Masuk“นายไม่ใช่เด็กคนนั้นจริง ๆ เหรอ” เลออนถามด้วยเสียงสั่นเครือ “ไม่ใช่ครับ พวกเราเพิ่งเจอกันครั้งแรกนะครับ” โนอาห์ตอบด้วยแววตามั่นคง ราวกับไม่ได้โกหก เลออนเลือกจะเชื่อคำพูดนั้น แต่หัวใจกลับไม่ยอมเชื่อ ‘ฉันไม่เชื่อหรอก… ว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่นาย’ เลออนเก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ‘ได้โปรด… รู้ตัวว่าผมคือเด็กคนนั้นทีเถอะ’ โนอาห์เองก็ปรารถนาให้ฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นใครเช่นกัน
Lihat lebih banyakในโลกที่จอมเวทย์และมนุษย์ต้องพึ่งพาอาศัยกันเพื่อความอยู่รอด คำปฏิญาณคือพันธะที่ผูกชีวิตเข้าด้วยกัน และพลังเวทย์…คือทั้งพรและคำสาปเลออน จอมเวทย์ผู้มีพลังมหาศาลในวัยสิบขวบ เขาเคยรอดชีวิตจากความตาย เพราะเด็กชายปริศนาผมบลอนด์ ตาสีฟ้า ผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยเขาด้วยการทำคำปฏิญาณคู่หูกับเขาในป่าลึก ทว่าเมื่อเลออนลืมตาขึ้น เด็กคนนั้นกลับหายไป เหลือไว้เพียงคำสัญญาและการเฝ้าตามหาที่ยาวนานถึงสิบปี เลออนไม่รู้เลยว่าเด็กคนนั้นหายไปไหน และเขาชื่ออะไรโนอาห์ มนุษย์ (?) เด็กหนุ่มผู้ใสซื่อ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลและตาสีเขียว เขาปิดบังความลับบางอย่างที่ไม่มีใครล่วงรู้เอาไว้ ความจริงเขาคือเด็กชายผมบลอนด์คนนั้น ที่เคยช่วยเลออนไว้ในตอนเด็ก เขาคอยเฝ้ามองและคอยส่งพลังเวทย์ให้เลออนมีชีวิตอยู่ต่อไปจากระยะไกล เมื่อโชคชะตานำพาให้ทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งในโรงเรียนแห่งราชอาณาจักร การเฝ้ามองจากเงามืด ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นการยืนเคียงข้าง ความจริงที่ถูกปิดบังมานานกำลังจะถูกเปิดเผยทีละนิดๆ พร้อมกับภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในเงามืดข
ในอดีตกาล ก่อนที่ราชอาณาจักรจะประกาศกฎหมายคุ้มครองใดๆ โลกใบนี้เคยถูกปกครองด้วยพลังเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือเวทมนตร์ จอมเวทย์คือผู้ครอบครองอำนาจ มนุษย์คือแหล่งพลังที่ถูกเรียกว่า ภาชนะพลังเวทย์ เพื่อครอบครองเวทมนตร์อันมหาศาล จอมเวทย์จำนวนมากไม่ลังเลที่จะเหยียบย่ำชีวิตของผู้ที่อ่อนแอกว่า การบังคับ ข่มเหง และการล่วงละเมิดเกิดขึ้นราวกับเป็นเรื่องปกติ มนุษย์ล้มตายเพราะสูญเสียพลังเวทย์ที่หล่อเลี้ยงร่างกาย เลือดและเสียงกรีดร้องค่อยๆ กลายเป็นเงาที่ไม่มีใครกล่าวถึง ทว่าเมื่อวันเวลาผ่านไป มนุษย์เริ่มหายไปจากโลกทีละคน จนในที่สุด ราชอาณาจักรก็ตระหนักว่า หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป มนุษย์ต้องถึงคราวสูญพันธุ์และจะส่งตามมาถึงเหล่าจอมเวทย์เช่นกัน กฎหมายคุ้มครองจึงถือกำเนิดขึ้น จอมเวทย์หนึ่งคนมีคู่หูมนุษย์ได้เพียงหนึ่งเดียว การดูดซับพลังเวทย์ต้องเกิดจากความยินยอมและคำปฏิญาณที่ผูกพันทั้งชีวิต จอมเวทย์มี่จับคู่กับมนุษย์แล้ว ทั้งคู่ต้องมีบุตรร่วมกันอย่างน้อย 1 คนเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของทุกฝ่ายให้สืบต่อไป ไม่ว่าเด็กที่เกิดมาจะ
