ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย

ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย

last updateDernière mise à jour : 2025-03-20
Par:  l3oonm@Complété
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
Notes insuffisantes
64Chapitres
4.3KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

จือลู่ บิวตี้บล็อกเกอร์ ชื่อดังที่มีคนติดตามมากมาย เธอมักจะหาวิธีแต่งหน้าแนวใหม่ออกมาเอาใจแฟนคลับอยู่เสมอ จนวันหนึ่งที่เธอต้องเดินทางไปแต่งหน้าให้เพื่อนสนิทระหว่างทางกลับบ้านรถเธอเสียหลักตกข้างทาง มีสองพาร์ท เป็นพาร์บุตรสาวและมารดา

Voir plus

Chapitre 1

โรงพยาบาลทำไมถึงไม่เปิดไฟ

จือลู่เป็นบล็อกเกอร์สาวชื่อดังที่มีคนติดตามเธอมากมายในโซเซียล เพราะเทคนิคการแต่งหน้าที่เป็นเอกลักษณ์และคนที่แต่งหน้าไม่เป็นสามารถแต่งตามได้อย่างง่าย อีกอย่างเครื่องสำอางที่นางใช้ก็หาซื้อได้ง่ายราคาจับต้องได้

เธอมีเพื่อนสนิทชื่อเสี่ยวหลัน นางเป็นคนที่แนะนำให้เสี่ยวหลันได้รู้จักกับคนรัก และตอนนี้เสี่ยวหลันก็กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์แล้ว เธอจึงให้จือลู่มาแต่งหน้าวันพรีเวดดิ้งให้

"ฮัลโหล" จือลู่งัวเงียตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์

"ลู่ลู่ เธอถึงไหนแล้ว อย่าบอกนะว่าเพิ่งตื่น" เสียงตวาดอย่างโมโหดังทะลุออกมาจากโทรศัพท์ จือลู่ที่หรี่ตามองเวลาที่โทรศัพท์ก็ลุกพรวดขึ้นจากที่นอน

"หลันหลัน ฉันถึงทันเวลาแน่เธอไม่ต้องห่วง" วันนี้เธอมีนัดแต่งหน้าให้เพื่อนสนิทที่ต้องไปถ่ายพรีเวดดิ้ง แล้วเธอยังต้องรีบกลับมาแต่งหน้าให้ลูกค้าในตอนเย็นอีกด้วย

จือลู่แทบจะโยนโทรศัพท์ในมือทิ้งแล้ววิ่งอย่างเร็วเพื่อไปอาบน้ำ ก่อนจะรีบร้อนออกจากบ้าน ยังดีที่เครื่องมือแต่งหน้าทั้งหมดเพียงยกกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นรถก็ออกเดินทางได้เลย

กว่าจือลู่จะแต่งหน้าให้เพื่อนสนิทเสร็จเธอยังต้องอยู่ช่วยเปลี่ยนชุด และแต่งหน้าเพิ่มให้ว่าที่เจ้าสาวอีกสองรอบถึงจะกลับไปงานในตอนเย็นได้ จะทิ้งเพื่อนกลางคั่นก็ไม่ได้ เพราะทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทของเธอและเป็นเธอที่แนะนำให้ทั้งสองคนรักกัน

เวลาที่กระชั้นชิดทำให้ลู่จือขับรถด้วยความเร็วเพราะกลัวจะไปงานในตอนเย็นไม่ทัน เจ้าของงานช่วงเย็นโทรมาหาเธอ

"โอ๊ยใครโทรมาตอนนี้เนี่ย" จือลู่คว้านหาโทรศัพท์ที่อยู่อีกเบาะหนึ่ง 

เมื่อสายตาของเธอหลุดโฟกัสจากถนนไป ทำให้จือลู่ไม่อาจควบคุมรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วได้ รถของเธอจึงตกลงไปชนกับต้นไม้ข้างทางอย่างแรง

ความเจ็บปวดไปทั่วร่างกายทำให้จือลู่รู้ว่าเธอจึงมีชีวิตอยู่ แต่เสียงพูดคุยรอบด้านที่เธอได้ยิน แยกไม่ออกว่าเป็นเสียงของผู้ใด เธอจึงคิดว่าเป็นรถที่ตามหลังมาแล้วหยุดช่วยเธอ จากนั้นจือลู่ก็หมดสติไป

