Share

หาซื้อเรือน

Penulis: l3oonm@
last update Tanggal publikasi: 2025-02-20 01:10:47

เมื่อเดินสำรวจไปตามถนนเส้นต่างๆเพื่อดูการค้าและความเป็นอยู่ จือลู่อยากได้เรือนที่ไม่วุ่นวายนักและอยากให้อยู่ไม่ห่างจากสำนักศึกษาที่จะให้หนิงเฉิงได้เข้าเรียน

เพราะเจ้าหน้าที่ทางการไม่ยอมให้สองพี่น้องเข้าไปเพื่อติดต่อซื้อเรือน จือลู่จึงหารือกับหนิงเฉิงว่าพวกเขาควรจะขอความช่วยเหลือจากท่านหมอโยว อย่างไรก็ทำการค้าด้วยกัน ท่านหมอโยวคงจะไม่ใจร้ายกับพวกตนนัก

"พี่ชายพวกข้ามาขอพบท่านหมอโยวเจ้าค่ะ" จือลู่บอกเสี่ยวเอ้อที่อยู่หน้าร้าน

เพียงไม่นานทั้งคู่ก็ถูกเชิญเข้าไปด้านในเพื่อพบท่านหมอโยวที่ห้องรับรอง

"พวกเจ้านำหญ้าหนอนมาขายอีกแล้วหรือ" ท่านหมอโยวพูดอย่างตกใจ จือลู่มองเขาด้วยสายตาเหมือนมองคนสติไม่ดี

"หากหาง่ายเช่นนั้น ท่านคงไม่ซื้อในราคาที่แสนแพงเช่นนี้" จือลู่เอ่ยขึ้น

"เช่นนั้นพวกเจ้ามาพบข้าด้วยเรื่องอันใด"

จือลู่เล่าเรื่องที่นางต้องการขอความช่วยเหลือจากท่านหมอโยว ให้ช่วยออกหน้าเรื่องซื้อเรือนในเมืองให้นาง และยังเล่าว่าพวกตนโดนไล่ออกมาจากที่ว่าการจึงต้องแบกหน้ามาขอความเมตตาจากท่านหมอโยว

หมอโยวลูบเคราอย่างใช้ความคิด ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้น

"เรื่องนี้ไม่ได้ยากอันใด ข้ามีเรือนอยู่หลังไม่มีผู้ใดอาศัย หากพวกเจ้าสนใจข้าจะให้คนพาไปดู หากไม่ถูกใจค่อยพาพวกเจ้าไปเลือกที่ที่ว่าการก็ยังไม่สาย" จือลู่และหนิงเฉิงจึงขอไปดูเรือนของท่านหมอโยวเสียก่อน

หมอโยวเรียกเสี่ยวเอ้อหน้าร้านให้นำทางทั้งสองไปที่เรือนอีกหลังของตน ทั้งคู่ขึ้นม้าของโรงหมอไปเพียงไม่นานก็ถึงเรือนที่ว่า เป็นเรือนสี่ประสานมีเนื้อที่มากเพียงพอหากจือลู่อยากจะปลูกผักเล็กๆน้อย ภายในถนนมีบ้านเรือนอยู่ไม่กี่สิบหลังก็นับว่าไม่วุ่นวายเกินไป 

เมื่อนางเดินสำรวจดูเรือนก็นับว่าถูกใจ หนิงเฉิงเองก็เช่นกัน เพราะอยู่หางจากสถานศึกษาเพียงเดินเท้าไม่ถึงหนึ่งเค่อ(1เค่อ=15นาที) จือลู่จึงกลับไปที่โรงหมออีกครั้งเพื่อพูดคุยเรื่องราคาของเรือน

หมอโยวที่ได้ยินว่าทั้งสองคนพี่น้องถูกใจเรือนหลังนั้นก็นับว่าเขาคิดถูก เพราะหากชาติกำหนดของทั้งคู่เป็นเช่นที่เขาคิดไว้ ก็นับว่าสองพี่น้องจะอยู่ในสายตา เมื่อคนจากเมืองหลวงเดินทางมาก็สามารถพาไปพบได้โดยไม่ต้องออกตามหาอีกครั้ง

