LOGINบนเรือสำราญ "The Empress of the Sea" | เวลา 21:00 น.ต่อ...“ต้าเกอ... ผมเข้าประจำจุดที่ชั้น 5 แล้ว” หยางเป่ยกระซิบผ่านไมโครโฟนจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในปกเสื้อ( “ดี... ไอ้ต้านมันซ่อนตัวอยู่ที่ห้องสวีทฝั่งกราบขวา มันเตรียมเรือชูชีพไว้พร้อมเผ่นตลอดเวลา แกต้องกดดันมันให้ลงมาที่คลังสินค้าชั้นใต้ท้องเรือ” ) เสียงหยางต้าเก้อตอบกลับมาอย่างใจเย็น******เพียงเวลาผ่านไปไม่นาน...ก็เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น ทั้งเสียงปืนและเสียงหวีดร้องของแขกบนเรือ หยางเป่ยไล่ล่าหยางต้านตามแผนที่วางไว้ ไม่นานเขาก็ต้อนมันลงไปที่ใต้ท้องเรืออย่างรวดเร็ว และลูกน้องของหยางตงก็กรูเข้ามา ล็อกตัวหยางต้านไว้ได้ในที่สุดหยางเป่ยเดินไปกระชากกระเป๋าเอกสารจากแม่ของหยางต้าน เขามองดูหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าเขาสองปีพลางเอ่ยกล่าว “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมคุณถึงยอมทนทุกข์ให้ไอ้แก่สกปรกนั้นย้ำยีร่างกาย แต่ฉันอยากจะบอกเธอไว้อย่างหนึ่ง ผู้หญิงแซ่เซี่ยไม่ควรเป็นแบบนี้ ถ้าภรรยาของฉันมาเห็นว่าญาติผู้พี่ของเธอมีสภาพอยู่ไม่สู้ตายแบบนี้ เธอคงจะลงมือฆ่าคุณด้วยมือของเธอเอง”เฉียนเว่ย หรือเซี่ยเว่ยดวงตาเบิกกว้าง สั่นระริกไปด้วยความหวาดกลัว ความลับเรื่องแซ
คฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 09:30 น.หลังจากจัดการมื้อเช้าที่แม่บ้านเตรียมไว้ให้ในตู้แช่จนอิ่มหนำ ชิงหลีก็ตัดสินใจเดินมุ่งหน้าไปยังห้องฟิกเกอร์เพื่อหาอะไรทำแก้เซ็ง ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป เธอก็หลุดกรีดร้องออกมาลั่นคฤหาสน์ด้วยความตกใจอย่างสุดขีด เพราะมีร่างสูงใหญ่กึ่งเปลือยยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง! แต่พอตั้งสติได้แล้วขยี้ตาดูให้แน่ใจอีกรอบ... หัวใจที่เกือบจะกระดอนออกมานอกอกก็เปลี่ยนเป็นความหมั่นไส้“ไอ้หุ่นตัวปัญหานี่เอง!”เธอมองฟิกเกอร์ขนาดเท่าตัวจริงของหยางเป่ยที่สวมเพียงกางเกงว่ายน้ำตัวเดียว ตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอโดนเขาอาละวาดใส่จนเกิดอุบัติเหตุต้องห้อยแขนมานานถึงหกวันเต็ม ถึงแม้ว่าวันนี้อาการปวดเริ่มทุเลาจนเกือบจะเป็นปกติ แต่ความรู้สึกเสียวแปลบเวลาขยับยังเตือนสติเธออยู่เสมอชิงหลีเดินเข้าไปสัมผัสมันแผ่วเบาก่อนจะหลุดยิ้มออกมา เพราะในที่สุดมันก็มาถึงมือเธอจนได้ ทั้งที่ตอนแรกเกือบจะถูกหยางเป่ยสั่งทำลายทิ้งไปแล้วเชียว เธอรีบทิ้งตัวลงยืนเท้าสะเอว ชี้หน้าด่าฟิกเกอร์หยางเป่ยอย่างจริงจังราวกับมันมีชีวิต“คุณมันบ้า! กล้าดียังไงมาขังฉันไว้ในบ้านคนเดียวแบบนี้ห๊ะ! ไอ้คนเผด็จการเอ๊ย!”ด่าไปด่ามาเธอก