เมื่อเธอฟื้นขึ้นอีกครั้งก็พบว่าเธออยู่ภายให้ห้องเล็กๆที่มืดสนิท จือลู่ไม่อาจขยับตัวลุกขึ้นได้ เธอใช้มือคลำไปรอบข้างเพื่อหาโทรศัพท์จะนำมาเปิดแฟลชโทรศัพท์

"โรงพยาบาลทำไมถึงไม่เปิดไฟ" จือลู่บ่นพึมพำ แต่เสียงที่ออกมาแม้จะเบามากก็ทำให้เธอชะงัก

ไม่ มันไม่ใช่เสียงเธอ มันเป็นเสียงของเด็กน้อยคนหนึ่ง จือลู่รวบรวมกำลังที่มีเพียงน้อยนิด คลำไปตามใบหน้าและตัว แสงของดวงจันทร์ที่ส่องมาตามช่องไม้ก็ทำให้นางที่เพิ่งปรับสายตาได้รู้ว่า ห้องที่เธออยู่มิใช่โรงพยาบาลอย่างที่เธอเข้าใจ

เมื่อยกมือขึ้นเพื่อให้แสงจากข้างนอกส่องมาโดน มือข้างเธอเป็นมือเล็กที่ดูเหมือนจะยังโตไม่เต็มที่ แขนที่เล็กลีบเหมือนเด็กขาดสารอาหาร ผมยาวที่แห้งกระด้างเหมือนขนไม้กวาด

จือลู่นอนนิ่งคิดอย่างไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอ ก่อนหน้านี้เธอไปแต่งหน้าแล้วรีบขับรถไปงานที่สองต่อ แต่ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน แล้วทำไมถึงได้รูปร่างน่าเกลียดเช่นนี้

ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหลั่งไหลเข้ามา เธอจึงได้รู้ว่าเธออยู่ในร่างของ จางจือลู่ หญิงสาววัยสิบสี่ปี ที่กำลังจะถูกท่านลุงกับท่านป้าสะใภ้จับให้แต่งงานกับชายวัยกลางคนที่เป็นพ่อหม้าย

จางจือลู่ บิดามารดาของนางเสียชีวิตทั้งคู่ ต้องอาศัยอยู่กับน้องชายวัยสิบสองหนาวเพียงลำพัง แต่ท่านลุงท่านป้าสะใภ้ที่เพิ่งจะรับพวกนางมาอยู่ด้วยหลังจากบิดามารดาเสียชีวิตก็คิดจะขายนางออกไปเพื่อลดค่าใช้จ่าย และยังจะนำเงินที่ขายนางมาแต่งลูกสะใภ้ให้บุตรชายของตน

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ" จือลู่พึมพำออกมา 

ความจริงนางอยากจะตะโกนออกมา แต่ร่างกายของร่างช่างน่าสงสารนัก คอที่แห้งผากจากการขาดน้ำทำให้เธอไม่อาจจะเปร่งเสียงดังออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือหรือตะโกนความอัดอั้นตันใจออกมาได้

เธอตื่นออกมาไม่นานก็ต้องหมดสติไม่อีกครั้ง เสียงด่าของสตรีดังขึ้นอยู่ด้านนอก จือลู่พยายามลืมตาขึ้นเพื่อมองหาต้นเสียง เธอจึงได้รู้ว่าภายในห้องที่เธอนอนอยู่เป็นห้องเก็บฝืน และตอนนี้เธอนอนอยู่บนพื้นโดยไม่มีสิ่งใดรองหรือผ้าห่มคลุมตัวนาง

"นังเด็กสารเลว ตายแล้วหรือยัง "เสียงสตรีด่าทออย่างหยาบคายอยู่ภายนอกห้อง ทั้งยังทุบประตูที่แสนบอบบางจนแทบจะพังลงมา

จือลู่จึงแกล้งหลับตาลง เธออยากจะรู้ว่าสตรีนางนั้นจะทำสิ่งใดกับเธอ เมื่อสตรีคนนั้นพังประตูเข้ามาได้ จือลู่เผยอตาขึ้นเล็กน้อยเพื่อดูว่าเป็นใคร นางคือ กงซื่อ ป้าสะใภ้ใหญ่ของนางเดิม

