Accueil / รักโบราณ / ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย / มารดาของพวกเจ้าแซ่จ้าวเช่นนั้นรึ

Share

มารดาของพวกเจ้าแซ่จ้าวเช่นนั้นรึ

Auteur: l3oonm@
last update Dernière mise à jour: 2025-02-20 01:09:14

ท่านหมอโยวเมื่อหยิบถังเช่าที่หนิงเฉิงส่งมาให้ก็อดจะแปลกใจไม่ได้ ถังเช่าที่มีขนาดใหญ่ วิธีการเก็บก็สมบูรณ์ในสองคนนี้ต้องมีคนใดที่รู้วิธีเก็บเป็นแน่ แล้วยังทำความสะอาดมาเรียบร้อยแล้วด้วย

"พวกเจ้ารู้วิธีเก็บ" เขาเงยหน้าขึ้นมาจากกองถังเช่า แล้วเอ่ยถามสองพี่น้อง

"ข้าเพียงรู้มาเล็กน้อยเจ้าค่ะ ไม่กล้ารับคำชมของท่านหมอ" จือลู่ก้มศีรษะลง

หมอโยวมองสองพี่น้องอย่างพิจารณา ใบหน้าของจือลู่เข้ารู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกแต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าคุ้นเคยเช่นไร

"ท่านรับซื้อหรือไม่ขอรับ" หนิงเฉิงที่เห็นสายตาของท่านหมอโยวจับจ้องพี่สาวของตนอย่างพิจารณาก็เอ่ยขัดขึ้น

"ซื้อ ซื้อ เจ้ามีมากเพียงใด"

"ท่านซื้อเท่าใดเจ้าคะ" จือลู่ยังยืนยันว่านางต้องการที่จะฟังราคาก่อน

"ข้าให้ชั่งละหนึ่งพันตำลึง" จือลู่ขมวดคิ้วคิด นางจับมือหนิงเฉิงที่ใต้โต๊ะเพื่อไม่ให้เขาแสดงอาการ (1=ชั่ง=500กรัม) หนึ่งชั่งหนึ่งพันตำลึงเท่ากับหนึ่งกิโลกรัมสองพันตำลึง จือลู่นางจึงหยุดคิด

"เช่นนั้น หนึ่งพันห้าร้อยตำลึงทอง เจ้าพอใจหรือไม่" หมอโยวรีบเพิ่มราคาเมื่อเห็นว่าจือลู่เหมือนจะหยุดคิด

แต่ที่จือลู่กำลังคิดคือทั้งหมดที่นางนำมาจะขายได้มากเพียงใด นางไม่คิดว่าหมอโยวจะพูดถึงหนึ่งพันตำลึงทองไม่ใช่ตำลึงเงิน ได้ราคาเพิ่มเช่นนี้ใครจะไม่สนใจ แต่ตอนนี้หนิงเฉิงนั่งนิ่งเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปเรียบร้อยแล้ว

"พอใจเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านหมอที่เมตตา" จือลู่ดึงหนิงเฉิงให้ลุกขึ้นขอบคุณท่านหมอโยว

หนิงเฉิงที่เพิ่งจะได้สติจึงได้นำถังเช่าออกมาจากทั้งสองตะกร้าวางลงบนโต๊ะต่อหน้าท่านหมอและหลงจู๊ ทั้งสองตกตะลึงสิ่งของที่หายากแต่สองพี่น้องหามาได้มากมายขนาดนี้

"พวกเจ้า พวกเจ้า ช่างเป็นลูกรักสวรรค์เสียจริง" หมอโยวเอ่ยขึ้นด้วยเสียงขาดๆหายๆ 

หลงจู๊เรียกเสี่ยวเอ้อให้ยกถังเช่าสองถุงไปชั่ง ระหว่างที่รอหมอโยวก็สอบถามความเป็นมาของทั้งคู่ว่ามาจากที่ใด เหตุใดถึงไม่เห็นบิดามารดาของทั้งคู่มาด้วย