"ข้าคิดห้าร้อยตำลึงทอง พวกเจ้าจะว่าเช่นไร" จือลู่ขมวดคิ้วคิด เพราะนางไม่รู้ว่าราคาเรือนห้าร้อยตำลึงทองนั้นแพงหรือเป็นราคาทั่วไป

"เครื่องเรือนทั้งหมดในเรือนข้าก็ยกให้พวกเจ้าด้วย และจะซื้อในส่วนที่ขาดเพิ่มเข้าไปด้วย" จือลู่หันไปสบตาน้องชายก็เห็นเขาพยักหน้าให้นาง

"ได้เจ้าค่ะ ขอบพระคุณท่านหมอโยวมากเจ้าค่ะที่เมตตาพวกข้าสองคนพี่น้อง" ทั้งคู่ลุกขึ้นคารวะท่านหมอ 

จือลู่จึงส่งตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงให้ท่านหมอโยว จากนั้นสองพี่น้องก็กลับไปที่โรงเตี๊ยม ทางหมอโยวจึงส่งคนให้ไปตรวจสอบเครื่องเรือนเครื่องใช้ภายในเรือนหากขาดเหลือสิ่งใดก็ให้เติมให้ครบ และยังซ่อมแซมส่วนที่เสียหายอีกด้วย

จือลู่ระหว่างทางที่กลับโรงเตี๊ยมนางกลับไปที่ร้านขายผ้าร้านเดิม และสั่งเครื่องนอน ผ้าห่ม และเสื้อผ้า เพิ่มหลายชุดให้เพียงพอต่อหน้าหนาวที่จะมาถึง ถึงแม้ไม่ใช่หน้าหนาวแต่อากาศของเมืองเป่ยหานก็หนาวมากสำหรับนาง

ทั้งคู่จึงกลับไปพักผ่อนที่โรงเตี๊ยม เพราะพรุ่งนี้จือลู่นางจะพาหนิงเฉิงไปสอบถามเรื่องเข้าสำนักศึกษา 

เช้าวันต่อมาสองพี่น้องก็แต่งกายอย่างเรียบร้อยและเดินทางไปที่สำนักศึกษา ก่อนจะเข้าเรียนหนิงเฉิงต้องเข้ารับการทดสอบเสียก่อน อาจารย์ที่รับดูแลเรื่องรับบัณฑิตสอบถามทั้งคู่เมื่อไม่เห็นบิดามารดามาด้วย พอฟังเรื่องราวของสองพี่น้องท่านอาจารย์หูจึงมองทั้งคู่ด้วยสายตาที่อ่อนลง

จือลู่นั่งรอน้องชายทดสอบอยู่ด้านนอก เพียงไม่นานหนิงเฉิงก็เดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม 

"พี่หญิงข้าทดสอบผ่านขอรับ" จือลู่เดินเข้าไปตบบ่าน้องชายอย่างยินดี 

หนิงเฉิงจะเริ่มเข้าเรียนในอีกสิบวันข้างหน้า สองพี่น้องจึงได้พอมีเวลาจัดเตรียมย้ายของเข้าเรือนใหม่ และเตรียมเครื่องเรียนให้กับหนิงเฉิง 

เมื่อออกจากสถานศึกษาทั้งคู่จึงเดินทางกลับหมู่บ้านเพื่อไปเก็บของและบอกกล่าวท่านผู้นำหมู่บ้าน กับชาวบ้านที่เมตตาพวกตน จือลู่นำของที่ซื้อมาไปเก็บที่เรือนหลังใหม่ก็พบว่ามีคนมาทำความสะอาดและกำลังปรับปรุงเรือนให้นาง

