาอยู่ร่วมห้องกับคนที่เพิ่งซัดหน้าฉันเมื่อไม่กี่เดือนก่อนเนี่ยนะ?"
"ทำอย่างกับมันเป็นวันดีของฉันงั้นแหละ ถ้าไม่พอใจ นายก็ไปแจ้งขอย้ายห้องเองสิ แต่ช่วงวันเปิดเรียนแบบนี้คงยากหน่อยนะ เพราะห้องคงเต็มหมดแล้วล่ะ"
พันรักหันกลับไปสนใจอุปกรณ์ตรงหน้าต่อ
"และถ้านายอยากจะอยู่ด้วยกัน ก็กรุณาอย่าทำเสียงดังรบกวนสมาธิคนอื่น ห้องนอนแยกกันชัดเจนอยู่ใครอยู่มัน ส่วนกลางก็ใช้ร่วมกันให้เป็นระเบียบด้วย"
ด้ายเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาเดินกระแทกส้นเท้าเข้าไปสำรวจห้องนอนของตัวเองที่ว่างอยู่ พลางสบถพึมพำถึงโชคชะตาที่เล่นตลก ก่อนจะกดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิทและระบายสิ่งที่อัดอั้นในใจให้ปลายสายฟัง
ผ่านไปพักใหญ่ เมื่อความหงุดหงิดเริ่มจางลง ด้ายก็เดินออกมาจากห้องเพื่อจะไปหาของกินที่ครัว แต่เขาก็ต้องชะงักอีกครั้งเมื่อเห็นสิ่งที่พันรักกำลังติดตั้งอย่างตั้งอกตั้งใจบนเคาน์เตอร์กลาง
มันคือเครื่องทำกาแฟเอสเพรสโซ่ระดับไฮเอนด์ สีดำขลับดูหรูหรา พร้อมเครื่องบดเมล็ดกาแฟที่ดูเป็นมืออาชีพสุดๆ กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ๆ เริ่มโชยออกมาจางๆ กลบกลิ่นน้ำยาถูพื้นหอพักไปจนหมด
"นี่นาย... จะเอาไอ้เครื่องนี่มาไว้ในหอจริงเหรอ?"
ด้ายเลิกคิ้วถามพลางเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
พันรักไม่ตอบ แต่บรรจงกดก้านชงกาแฟลงอย่างพิถีพิถัน
"ฉันขาดมันไม่ได้ และมันสะอาดกว่ากาแฟตู้ข้างล่าง"
"คนปกติเขาดื่มวันละแก้วสองแก้วเครื่องชงเล็กๆ ก็น่าจะพอแล้วมั้ง นี่นายเล่นยกมาทั้งร้านแบบนี้กะจะดื่มให้ใจสั่นตายเลยเหรอวะ?"
ด้ายส่ายหน้าพลางนึกขำในใจ
‘ไอ้หมอนี่มันปกติดีไหมเนี่ย เนิร์ดไม่พอ ยังเป็นพวกคลั่งคาเฟอีนขั้นรุนแรงอีก’
"สำหรับคนบางคน กาแฟคือสารอาหารหลัก ไม่ใช่เครื่องดื่มทางเลือก"
พันรักตอบนิ่งๆ ก่อนจะหยิบแก้วเอสเพรสโซ่ช็อตเล็กๆ ขึ้นจิบ
ด้ายมองภาพนั้นแล้วแอบขำในใจ ความขุ่นเคืองก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นความสงสัยแปลกๆ ในใจ
ฉายา 'อัลฟ่าผู้เย็นชา' นี่มันน่าจะเปลี่ยนเป็น 'อัลฟ่าบ้ากาแฟ' มากกว่าละมั้ง
เวลาล่วงเลยไปจนทั้งคู่เรียนจบและก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานอย่างเต็มตัว ห้องปฏิบัติการวิจัยยาแห่งใหม่ใจกลางศูนย์นวัตกรรมกลายเป็นบ้านหลังที่สองของพวกเขา ภายในห้องแล็บที่ทันสมัย บรรยากาศถูกเติมเต็มด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครกลิ่นกาแฟคั่วเข้มจากเครื่องเอสเพรสโซ่ตัวเก่งของพันรัก ผสมผสานกับกลิ่นกุหลาบลาฟอนจากน้ำหอมปรับอากาศที่ด้ายจงใจสั่งทำพิเศษเพื่อให้เข้ากับฟีโรโมนของเขาเอง "พันรัก... วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ" ด้ายเดินเข้าไปถอดเสื้อกาวน์ให้คนรักที่ยังนั่งจดจ่ออยู่กับหน้าจอ "วันนี้มีที่หนึ่งที่ฉันอยากพานายไป""ไปไหน? งานวิจัยส่วนนี้ยังเหลืออีก 2% นะ""เอาน่าแค่ 2% เอง