สิบปีต่อมา เลออนสะดุ้งตื่นขึ้นมาในยามเช้ามืด ลมหายใจติดขัดอยู่ในลำคอ หัวใจเต้นแรงราวกับยังติดอยู่ในป่านั้น ป่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นเลือด เสียงคำรามของมอนสเตอร์ และฝ่ามือเล็กๆ ที่ยื่นออกมาหาเขาท่ามกลางความตาย เด็กชายผมบลอนด์ ดวงตาสีฟ้าสะท้อนแสงดาว เสียงเรียบนิ่งที่กล่าวข้อเสนอราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “คุณอยากทำปฏิญาณคู่หูกับผมไหมครับ” “ผมจะมอบพลังเวทย์ให้คุณเอง เพราะงั้น...อย่าตายเลยนะครับ” เลออนยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก สูดลมหายใจยาว พยายามดึงตัวเองกลับมาสู่ปัจจุบัน ห้องนอนเงียบสนิท มีเพียงแสงจางๆ จากรุ่งอรุณที่ยังไม่ทันเผยตัวลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ผ่านมาสิบปีแล้วและเขายังฝันถึงวันนั้นไม่เคยขาด เลออนลุกขึ้นนั่ง ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับสิ่งที่ห้อยอยู่บนลำคอ เนื้อผิวโลหะเย็นเฉียบแนบกับฝ่ามือ ราวกับย้ำเตือนความจริงที่ไม่มีวันเลือนหาย มันไม่ใช่ความฝัน หลังจากเขาหมดสติลงในป่านั้น เมื่อรู้สึกตัวอีกที เขาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บริเวณหน้าทางเข้าของป่าตะวันตกและเด็กคนนั้นก็ไม่อยู่แ
เลออนสลัดตัวเองออกจากภวังค์ แล้วเดินเข้าห้องน้ำ จัดการชำระล้างร่างกาย แล้วออกมาเปลี่ยนชุด สวมเครื่องแบบนักเรียนจอมเวทย์อย่างเรียบร้อย ชุดเครื่องแบบสีดำสนิทและผ้าคลุมไหล่สีดำ เข้ากับสีผมของเขาเป็นอย่างดี วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนของโรงเรียนแห่งราชอาณาจักร สถานที่ที่มนุษย์และจอมเวทย์เรียนร่วมกันเงื่อนไขในการเข้าโรงเรียนนี้คือแค่อายุครบสิบเก้าปีบริบูรณ์ก็สามารถลงทะเบียนเข้าเรียนได้ในทันที โรงเรียนแห่งนี้ถูกกล่าวขานว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเสมอภาคและความหวังในอนาคต แต่ทุกคนรู้ว่าโรงเรียนแห่งนี้เป็นมากกว่านั้น มันคือสถานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เด็กๆ มนุษย์และจอมเวทย์ได้ใกล้ชิดกัน ได้เรียนรู้ ได้ผูกพันและในที่สุด…ได้เลือกคู่หูของตนเอง การสานสัมพันธ์จนถึงขั้นทำปฏิญาณคู่หูไม่ใช่เรื่องแปลก แม้แต่การมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งภายในโรงเรียน หรือการมีบุตรในวัยเรียน หากเป็นคู่หูกันแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายราชอาณาจักร เมื่อเลออนมาถึงโรงเรียน เสียงพูดคุยของนักเรียนใหม่ดังอื้ออึงไปทั่วลานพิธี แ