เข้าสู่ระบบ“ไม่อายเลยสินะ”
“ต้องอายด้วยเหรอ ที่คุณทำเมื่อคืนน่ะ ยิ่งกว่ามองอีก” ประชดด้วยเสียงแหบๆ อยากหายตัวไปจากตรงนี้เหลือเกิน
เวหาหันหลังให้ ไม่อยากมองก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นที่เบียดอยู่ใต้บราของหล่อน ไม่อยากมองสามเหลี่ยมอวบอูมที่อยู่ระหว่างซอกขาของหล่อนด้วย ไม่ใช่เพราะพิศวาส แต่เพราะต้นขาขาวๆ มีรอยโลหิตติดอยู่ ยิ่งเห็นยิ่งรู้สึกผิด เมื่อคืนนี้เขาบ้าไปแล้วจริงๆ ที่ทำกับหล่อนขนาดนั้น หล่อนยังไม่เคย และเขาทำตัวเหมือนหมาป่าหิวโซที่บังเอิญมาเจอเหยื่อ เขาไม่ฟังสิ่งที่หล่อนอ้างด้วยซ้ำ เพราะหากฟังหล่อนแล้วตรวจสอบสักนิด ทุกอย่างคงไม่มาลงเอยอย่างนี้
กฤติกานั่งเงียบๆ แลหาทิชชูเปียกมาเช็ดหน้าเช็ดตา ก้มมองท่อนแขนและเรียวขาก็มีแต่ร่องรอยเต็มไปหมด
“บ้ากาม” เธอโพล่งออกมาอย่างเหลืออด เขาหันขวับกลับมา
“เธอบ้าน้อยกว่าฉันงั้นสิ ไม่ได้ยินเสียงร้องโวยวายสักนิด”
“ก็คุณปิดปากฉันนี่”
“ฉันปิดตรงไหนกัน”
“ก็คุณเอาแต่จูบ!” ประกาศออกไปพวงแก้มก็ได้ร้อนผ่าว หันหน้าหนีเขา ไม่มีอะไรจะพูด เวหาก็เช่นกัน
ความเงียบงันดังกระหึ่มขึ้นในตอนนั้น ไม่มีการเคลียร์อะไรใดๆ ทั้งสองยังเจรจากันไม่ได้ ตราบใดที่หัวใจยังเต็มไปด้วยแรงอารมณ์
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูเหมือนเสียงสวรรค์ เวหามองลอดช่องตาแมว พอเห็นว่าใครยืนอยู่ก็ถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เจ๊มาแล้ว” บอกคนที่นั่งอยู่ ก่อนจะเปิดประตูแล้วดึงเอากะเทยร่างหมีเข้ามาข้างใน
“คุณพระ!? อกกะเทยจะแตกตาย หนูกุ๊กลูก...หนูถูกรุมโทรมมาหรือคะ!”
เสียงเจ๊ดังลั่นในห้องอันเงียบงัน ปากกว้างๆ ยังอ้าค้างยามเห็นสภาพกฤติกา นี่ขนาดมีเสื้อผ้าห่อไว้นะ ถ้าเปลื้องเดรสสีม่วงนั่นออกดู เจ๊ต้องเป็นลมแน่ๆ
เวหาหน้าเจื่อน มองกฤติกาแล้วเหนื่อยใจ หล่อนมีสภาพไม่ต่างจากที่เจ๊หวีพูดหรอก
“ถามเขาสิ เขาทำหนู”
“คุณเวย์!!” เจ๊หันมาเอาเรื่อง เวหายกมือยอมแพ้
“มันเป็นอุบัติเหตุ”
“เหตุบ้าเหตุบออะไรคะ หนูกุ๊กของเจ๊ยังสดซิงนะคะคุณเวย์!” กะเทยร่างหมีโอดครวญกับผู้กำกับหนุ่ม ทำไมสองคนนี้มาลงเอยกันได้ ไม่รู้หรืออย่างไรว่าเรื่องยุ่งๆ จะตามมา
“เอ่อ...คือ ผม...”
“เจ๊...” กฤติกาเรียกเจ๊อย่างรำคาญใจ
“คะลูก...”