"ไม่ทราบว่ากี่วันถึงเข้าอยู่ได้เจ้าค่ะ" จือลู่สอบถามคนที่ทำงาน

"สามวันแม่หนู เจ้าทั้งสองคงเป็นเจ้าของเรือนคนใหม่สินะ" สองพี่น้องพยักหน้ารับก่อนจะขอบคุณ

หนิงเฉิงเดินนำพี่สาวไปจ้างรถม้าตามคำแนะนำของชาวบ้านในตลาด ทั้งคู่นัดแนะให้รถม้าไปรับที่หมู่บ้านในอีกสามวัน เมื่อพูดคุยจนเข้าใจแล้ว สองพี่น้องก็นั่งเกวียนวัวกลับหมู่บ้าน

เมื่อถึงหมู่บ้านเวลาก็ล่วงไปเกือบจะเย็นย่ำแล้ว ทั้งคู่จึงเดินกลับเรือนก่อน พรุ่งนี้เช้าจะไปพบผู้นำหมู่บ้าน แต่พวกเขาเจอผู้นำหมู่บ้านเสียก่อนระหว่างทางที่กลับเรือน

"พวกเจ้าไปที่ใดมา" ผู้นำหมู่บ้านถามขึ้นอย่างเคร่งเครียด

"ท่านปู่ชุยเข้าไปพูดในเรือนก่อนเจ้าค่ะ" จือลู่เปิดประตูเรือนและเชิญผู้นำหมู่บ้านเข้าไป

หนิงเฉิงจึงไปหายน้ำดื่มมารับรองผู้นำหมู่บ้าน ทั้งสองจึงเล่าเรื่องที่พวกตนพบสมุนไพรได้ราคาที่ดี และยังบอกที่พบให้ท่านผู้นำหมู่บ้านด้วย หลังจากนั้นท่านผู้นำหมู่บ้านจะจัดการเช่นไรพวกนางก็ไม่สนใจแล้ว

"ท่านปู่ชุย พวกข้าสองพี่น้องจะเข้าไปอยู่ในเมืองเจ้าค่ะ" นางเล่าเรื่องที่หมอโยวเมตตาขายเรือนให้พวกนางในราคาถูก และนางอยากจะให้หนิงเฉิงได้ร่ำเรียนอีกด้วย

"ดีดีดี พวกเจ้ายังช่วยเหลือชาวบ้านอีกด้วย" จือลู่กับหนิงเฉิงอาสาพาทั้งหมดเดินขึ้นไปเก็บหญ้าหนอนในครั้งแรก เพราะต้องสอนวิธีเก็บด้วย

"ท่านปู่ชุย ข้าว่าท่านไปพูดคุยเรื่องราคากับท่านหมอโยวเสียก่อน เพราะหากมีอีกมาก ข้าไม่รู้ว่าราคาจะเป็นเช่นไร" นางแนะนำ หากราคาไม่ดีเช่นตอนที่นางขายชาวบ้านจะมาต่อว่าพวกนางได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   ตอนจบ