"มารดาของพวกเจ้าแซ่จ้าวอย่างนั้นหรือ" หมอโยวถามทั้งคู่

"มีอันใดหรือไม่เจ้าคะ" จือลู่ถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าที่แปลกไปของหมอโยว เมื่อรู้ว่ามารดาของพวกนางมาจากเมืองหลวงและใช้แซ่จ้าว

"ไม่มีอันใด คนแซ่จ้าวมีมากนักภายในเมืองหลวง" เขาจำต้องโกหกทั้งคู่เพราะยังไม่แน่ใจว่าจะใช่เช่นที่พวกเขาคิดหรือไม่

"ท่านหมอโยวขอรับ สมุนไพรหนัก สิบชั่งขอรับ" จือลู่พยักหน้าอย่างชื่นชม เพราะนางก็คิดไว้ว่าคงหนักประมาณนี้ แต่หนิงเฉิงที่กำลังคำนวณว่าจะได้รับเงินมากเพียงใดก็นิ่งเฉยอยู่ เพราะเขายังคำนวณออกมาไม่เสร็จ

จือลู่ที่เห็นอาการของน้องชายก็กระซิบบอกว่าทั้งหมดเป็นเงินสามหมื่นตำลึงทอง แม้จะเก็บอาการตามคำพูดของพี่สาวแต่หนิงเฉิงก็ยังมือสั่นอย่างตกใจอยู่ดี

"เจ้าจะรับเป็นตั๋วเงินทั้งหมดเลยหรือไม่" หมอโยวถามจือลู่

"ข้ารับเป็นตั๋วเงินทั้งหมดเจ้าค่ะ แต่ขอตั๋วเงินร้อยตำลึงเงิน กับห้าสิบตำลึงเงินด้วยเจ้าค่ะ" เพราะนางจำต้องซื้อของกลับเรือนด้วย

สองพี่น้องนั่งรอเพียงไม่นานหลงจู๊ก็นำตั๋วเงินมาส่งให้ จือลู่นำตั๋วเงินใบละห้าสิบตำลึงแยกใส่อกเสื้อนางไว้สองใบและส่งให้หนิงเฉิงสองใบ ที่เหลือยัดใส่ถุงที่นางใส่ถังเช่ามาท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน หนิงเฉิงจึงช่วยพี่สาวนำผักป่าที่นำมาด้วยวางทับไว้ด้านบน หากมองผ่านๆก็จะเห็นเพียงทั้งคู่แบกผักป่ามาขาย

ทั้งสองบอกลาหลงจู๊และท่านหมอโยวก่อนที่จะเดินออกจากร้านไป หมอโยวยืนมองสองพี่น้องอย่างใช้ความคิดเขาลูบคางตนเอง แล้วเดินกลับเข้าไปที่ห้องทำงานเพื่อเขียนจดหมายส่งไปที่เมืองหลวง

จือลู่เมื่อออกมาจากโรงหมอนางก็พาหนิงเฉิงเดินไปหาอะไรกิน 

"เฉิงเออร์เจ้าอยากกินอันใด" หนิงเฉิงดวงตาสว่างวาบแล้วชี้ไปที่ร้านบะหมี่เนื้อที่ส่งกลิ่นหอมข้างทาง 

"ได้" จือลู่จึงเดินพาน้องชายไปนั่งที่โต๊ะ

"ท่านลุงบะหมี่เนื้อ เพิ่มเนื้อสองที่เจ้าค่ะ" 

สองพี่น้องกินบะหมี่เนื้อย่างอร่อย นางมองหนิงเฉิงที่กินหมดอย่างรวดเร็วก็สั่งเพิ่มให้เขาอีกหนึ่งชาม เมื่อทั้งคู่กินหมด จือลู่ก็เดินพาน้องชายไปที่ที่ว่าการเพื่อสอบถามเรื่องซื้อเรือน

เจ้าหน้าที่ว่าการเห็นสภาพสองพี่น้องที่แต่งตัวไม่ต่างจากขอทานเพียงแต่สะอาดกว่าเท่านั้นก็นึกดูแคลน ยิ่งจือลู่บอกว่านางจะมาสอบถามเรื่องเรือนที่ขายในเมือง เจ้าหน้าที่ด้านหน้าก็พากันหัวเราะอย่างขบขัน และไล่สองพี่น้องออกจากที่ว่าการไป