เมื่อนางกงซื่อเดินเข้ามายังเห็นว่าจือลู่ยังนอนอยู่จึงหยิบไม้ที่อยู่ใกล้มือที่สุดมาเขี่ยนาง หากเพียงแค่เขี่ยจือลู่จะไม่คิดอันใด แต่นางดันตีลงมาที่ขาของจือลู่ด้วย จือลู่ต้องกัดฟันไว้แน่นเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา 

"มันตายแล้วหรือยัง ข้าจะได้ห่อเสื่อไปทิ้งที่บนเขา มิเช่นนั้นหากใครมารู้เจ้ากับข้าต้องถูกทางการจับตัวไปแน่" เสียงบุรุษดังขึ้นด้านหลังของกงซื่อ จือลู่คิดว่าคงเป็นท่านลุงใหญ่ของเจ้าของร่างเดิมแน่

"จะตายได้อย่างไร พ่อหม้ายจงจะมารับตัวนางพรุ่งนี้แล้ว" เสียงแหลมของกงซื่อดังขึ้น

"เหอะ แล้วเจ้าจะตีนางจนมีสภาพเช่นนี้เพื่ออันใด"

"แล้วมิใช่นังเด็กบ้านี่หรือ หากนางยอมแต่งออกไปดีดี ข้าจะตีนางเพื่ออันใด" กงซื่อหันไปตวาดจางต้าอู๋

แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะทะเลาะกันจนเป็นที่น่าลำคาญของจือลู่ด้านนอกก็มีเสียงของชาวบ้านดังขึ้นอยู่ที่หน้าประตูเรือนตระกูลจาง จางหนิงเฉิงก็วิ่งเข้ามาด้านในเพื่อดูพี่สาวของเขา

จางหนิงเฉิงที่ต้องออกไปเก็บหญ้าให้หมูที่ชายเขาก็แอบหนีไปหาผู้นำหมู่บ้านเพื่อให้มาช่วยพี่สาวของตนที่เหมือนใกล้จะสิ้นชีวิตแล้ว เนื้อตัวของเขาก็มีร่องรอยการโดนทุบตีเช่นเดียวกัน เพียงแต่เขาไม่ได้เจ็บหนักเท่ากับจือลู่

ชาวบ้านที่ติดตามหัวหน้าหมู่บ้านมาที่เรือนตระกูลจาง ต่างก็ต้องเบือนหน้าหนี เมื่อเห็นร่างของเด็กสาวที่อยู่ภายในห้องเก็บฝืน หากมองไปใครก็ต้องนึกว่านางนั้นเสียชีวิตเสียแล้ว

"ไปตามท่านหมอหวงมาเร็วเข้า" ผู้นำหมู่บ้านสั่งให้ชาวบ้านไปตามหมอเท้าเปล่าในหมู่บ้านมาดูอาการของจือลู่