    ภายในคุกที่ว่าการเมืองเป่ยหาน ต้าอู๋และนางกงซื่อมิรู้ว่าพวกตนถูกจับมาได้อย่างไร ชินอ๋องที่ยืนมองทั้งคู่อยู่ภายนอก ก็เดินปรากฏตัวเขาไปด้านในต้าอู๋และกงซื่อเมื่อรู้ว่าผู้มาเยือนคนใหม่คือชินอ๋องสามีที่แท้จริงของจ้าวเหยียนก็รีบคุกเข่าโขกศีรษะอย่างร้อนตัวชินอ๋องพูดเรื่องที่ทั้งคู่ทุบตีจือลู่และหนิงเฉิงทั้งยังจะยกจือลู่ให้พ่อหม้ายจง ต้าอู๋กับนางกงซื่อเงยหน้ามองชินอ๋องอย่างแปลกใจ แม้นางกงซื่อจะเคยคิดเช่นที่ชินอ๋องพูด แต่นางก็ไม่ได้ทำและไม่เคยมีผู้ใดล่วงรู้มาก่อนชินอ๋องมิรอฟังคำแก้ตัวของต้าอู๋และนางกงซื่อ เขาสั่งให้ทหารโบยทั้งคู่คนละสามสิบไม้ก่อนจะเนรเทศไปใช้แรงงานที่เหมืองทางตอนใต้ของแคว้นขบวนเดินทางของชินอ๋องเสียเวลาอยู่ที่เมืองเป่ยหานเพียงห้าวันเท่านั้น นอกจากที่เขาจัดการเรื่องของต้าอู๋และนางกงซื่อแล้ว ยังให้จือลู่จัดการเรื่องร้านค้าของนาง และเติมสินค้าอย่างเต็มที่หลังจากออกเดินทางจากเมืองเป่ยหานมาได้ห้าวันก็ถึงเมืองเป่ยโจว จือลู่นางต้องไปอยู่ที่จวนของเว่ยหยาง แต่เพราะต้องปรับปรุงจวนเสียใหม่นางกับเว่ยหยางจึงอาศัยอยู่ในตำหนักเสียก่อนผ่านมาได้ครึ่งปีเรื่องมงคลของตำหนักอ๋องก็มีมาเยือน เ

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   กลับเป่ยโจว

    วันต่อมา จือลู่ถูกปลุกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง จ้าวเหยียนก็มาที่เรือนของนางเพื่อช่วยนางแต่งตัว วันงานจือลู่มิได้แต่งหน้าเอง แต่คนที่แต่งให้ก็เป็นมือหนึ่งในร้านอ้ายเสิ่นของนาง นับว่าฝีมือที่แต่งออกมาใกล้เคียงกับของจือลู่ยิ่งนักจ้าวเหยียนเป็นคนหวีผลให้จือลู่และสวมผ้าคลุมหน้าให้นาง จ้าวเหยียนหันไปปาดน้ำตา เพราะเป็นงานมงคลไม่อาจหลั่งน้ำตาออกมาได้"ลู่เออร์ ไม่ว่าเจ้าจะออกเรือนไปแล้ว อย่างไรก็เป็นลูกของข้าอยู่เสมอ" จือลู่เงยหน้ามองจ้าวเหยียนที่ดวงตาแดงก่ำจากการกลั้นน้ำตาไว้"ท่านแม่ ท่านก็คือมารดาของข้าเช่นกันเจ้าค่ะ" คำพูดของนางหากคนนอกฟังอาจจะดูแปลกๆ แต่สองคนแม่ลูกล้วนเข้าใจกันอย่างดี จือลู่กอดเอวของจ้าวเหยียนแน่น ก่อนจะปล่อยให้นางได้ออกไปจัดการเรื่องด้านหน้าตำหนักเสียงฆ้องดังมาแต่ไกล ขบวนเจ้าบ่าวที่มารับเจ้าสาวยาวเหยียดจะมองไม่เห็นท้ายขบวน สินเดิมของเจ้าสาวที่กองไว้เพื่อนำออกจากตำหนักก็มากมายเสียทำให้คนอิจฉาตาร้อนเว่ยหยางพาจือลู่คำนับชินอ๋องกับจ้าวเหยียนก่อนจะพานางออกไปจากตำหนัก หนิงเฉิงแบกพี่สาวไปส่งที่เกี้ยวแปดคนหามหลังงาม จ้าวเหยียนยืนมองส่งจือลู่ด้วยดวงตาที่เอ่อไปด้วยน้ำตา ชินอ๋องจึ

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   ข้าควรจะจัดการเจ้านานแล้ว