บนเรือสำราญสุดหรู | เวลา 15:10 น.หยางเป่ยถอนหายใจยาวหลังจากวางแผนจัดการหยางต้านและแม่ของมันเสร็จสิ้น เขาหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดูความเคลื่อนไหวในกรงทองที่เขาสร้างไว้ เมื่อเห็นข้อความด่าทอที่ชิงหลีพิมพ์ทิ้งไว้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มกึ่งเอ็นดูกึ่งกังวล นิ้วแกร่งรัวพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว[ “ก็เมื่อวานมึงปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมให้กูมา แล้วกูจะทำยังได้นอกจากแอบหนีออกมาแบบนี้ เรื่องแขนของมึงกูรู้ว่ามันลำบากหน่อย แต่มึงก็เริ่มขยับมันแล้วนี้ กูจะรีบเคลียร์งานที่นี่ให้เสร็จโดยเร็วที่สุดแล้วรีบกลับไปกอดมึงน่ะ อีกอย่าง มึงอย่าร้องไห้เวลาโดนไอ้แก่คนนี่กดมึงกับเตียง” ]ชายหนุ่มคลี่ยิ้มออกมาแล้วสลับหน้าจอไปดูกล้องวงจรปิด แต่แล้วรอยยิ้มก็จางหายไปเมื่อเห็นเธอในห้องฟิกเกอร์ ชิงหลีกำลังฝืนใช้แขนข้างที่เจ็บยกของบางอย่าง ใบหน้าหวานเหยเกด้วยความปวดร้าว ก่อนจะจำใจปล่อยสิ่งที่ถือให้ร่วงหล่นลงพื้น หยางเป่ยขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขาอยากจะทะลุหน้าจอเข้าไปคว้ามือกุมเธอไว้แล้วดุให้เข็ด แต่ทำได้เพียงนวดขมับตัวเองเพื่อระงับความฟุ้งซ่านครืน... ครืน...สมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงสั่นรัว เมื่อเห็นว่าใครโทรมาเขาก็เลื่อน
รอบนอกคฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 11:00 น.ปานันยืนตัวสั่นจนแทบจะถอดวิญญาณออกจากร่าง เขาปะทะสายตาเข้ากับเงาร่างโปร่งบางที่ยืนตระหง่านอยู่หลังกระจกหน้าต่างชั้นบน แขนข้างที่เข้าเฝือกยังคงมีผ้าพันแผลพันธนาการไว้ ส่วนมืออีกข้างกำลังชี้มาที่เขาสายตาของนายหญิงเต็มไปด้วยความกดดัน เธอกำลังตะโกนบอกให้เขาเปิดประตูคฤหาสน์ เรื่องนั้นเขาทำไม่ได้ เขาอยากจะเบือนหน้าหนีหรือมุดดินหนีไปให้พ้นจากตรงนี้เสียจริง แต่สัญชาตญาณสั่งให้เขาต้องยืนรับกรรมอยู่นิ่งๆ ในใจนึกตัดพ้อเจ้านายผู้บ้าคลั่งที่กล้าวางยานอนหลับเมียตัวเอง แล้วสั่งปิดตายคฤหาสน์ขังเธอไว้เพียงลำพัง ส่วนตัวเองกลับออกไปโลดแล่นล่าศัตรูอยู่กลางทะเล ทิ้งให้ลูกน้องอย่างเขาต้องมารองรับพายุอารมณ์ของนายหญิงเมื่อคืนปานันต้องหัวหมุนกับการสั่งแม่บ้านให้เตรียมวัตถุดิบอาหาร ของหวาน น้ำอัดลม และเครื่องดื่มทุกชนิดเข้าไปเก็บไว้ในครัวเล็กในตัวตึก เพื่อให้แน่ใจว่านายหญิงจะไม่ขาดตกบกพร่องเรื่องปากท้องในระหว่างที่ถูกกักบริเวณ*+*+*+*ภายในคฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลาเดียวกัน..ชิงหลียืนนิ่งประหนึ่งรูปสลัก ทว่าภายในอกกลับเหมือนมีลาวาที่รอวันปะทุออกมา เธอจ้องมองปานันที่ยืนอ