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
64
โรงพยาบาลทำไมถึงไม่เปิดไฟ
จือลู่เป็นบล็อกเกอร์สาวชื่อดังที่มีคนติดตามเธอมากมายในโซเซียล เพราะเทคนิคการแต่งหน้าที่เป็นเอกลักษณ์และคนที่แต่งหน้าไม่เป็นสามารถแต่งตามได้อย่างง่าย อีกอย่างเครื่องสำอางที่นางใช้ก็หาซื้อได้ง่ายราคาจับต้องได้เธอมีเพื่อนสนิทชื่อเสี่ยวหลัน นางเป็นคนที่แนะนำให้เสี่ยวหลันได้รู้จักกับคนรัก และตอนนี้เสี่ยวหลันก็กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์แล้ว เธอจึงให้จือลู่มาแต่งหน้าวันพรีเวดดิ้งให้"ฮัลโหล" จือลู่งัวเงียตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์"ลู่ลู่ เธอถึงไหนแล้ว อย่าบอกนะว่าเพิ่งตื่น" เสียงตวาดอย่างโมโหดังทะลุออกมาจากโทรศัพท์ จือลู่ที่หรี่ตามองเวลาที่โทรศัพท์ก็ลุกพรวดขึ้นจากที่นอน"หลันหลัน ฉันถึงทันเวลาแน่เธอไม่ต้องห่วง" วันนี้เธอมีนัดแต่งหน้าให้เพื่อนสนิทที่ต้องไปถ่ายพรีเวดดิ้ง แล้วเธอยังต้องรีบกลับมาแต่งหน้าให้ลูกค้าในตอนเย็นอีกด้วยจือลู่แทบจะโยนโทรศัพท์ในมือทิ้งแล้ววิ่งอย่างเร็วเพื่อไปอาบน้ำ ก่อนจะรีบร้อนออกจากบ้าน ยังดีที่เครื่องมือแต่งหน้าทั้งหมดเพียงยกกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นรถก็ออกเดินทางได้เลยกว่าจือลู่จะแต่งหน้าให้เพื่อนสนิทเสร็จเธอยังต้องอยู่ช่วยเปลี่ยนชุด และแต่งหน้าเพิ่มให้ว่าที่เจ้าสาวอีกสองรอบถึงจะกล
Read More
ข้ากับน้องชายขอกลับไปอยู่ที่เรือนเดิม
เมื่อหมอหวงเดินมาเห็นร่างของจือลู่ที่นอนอยู่ก็ส่ายหัวอย่างสงสาร และปรายตามองไปที่สองคนผัวเมียอย่างกล่าวโทษ เมื่อจับชีพจรของจือลู่หมอหวงก็เอ่ยขึ้น"นางยังไม่ตาย แต่หากยังไม่รักษาก็คงไม่รอดแล้ว" หมอหวงพูดขึ้นหนิงเฉิงมองพี่สาวอย่างเป็นห่วง เพราะว่าพี่สาวของตนคลอดก่อนกำหนดถึงสองเดือน มารดาจึงมักไม่ให้นางทำงานหนัก เพราะกลัวว่านางจะล้มป่วยสายตาของชาวบ้านที่มองไปสองผัวเมียอย่างตำหนิ เพราะจางต้าอู๋เป็นท่านลุงแท้ๆของทั้งคู่ ก่อนหน้าที่เขาจะรับหลานทั้งสองมาดูแลก็เพราะต้องการที่นาและข้าวของที่บิดามารดาจือลู่ทิ้งไว้ เขายังรับปากหัวหน้าหมู่บ้านว่าจะดูแลทั้งคู่อย่างดี แต่เพียงไม่กี่เดือนทั้งคู่ก็มีสภาพเช่นนี้แล้วจือลู่จะแกล้งหลับต่อก็ไม่ได้แล้ว เพราะหมอหวงกำลังช่วยให้นางฟื้นอยู่ เมื่อนางทำเป็นเพิ่งกำลังฟื้นและมองไปรอบห้องอย่างหวาดกลัว หนิงเฉิงรีบเข้ามาประคองพี่สาวอย่างเบามือไม่รู้ว่าเขาหาน้ำมาจากไหน แต่จือลู่ก็รู้สึกขอบคุณเมื่อหนิงเฉิงส่งถ้วยบิ่นๆที่มีน้ำอยู่ด้านในให้นางดื่ม เมื่อชาวบ้านเห็นว่าจือลู่ฟื้นแล้วต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะจือลู่คนเดิมเป็นเด็กสาวที่น่ารัก อ่อนหวาน มักจะช่วยงานเล็
