LOGIN[6]
แย่ง!
กฤติกาไม่ได้กลับบ้านอย่างที่คิดไว้ ด้วยว่าโรคที่ไหมขวัญเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายตับ ไหมขวัญไม่มีญาติ และข่าวลือเรื่องที่เธอเป็นลูกสาวของเจ้าหล่อนก็คล้ายว่าจะเป็นประเด็นขึ้นมา นักข่าวจากทุกสำนักต่างใคร่รู้ว่าเธอจะไปโรงพยาบาลหรือไม่ เธอจะยอมบริจาคตับให้ไหมขวัญหรือเปล่า และนั่นทำให้มีนักข่าวส่วนหนึ่งไปดักรอที่หน้าบ้านของเธอ
หมับ!
สมาร์ตโฟนในมือถูกแย่งไปดื้อๆ กฤติกาถอนหายใจ เหลียวมองรอบกายแล้วคิดถึงห้องนอนของตัวเองนัก ตอนนี้เธออยู่บ้านเจ๊หวี นอนบนโซฟาหนังเทียมสีม่วงอ่อนของเจ๊ อยากปิดเปลือกตาแล้วหลับให้สนิท แต่ข่าวของผู้หญิงคนนั้นที่เธอดันมีชื่อไปเกี่ยวพันก็ทำให้หลับไม่ลง
“ไปอาบน้ำก่อนเถอะ สภาพนี่ดูไม่ได้เลย”
เจ๊หวีเอาชุดมาให้ เป็นชุดเอี่ยมสะอาดที่เธอพอจะใส่ได้
“หนูอยากกลับบ้าน”
“กลับได้ที่ไหน คอลายพร้อยอย่างนี้อยากให้นักข่าวที่รออยู่หน้าบ้านรุมทึ้งเหรอ” เจ๊ประชด เดินไปหาผ้าเช็ดตัวมาให้อีก คอนโดฯ เก่าๆ แต่ยังสะอาดสะอ้าน ได้กลายเป็นหลุมหลบภัยให้กฤติกาชั่วคราว
“ค่ำนี้หนูมีงานด้วย ทำไงดีเจ๊”
“ยกเลิกไปเถอะ”
“ไม่ได้ งานใหญ่ ค่าจ้างแพง รับปากเขาไว้ดิบดีแล้วด้วย”
“งั้นก็ต้องดูชุดว่าจะเปลี่ยนอะไรได้ไหม”
“แล้วค่ำนี้เจ๊มีงานที่ไหนหรือเปล่า”
“ถ้าคุณเวย์ไม่ออกกอง เจ๊ก็คงอยู่บ้าน”
“งั้นเจ๊ช่วยหนูหน่อยนะ ยังไงค่ำนี้ก็ต้องไปงานให้ได้”
“แล้วจะไปได้ยังไง หนูไหวเหรอลูก..” เจ๊มองดาราสาวแล้วส่ายหน้า สภาพเจ้าหล่อนต้องให้นอนพักสักสามวันสามคืน
“ไหวสิ นอนพักสักตื่นก็คงจะดีขึ้น ว่าแต่...หนูนอนนี่ได้ใช่ไหม”
“ได้น่า นอนๆ ไปเถอะ ถ้าร้อนก็เข้าไปเปิดแอร์นอนในห้องโน่นไป”
กฤติกาส่ายหน้าดิก มองประตูห้องนอนเจ๊แล้วเกรงใจ ขอนอนตรงนี้ดีกว่า
“เออ! ลืมเลย”
“ลืมอะไรเจ๊”
“เมื่อคืน...อีตาผู้กำกับนั่นได้ป้องกันหรือเปล่า”
คนถูกถามทำตาปริบๆ “ป้องกัน?”