เดี๋ยวค่อยกลับมาจัดการต่อวันพรุ่งนี้ก็ได้ วันนี้ฉันอุตส่าห์จองสถานที่พิเศษไว้"บรรยากาศภายในห้องพักหมายเลข 279 ของหอพักเก่ายังคงเงียบสงบเหมือนวันวาน ถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีและห้องนี้กำลังจะถูกปรับปรุงใหม่ แต่มันยังคงเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำของจุดเริ่มต้น... จุดที่กลิ่นกาแฟและกลิ่นกุหลาบลาฟอนได้มาบรรจบกันเป็นครั้งแรกด้ายยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัวขนาดเล็กที่พันรักเคยใช้ตั้งเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ตัวเก่ง วันนี้เขาสวมเ
แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพนับสิบตัววูบวาบไปทั่วโถงจัดเลี้ยงสุดหรูของมหาวิทยาลัย บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่นและเสียงพูดคุยด้วยความยินดี วันนี้คือวันที่ความเหนื่อยยากตลอดปีการศึกษาได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ บนเวทีขนาดใหญ่มีป้ายกำมะหยี่สีทองเขียนไว้ว่า "พิธีมอบรางวัลนวัตกรรมดีเด่นแห่งปี"พันรักในชุดสูทสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต ยืนเคียงข้าง ด้ายที่วันนี้ดูหล่อเป็นพิเศษในชุดสูทสีน้ำเงินกรมท่า ทั้งคู่ถือโล่รางวัลเกียรติยศไว้ในมือ ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกึกก้อง"ภูมิใจในตัวลูกมากนะพันรัก" หมอภานุเดินเข้ามาสวมกอดลูกชายด้วยความตื้นตัน ขณะที่พ่อและแม่ของด้ายก็เดินเข้ามาแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรในจังหวะที่กลุ่มผู้คนเริ่มซาลง ร่างของชายสูงวัยที่ดูสงบลงกว่าแต่ก่อนก็เดินเข้ามาหาพวกเขา ศ.มารุต หยุดยืนตรงหน้าพันรัก เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา"พันรัก... ผมมีเรื่องอยากจะพูดด้วย" มารุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลง "ผมขอโทษสำหรับอคติที่ผมเคยมีต่อคุณ และขอโทษสำหรับเรื่องวุ่นวายในหอประชุมวันนั้น ทฤษฎีของผมมันอาจจะเคยใช้ได้ผลในอดีต แต่วันนี้คุณพิสูจน์ใ
"อาจารย์มารุตครับ ดูเหมือนเครื่องปรับอากาศตรงแถวหน้าจะมีปัญหานะครับ" พันรักหยุดพูดชั่วคราวแล้วหันไปมองศาสตราจารย์หัวโบราณด้วยสายตารู้ทัน "หรืออาจจะเป็น... เครื่องพ่นสารบางอย่างที่อาจารย์พกมา?"พันรักเดินไปที่ขอบเวทีพลางหยิบขวดยา The Merit สำหรับโอเก้ารุ่นต้นแบบออกมา "ด้าย! ช่วยส่งสิ่งนี้ให้เพื่อนๆ โอเมก้าในห้องทีครับ"ด้ายรีบทำตามทันที ยาของพันรักช่วยบรรเทาอาการของนักศึกษาคนอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว จนความวุ่นวายสงบลงในเวลาเพียงไม่กี่นาที"นี่นาย... มันจะเป็นไปได้ยังไง!" มารุตลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าวิตกกังวล "แรงกดข่มระดับนั้น อัลฟ่าทั่วไปยังรู้สึก แต่นายกลับ...""เพราะผมไม่ใช่คนทั่วไปอย่างที่อาจารย์คิดไงครับ" พันรักถอดแว่นสายตาออกพลางจ้องหน้ามารุต "ถึงอาจารย์จะรู้ว่าผมเป็นโอเมก้า แต่ที่ผมไม่ได้รู้สึกอะไร ก็เพราะผมเป็นโอเมก้าพิเศษยังไงล่ะครับ”“และเหตุผลที่ผมผลิตยาตัวนี้ขึ้นมา ก็เพราะต้องการจะปกป้องคนอย่างพวกเราจากอคติที่คนอย่างอาจารย์ยึดถือไงครับ"เสียงฮือฮาดังไปทั่วหอประชุม มารุตอึ้งจนพูดไม่ออก ความตั้งใจที่จะทำให้พันรักอับอายกลับกลายเป็นการพิสูจน์ประสิทธิภาพของยา "The Merit" ได้อย