“หนูอยากกลับบ้าน...” เธอเอื้อนเอ่ย ได้ยินเสียงเจ๊หวีทวงความเป็นธรรมให้กันแล้วใจมันปวดหนึบ ถ้าอยู่ต่อคงได้ร้องไห้ฟูมฟาย มันไร้สาระ ทุกอย่างมันเป็นอุบัติเหตุอย่างที่เขาว่านั่นแหละ
“พาเธอกลับก่อนเถอะเจ๊”
“ได้ไงคะ ไม่คิดจะรับผิดชอบอะไรบ้างเหรอ หนูกุ๊กเสียหายนะคะคุณเวย์”
“แล้วผมต้องทำยังไง ผม...ไม่ได้รักเธอสักนิด”
กฤติกาถึงกับลุกยืนเมื่อได้ยินอย่างนั้น ผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอ เพิ่งเริงรักกับเธออย่างถึงพริกถึงขิง เขาเพิ่งพรากพรหมจรรย์เธอไป และเขา...เพิ่งประกาศว่าไม่ได้รักเธอเลย
“คุณเวย์!?” เจ๊ร้องออกมาอย่างผิดหวัง
“ขอโทษครับ ผม...ผมไม่รู้จะทำยังไง มันมืดแปดด้านไปหมด เจ๊ช่วยพาเธอกลับไปก่อน มันจะเช้าแล้ว ผมต้องรีบไปด้วย”
“ไปไหนคะ ไม่ให้ไป คุณเวย์ต้องกลับบ้านไปกับเจ๊ ไปคุยกันให้รู้เรื่อง”
“เขาจะไปโรง’บาลค่ะ เรากลับเถอะเจ๊”
กฤติกาบอกอย่างเหนื่อยหน่าย ดึงเอากระเป๋าใบใหญ่ออกจากหัวไหล่ของเจ๊ มีเสื้อคลุมตัวหนึ่งในนั้นที่เธอเดาว่าเจ๊เตรียมมาให้ เธอเอามันมาคลุมร่าง แลหาแว่นตากับหมวกมาสวม ไม่ลืมแมสก์ปิดปากด้วย
“ใช่...คือ ผมต้องรีบไปโรงพยาบาล พี่ไหมอาการทรุด”
“ฮะ!?” เจ๊ร้องออกมาอย่างตื่นตะลึง ทำไมต้องมาทรุดตอนนี้ด้วย เมื่อคืนในข่าวก็ไม่เห็นว่ายังไง โธ่เอ๊ย ทำไมเรื่องต้องมายุ่งเหยิงตอนนี้ด้วยนะ
“เจ๊...ถ้าเจ๊ไม่กลับหนูจะกลับแล้วนะ” บอกกล่าวเสียงอู้อี้ สอดเท้าเข้าในรองเท้าส้นสูงแล้วค่อยๆ ก้าวเดิน ทว่าร่างกายที่ไม่ปกติ เดินไปเพียงสองก้าวก็เซเกือบจะล้ม
“กุ๊ก!?” เวหาเอื้อมแขนมารอรับ รู้อยู่แล้วว่าหล่อนต้องล้มในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง เจ๊หวีเข้าช่วยเหลืออีกแรง
“ปล่อยฉัน! แล้วจะไปไหนก็...ไสหัวไป!”
“กุ๊ก!?”
กฤติกาไม่สนเสียงที่คล้ายตำหนิ เธอดึงแขนเขาออกจากตัว ปล่อยให้เจ๊หวีประคองไปที่ประตู ไม่สนว่าเขาจะเป็นยังไง จะไปไหน เธอแค่อยากไปจากที่นี่ เธอแค่อยากกลับบ้าน
เวหาพ่นลมออกจากปากแรงๆ เรื่องพี่ไหมว่ากลุ้มแล้ว เรื่องกฤติกาทำให้เขากลุ้มยิ่งกว่า เขาจะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้ดี เขาไม่ได้มีใจให้หล่อนสักนิด และหล่อนก็คงรู้ดีว่าเขามีใจให้ใคร
พอออกจากโรงแรม เวหาก็ตรงดิ่งไปที่โรงพยาบาล ไหมขวัญอาการหนัก กลายเป็นผู้ป่วยวิกฤติห้ามเข้าเยี่ยม เขาเฝ้ารออย่างอดทน ทว่าไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากการรอฟังอาการเท่านั้น เริ่มมีการพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนตับอย่างจริงจัง เขาได้ยินแล้วยิ่งใจคอไม่ดี มีญาติของคนไข้ที่เป็นแฟนคลับของพี่ไหม ติดต่อมาเรื่องขอบริจาคตับถึงสามราย ทว่านั่นยังอุ่นใจไม่ได้ ต้องมีการตรวจอย่างละเอียดว่าตับเหล่านั้นใช้ได้ไหม แต่ที่แน่ๆ เขาคิดว่าตับของกฤติกาต้องใช้ได้อย่างแน่นอน