Read More
เจ้าฟังแล้วอย่าตกใจเล่า
สองพี่น้องยืนนิ่งมองกล่องรูปร่างแปลกๆที่อยู่ข้างเตียงของจือลู่ แต่จือลู่ย่อมรู้ดีว่ากล่องที่นางเห็นคือกล่องเครื่องสำอางของนาง เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าทำตามนางมาได้อย่างไรสองพี่น้องนั่งลงที่ข้างกล่องใบใหญ่ จือลู่เปิดกล่องออกดูก็พบว่าของทั้งหมดของนางยังอยู่ภายในกล่องอย่างดี ของกินเล่นที่นางมักจะซื้อแล้วโยนไว้ภายในกล่องเครื่องสำอางก็ยังคงมีอยู่ หนิงเฉิงมองของต่างๆอย่างแปลกใจ เขาไม่เข้าใจว่าภายในกล่องที่เห็นคือสิ่งใด จือลู่ส่งแฮมเบอร์เกอร์ที่นางชอบซื้อระหว่างทางติดไว้ เพราะกินสะดวกส่งให้หนิงเฉิง เมื่อหยิบออกไปหนึ่งอย่าง ภายในกล่องก็ปรากฏของสิ่งเดิมขึ้นมาทดแทนจือลู่หันไปสบตาของน้องชายอย่างตกใจ เพราะนางไม่คิดว่าจะเป็นเช่นที่เห็น ของกินไม่ได้มีเพียงแฮมเบอร์เกอร์เท่านั้น เพราะนางต้องวิ่งงานถึงสองงานในวันที่เกิดอุบัติเหตุจึงมีอาหารสำเร็จรูปอยู่หลายอย่าง ที่สามารถกินได้เลยหรือนำไปอุ่นก็กินได้ทันที"กินก่อนเดี๋ยวค่อยคุย" จือลู่บอกน้องชายเมื่อเห็นสายตาของน้องชายมองมาที่นางเหมือนอยากจะถามสิ่งใด จือสู่หยิบซอสออกมาเทราดไปที่แฮมเบอร์เกอร์และกินเป็นตัวอย่างให้น้องชายดู หนิงเฉิงบอกพี่สาวอย่างอึ้งๆ เพรา
Read More
หญ้าหนอน
"พักกินอะไรเสียก่อนเถิด" นางบอกหนิงเฉิงที่ก้มๆเงยๆหาของป่าอยู่ทั้งคู่นั่งพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ก่อนจะหยิบของในตะกร้าออกมาแล้วแบ่งกันกิน หนิงเฉิงที่ไม่เคยกินของเหล่านี้มาก่อนก็กินอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งคุกกี้ ขนมปัง หนิงเฉิงกินไปมากกว่าจือลู่เสียอีก จือลู่ก็เริ่มจะเก็บของกลับลงตะกร้าเพื่อจะเดินย้อนกลับไปทางเดิม มือของนางก็กิ่งไม้เล็กๆที่โผล่ขึ้นมาจากดินเข้า เมื่อนางลองใช้มือแหวกกองใบไม้ออกก็พบถังเช่าที่อยู่ด้านใต้ จือลู่ที่ยังไม่แน่ใจก็หยิบเครื่องมือที่อยู่ในตะกร้าออกมาขุดดินรอบๆทันที"เฉิงเออร์ พวกเรารอดตายแล้ว" นางชูสิ่งที่อยู่ในมือขึ้นแล้วร้องออกมาอย่างดีใจ"กิ่งไม้เล็กเพียงนี้ ท่านจะนำไปทำอันใด" หนิงเฉิงที่ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในมืองของจือลู่ล่ำค่าเพียงใดก็เอ่ยขึ้นอย่างสงสัย"นี่คือสมุนไพร เรียกว่าหญ้าหนอน" จือลู่อธิบายให้น้องชายฟัง ว่าราคาแพงกว่าโสมเสียอีกหนิงเฉิงที่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในมือพี่สาวแพงกว่าโสมก็รีบช่วยนางขุดหาอย่างรวดเร็ว จือลู่สอนให้หนิงเฉิงขุดขึ้นมาอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้ถังเช่าได้รับความเสียหาย ถังเช่าที่นางพบมีขนาดใหญ่กว่าที่นางเคยเห็นในภพของนางเสียอีก จึงทำให้ขุดได