“ถุงยางไง ใส่ถุงยางไหม”
กฤติกาส่ายหน้า สองแก้มร้อนผ่าวขึ้นมา เจ๊เอียงหัวรอฟังคำตอบ
“อะไรยังไง ตกลงใส่ถุงยางไหม ใส่ไม่ใส่”
“หนู...หนูไม่รู้ หนูจำไม่ได้ หนูเมา...” ตอบแล้วอยากจะร้องไห้ เธอจำอะไรไม่ได้เลย จำได้แค่ตอนที่ปากเขามือเขาปัดป่ายไปทั่วนั่นแหละ
“โอ๊ย...จริงๆ เลย ไม่ดูแลตัวเองเลย”
“ใครจะไปรู้เล่า หนู...นึกว่าเขาจะพามาส่งบ้าน ที่ไหนได้ เขานึกว่าหนูเป็นเด็กไซด์ไลน์ เลยหิ้วไปโรงแรม”
“พอๆๆ พอแล้ว ไม่ได้อยากได้ยิน” เจ๊โบกมือไหวๆ อะไรมันจะปะเหมาะเคราะห์ร้ายขนาดนั้นลูกเอ๊ย คนเขียนบทไม่รักไม่เอ็นดูหนูกุ๊กของเจ๊บ้างเลย
“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อ เดี๋ยวจะไปซื้อยามาให้ เร็วๆ ลุก” เจ๊สั่งความ ก่อนจะรีบออกไป ตอนแรกกะว่าจะซื้อแค่ยาแก้ปวด ตอนนี้คงต้องซื้อยาอย่างอื่นมาด้วย
กฤติกาได้โอกาสอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ร่างกายเธอผ่านศึกหนักมา มันรวดร้าวไปหมด แต่ก็ต้องแข็งใจ ยิ่งกว่าร่างกายที่ปวดร้าว หัวใจของเธอก็คล้ายจะเจ็บปวดยิ่งกว่า จะมีวันไนท์สแตนกับผู้ชายทั้งที ทำไมต้องเป็นเขา ทำไมต้องเป็นเวหาให้เรื่องมันยุ่งยากด้วยก็ไม่รู้
“ไม่สน...ไม่สนอะไรทั้งนั้น มันก็แค่อุบัติเหตุ แค่อุบัติเหตุเท่านั้นเอง” บอกตัวเองแล้วรีบเช็ดผมที่เปียก ก่อนจะมานอนรอเจ๊ที่โซฟา นอนไปนอนมาก็เผลอหลับ รู้สึกตัวอีกทีตอนเจ๊มาสะกิดแขน
“กุ๊ก...หนูกุ๊กลูก กินยาแล้วค่อยนอน ลุกก่อนนะ เจ๊จะไปอุ่นโจ๊กมาให้”
เหมือนว่าเจ๊สั่งแล้วแวบหายไป เธอยันกายลุกขึ้นนั่ง ตาลืมแทบไม่ขึ้น เห็นแผงยาแวบๆ บนโต๊ะข้างโซฟา แต่โทรศัพท์มือถือดังขึ้นเสียก่อน งานโชว์ตัวช่วงค่ำของเครื่องสำอางแบรนด์หนึ่งที่เธอรับงานเอาไว้ ทีมงานโทรมายืนยันกับเธออีกรอบเรื่องเวลาและสถานที่ เธอร้องขอบางอย่างกลับไป เน้นและกำชับดิบดีว่าต้องได้ในสิ่งที่ต้องการ เมื่อเจรจาตกลงกันเรียบร้อย จึงได้วางสายด้วยความอ่อนล้า และด้วยความเพลีย โทรศัพท์ที่ใช้เลยเผลอวางส่งๆ บนโต๊ะ ส่งผลให้ยาหนึ่งในสองแผงถูกดันให้ ‘หล่น’ ลงไปในซอกแคบๆ ระหว่างโต๊ะกับโซฟา
กฤติกาไม่ทันเห็น คว้าได้ยาแผงหนึ่งก็แกะมาส่งเข้าปาก ตามด้วยน้ำแก้วใหญ่ๆ ที่เจ๊วางเอาไว้ให้