"นี่คือยา The Merit รุ่นทดลองสำหรับปรับสมดุลฟีโรโมนอัลฟ่า มันถูกทดสอบมาแล้วว่าปลอดภัย ถ้าเธอยินยอมฉันจะฉีดให้เธอทันที อดทนหน่อยนะไหม" "อ...อื้อ" ไหมพยักหน้าตอบรับพันรักเพื่ออนุญาตให้ใช้ยาตัวนี้กับเธอ พันรักจึงฉีดยาเข้าที่ต้นแขนของไหมอย่างรวดเร็ว และเพียงไม่กี่นาทีความร้อนที่เคยแผดเผาร่างกายของอัลฟ่าหญิงก็ค่อยๆ มอดลง ลมหายใจของไหมเริ่มกลับมาเป็นปกติ เธอปรือตาขึ้นมองคนตรงหน้าด้วยความสับสน "ทำไม... ทำไมนายถึงมาช่วยฉัน?" ไหมถามเสียงพร่า "ทั้งที่ฉันเคยทำไม่ดีกับนายไว้ตั้งเยอะ" "ในฐานะนักวิจัยยาที่อยากเป็นหมอในอนาคต หน้าที่ของผมคือการรักษาทุกคนให้ปลอดภัย" พันรักตอบเสียงเรียบพลางส่งน้ำให้นทีที่เพิ่งวิ่งมาถึง "และในฐานะคนคนหนึ่ง... ผมไม่เคยเกลียดคุณ ผมแค่เสียดายที่คุณมองไม่เห็นคนที่รักคุณจริงๆ ที่ยืนอยู่ข้างๆ ตลอดเวลาเท่านั้น" ไหมมองไปที่นทีที่กำลังกอดเธอไว้ด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ ความอคติที่มีต่อพันรักพลันพังทลายลง เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่างานวิจัยของพันรักไม่ได้ทำให้ใครเสียเวลา หรือเป็นเรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป แต่เพราะพันรักกำลังทำเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องมีใครอยู่ต่ำกว่
หลังจากวันที่ไหมโดนด้ายตะคอกและไล่ออกมาจากห้องวิจัยในวันนั้น ไหม กลับเริ่มดูมืดมนกว่าที่เคย ดาวคณะผู้สูงศักดิ์นั่งนิ่งอยู่นบนม้านั่งตัวยาว ดวงตาสวยที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจตอนนี้กลับคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไว้เธอยังคงจำสายตาเย็นชาของด้ายที่มองเธอในวันนั้นได้แม่น สายตาที่บอกชัดว่าเธอไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับอัลฟ่าเฉิ่มๆ อย่างพันรัก ความเสียหน้าและความพ่ายแพ้ทำให้เธอกลายเป็นคนอารมณ์ร้ายและผลักไสทุกคนรอบข้าง "คุณไหมครับ... ดื่มน้ำอุ่นๆ หน่อยไหมครับ?" เสียงของนทีดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่ยื่นแก้วน้ำมาให้ โอเมก้าคนสนิทที่เธอเคยมองว่าเป็นเพียงคนรับใช้ กลับเป็นเพียงคนเดียวที่ยังยืนอยู่ข้างเธอในวันที่เธอไม่เหลือใคร "ออกไปนที! ฉันบอกแล้วไงว่าไม่อยากเจอใคร!" ไหมตวาดเสียงสั่นพลางปัดแก้วน้ำจนหกเลอะเทอะ นทีไม่ได้โกรธ เขาเพียงแต่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะก้มลงเก็บแก้วและเช็ดพื้นอย่างเงียบๆ ก่อนที่เข้าจะพูดเพื่อให้ไหมรู้สึกดีขึ้นบ้าง "ผมไม่ไปไหนหรอกครับ... ตราบใดที่คุณยังนั่งหน้างออยู่แบบนี้ ผมจะอยู่ตรงนี้จนกว่าคุณจะดีขึ้น" ไหมชะงักไป "ทำไม... ทำไมนายถึงยังทนคนนิสัยเสียแบบฉั