Read More
ข้าขอออกจากตระกูล
"รับเงินมาแล้วอย่างไร เจ้าก็คืนเงินพ่อหม้ายจงไปเสียก็สิ้นเรื่อง" ชาวบ้านพูดขึ้น"เรื่องภายในครอบครัวของข้าพวกเจ้ายุ่งอันใดด้วย" นางกงซื่อเถียงขึ้นอย่างไม่ยินยอม"ท่านปู่ผู้นำได้โปรดช่วยพวกข้าสองคนพี่น้องด้วยขอรับ" หนิงเฉิงคุกเข่าลงต่อหน้าผู้นำหมู่บ้าน"หากท่านป้าสะใภ้ยังต้องการขายพี่สาวข้าให้พ่อหม้ายจง เช่นนั้นพวกข้าขอออกจากตระกูลจางและจะเปลี่ยนไปใช้แซ่จ้าวของท่านแม่แทนขอรับ" จือลู่เงยหน้ามามองน้องชายอย่างตกใจ มิใช่แค่นางทุกคนก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าหนิงเฉิงจะกล้าพูดเรื่องออกจากตระกูลขึ้นมา อาจจะเป็นเพราะเขาอดทนมามากพอแล้ว หรือสงสารที่พี่สาวต้องได้รับความอยุติธรรมจากคนในครอบครัว"เจ้าคิดดีแล้วหรือเฉิงเออร์" ผู้นำหมู่บ้านถามเขาอย่างจริงจังเพราะไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือทั้งคู่ด้วยวิธีใด หากพูดถึงเรื่องแต่งงานก็สมควรจะเป็นผู้อาวุโสในเรือนเป็นคนจัดการ แต่นางกงซื่อก็ทำกับหลานเกินไปที่เลือกคนเช่นพ่อหม้ายให้นาง"ข้าคิดดีแล้วขอรับ" หนิงเฉิงกัดฟันแน่นก่อนที่จะเอ่ยออกมา เขายอมให้พี่สาวแต่งออกไปกับพ่อหม้ายไม่ได้ "ได้ ไปเรียกต้าอู๋มา" นางกงซื่อจะเอ่ยแย้งก็ไม่กล้า เพราะสายตาที่เอาจริงของผู้นำหมู่บ้านคอย
Read More
อยู่ที่ท่านจะให้ราคาดีเพียงใด
นางก็ไม่คิดที่จะอยู่หมู่บ้านนี้ไปตลอด หากขายถังเช่าได้ราคาดีนางคงจะพาหนิงเฉิงไปอยู่ที่ในเมืองเพื่อให้เขาได้กลับไปเรียนอีกครั้ง และนางจะได้ค้าขายหรือทำงานเพื่อหาเงินด้วย"เฉิงเออร์ พรุ่งนี้ขึ้นเขาอีกรอบ พวกเราเก็บมาทั้งหมดเลยจะได้เข้าเมืองไปขาย ถ้าได้ราคาดีข้าจะหาซื้อเรือนในเมือง ต่อไปเจ้าก็กลับไปเรียน" จือลู่ยกมือขึ้นห้ามเพื่อไม่ให้หนิงเฉิงขัดนาง"เจ้าไม่ต้องห่วง เรื่องทุกอย่างต่อไปข้าจะจัดการเอง เจ้าเพียงตั้งใจเรียน ข้าจะไม่ให้เจ้าได้รับความอยุติธรรมเช่นในวันนี้อีกแล้ว" เมื่อจือลู่พูดจบหนิงเฉิงก็เงยหน้ามองนาง ดวงตาของเขาแดงกลำไปทั้งดวงเพราะกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา"พี่หญิง" พูดได้เพียงเท่านั้นหนิงเฉิงก็พุ่งตัวเข้ามากอดจือลู่ไว้แน่น แล้วปล่อยโฮออกมาเสียงดัง ต่อให้เก่งหรือฉลาดเพียงใด แต่เขาก็ยังเป็นเด็กที่อายุเพียงสิบสองหนาวเท่านั้น ย่อมเกิดความหวาดกลัวอยู่ในใจทั้งสองเมื่อปลอบประโลมกันแล้วก็แยกย้ายไปอาบน้ำเพราะพรุ่งนี้ยังต้องรีบขึ้นเขาก่อนฟ้าสว่าง จือลู่ล้มตัวลงนอน นางจ้องมองเพดานอย่างครุ่นคิด เหตุใดทะลุมิติมาถึงได้เจอแต่เรื่องวุ่นวายเช่นนี้ เหตุใดไม่ไปเกิดในวังหลวงมีทาสรับใช้ให้สบาย