“กินยาแล้วเหรอ โจ๊กยังไม่ตกถึงท้องเลย” เจ๊ถามยามเห็นว่ายาที่ซื้อมาหายไปจากโต๊ะ กฤติกาคงเก็บเข้ากระเป๋าไปแล้ว
“หนูไม่หิวเลยเจ๊ หนูอยากนอน หนูเพลียมาก”
“สมควรล่ะ เยินอย่างกับโดนรุมโทรม อีตาเวย์นี่ก็ดุสมคำร่ำลือจริงๆ”
“อะไรดุล่ะเจ๊”
“ก็ ‘อันนั้น’ แหละ”
คนถูกประชดทำหน้าเง้าหน้างอ ดึงเอาถ้วยโจ๊กจากมือเจ๊มาซดสองสามคำแล้วส่งคืนให้ หากไม่กินเสียเลย สงสัยวันนี้จะไม่ได้นอน
“แล้วจะไปทำงานไหวเหรอ บอกไม่รู้กี่ครั้งว่าให้จ้างผู้จัดการ เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องมารับโทรศัพท์เอง มันใช่เรื่องเหรอ”
“ก็ไม่ชอบนี่นา หนูไม่ใช่พวกนางเอก งานก็ใช่ว่าจะเยอะอะไร หนูทำได้”
“ให้เจ๊ทำให้เถอะนะ ขอล่ะ”
กฤติกาส่ายหน้า “ดาราน่ะ มีดังมีดับ ถ้าวันหนึ่งข้างหน้าหนูดับขึ้นมาแล้วเจ๊จะทำยังไง เจ๊เป็นช่างแต่งหน้าอย่างนี้แหละดีแล้ว”
“โธ่...แม่คุณของเจ๊ ใครว่าหนูกุ๊กร้าย ไม่เห็นจะจริงเลย”
เจ๊ประจบ เอ็นดูในความคิดความอ่านของนางร้ายคนสวย
“หนูก็ดีแต่กับเจ๊นั่นแหละ กับคนอื่นหนูร้ายจะตาย”
“เฮ้อ...พอๆๆ นอนเถอะ แล้วอย่าลืมกินยาให้ครบตามกำหนดนะ”
กฤติกามุ่นคิ้ว ยา? อ้อ...ยาแก้ไข้นั่นหรือ
“ค่า...นอนได้ยัง”
เจ๊โบกมือไหวๆ ไล่ให้กฤติกานอนลงเสีย หน้าตานั้นไม่เท่าไหร่ แต่ลำคอกับเนินอกนี่สิ ลายพร้อยไปด้วยรอยจูบรอยดูดที่เจ๊เห็นแล้วยังขนลุก อีตาเวหาบ้ากาม ทำไมหื่นได้ขนาดนี้ กินดุ กินจุอะไรนักหนา หนูกุ๊กของเจ๊ยับเยินหมดแล้ว!
“บางทีฉันก็ไม่เข้าใจ อะไรทำให้เธอพาชีวิตตัวเองมาผูกติดไว้กับฉัน”“คุณต้องการช่วยผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เหรอ ก็แค่นั้น อย่าไปคิดอย่างอื่น”“นั่นสินะ” เปรยออกมาแล้วปลดสายเบลท์ออก ความหนักอกหนักใจไม่ยอมหลบลี้ตีจากเลย มันยังปักหลักแน่นเหนียวในหัวใจเขานี่แหละ แล้วจู่ๆ ความคิดหนึ่งก็แล่นปราดเข้ามาในหัว “หรือว่าเธอ...รักฉัน?”กฤติกากลั้นขำ “คุณจะบ้าเหรอ ตลก!”“แล้วเธอทำแบบนี้ทำไม”“ฉันเสียหายขนาดนั้นยังต้องถามหาเหตุผลอีกเหรอ เลิกเซ้าซี้ฉันทีเถอะ เอกสารก็เซ็นไปแล้ว ถ้าอยากหย่าก็ไปฟ้องเอาแล้วกัน แต่ว่า...