จือลู่มองพวกเขาอย่างแค้นใจ พรุ่งนี้นางจะมาใหม่ แล้วจะซื้อจวนหลังใหญ่กลับไปด้วย จือลู่จึงดึงมือน้องชายไปที่ร้านขายผ้าแทน ร้านแรกที่นางไม่เข้าไปเพราะเสี่ยวเอ้อหน้าร้านเหมือนจะรังเกียจทั้งคู่ นางไม่อยากให้น้องชายอับอายเช่นที่ว่าการอีกนางจึงไปร้านที่เล็กกว่า

"พวกเจ้าต้องการเสื้อผ้าที่ตัดแล้วหรือต้องการผ้า" จือลู่พยักหน้าอย่างพอใจที่เห็นเสี่ยวเอ้อพูดคุยกับนางและน้องชายอย่างดี

"พี่ชายข้าต้องการเสื้อผ้าที่ตัดแล้วเจ้าค่ะ" เสี่ยวเอ้อเดินนำทั้งคู่เข้าไปในร้านและส่งให้คนขายที่เป็นสตรีดูแลทั้งคู่ต่อ

จือลู่เลือกซื้อเสื้อผ้าให้นางกับน้องคนละห้าชุดที่เป็นผ้าเนื้อดี และผ้าฝ้ายที่ใส่ทำงานได้อีกสามชุด เสี่ยวเอ้อร้านตรงข้ามมองนางอย่างไม่เชื่อสายตาว่าทั้งคู่ที่คิดว่าเป็นขอทานจะซื้อเสื้อผ้ามากมายเพียงนี้

จือลู่มิได้เปลี่ยนเสื้อผ้าในทันที นางนำเงอนสิบตำลึงออกมาจ่ายแล้วพาหนิงเฉิงไปหาที่พัก เพราะนางจะซื้อเรือนในเมืองให้ได้จึงไม่ได้กลับหมู่บ้านในทันที

ทั้งคู่เลือกโรงเตี๊ยมธรรมดาไม่ได้เพราะเสื้อผ้าที่ทั้งคู่สวมใส่ อีกอย่างก็เพื่อปกกันโจรที่จะมาปล้นพวกเขาทั้งคู่ จือลู่เปิดห้องพักสองห้อง เมื่อสองพี่น้องนำของไปเก็บแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ออกไปเดินสำรวจรอบตัวเมืองอีกครั้ง

จือลู่นำตั๋วเงินทั้งหมดที่ได้มาแบ่งออกเป็นสองกองแล้วเก็บไว้ที่อกเสื้อของนางและหนิงเฉิง ที่ไม่นำไม่ฝากร้านฝากเงินเพราะนางจะนำไปเก็บไว้ที่กล่องเครื่องสำอางของนางแทน 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   ตอนจบ

    ภายในคุกที่ว่าการเมืองเป่ยหาน ต้าอู๋และนางกงซื่อมิรู้ว่าพวกตนถูกจับมาได้อย่างไร ชินอ๋องที่ยืนมองทั้งคู่อยู่ภายนอก ก็เดินปรากฏตัวเขาไปด้านในต้าอู๋และกงซื่อเมื่อรู้ว่าผู้มาเยือนคนใหม่คือชินอ๋องสามีที่แท้จริงของจ้าวเหยียนก็รีบคุกเข่าโขกศีรษะอย่างร้อนตัวชินอ๋องพูดเรื่องที่ทั้งคู่ทุบตีจือลู่และหนิงเฉิงทั้งยังจะยกจือลู่ให้พ่อหม้ายจง ต้าอู๋กับนางกงซื่อเงยหน้ามองชินอ๋องอย่างแปลกใจ แม้นางกงซื่อจะเคยคิดเช่นที่ชินอ๋องพูด แต่นางก็ไม่ได้ทำและไม่เคยมีผู้ใดล่วงรู้มาก่อนชินอ๋องมิรอฟังคำแก้ตัวของต้าอู๋และนางกงซื่อ เขาสั่งให้ทหารโบยทั้งคู่คนละสามสิบไม้ก่อนจะเนรเทศไปใช้แรงงานที่เหมืองทางตอนใต้ของแคว้นขบวนเดินทางของชินอ๋องเสียเวลาอยู่ที่เมืองเป่ยหานเพียงห้าวันเท่านั้น นอกจากที่เขาจัดการเรื่องของต้าอู๋และนางกงซื่อแล้ว ยังให้จือลู่จัดการเรื่องร้านค้าของนาง และเติมสินค้าอย่างเต็มที่หลังจากออกเดินทางจากเมืองเป่ยหานมาได้ห้าวันก็ถึงเมืองเป่ยโจว จือลู่นางต้องไปอยู่ที่จวนของเว่ยหยาง แต่เพราะต้องปรับปรุงจวนเสียใหม่นางกับเว่ยหยางจึงอาศัยอยู่ในตำหนักเสียก่อนผ่านมาได้ครึ่งปีเรื่องมงคลของตำหนักอ๋องก็มีมาเยือน เ

