LOGINเช้าตรู่ของอีกวัน โบนิตาตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าเพื่อรอให้จีจี้รุ่นพี่สนิท และยังเป็นผู้จัดการส่วนตัวมารับไปทำงาน ตอนแรกหญิงสาวก็เกรงใจที่จะให้จีจี้มารับ ทว่าพอมาคิดอีกทีถ้าเธอออกไปเรียกรถหน้าโรงแรม ก็กลัวเจ้าของโรงแรมจะให้รถออกมาส่งอีก
พอนึกถึงราชันทร์เท่านั้น เสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น โบนิตาเดินไปเปิดประตูห้องก็เห็นคนที่เพิ่งจะนึกถึงเมื่อสักครู่ยืนส่งยิ้มละมุนอยู่ในชุดสูทภูมิฐาน ดูแปลกตาไป แต่ก็ยังคงหล่อเหลาเช่นเดิม
"คะ?"
"รูมเซอร์วิสครับ"
"ไม่ได้เรียกค่ะ"
"บริการพิเศษครับ ขอทางหน่อยได้ไหมครับ"
ราชันทร์พูดยิ้มนัยน์ตา รอให้หญิงสาวอนุญาต เธอจึงหลีกทางให้ เมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไป โบนิตาจึงเห็นว่ามีพนักงานชายสองคนเดินตามมาด้วย คนหนึ่งถือแจกันคริสตัลใบใหญ่ ภายในแจกันมีดอกไฮเดรนเยียสีม่วงสดใสส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ เตะจมูกเล็กเมื่อพนักงานหนุ่มเดินถือผ่านไป ส่วนพนักงานชายอีกคนก็เข็นรถเสิร์ฟอาหารเดินตามเข้ามา ตรงไปยังโต๊ะอาหาร
โบนิตายืนมองพนักงานทั้งสองนำอาหารขึ้นจัดวางเรียงบนโต๊ะโดยมีแจกันดอกไฮเดรนเยียวางอยู่ตรงกลาง เมื่อพนักงานทำหน้าที่เสร็จสิ้น ทั้งคู่ก็เดินตรงมาโค้งศีรษะให้ราชันทร์และโบนิตาก่อนเดินออกไป
"อะไรกันคะ" โบนิตายืนกอดอกพลางหรี่ตามองชายหนุ่ม
"อาหารเช้าครับ"
"ก็นิตาบอกแล้วว่าตอนนี้คุมอาหารอยู่"
"มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญนะครับ นิตาลองมาดูก่อนสิ ผมอุตส่าห์ตั้งใจเตรียมให้"
และคำพูดพร้อมสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังแบบนี้ก็ทำเธอใจอ่อนอีกครั้ง เหมือน
ดินเนอร์เมื่อคืนราวกับเดจาวู หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะอาหาร พลางไล่มองอาหารมากมายบนโต๊ะ ที่มีทั้งสลัดผักรวมแซลมอนย่าง โยเกิร์ต กราโนล่า อะโวคาโดอบไข่ กาแฟดำ และน้ำแร่โบนิตานึกถึงบทสนทนาเมื่อคืนที่ชายหนุ่มถามเธอ เมื่อเห็นอาหารทั้งหมดบนโต๊ะก็จำได้ทันทีว่ามันคือสิ่งที่เธอบอกเขาเมื่อคืน
นัยน์ตาคู่สวยเหลือบไปเห็นการ์ดสีขาวใบเล็กที่เสียบอยู่บนดอกไฮเดรนเยีย จึงเอื้อมมือไปหยิบมาเปิดอ่าน
'ดอกไฮเดรนเยีย สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ขอให้วันนี้ของนิตาเป็นวันที่ดีครับ'
มือเล็กพับการ์ดถือไว้ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม
"ใครเขียนคะเนี่ย ลายมือไม่ซ้ำกันเลยสักวัน"
"เมื่อวานผมกลับมาไม่ทันเลยให้เลขาเขียนครับ ส่วนวันนี้และวันต่อ ๆ ไปผมจะเขียนเองทุกวัน" โบนิตาใบหน้าร้อนผ่าว หากเขาทำเช่นนี้เป็นประจำมันคงไม่ดีต่อใจของเธอเป็นแน่ เพียงแค่สองสามวันมานี้ ราชันทร์ก็หยอดเธอทุกครั้งที่เจอ
"คุณราชทำแบบนี้ทำไมคะ"
"ผมอยากผูกมิตรกับนิตาครับ"
"คุณคงทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนที่อยากผูกมิตรสินะคะ"
"ถ้าผมบอกว่าไม่เคยทำแบบนี้กับใครคุณจะเชื่อไหม"
"ไม่น่าเชื่อเลยค่ะ ผู้ชายหล่อรวยแบบคุณเนี่ยนะ ถ้าคุณไม่ใช่เกย์ ก็แสดงว่าคุณมีปัญหา..."