ฉันเป็นดาราดัง ถ้าฟ้องหย่าขึ้นมาคงต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูหนักหน่อยละนะ” เธอทิ้งท้ายให้เขาได้คิด ก่อนจะปลดสายเบลท์ออกจากตัว “เข้าไปกันเถอะ จะได้เสร็จเรื่องเร็วๆ”เมื่อกฤติกาแนะ เวหาก็จำต้องก้าวลงจากรถ ความหนักใจตามติดเหมือนเงา ทว่าพอก้าวเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ของโรงพยาล BHH ความห่วงใยในตัวไหมขวัญก็แล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ เขาตรงไปยังห้องปลอดเชื้อที่ไหมขวัญแอดมิดอยู่ ทว่าไม่พบ เขาวิ่งกลับไปหาพยาบาลที่เคาน์เตอร์ สอบถามจนได้รู้ว่าไหมขวัญอยู่ที่ไหน หัวใจเขาหล่นไปอยู่ตาตุ่มเมื่อรู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้กฤติกามองคนที่เ
แสงสว่างที่แยงตาอยู่นี่คือแสงอะไร พอกะพริบตาถี่ๆ จึงได้รู้ว่ามันคือแสงตะวัน อะไรกัน นี่มันกี่โมงแล้วเวหาถามตัวเองแล้วแลหานาฬิกาสักเรือน มันแปะอยู่บนผนัง บอกเวลาว่าใกล้จะแปดโมงเต็มที พอกวาดตามองรอบห้องก็เห็นเจ้าของยืนอยู่ หล่อนอยู่ในชุดวอร์มสีดำที่ตีตราแบรนด์ต่างประเทศ แน่นอนว่าเสื้อและกางเกงนั้นปิดตั้งแต่ต้นคอยันข้อเท้า“อาบน้ำสิ นั่นเสื้อผ้าพ่อฉัน ส่วนชุดชั้นในฉันไปซื้อที่เซเว่นฯ เมื่อเช้า ใส่ไปก่อนแล้วกัน” กฤติกาเอ่ยบอก เวหามึนงง กฤติกาดูเป็นมิตรผิดปกติ แต่ว่า...อย่างนี้ก็ดีแล้ว ดีมากเลย“เธอตื่นนานแล้วเหรอ”หญิงสาวพยักหน้า เดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ดึงเอาหนังยางที่รัดผมออกแล้วหยิบหวีมาสางอีกรอบ เธอเพิ่งกลับมาจากร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน ซื้ออาหารเช้าง่ายๆ แล้วก็กางเกงชั้นในให้เขา ถ้าไม่ไปซื้อเขาคงไม่มีใส่ อันที่จริง...การทำให้เหยื่อตายใจก็ต้องลงทุนลงแรงสักนิด“เรื่องเมื่อคืน...” เขาเปิดปากเอ่ย“ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันรู้ว่าคุณจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ” เธอโต้คืน มองหน้าเขาที่สะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ แผ่นอกขาวๆ ที่โผล่พ้นผ้านวมมา มีรอยเล็บของเธอลายพร้อยไม่แพ้รอยคิสมาร์กที่เขาทำกับเธอเลย“แล้ว.