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   กลับเป่ยโจว

    วันต่อมา จือลู่ถูกปลุกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง จ้าวเหยียนก็มาที่เรือนของนางเพื่อช่วยนางแต่งตัว วันงานจือลู่มิได้แต่งหน้าเอง แต่คนที่แต่งให้ก็เป็นมือหนึ่งในร้านอ้ายเสิ่นของนาง นับว่าฝีมือที่แต่งออกมาใกล้เคียงกับของจือลู่ยิ่งนักจ้าวเหยียนเป็นคนหวีผลให้จือลู่และสวมผ้าคลุมหน้าให้นาง จ้าวเหยียนหันไปปาดน้ำตา เพราะเป็นงานมงคลไม่อาจหลั่งน้ำตาออกมาได้"ลู่เออร์ ไม่ว่าเจ้าจะออกเรือนไปแล้ว อย่างไรก็เป็นลูกของข้าอยู่เสมอ" จือลู่เงยหน้ามองจ้าวเหยียนที่ดวงตาแดงก่ำจากการกลั้นน้ำตาไว้"ท่านแม่ ท่านก็คือมารดาของข้าเช่นกันเจ้าค่ะ" คำพูดของนางหากคนนอกฟังอาจจะดูแปลกๆ แต่สองคนแม่ลูกล้วนเข้าใจกันอย่างดี จือลู่กอดเอวของจ้าวเหยียนแน่น ก่อนจะปล่อยให้นางได้ออกไปจัดการเรื่องด้านหน้าตำหนักเสียงฆ้องดังมาแต่ไกล ขบวนเจ้าบ่าวที่มารับเจ้าสาวยาวเหยียดจะมองไม่เห็นท้ายขบวน สินเดิมของเจ้าสาวที่กองไว้เพื่อนำออกจากตำหนักก็มากมายเสียทำให้คนอิจฉาตาร้อนเว่ยหยางพาจือลู่คำนับชินอ๋องกับจ้าวเหยียนก่อนจะพานางออกไปจากตำหนัก หนิงเฉิงแบกพี่สาวไปส่งที่เกี้ยวแปดคนหามหลังงาม จ้าวเหยียนยืนมองส่งจือลู่ด้วยดวงตาที่เอ่อไปด้วยน้ำตา ชินอ๋องจึ

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   ข้าควรจะจัดการเจ้านานแล้ว