โบนิตาหยุดพูดไว้แค่นั้น แต่ราชันทร์เข้าใจว่าเธอหมายความอย่างไร ชายหนุ่มถึงกับหลุดขำออกมา"ผมไม่ได้เสื่อมสมรรถภาพครับคุณผู้หญิง ผมแค่ยังไม่เคยคบใครจริงจัง แต่ผู้ชายก็มีวิธีหาความสุขจากเพศตรงข้ามโดยที่ไม่ต้องผูกพัน คุณเข้าใจใช่ไหมนิตา"
"เข้าใจค่ะ" โบนิตาไม่ใช่คนไร้เดียงสา เธอทำงานต่างประเทศมาเป็นปี สังคมที่นั่นค่อนข้างเปิดกว้าง เธอเจอผู้คนมากหน้าหลายตา ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าผู้ชายที่รักสนุกแต่ไม่ผูกพันนั้นเป็นอย่างไร มีทั้งเฟรนด์วิทบีเนฟิต ที่เพื่อนในวงการหลายคนนิยม ไหนจะการผูกปิ่นโตที่เคยมีนักธุรกิจบางคนเคยติดต่อเธอผ่านจีจี้มาอีก ยังไม่รวมการซื้อกินเป็นครั้งคราวซึ่งเธอเคยได้ยินจากเพื่อนชายที่รู้จัก ทว่าเธอเดาไม่ออกว่าราชันทร์นั้นนิยมแบบไหน หากชายหนุ่มเข้าหาเธอด้วยเรื่องพวกนี้เธอคงต้องขอบาย
"ทำไมคุณมองผมแบบนั้นครับ คุณกลัวผมเหรอ"
"จะว่ากลัวก็ไม่เชิงค่ะ นิตาก็แค่รู้สึกว่าต้องระวังตัว เพราะนิตาเคยเจอคนแบบคุณ ที่เข้ามาเสนอ เอ่อ..." คำตอบของเธอทำเอาชายหนุ่มตาโตด้วยความตกใจ
"นิตา ผมไม่ได้คิดอะไรไม่ดีแบบที่คุณคิดนะ ผมอยากรู้จักคุณจริง ๆ ด้วยความจริงใจครับ"
"ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีค่ะ นิตาจะรับไว้พิจารณานะคะ" ดวงหน้าสวยคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้ม ทำให้ราชันทร์ใจชื้นขึ้นมา ทีแรกเขาก็ตกใจที่เห็นเธอดูกังวล นึกว่ากวางน้อยจะไม่ไว้ใจจนหนีเขาไปเสียแล้ว
"ขอบคุณมากครับ นั่งลงทานมื้อเช้ากันดีกว่า"
ราชันทร์เดินเข้ามาเลื่อนเก้าอี้ให้โบนิตา เธอหันไปยิ้มก่อนนั่งลงแต่โดยดี ชายหนุ่มเดินไปนั่งบนเก้าอี้อีกตัวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มลงมือรับประทานอาหารเช้ากันอย่างเอร็ดอร่อย ระหว่างนั้นก็พูดคุยกันสัพเพเหระต่าง ๆ มากมาย โดยราชันทร์จะเป็นฝ่ายเอ่ยถามเสียมากกว่า พอ
โบนิตาพูดจบ ชายหนุ่มก็จะเป็นฝ่ายนำเสนอเรื่องของตัวเองอีกที ก่อนเปลี่ยนหัวข้อสนทนาใหม่หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ทั้งคู่ก็มานั่งดื่มกาแฟกันที่โซฟา เพียงไม่นานจีจี้ก็เดินทางมาถึง โดยราชันทร์ก็อาสาเดินลงไปส่งโบนิตาที่ล็อบบี ก่อนจะแยกย้ายกันไป