[7]เมียไม่ได้เชิญครืดๆ ครืดๆ ครืดๆเสียงโทรศัพท์สั่นครืดๆ อยู่ไหนสักที่ กฤติกาฝืนกายลุกมาแลหา ไฟหัวเตียงที่ถูกปิดไว้ทำให้เธอมองไม่เห็นสิ่งใด ต้องหลับตาลงอีกครั้งแล้วค่อยลืมขึ้นมาใหม่ ให้ดวงตาชินกับความมืดมิด มีแสงสว่างเล็ดลอดมาจากจุดหนึ่งบนพื้นตรงหน้าเตียง เธอลุกไปดู ต้องเอามือกุมหน้าท้องเพราะเมื่อคืนนี้เวหากับเธอมีเซ็กซ์กันอย่างหนักหน่วง หนักแค่ไหนหรือ ก็แบบที่เขายังหลับไม่ตื่นแม้ว่าเสียงโทรศัพท์ดังลั่นนั่นแหละ “คุณบี?” เธอขานชื่อที่โชว์บนหน้าจอ นี่ไม่ใช่โทรศัพท์ของเธอ แต่เป็นของเขา และคุณบีที่ว่าก็คือผู้จัดการส่วนตัวของผู้หญิงคนนั้น เธอนิ่งคิดครู่หนึ่ง สมองกำลังวาดภาพร้ายๆ ในหัว “ไม่...ไม่มีอะไรละมั้ง” พูดกับตัวเองในตอนที่จ้องมือถือตาไม่กะพริบ ทำไมรู้สึกอย่างนี้ล่ะกฤติกา ใจมันวูบไหวแปลกๆ นี่เธอกลัวหรือ กลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะตายเนี่ยนะ ไม่มีทางหรอก ผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่คนอื่น ทำไมต้องกลัวว่าหล่อนจะตายด้วย น่าโมโหชะมัดเธอหันมองคนบนเตียง เขายังไม่มีท่าทีว่าจะตื่น เธอถือโทรศัพท์เข้าไปในห้องน้ำ แล้วค่อยกดรับสาย‘คุณเวย์ นี่พี่เองนะคะ’กฤติกายังไม่เอ่ยสิ่งใด ด้วยมองตัวเองในกระจกแล้วนึก
“ยั่วยุบ้าอะไร ออกไปให้ห่างฉัน อย่ามาแตะ!”“จะแตะ จะจับ จะจูบ จะดูดให้ครางระงมเลย!”“ทุเรศ! เมื่อคืนยังไม่พอใจหรือไงฮะ!”“พอ! แต่จะเอาอีก ปากร้ายๆ ของเธอไม่ได้มีไว้ให้ผู้ชายเมตตานี่ มันคอยแต่หาเรื่องให้ตัวเองเดือดร้อน งั้นเธอก็รับกรรมไปก็แล้วกัน”“อย่านะ! ถ้าทำฉันอีกคุณเดือดร้อนแน่!”“งั้นมาลองดู ว่าใครจะเดือดร้อนมากกว่ากัน!”แควก!!เสียงชุดนอนของกฤติกาถูกฉีกเป็นทาง ชุดนอนผ้าลื่นถูกฉีกด้วยแรงอารมณ์ของเวหา ร้องขอก็แล้ว คุกเข่าก็แล้ว ทำไมต้องทำลายศักดิ์ศรีเขาด้วยการเหยียบย่ำ เขายอมทุกอย่างนั่นแหละ ขอเพียงแค่หล่อนยอมไปโรงพยาบาล แต่เห็นแล้วว่ากฤติกาดื้อดึงปานใด หล่อนล้อเล่นกับเขา กับผู้ชายที่มีพละกำลังมากกว่า และหล่อนสมควรได้รับบทลงโทษเสียบ้าง“กรี๊ด!! ไอ้คนเอว ไอ้บ้า ไอ้...อื้อ...”คำด่าไม่อาจหลุดออกจากริมฝีปากสวย เขาจูบเธอลงมาพร้อมกับดึงทึ้งเสื้อนอนของเธอทิ้ง กางเกงที่เขาสวมก็ยันออกทางปลายเท้า เขาทำทุกอย่างอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่เรี่ยวแรงที่เธอมีก็ไม่อาจต่อกร เธอโทษเหล้าสามแก้วนั่นได้ไหม เพราะมันนั่นอย่างไร เธอถึงขัดขืนเขาได้ไม่เต็มที่ แต่ไม่หรอก เพราะร่างกายนี้ต่างหาก ร่างกายที่ไม่รักดี