    ชินอ๋องเมื่อเห็นจ้าวเหยียนปลอดภัยแล้ว นางเพียงหลับไปเพราะอ่อนเพลียจึงได้ออกมาดูบุตรทั้งสาม ก็เห็นว่าจือลู่และหนิงเฉิงเฝ้าน้องของพวกเขาอยู่"ท่านพ่อ ดูน้องของข้า เหตุใดถึงได้น่าเกลียดเช่นนี้ขอรับ" หนิงเฉิงใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าน้องสาวคนเล็กเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ส่วนน้องชายทั้งสองล้วนแล้วแต่น่าเกลียดในสายตาของเขา"ตอนเจ้าเกิดเจ้าก็น่าเกลียดเช่นนี้" จือลู่หยอกเย้าน้องชายของตน นางก็กำลังเขี่ยแก้มของเด็กแฝดทั้งสามชินอ๋องมองลูกทั้งสามที่นอนหลับอยู่อย่างรักใคร่ ก่อนที่เขาจะอุ้มบุตรสาวคนเล็กขึ้นมา "ฉีซิงเยียน""ซิงเยียน น้องต้องงดงามกว่าพี่หญิงแน่นอนขอรับ" หนิงเฉิงพูดขึ้น จือลู่หันไปมองสองพ่อลูกที่เห่อน้องสาวคนเล็กของบ้านอย่างเอือมๆแฝดคนโตชื่อ หนิงเทียน คนรองชื่อหนิงหวง ทั้งคู่มีคำว่าหนิงเช่นเดียวกับพี่ชายของเขา"ท่านพี่ ลูกเล่าเจ้าคะ" กว่าจ้าวเหยียนจะตื่นก็เข้าสู่อีกวันแล้ว นางลืมตาก็ถามหาบุตรทั้งสามที่นางเพิ่งคลอด เพราะก่อนที่จะหมดสติไปนางรู้เพียงว่าเด็กทั้งสามล้วนแล้วแต่แข็งแรงดีชินอ๋องให้แม่นมพาบุตรทั้งสามเข้ามาให้จ้าวเหยียนได้ดู และบอกนางถึงชื่อที่เขาตั้งให้บุตรทั้งสาม"เจ้าพักผ่อนเสียให้

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   คลอดบุตร

    เว่ยหยางรีบกลับจวนพร้อมนำข่าวไปแจ้งให้บิดามารดาส่งแม่สื่อไปที่ตำหนักอ๋องข่าวเรื่องที่ตระกูลเว่ยส่งแม่สื่อล่วงรู้ไปถึงองค์ชายรอง ก่อนที่เขาจะออกจากวังไปจัดการกับเว่ยหยางก็โดนฮ่องเต้เรียกตัวเข้าพบ"เจ้ารอง เจ้ามั่นใจมากเพียงใดที่จะจัดการกับแม่ทัพเว่ย" ฮ่องเต้ยกชาขึ้นดื่มอย่างใจเย็น เหมือนเรื่องที่พระองค์ถามบุตรเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ"เสด็จพ่อ ท่านพระราชทานสมรสให้ลูกได้" เขาเอ่ยขึ้นอย่างเอาแต่ใจ"เจ้ากล้ามีเรื่องกับชินอ๋องใช่หรือไม่" ฮ่องเต้จ้องบุตรชายอย่างดุดัน"ลูก ลูก เสด็จพ่อเป็นถึงฮ่องเต้ ชินอ๋องจะมีอำนาจมากกว่าท่านได้อย่างไร""โง่เขลานัก" ฮ่องเต้ขว้างถ้วยน้ำชาลงพื้นอย่างมีโทสะ"หากน้องห้าต้องการบัลลังก์ เจ้าคิดหรือว่าเจิ้นจะได้นั่งเช่นทุกวันนี้" เพราะน้องชายของเขามิคิดจะขึ้นเป็นฮ่องเต้ และช่วยเหลือเขาจนได้นั่งบัลลังก์เช่นทุกวันนี้ เรื่องทุกเรื่องชินอ๋องไม่เคยยื่นมือเข้ามายุ่ง หากพระองค์เข้าไปจัดการเรื่องในตำหนักคงได้เกิดปัญหาแน่"หากเจ้ายังคิดว่าตนเองต่อกรได้ เจิ้นก็ไม่ห้าม ไม่ว่าเกิดอันใดขึ้นเจิ้นมิอาจช่วยเหลือเจ้าได้""เสด็จพ่อ" องค์ชายรองตกใจ เพราะไม่ว่าสิ่งใดเสด็จพ่อเสด็จแ