พันรักเงยหน้าขึ้นและชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบทักทายรุ่นพี่ที่เดินตามเซนเข้ามาในห้อง "พี่ลูน พี่ซัน... สวัสดีครับ"ด้ายที่เห็นพี่ชายของเพื่อนสนิทและพี่สะใภ้ก็ได้แต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ "ลมอะไร หอบพวกพี่มาที่นี่ได้เนี่ย"ด้ายถามด้วยความอยากรู้เซนยืนงงเป็นไก่ตาแตก เขามองพันรักสลับกับพี่ลูนและพี่ซัน "เดี๋ยวนะ... นี่ไปรู้จักกันตอนไหนเนี่ย? ทำไมไอ้พันรักเรียกพี่ลูนพี่ซันเหมือนสนิทกันมานานเลยอ่ะ?""ก็น้องพันรักเขาไปหาหมอภานุที่โรงพยาบาล พี่เลยมีโอกาสได้คุยกันน่ะ" ลูนอธิบายพลางเดินเข้าไปดูหลอดทดลองที่พันรักถืออยู่ "เป็นยังไงบ้างครับพันรัก การทดลองก่อนขั้นสุดท้ายดูเหมือนจะต้องการฟีโรโมนที่บริสุทธิ์มากเลยนะ"ลูนจงใจปรายตาไปทางด้ายที่ยืนหน้าแดงอยู่ข้างๆเซนยังคงเซ้าซี้เรื่องความสัมพันธ์ของลูนกับพันรักไม่เลิก"เฮ้ย... พันรักจะบอกได้ยังว่าไปเจอพี่เขาตอนไหนไม่เห็นรู้มาก่อนเลยอ่ะ?”เซนพูดกับพันรักก่อนจะหันไปถามลูนอีกคน“พี่ลูนอย่าบอกนะว่าที่พี่เคยเล่าเรื่องที่พี่เจอคนๆ หนึ่งที่โรงพยาบาลคือพันรักเหรอ แต่ว่าที่ผมรู้มาพี่บอกว่าเขาเป็น'โอเมก้าอัจฉริยะ' นี่”“หรือว่าพี่ลูน...พี่หมายถึง…?!"ลูนหัวเราะ
หลังจากที่พันรักกับด้ายอดหลับอดนอนช่วยกันวิจัยยาด้วยกันมาสองวันเต็มๆ พวกเขาก็ได้ยาตัวอย่าง ที่จะใช้สำหรับทดสอบในมนุษย์โดสแรกมาจนได้ ยาตัวนี้คือความหวังใหม่ของพันรัก ที่ถูกออกแบบมาให้ช่วยกดฟีโรโมนกดข่มของอัลฟ่าไม่ให้พุ่งพล่านตามอารมณ์โกรธ เพื่อลดการใช้ความรุนแรงทางชีวภาพ"ด้าย นายมั่นใจนะ?" พันรักถ
ทว่า... เขากลับหยุดการกระทำนั้น และดึงสติกลับมาด้วยการกัดริมฝีปากตัวเองจนเลือดออกเล็กน้อยเพราะเขาไม่อยากได้พันรักเพียงเพราะสัญชาตญาณพาไป เขาอยากให้พันรักยอมรับเขาในฐานะ ผู้ชายคนหนึ่งไม่ใช่แค่ในฐานะ 'อัลฟ่าคู่ชะตา' ที่ทำตามกลไกธรรมชาติด้ายยั้งใจไว้ทัน เขาเปลี่ยนความตั้งใจเดิมจากการกัดเป็นการขบเม้ม
"นาย... นายโอเคไหม?""โอเคสิ" พันรักตอบเรียบๆ พลางกลับไปสนใจหนังสือต่อ "บอกแล้วไงว่าฟีโรโมนอัลฟ่าไม่มีผลกับฉัน... ยกเว้นของนายคนเดียว"คำตอบที่ได้รับนั้นทำให้ด้ายรู้สึกดีจนอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มชอบใจก่อนที่จะกลับไปนั่งลงที่ข้างๆพันรักตามเดิม"งั้นบอดี้การ์ดคนนี้จะคอยระวังไว้ให้มากกว่าเดิมแล้วกันนะ เ
ช่วงสายของวันดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างเงียบสงบและผ่อนคลายอย่างที่ด้ายหวังไว้แต่หลังจากนั้นไม่นานบรรยากาศที่เคยสงบในตอนแรกก็ถูกพังทลายลงด้วยเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มมาจากหน้าตึกคณะเภสัชศาสตร์ เรียกความสนใจจากนักศึกษาที่เดินผ่านไปมาให้หันไปมองเป็นตาเดียว ประตูรถสปอร์ตสีแดงสดถูกเปิดออกพร้อมกับการปราก