ข่าวแทบทุกช่องรายงานอาการพี่ไหมแทบทุกชั่วโมง และเพราะพี่ไหมเป็นดาราดัง นักข่าวเลยมาปักหลักอยู่ที่โรงพยาบาลจำนวนไม่น้อย ผู้จัดการคนดีตอบนักข่าวเท่าที่ตอบได้ บางคราไมค์เหล่านั้นยังจ่อมาที่เขา ทว่าเขาไม่อาจตอบคำถามใดๆ เขาไม่มีอะไรจะพูดหรอกในตอนที่ความเป็นความตายของพี่ไหมรอท่าอยู่ทุกวินาที
- ooooooo - หลังมื้อค่ำครอบครัววัฒนนท์นั่งล้อมวงอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ปู่รงค์ดูข่าวช่วงสองทุ่ม ตังเมทำการบ้านในขณะที่สองแฝดเป็นตัวป่วน แต่พี่ชายยังยิ้มแป้น รักน้องห่วงน้อง ไม่ตีไม่ว่า น้องทำอะไรก็ดีไปหมด ก็คนไม่เคยมีน้องนี่นา“พี่ตาง หนูฟ้าช่วยพี่ตางเขียนกอไก่นะคะ”“โอ...อย่าๆ ไม่เอา นี่การบ้านพี่”“ก็หนูฟ้าอยากเขียน”“ของตัวเองล่ะ”“ปายแย่ง” ว่าแล้วชี้ให้ดูสมุดวาดเขียนที่ตอนนี้มีแต่สีน้ำเงินเข้มข้นระบายอยู่บนนั้น“โอ้...ปลายไม่เอา เอาสมุดตัวเองมาวาด ไม่แย่งของฟ้าสิ”“ป่าวแย่งฟ้า..ฟ้าให้”หนูฟ้าส่ายหน้ารัวๆ พี่ตังเลยต้องฉีกกระดาษสมุดให้หนูฟ้าแล้วจับสองแฝดนั่งดีๆ โดยที่ตัวเองนั่งคั่นกลาง ปลายยังแอบเอื้อมมือมาดึงกระดาษของฟ้ายิกๆ“อย่าแกล้งกันนะ ใครแกล้งไม่ซื้อขนมให้กินด้วย”เด็กน้อยทั้งสองรีบหันมานั่งดีๆ และสนใจแต่เฉพาะกระดาษที่อยู่ตรงหน้าตัวเองเท่านั้นเวหามองลูกๆ หลานๆ แล้วยิ้มชื่นใจ ในขณะที่กฤติกาเอาแต่ทำเสียงฮึดฮัดขัดใจอยู่ข้างๆ เขาแอบวาดแขนไปข้างหลังหล่อน ใช้มือร้อนๆ แอบลูบไล้สีข้างอวบๆ ของภรรยา “พี่เวย์....เอามือออกไป กุ๊กยุ่งอยู่” เธอกระซิบ มือทั้งสองยังอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์“อะไ
เสียงตังเมเรียกน้องอยู่หน้าประตู ลูกบอลลูกใหม่ช่างเข้ากันเหลือเกินกับสนามหญ้าเขียวๆ เธอมองออกไปตรงนั้น มองนิ่งนาน แลเห็นพ่อสามีกำลังเอามือไขว้หลัง เดินไปเดินมาบนหญ้านุ่มๆ ที่สนาม ท่านยังคงเฝ้ามองหลานๆ ไม่ห่างสายตา...ดีจัง ครอบครัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอกับพ่อเหมือนที่เคยเป็นแล้วนะ วันนี้เธอมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้วจริงๆ “พ่อ...หนูรักพ่อนะคะ ไม่ว่าเรื่องอะไร หนูไม่เคยโกรธพ่อเลย สำหรับคนอื่นหนูไม่รู้ แต่สำหรับหนู พ่อคนนี้แสนดีที่หนึ่ง ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะมีความสุข จะใช้ชีวิตให้ดีอย่างที่พ่อเลี้ยงหนูมา” บอกกล่าวกับรูปถ่ายของบิดา ก่อนจะเลื่อนสายตามายังรูปที่อยู่ข้างกัน “ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะเลี้ยงเด็กๆ ให้ดี ไปอยู่ในดินแดนแสนสงบให้สบายนะคะ...แม่”คำพูดแผ่วเบาแต่เจ้าตัวได้ยินอย่างชัดเจน เวหาเดินเข้ามาหาภรรยา วางมือบนบ่าแล้วยิ้มอ่อนโยนมาให้“เอาไว้จัดของเสร็จ ตกแต่งทุกอย่างจนเรียบร้อย เราค่อยทำบุญบ้านกันนะ จะได้เริ่มต้นใหม่กับที่นี่อีกครั้ง เราจะอยู่ที่นี่ ที่นี่จะเป็นบ้านของเรา ตลอดไป”“ตลอดไป...ชอบคำนี้จัง อยู่ด้วยกันนานๆ นะคะ”“แน่นอนที่รัก” บอกเมียแล้วไม่ลืมดึงมากอดมาหอม อยู่ใกล้เมียแล้วอ