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   ข้าสาบานด้วยชีวิต

    ฮองเฮาที่ต้องการผูกสัมพันธ์กับชินอ๋องจึงอยากได้จือลู่มาเป็นพระชายาให้กับองค์ชายรอง เพราะฮ่องเต้ย่อมถามความคิดเห็นของชินอ๋องเรื่องแต่งตั้งองค์รัชทายาทหากองค์ชายรองได้แต่งจือลู่ ชินอ๋องย่อมต้องเข้าข้างบุตรเขยของตนเพื่อให้บุตรสาวได้ขึ้นเป็นฮองเฮาในอนาคต เมื่อเห็นว่าชินอ๋องจะขอตัวกลับแล้ว ฮองเฮาจึงพูดเรื่องหมั้นหมายขึ้นมาอีกครั้ง"กระหม่อมยังมิคิดให้ลู่เออร์ออกเรือนพ่ะย่ะค่ะ" ชินอ๋องตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ก่อนจะพาจ้าวเหยียนและบุตรทั้งสองกลับตำหนัก"ท่านพี่ข้าคิดว่าฮองเฮาคงไม่ยอมหยุดเรื่องของลู่เออร์" จ้าวเหยียนเอ่ยด้วยความกังวล"มีข้าอยู่นางจะทำอันใดได้" ชินอ๋องกอดปลอบจ้าวเหยียน เขามองออกไปด้านนอกหน้าต่างรถม้าอย่างใช่ความคิดเว่ยหยางที่รู้เรื่องฮองเฮาต้องการทาบทามจือลู่ให้องค์ชายรองก็ร้อนใจจนมาที่ตำหนักอ๋องแต่เช้า"เปิ่นหวางไม่ได้เรียกเจ้ามิใช่หรือท่านแม่ทัพเว่ย" เขาปรายตามองบุรุษหน้าหนาที่ร้อนใจมาที่ตำหนักแต่เช้า"กระหม่อมมีเรื่องอยากทูลพระองค์พ่ะย่ะค่ะ" ชินอ๋องเดินนำเว่ยหยางไปที่ห้องตำรา เพราะเขารู้ดีว่าเว่ยหยางมาด้วยเรื่องอันใด"ว่ามา" ชินอ๋องนั่งลงแล้วเอ่ยถามโดยไม่ได้หันไปมองเว่ย

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   จัดการตระกูลเซี่ย

    วิญญาณดวงใหม่เข้ามาแทนที่ ชินอ๋องจ้องมองภาพตรงหน้าอยากแปลกใจ เมื่อจือลู่ที่มาจากอีกภพลืมตาขึ้น สิ่งที่นางพึมพำออกมาชินอ๋องรู้ได้ทันทีว่านี่คือจือลู่ที่มาอีกภพหนึ่ง"ท่านพี่ ท่านพี่" เสียงเรียกของจ้าวเหยียนปลุกให้ชินอ๋องตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายของเขา"เหยียนเหยียน" ชินอ๋องลูบไปที่ใบหน้าของนาง ก่อนจะดึงนางเข้ามาสวมกอดแล้วร้องไห้เงียบๆ"ท่านเป็นอันใดไปเจ้าคะ ฝันเรื่องอันใดถึงได้เป็นเช่นนี้" จ้าวเหยียนมองชินอ๋องอย่างไม่เข้าใจ เพราะเขาทั้งร้องไห้ทั้งตะโกนจึงทำให้นางตื่นขึ้นมาชินอ๋องเล่าเรื่องความฝันของเขาให้จ้าวเหยียนฟัง พอถึงตอนที่ต้องเสียน้องและจือลู่เสียงของเขาสั่นขึ้นด้วยความหวาดกลัว กลัวว่าจะเป็นเรื่องจริง"ท่านพี่หากข้าบอกว่าเรื่องทั้งหมดที่ท่านฝันคือเรื่องจริงท่านจะเชื่อหรือไม่" จ้าวเหยียนจับใบหน้าของชินอ๋องแล้วจ้องมองเขาอย่างจริงจังนางเล่าเรื่องที่นางเสียชีวิตลง และได้ไปอยู่ที่ภพใหม่ แม้ชินอ๋องจะรู้แล้ว แต่เรื่องที่นางรู้ว่าเรื่องทั้งหมดของพวกเขาเป็นเพียงแค่นิยายเรื่องหนึ่งเท่านั้นแต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่นางจบชีวิตลงเป็นเช่นที่เขาเห็นความรันทดของบุตรทั้งสองเป็นเรื่องจริง ที่ครั้