หกเดือนผ่านไป ‘เรือนริมน้ำ’ ร้านอาหารไทยสไตล์วินเทจก็ถึงฤกษ์งามยามดีในการเปิดให้บริการ โดยก่อนวันเปิดร้านก็ได้มีการทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งแขกที่มาร่วมงานมีเพียงญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงที่สนิทเท่านั้น โบนิตายืนมองคุณมาลินีและคุณพรรณรายช่วยกันต้อนรับแขกเหรื่อด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ตลอดหลายเดือนมานี้มีหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของเธอที่เปลี่ยนแปลงไป ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นหากจะเรียกว่าดีก็ยังคงน้อยไป คุณมาลินียอมย้ายออกมาจากบ้านเก่ามาอยู่กับเธออย่างถาวร หลังจากที่เทียวไปเทียวมาอยู่พักใหญ่ ส่วนญาติพี่น้องทางฝ่ายบิดาเธอก็ห่างเหินกันมานานจึงแทบไม่ได้ติดต่ออะไรกันอยู่แล้ว จะมีก็แต่คุณมาลินีที่ยังคงไปมาหาสู่ญาติเพียงบางคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และนั่นก็ไม่ได้รวมเจ็กธงคนปากร้ายเธอได้ข่าวจากมารดาว่าเจ็กธงไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลยนับตั้งแต่วันที่เกือบจะมีเรื่องกับราชันทร์ หลังงานทำบุญช่วงเช้าผ่านไป ตกเย็นก็มีปาร์ตี้เล็ก ๆ ระหว่างเพื่อนฝูงของราชันทร์และโบนิตา “นิตา ตอนแกบอกฉันไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่าอาราชเขาจะสยบแทบเท้าแกราบคาบขนาดนี้” กันติ
การเปิดตัวโฆษณาของโรงแรม ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะภาพชุดโฆษณาของคู่รักคนดังในชุดแต่งงาน โด่งดังเป็นพลุแตกเพียงข้ามคืน ผลจากโฆษณาดังกล่าวทำให้ฝ่ายจัดเลี้ยงของโรงแรมได้รับการติดต่อจากลูกค้าทั้งทางโทรศัพท์ และทางข้อความที่ส่งกันมามากมายจนอินบอกซ์แทบแตก และสิ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในครั้งนี้ คือการได้กอบกู้ชื่อเสียงของนางแบบสาวให้กลับคืนมาได้อย่างสวยงาม และนอกจากนี้เธอยังได้รับเงินค่าตัวก้อนโตจากแฟนหนุ่มเป็นมูลค่ากว่าแปดหลัก ลูกค้าที่เคยยกเลิกงานไปก็ต่างทยอยติดต่อกันกลับมาผ่านทางผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ ที่คุณพรรณรายจัดหามาให้ แต่ทว่านางแบบสาวเลือกรับเพียงบางงาน เนื่องจากเธอตัดสินใจแล้วว่าจะหันหลังให้กับวงการ ช่วงหลังมานี้โบนิตาจึงมีเวลาว่างมากขึ้น เธอมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับมารดา บางวันเธอก็จะให้บอดี้การ์ดไปรับคุณมาลินีมาค้างด้วยกัน บางวันก็ไปเดินเล่นชอปปิ้งกันตามประสาผู้หญิง แต่หากเป็นวันหยุดของราชันทร์ เธอก็จะใช้เวลาร่วมกับแฟนหนุ่ม และบางครั้งเธอกับเขาก็ต้องไปออกงานสังคมกับคุณพรรณรายบ้าง ถึงแม้ว่างานของโบนิตาจะลดน้อยลงไปมาก แต่ก็มีกิจกรรมอื่นเข