    ชินอ๋องเมื่อเห็นจ้าวเหยียนปลอดภัยแล้ว นางเพียงหลับไปเพราะอ่อนเพลียจึงได้ออกมาดูบุตรทั้งสาม ก็เห็นว่าจือลู่และหนิงเฉิงเฝ้าน้องของพวกเขาอยู่"ท่านพ่อ ดูน้องของข้า เหตุใดถึงได้น่าเกลียดเช่นนี้ขอรับ" หนิงเฉิงใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าน้องสาวคนเล็กเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ส่วนน้องชายทั้งสองล้วนแล้วแต่น่าเกลียดในสายตาของเขา"ตอนเจ้าเกิดเจ้าก็น่าเกลียดเช่นนี้" จือลู่หยอกเย้าน้องชายของตน นางก็กำลังเขี่ยแก้มของเด็กแฝดทั้งสามชินอ๋องมองลูกทั้งสามที่นอนหลับอยู่อย่างรักใคร่ ก่อนที่เขาจะอุ้มบุตรสาวคนเล็กขึ้นมา "ฉีซิงเยียน""ซิงเยียน น้องต้องงดงามกว่าพี่หญิงแน่นอนขอรับ" หนิงเฉิงพูดขึ้น จือลู่หันไปมองสองพ่อลูกที่เห่อน้องสาวคนเล็กของบ้านอย่างเอือมๆแฝดคนโตชื่อ หนิงเทียน คนรองชื่อหนิงหวง ทั้งคู่มีคำว่าหนิงเช่นเดียวกับพี่ชายของเขา"ท่านพี่ ลูกเล่าเจ้าคะ" กว่าจ้าวเหยียนจะตื่นก็เข้าสู่อีกวันแล้ว นางลืมตาก็ถามหาบุตรทั้งสามที่นางเพิ่งคลอด เพราะก่อนที่จะหมดสติไปนางรู้เพียงว่าเด็กทั้งสามล้วนแล้วแต่แข็งแรงดีชินอ๋องให้แม่นมพาบุตรทั้งสามเข้ามาให้จ้าวเหยียนได้ดู และบอกนางถึงชื่อที่เขาตั้งให้บุตรทั้งสาม"เจ้าพักผ่อนเสียให้

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   คลอดบุตร

    เว่ยหยางรีบกลับจวนพร้อมนำข่าวไปแจ้งให้บิดามารดาส่งแม่สื่อไปที่ตำหนักอ๋องข่าวเรื่องที่ตระกูลเว่ยส่งแม่สื่อล่วงรู้ไปถึงองค์ชายรอง ก่อนที่เขาจะออกจากวังไปจัดการกับเว่ยหยางก็โดนฮ่องเต้เรียกตัวเข้าพบ"เจ้ารอง เจ้ามั่นใจมากเพียงใดที่จะจัดการกับแม่ทัพเว่ย" ฮ่องเต้ยกชาขึ้นดื่มอย่างใจเย็น เหมือนเรื่องที่พระองค์ถามบุตรเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ"เสด็จพ่อ ท่านพระราชทานสมรสให้ลูกได้" เขาเอ่ยขึ้นอย่างเอาแต่ใจ"เจ้ากล้ามีเรื่องกับชินอ๋องใช่หรือไม่" ฮ่องเต้จ้องบุตรชายอย่างดุดัน"ลูก ลูก เสด็จพ่อเป็นถึงฮ่องเต้ ชินอ๋องจะมีอำนาจมากกว่าท่านได้อย่างไร""โง่เขลานัก" ฮ่องเต้ขว้างถ้วยน้ำชาลงพื้นอย่างมีโทสะ"หากน้องห้าต้องการบัลลังก์ เจ้าคิดหรือว่าเจิ้นจะได้นั่งเช่นทุกวันนี้" เพราะน้องชายของเขามิคิดจะขึ้นเป็นฮ่องเต้ และช่วยเหลือเขาจนได้นั่งบัลลังก์เช่นทุกวันนี้ เรื่องทุกเรื่องชินอ๋องไม่เคยยื่นมือเข้ามายุ่ง หากพระองค์เข้าไปจัดการเรื่องในตำหนักคงได้เกิดปัญหาแน่"หากเจ้ายังคิดว่าตนเองต่อกรได้ เจิ้นก็ไม่ห้าม ไม่ว่าเกิดอันใดขึ้นเจิ้นมิอาจช่วยเหลือเจ้าได้""เสด็จพ่อ" องค์ชายรองตกใจ เพราะไม่ว่าสิ่งใดเสด็จพ่อเสด็จแ