Read More
มารดาของพวกเจ้าแซ่จ้าวเช่นนั้นรึ
ท่านหมอโยวเมื่อหยิบถังเช่าที่หนิงเฉิงส่งมาให้ก็อดจะแปลกใจไม่ได้ ถังเช่าที่มีขนาดใหญ่ วิธีการเก็บก็สมบูรณ์ในสองคนนี้ต้องมีคนใดที่รู้วิธีเก็บเป็นแน่ แล้วยังทำความสะอาดมาเรียบร้อยแล้วด้วย"พวกเจ้ารู้วิธีเก็บ" เขาเงยหน้าขึ้นมาจากกองถังเช่า แล้วเอ่ยถามสองพี่น้อง"ข้าเพียงรู้มาเล็กน้อยเจ้าค่ะ ไม่กล้ารับคำชมของท่านหมอ" จือลู่ก้มศีรษะลงหมอโยวมองสองพี่น้องอย่างพิจารณา ใบหน้าของจือลู่เข้ารู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกแต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าคุ้นเคยเช่นไร"ท่านรับซื้อหรือไม่ขอรับ" หนิงเฉิงที่เห็นสายตาของท่านหมอโยวจับจ้องพี่สาวของตนอย่างพิจารณาก็เอ่ยขัดขึ้น"ซื้อ ซื้อ เจ้ามีมากเพียงใด""ท่านซื้อเท่าใดเจ้าคะ" จือลู่ยังยืนยันว่านางต้องการที่จะฟังราคาก่อน"ข้าให้ชั่งละหนึ่งพันตำลึง" จือลู่ขมวดคิ้วคิด นางจับมือหนิงเฉิงที่ใต้โต๊ะเพื่อไม่ให้เขาแสดงอาการ (1=ชั่ง=500กรัม) หนึ่งชั่งหนึ่งพันตำลึงเท่ากับหนึ่งกิโลกรัมสองพันตำลึง จือลู่นางจึงหยุดคิด"เช่นนั้น หนึ่งพันห้าร้อยตำลึงทอง เจ้าพอใจหรือไม่" หมอโยวรีบเพิ่มราคาเมื่อเห็นว่าจือลู่เหมือนจะหยุดคิดแต่ที่จือลู่กำลังคิดคือทั้งหมดที่นางนำมาจะขายได้มากเพียงใด นาง
Read More
หาซื้อเรือน
เมื่อเดินสำรวจไปตามถนนเส้นต่างๆเพื่อดูการค้าและความเป็นอยู่ จือลู่อยากได้เรือนที่ไม่วุ่นวายนักและอยากให้อยู่ไม่ห่างจากสำนักศึกษาที่จะให้หนิงเฉิงได้เข้าเรียนเพราะเจ้าหน้าที่ทางการไม่ยอมให้สองพี่น้องเข้าไปเพื่อติดต่อซื้อเรือน จือลู่จึงหารือกับหนิงเฉิงว่าพวกเขาควรจะขอความช่วยเหลือจากท่านหมอโยว อย่างไรก็ทำการค้าด้วยกัน ท่านหมอโยวคงจะไม่ใจร้ายกับพวกตนนัก"พี่ชายพวกข้ามาขอพบท่านหมอโยวเจ้าค่ะ" จือลู่บอกเสี่ยวเอ้อที่อยู่หน้าร้านเพียงไม่นานทั้งคู่ก็ถูกเชิญเข้าไปด้านในเพื่อพบท่านหมอโยวที่ห้องรับรอง"พวกเจ้านำหญ้าหนอนมาขายอีกแล้วหรือ" ท่านหมอโยวพูดอย่างตกใจ จือลู่มองเขาด้วยสายตาเหมือนมองคนสติไม่ดี"หากหาง่ายเช่นนั้น ท่านคงไม่ซื้อในราคาที่แสนแพงเช่นนี้" จือลู่เอ่ยขึ้น"เช่นนั้นพวกเจ้ามาพบข้าด้วยเรื่องอันใด"จือลู่เล่าเรื่องที่นางต้องการขอความช่วยเหลือจากท่านหมอโยว ให้ช่วยออกหน้าเรื่องซื้อเรือนในเมืองให้นาง และยังเล่าว่าพวกตนโดนไล่ออกมาจากที่ว่าการจึงต้องแบกหน้ามาขอความเมตตาจากท่านหมอโยวหมอโยวลูบเคราอย่างใช้ความคิด ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้น"เรื่องนี้ไม่ได้ยากอันใด ข้ามีเรือนอยู่หลังไม่มีผู้ใดอาศัย