การถ่ายภาพโพรโมตโรงแรม เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามคำสั่งของท่านประธานหนุ่ม โดยได้ทีมงานระดับท็อปของวงการ ไม่ว่าจะเป็นตากล้อง คอสตูม ช่างหน้า ช่างผม ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นมืออาชีพคิวทองที่มีตารางงานแน่นตลอดปี ทว่าก็ได้คุณพรรณรายเป็นธุระช่วยทาบทามมาได้ ทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างรวดเร็วผ่านไปกว่าสัปดาห์ การถ่ายภาพก็เกือบเสร็จสิ้นครบถ้วน จะเหลือเพียงแต่การถ่ายภาพเซตสุดท้าย ซึ่งเป็นเซตภาพโพรโมตแพคเกจจัดงานแต่งงานสุดหรู ซึ่งโบนิตาจะต้องร่วมเฟรมกับนายแบบสุดฮ็อตของวงการ ซึ่งมีคิวว่างเพียงวันนี้วันเดียวเท่านั้น แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อนายแบบหนุ่มประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์กลางดึกที่ผ่านมา ได้รับบาดเจ็บต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทำให้ทีมงานต้องติดต่อหานายแบบคนใหม่ ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถหาคนมาแทนได้ ทำเอาท่านประธานหนุ่มหัวเสียไม่น้อยโบนิตานั่งมองสถานการณ์ตึงเครียดของทีมงานก็อดสงสารไม่ได้ หนำซ้ำราชันทร์ก็ยังเข้าไปกดดันทีมงาน ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก“คุณราชคะ” โบนิตาเดินเข้าไปเรียกคนรักที่กำลังจะกินหัวทีมงานให้หันมาสนใจที่เธอ เมื่อราชันทร์หันมาบรรดาทีมงานก็ต่างลอบถอนหายใจ
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ราชันทร์ก็มีโทรศัพท์เข้ามา ชายหนุ่มจึงขอตัวไปรับโทรศัพท์ที่ห้องทำงาน ส่วนโบนิตาแวะเข้าไปในครัว หยิบไวน์แดงในตู้แช่ออกมาเปิด ก่อนเดินขึ้นไปบนห้องนอนหญิงสาวเข้าห้องน้ำไปเปิดน้ำอุ่นใส่อ่าง หยดน้ำมันหอมระเหยจากสารสกัดดอกลาเวนเดอร์เพื่อช่วยผ่อนคลายลงไปในอ่างอาบน้ำ ระหว่างนั้นเธอก็ปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกไปจนเหลือเพียงกายเปลือยเปล่า เข้าไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวใต้เรนชาวเวอร์ ก่อนกลับมาทอดกายแช่ตัวลงในน้ำอุ่นเมื่อกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายได้สัมผัสอุณหภูมิอุ่นจัด ก็เกิดการคลายตัว ทำให้ร่างอรชรรู้สึกเบาสบาย ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อล้าที่สั่งสมมาค่อย ๆ เจือจางหายไปกับสายน้ำ มือบางเอื้อมไปหยิบขวดไวน์ รินลงในแก้ว ก่อนยกแก้วขึ้นมาละเลียดไวน์ราคาแพงทีละน้อยโบนิตาเพลิดเพลินอยู่เพียงลำพังไม่ถึงห้านาที ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดขึ้น ราชันทร์ก้าวเข้ามาพร้อมส่งยิ้มกรุ้มกริ่ม ชายหนุ่มมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันกายท่อนล่าง ส่วนด้านบนนั้นปราศจากอาภรณ์ห่อหุ้ม แม้เธอจะเคยเห็นมาแล้ว ทว่าก็ยังไม่ชิน ความหล่อเหลาปนเซ็กซี่ของเขานั้นทำเอาเธอหายใจไม่ทั่วท้องชายหนุ่มส่งสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนมือหนาจะคว้าปมผ้า