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   สองแม่ลูกตระกูลลี่

    จือลู่ที่ได้ยินคำของบิดานางเกือบจะหลั่งน้ำตาออกมา แต่ก็ตั้งกลั้นไว้ เพราะงานมงคลมิอาจจะหลั่งน้ำตาได้ นางเดินเข้าไปสวมกอดบิดาโดยไม่สนสายตาของแขกใจนงาน ชินอ๋องลูบหลังจือลู่ก่อนจะจูงมือนางส่งให้หนิงเฉิงเพื่อแบกพี่สาวขึ้นหลังไปส่งที่เกี้ยวเจ้าสาว"พี่หญิง ขอหวังว่าท่านจะมีความสุข" หนิงเฉิงบอกพี่สาวที่อ

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   หรืออยากมาเป็นมารดาเลี้ยงข้า

    หลังจากนั้นสองวันจือลู่ก็จัดการเรื่องร้านอ้านเสิ่นโดยนางให้ผู้ดูแลส่งบัญชีของร้านให้นางทุกสามเดือน และนางได้คืนใบซื้อขายทาสให้กับคนตระกูลตู้และหญิงสาวในร้านอ้ายเสิ่นทั้งหกคน แต่ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่จะทำงานที่นางต่อ นางจึงจ่ายเงินค่าจ้างเช่นทุกเดือนตามปกติครอบครัวของพ่อบ้านฉินติดตามจือลู่ไปอยู่ที่เป่ย

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   แสดงฝีมือ

    เมื่อเสร็จเรื่องทั้งหมด ผู้นำหมู่บ้านจึงชวนจือลู่ให้อยู่ทานข้าวที่เรือนของตน สองพี่น้องก็มิได้ปฏิเสธ จือลู่เห็นบุตรสาวคนเล็กของท่านปู่ชุยกำลังเย็บผ้าคลุมหน้านางจึงเดินเข้าไปดูอย่างสนใจ"พี่เหมยท่านกำลังปักอันใดหรือ" "ข้ากำลังปักผ้าคลุมหน้า" นางแสดงสีหน้าเขินอาย"เหมยเออร์ใกล้ออกเรือนแล้ว เงินที่ขา

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   ช่วยเหลือชาวบ้าน

    "พรุ่งนี้ขึ้นเขาไปดูเสียก่อนว่ายังมีอีกหรือไม่ แล้วข้าค่อยเข้าเมืองไปคุยกับท่านหมอโยว" ท่านผู้นำจึงได้ขอตัวกลับไปเรียกชาวบ้านมารวมตัวเพื่อจะแจ้งเรื่องที่พาขึ้นเขาหาหญ้าหนอน"พวกเจ้าสองพี่น้องนับว่ามีบุญคุณช่วยให้ชาวบ้านผ่านหน้าหนาวนี้ไปได้แล้ว" เพราะชาวบ้านได้แต่ทำไร่ และหาผักป่าไปขาย ในช่วงหน้าหนา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status