ดานฟ้าบนตึกคฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 00:00 น.ลมหนาวกรรโชกผ่านเงียบเชียบท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ที่กรีดผ่านอากาศดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ ปานันยืนตัวสั่นไหล่ห่อ มองเจ้านายตัวเองพลางกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก ในหัวของลูกน้องคนสนิทเต็มไปด้วยภาพความหายนะที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เจ้านายของเขาเพิ่งวางยานอนหลับภรรยาตัวเองไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน!มันเป็นแผนการที่บ้าบิ่นที่สุดเท่าที่หยางเป่ยเคยทำมา ปานันนึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเมื่อแสงอาทิตย์ของวันพรุ่งนี้สาดส่อง และแมวพองขนที่เพิ่งตื่นขึ้นมาพบว่าถูกขังอยู่ในคฤหาสน์ที่ปิดตายเพียงลำพัง ไม่รู้ว่าเธอจะโกรธและโมโหแค่ไหน และเขาที่ต้องอยู่เฝ้าคฤหาสน์ จะต้องเจอกับอะไรบ้างนั้น ยากจะคาดเดา บอดี้การ์ดหนุ่มจึงเอ่ยปากพูด “เฮีย! ผมว่ารอพรุ่งนี้เช้าค่อยไปเถอะครับ รอเจรจากับนายหญิงก่อนเถอะครับ ผมว่าเธอน่าจะยอมให้เฮียไปน่ะครับ แม้เธอจะงอแงไปบ้าง แต่เธอน่าจะเข้าใจดี”หยางเป่ยยืนสูบบุหรี่พ่นควันสีขาวหม่นออกมา แววตาคมกริบมองไปยังลูกน้องสนิท “ปานัน…ปิดตายคฤหาสน์ อย่าให้เหตุการณ์เหมือนญาติสาวของแกเกิดขึ้นซ้ำ ดังนั้น
ห้องนอนชิงหลี คฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 12:30 น.ต่อ... “กูคงไม่แม้แต่จะชายตามอง เพราะตอนนั้นกูยังไม่รู้ใจตัวเอง มีแต่จะผลักไสความรู้สึก” หยางเป่ยตอบอย่างรวดเร็วและสัตย์จริง เพราะในตอนนั้นเขาหมกมุ่นอยู่แต่กับงานและการแผ่อำนาจ“และถ้าตอนนั้นเป็นเจิ้งอิงอิงแต่งเข้ามา... กูก็คงไม่หยุดนิสัยที่ชอบคว้าของสวยงามมาเชยชมเพียงข้ามคืนหรอก” เขาต้องยอมรับความจริงอันโหดร้ายว่า แม้เขาจะบ้างานเพียงใด แต่ความใคร่ก็เป็นสิ่งที่เขาต้องปลดปล่อย และเจิ้งอิงอิงคงไม่ใช่คนที่หยุดเขาได้ เขาอาจจะให้เกียรติเธอในฐานะภรรยาแต่ง แต่ความรักและความใส่ใจ... อย่าได้หวังว่าจะได้รับจากเขา“แล้วฉันจะเกลียดคุณทำไมล่ะคะ ในเมื่อเราสองคนต่างก็เป็นเหยื่อเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?” ชิงหลีถามกลับเสียงแผ่ว“หืม...” หยางเป่ยเลิกคิ้วมองหญิงสาว “เหยื่อเหรอ? หึๆ พวกมันวางแผนเล่นงานกูมานานกี่ปีกันนะ คงตั้งแต่กูฆ่าหยางฉี มิน่าล่ะ... เจิ้งยวนถึงรีบเข้ามารับใช้กูอย่างจงรักภักดี คงเพราะหยางกวงบังคับมันมา”หยางเป่ยเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ แผนของหยางฉีและหยางกวงอาจจะลึกซึ้ง... แต่พวกมันพลาดที่มองข้ามหัวใจของเขาไป ฝ่ามือหนาจับปลายผมสีเงินของภรรยามาม้