กว่าการประชุมจะเลิกราก็ปาเข้าไปเกือบหกโมงเย็น ราชันทร์จึงชวนโบนิตาลงไปดินเนอร์ที่ห้องอาหารของโรงแรมก่อนกลับบ้าน ทางด้านคุณพรรณราย ก็มีธุระด่วนเข้ามาต้องออกจากห้องประชุมกลางคันเสียก่อน ทว่าท่านก็ยังไม่ลืมแลกเบอร์กับโบนิตาไว้ติดต่อกันหลังจากนี้ “เหนื่อยหน่อยนะครับที่รัก ทางบอร์ดอยากให้เร่งปล่อยโฆษณาออกมาเร็ว ๆ” ราชันทร์เอ่ยกับคนรักขณะที่กำลังยืนอยู่ด้วยกันตามลำพังภายในลิฟต์โดยสาร “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ สมัยเรียนตอนที่นิตาร้อนเงินนะ นิตาควงงานเยอะกว่านี้อีก” หญิงสาวกล่าวติดตลก ทว่าราชันทร์กลับทำหน้าเคร่งเครียด “ผมน่าจะเจอที่รักให้เร็วกว่านี้” “ถ้าคุณเจอนิตาตั้งแต่ตอนนั้นคุณอาจจะไม่ชอบนิตาก็ได้นะคะ” “ไม่มีทาง เพราะผมตกหลุมรักรอยบุ๋มตรงแก้มนิ่ม ๆ ของที่รักตั้งแต่วันแรกที่เจอ” คำพูดของเขาทำเอาดวงหน้าสวยคลี่ยิ้มออกมาจนเห็นรอยลักยิ้มทั้งสองข้าง ราชันทร์เห็นเข้าก็อดใจไม่ไหว ก้มหน้าลงไปกดจูบหนัก ๆ ลงบนแก้มใส ก่อนจะเปลี่ยนไปหอมแก้มอีกข้าง ทว่าประตูลิฟต์โดยสารเปิดออกเสียก่อน มือบางจึงรีบผลักใบหน้าหล่อเหลาให้ถอยออกไป เมื่อหันไปมองท
มาเซราติสีอะความารีนอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ พุ่งทะยานฝ่าการจราจรอันหนาแน่น ก่อนชะลอความเร็วเลี้ยวเข้าสู่โรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อล้อทั้งสี่หยุดนิ่ง พนักงานรักษาความปลอดภัยสองนายก็รีบเดินเข้ามาเปิดประตูปีกนกทั้งสองด้านขึ้น ร่างเพรียวบางในชุดเดรสแขนยาวสีดำรัดรูปก้าวลงมาจากที่นั่งฝั่งผู้โดยสาร โดยมีสารถีหนุ่มรีบเดินเข้ามาโอบเอวบางพาเดินเข้าโรงแรมไปด้วยกัน บรรดาพนักงานชายหญิงต่างหยุดยกมือไหว้แสดงความเคารพท่านประธานหนุ่มที่เดินควงคู่มากับคนรัก ตั้งแต่วันที่ราชันทร์ให้สัมภาษณ์ออกสื่ออย่างเปิดเผย พนักงานทุกระดับในโรงแรมก็ได้รับรู้สถานะที่แท้จริงของโบนิตา ซึ่งก่อนหน้านี้หลายคนก็คิดไปต่าง ๆ นานา พนักงานหลายคนที่คุ้นเคยกับโบนิตาก็วิ่งเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง นั่นทำให้เธอรู้สึกปลื้มใจไม่น้อยที่มีคนเป็นห่วงเป็นใย บางคนถึงกับเป็นเดือดเป็นร้อนแทน ซึ่งก็ดูเยอะจนเกินเหตุ ทำให้ท่านประธานหนุ่มต้องส่งสายตาห้ามปราม เมื่อผ่านล็อบบี้มาได้ ราชันทร์ก็พาเธอขึ้นลิฟต์โดยสารไปยังชั้นเก้า ซึ่งเป็นชั้นของผู้บริหาร และห้องประชุม ชายหนุ่มพาเธอมาหยุดย