Read More
ช่วยเหลือชาวบ้าน
"พรุ่งนี้ขึ้นเขาไปดูเสียก่อนว่ายังมีอีกหรือไม่ แล้วข้าค่อยเข้าเมืองไปคุยกับท่านหมอโยว" ท่านผู้นำจึงได้ขอตัวกลับไปเรียกชาวบ้านมารวมตัวเพื่อจะแจ้งเรื่องที่พาขึ้นเขาหาหญ้าหนอน"พวกเจ้าสองพี่น้องนับว่ามีบุญคุณช่วยให้ชาวบ้านผ่านหน้าหนาวนี้ไปได้แล้ว" เพราะชาวบ้านได้แต่ทำไร่ และหาผักป่าไปขาย ในช่วงหน้าหนาวผู้เฒ่าและเด็กเล็กจึงมักเสียชีวิตลงก่อนฟ้าจะสว่างจือลู่และลู่เสียนก็เตรียมตัวพร้อมอยู่ที่หน้าเรือน แต่ชาวบ้านมารวมตัวกันเร็วกว่าสองพี่น้องเสียอีก "ท่านลุง ท่านป้าทั้งหลายเจ้าคะ ข้าขอพูดกับพวกท่านเสียก่อน" จือลู่กล่าวด้วยเสียงอันดังจือลู่นางบอกเรื่องที่อาจจะมีหญ้าหนอนไม่มาก และนางอยากให้ทุกคนช่วยกันเก็บแล้วขายเพื่อนำเงินมาแบ่งกัน เพราะจะได้ไม่เกิดปัญหาการแย่งชิง"ข้าและเฉิงเออร์หวังว่าพวกท่านจะไม่ต่อว่าข้าสองคนพี่น้องหากพบน้อยหรือไม่พบเลย" ทั้งคู่ก้มศีรษะลงเพื่อขอโทษทุกคนล่วงหน้า จากนั้นทั้งหมดก็เดินขึ้นเขาไปอย่างมีความหวัง เสียงด่าทอพึมพำของนางกงซื่อที่ต่อว่าสองพี่สองก็ได้ยิน"นางกงซื่อหากเจ้ายังไม่หยุดพูดก็กลับเรือนไปเสีย" ผู้นำหมู่บ้านตวาดนางกงซื่อ ชาวบ้านก็ส่งเสียงต่อว่าจนนางกงซื่อต้อ
Read More
แสดงฝีมือ
เมื่อเสร็จเรื่องทั้งหมด ผู้นำหมู่บ้านจึงชวนจือลู่ให้อยู่ทานข้าวที่เรือนของตน สองพี่น้องก็มิได้ปฏิเสธ จือลู่เห็นบุตรสาวคนเล็กของท่านปู่ชุยกำลังเย็บผ้าคลุมหน้านางจึงเดินเข้าไปดูอย่างสนใจ"พี่เหมยท่านกำลังปักอันใดหรือ" "ข้ากำลังปักผ้าคลุมหน้า" นางแสดงสีหน้าเขินอาย"เหมยเออร์ใกล้ออกเรือนแล้ว เงินที่ขายหญ้าหนอนมาได้ข้าก็จะแบ่งให้เป็นสินเดิมของนาง" ย่าชุยพูดขึ้น ท่านปู่ชุยมีบุตรชายที่ออกเรือนแล้วสองคนนำว่าเรือนตระกูลชุยของเขาได้เงินถึงหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึงทอง"ขอบใจเจ้ามากลู่เออร์" ชุยเหมยจับมือของจือลู่ไว้"ข้ามีเรื่องจะขอความช่วยเหลือจากท่านย่าชุยด้วยเจ้าค่ะ" จือลู่เอ่ยขึ้น เพราะนางอยากหาคนเย็บหมอนให้นาง แต่นางไม่รู้ว่าจะขอให้ใครช่วยลำพังให้นางทำเองก็คงจะเย็บไม่ได้แน่"เรื่องอันใด มีสิ่งใดที่ข้าจะช่วยเจ้าได้" พ่อท่านย่าชุยได้ยินก็หัวเราะอย่างขบขัน นางรีบให้จือลู่นำผ้ามาให้นางทันที จือลู่ส่งผ้าให้และบอกว่านางต้องการหมอนขนาดเท่าใด และนางขอให้เย็บให้นางถึงสี่ใบ ท่านย่าชุยจะช่วยเย็บผ้าห่มให้นางด้วยแต่นางปฏิเสธไปและจะนำนุ่นไปยัดใส่เอง เพราะนางให้ทางร้านผ้าในเมืองทำผ้าห่มไว้ให้นางแล้วทั้งหมดก
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status