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   ข้าสาบานด้วยชีวิต

    ฮองเฮาที่ต้องการผูกสัมพันธ์กับชินอ๋องจึงอยากได้จือลู่มาเป็นพระชายาให้กับองค์ชายรอง เพราะฮ่องเต้ย่อมถามความคิดเห็นของชินอ๋องเรื่องแต่งตั้งองค์รัชทายาทหากองค์ชายรองได้แต่งจือลู่ ชินอ๋องย่อมต้องเข้าข้างบุตรเขยของตนเพื่อให้บุตรสาวได้ขึ้นเป็นฮองเฮาในอนาคต เมื่อเห็นว่าชินอ๋องจะขอตัวกลับแล้ว ฮองเฮาจึงพูดเรื่องหมั้นหมายขึ้นมาอีกครั้ง"กระหม่อมยังมิคิดให้ลู่เออร์ออกเรือนพ่ะย่ะค่ะ" ชินอ๋องตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ก่อนจะพาจ้าวเหยียนและบุตรทั้งสองกลับตำหนัก"ท่านพี่ข้าคิดว่าฮองเฮาคงไม่ยอมหยุดเรื่องของลู่เออร์" จ้าวเหยียนเอ่ยด้วยความกังวล"มีข้าอยู่นางจะทำอันใดได้" ชินอ๋องกอดปลอบจ้าวเหยียน เขามองออกไปด้านนอกหน้าต่างรถม้าอย่างใช่ความคิดเว่ยหยางที่รู้เรื่องฮองเฮาต้องการทาบทามจือลู่ให้องค์ชายรองก็ร้อนใจจนมาที่ตำหนักอ๋องแต่เช้า"เปิ่นหวางไม่ได้เรียกเจ้ามิใช่หรือท่านแม่ทัพเว่ย" เขาปรายตามองบุรุษหน้าหนาที่ร้อนใจมาที่ตำหนักแต่เช้า"กระหม่อมมีเรื่องอยากทูลพระองค์พ่ะย่ะค่ะ" ชินอ๋องเดินนำเว่ยหยางไปที่ห้องตำรา เพราะเขารู้ดีว่าเว่ยหยางมาด้วยเรื่องอันใด"ว่ามา" ชินอ๋องนั่งลงแล้วเอ่ยถามโดยไม่ได้หันไปมองเว่ย

  • ตกหลุมรักแม่สื่อตัวร้าย   จัดการตระกูลเซี่ย

    วิญญาณดวงใหม่เข้ามาแทนที่ ชินอ๋องจ้องมองภาพตรงหน้าอยากแปลกใจ เมื่อจือลู่ที่มาจากอีกภพลืมตาขึ้น สิ่งที่นางพึมพำออกมาชินอ๋องรู้ได้ทันทีว่านี่คือจือลู่ที่มาอีกภพหนึ่ง"ท่านพี่ ท่านพี่" เสียงเรียกของจ้าวเหยียนปลุกให้ชินอ๋องตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายของเขา"เหยียนเหยียน" ชินอ๋องลูบไปที่ใบหน้าของนาง ก่อนจะดึงนางเข้ามาสวมกอดแล้วร้องไห้เงียบๆ"ท่านเป็นอันใดไปเจ้าคะ ฝันเรื่องอันใดถึงได้เป็นเช่นนี้" จ้าวเหยียนมองชินอ๋องอย่างไม่เข้าใจ เพราะเขาทั้งร้องไห้ทั้งตะโกนจึงทำให้นางตื่นขึ้นมาชินอ๋องเล่าเรื่องความฝันของเขาให้จ้าวเหยียนฟัง พอถึงตอนที่ต้องเสียน้องและจือลู่เสียงของเขาสั่นขึ้นด้วยความหวาดกลัว กลัวว่าจะเป็นเรื่องจริง"ท่านพี่หากข้าบอกว่าเรื่องทั้งหมดที่ท่านฝันคือเรื่องจริงท่านจะเชื่อหรือไม่" จ้าวเหยียนจับใบหน้าของชินอ๋องแล้วจ้องมองเขาอย่างจริงจังนางเล่าเรื่องที่นางเสียชีวิตลง และได้ไปอยู่ที่ภพใหม่ แม้ชินอ๋องจะรู้แล้ว แต่เรื่องที่นางรู้ว่าเรื่องทั้งหมดของพวกเขาเป็นเพียงแค่นิยายเรื่องหนึ่งเท่านั้นแต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่นางจบชีวิตลงเป็นเช่นที่เขาเห็นความรันทดของบุตรทั้งสองเป็นเรื่องจริง ที่ครั้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status