คนถูกไล่ต้อนวิ่งห่างโต๊ะอาหาร เป้าหมายคือประตูห้องนอน แต่ช้าไปแล้ว เวหาคว้าเอวเธอไว้ได้หมับ!“กรี๊ด!! ปล่อยฉันนะ! ปล่อย! โอ๊ย!”คนสวยร้องลั่นเมื่อถูกลากไปตรึงไว้กับผนัง เวหาที่หน้าตาดุดันกักกันร่างเธอไว้ เธอไม่เคยรู้สึกตัวเล็กจ้อยเท่านี้มาก่อนเลย “ฉันจะลากเธอไปโรง’บาล ตับเธอจะใช้ได้หรือไม่ได้ ไปตรวจก่อนแล้วค่อยว่ากัน”“ฉันไม่ไป จะลักพาตัวเหรอ ฉันจะแจ้งตำรวจคอยดู!”“แจ้งเลย! ฉันไม่สน!” พูดจบก็ลากกฤติกาออกมาจากตรงนั้น เวหาพยายามคิดถึงแต่เรื่องไหมขวัญ พยายามไม่คิดถึงเนื้ออุ่นๆ ของกฤติกา กลิ่นของหล่อนกำลังรบกวนสติเขา ผิวเนื้อขาวๆ ก็ชวนให้เขาสัมผัสแตะต้อง เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย มันเกิดขึ้นเพราะเรื่องเมื่อคืนสินะ อาจเป็นเพราะหล่อนยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง เขาเป็นคนทำลายพรหมจรรย์อันหอมหวาน มันทำให้เขารู้สึกผิดจนร่างกายมีปฏิกิริยาบ้าๆ เหมือนว่าหล่อนคือสิ่งเร้าชั้นดีที่กำลังทำให้เลือดในกายเขาร้อนรุ่มขึ้นมา “อ๊าก!!!”เสียงร้องของเวหาดังลั่นบ้าน เมื่อจู่ๆ แขนที่ลากหล่อนก็ถูกกัดเต็มแรง ยัยบ้านี่กัดเขาอีกแล้ว!งั่ม!ยิ่งถูกว่ายิ่งแยกเขี้ยวใส่ จากกัดแค่ทีเดียวก็ขยับไปกัดอีกรอย เอาให้สาสมที่บังอ
“กุ๊ก...” เวหาไม่อยากเชื่อสิ่งที่หูได้ยิน กฤติกาคงไม่มีวันมอบอะไรให้ไหมขวัญแน่ๆ ตราบใดที่หัวใจของหล่อนยังมีความแค้นอยู่เต็มเปี่ยม เขาเข้าใจหล่อนแล้ว แต่จะให้ทำอย่างไร เขาเองก็เข้าใจพี่ไหมเช่นกัน การอยู่ตรงกลางระหว่างผู้หญิงสองคนนี่ลำบากใจสิ้นดี“ตอนดีๆ ไม่เคยเห็นหัวกัน พอตอนจะตายเร่มาหาคนโน้นคนนี้ ละอายใจบ้างไหม!”“ไม่! ฉันไม่ละอายเลยสักนิด ถ้าช่วยพี่ไหมได้ละก็ ต่อให้ต้องทำเรื่องที่น่าละอายมากกว่านี้ ฉันก็ทำได้ พี่ไหมกำลังจะตาย เธอเข้าใจไหมกุ๊ก”“เข้าใจ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน อยากช่วยผู้หญิงคนนั้นก็ไปหาหมอโน่น รวยไม่ใช่เหรอ แค่ตับชิ้นเล็กๆ ไปซื้อเอาสิ ไปซื้อเลย!”เวหาไม่รู้จะทำอย่างไรกับกฤติกาดี หล่อนพร้อมจะลุกเป็นไฟเสมอยามที่เขาเอ่ยเรื่องพี่ไหมขึ้นมาอารมณ์อันร้อนระอุพากฤติกาให้เดินไปที่ครัวเล็กๆ เธอเปิดหาวิสกี้ขวดเก่าเก็บของบิดา เปิดมันออกแล้วเทใส่แก้วก่อนจะสาดลงคอแรงๆกึก!แก้วหนาหนักที่ปกติใช้ชงกาแฟ บัดนี้วางอยู่บนโต๊ะ แน่นอนว่าก้นแก้วนั้นไม่มีวิสกี้เหลือสักหยด จะมีก็แต่กลิ่นเท่านั้นที่ยังลอยวนในอากาศ เธอเทวิสกี้อีกแก้ว สาดลงคอแรงๆ ด้วยอยากให้อารมณ์ร้อนๆ ทุเลาเบาบาง เธอจ้องหน้าเข