เสียงทุ้มนุ่มนั้นฟังดูคุ้นๆ แต่สมองบอกว่าอย่าไปใส่ใจ เธอเริ่มประหม่าหนักขึ้นเมื่อรู้ว่าหมอที่จะมาตรวจ เป็นผู้ชาย“เสร็จแล้วค่ะ” “ถอดบราด้วยครับ” ครูสาวกะพริบตาถี่ๆ หมอมีตาทิพย์หรือไง เธอรีบถอดบราแล้ววางไว้ นั่งอยู่บนเตียง มือสองข้างโอบอุ้มพุ่มทรวงครืด...เสียงผ้าม่านถูกเลื่อนออก แล้ววินาทีที่ดวงตาสองคู่สานสบ ความตื่นตกใจก็ตามมา“กรี๊.... อื้อ...”หมอหนุ่มรีบปิดปากเล็กๆ นั่นให้ไว เขาเปล่านะ เขาไม่ได้ทำอะไรจริงๆ“ชู่ว์...ไม่เอาน่า ไม่กรี๊ดนะ คุณจะกรี๊ดทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”“อื้อ...อื้อ...” หญิงสาวส่งเสียงอู้อี้เมื่อถูกปิดปากแน่น มือข้างหนึ่งรีบควานหาเสื้อมาปิดหน้าอกหน้าใจ ชานนท์ปล่อยมือจากปากของครูเอย หญิงสาวทอดมองเขาตาขวางขุ่น แขนเล็กเรียวกอดหน้าอกแนบแน่น หล่อนเอาเสื้อมาปิดหน้าอกไว้ ปิดทำไม เห็นหมดแล้ว“อย่ามองหน้าอกฉันนะ”“ไม่มองจะตรวจได้ยังไง”“ก็...” เหมือนจะถูกต้อนให้จนมุมชานนท์นึกขัน หล่อนคงไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอเขาละสิ สวรรค์นี่ก็นะ ชอบเล่นตลกเสียจริง ส่งหล่อนมาให้เขาตรวจ แล้วเขาน่ะ...จะเป็นหมอที่ดีได้ยังไง“เร็วๆ คุณ ผมรีบนะ มีคนไข้รออยู่อีกเยอะเลย”“...ให้พยาบาลตรวจแท
“ฟ้าทำความสะอาด พี่ตังเปิดยูทูปให้ดู ยาสีฟันทำความสะอาดได้”เวหาเม้มปากแล้วถอนหายใจ ดีเท่าไหร่ที่เจ้าฟ้าไม่เอาแปรงสีฟันตัวเองมาถูอ่างเล่น และดีเท่าไหร่ที่เจ้าปลายไม่บีบโฟมล้างหน้าเข้าปาก“เอาละนะเด็กๆ ถ้าใครดื้อละก็พ่อจะทำซุปข้าวโพดให้กิน โอเคนะ”ดูเหมือนว่าคำขู่นั้นจะทำให้เด็กแฝดยอมศิโรราบ ก็บิดาที่เคารพชอบบังคับให้กินผัก ผัดผัก ซุปผัด ยี้....“ดีมาก เป็นเด็กดี แก้ผ้าแล้วอาบน้ำทีละคน พ่อเปิดน้ำอุ่นให้แล้ว เร็วๆ เลย” แล้วการต้อนเด็กแฝดอาบน้ำก็เกิดขึ้นตอนใกล้หกโมงเช้า ความป่วนของเจ้าสองแฝดทำเอาปวดหัว แต่ความน่ารักน่าเอ็นดูก็มีมาก เขายินดีให้เจ้าสองแสบแสนซนไปอย่างนี้ ขอเพียงให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าเท่านั้นก็พอ- ooooooo - สองชั่วโมงให้หลังเตียงที่ยุบยวบทำให้คนที่กำลังหลับขยับตัวตื่น กฤติกาปรือตาขึ้นมอง แลเห็นสามีกำลังคลานขึ้นเตียงมา“อือ...เด็กๆ ละคะ”“ส่งขึ้นรถแล้ว คุณพ่อขับรถไปส่งเอง”“ดีจัง คุณพ่อน่ารักที่สุดเลย”“ห้ามไม่ฟังน่ะสิ ความสุขของแกก็ให้ทำไป เหนื่อยเมื่อไหร่คงเรียกเราเองนั่นแหละ” ว่าแล้วขยับไปเบียดร่างของภรรยา กอดร่างนุ่มๆ ของหล่อนไว้แล้วไซ้ซอกคอแรงๆ“ไม่เอา พี่เวย์ กุ๊ก
- ooooooo - ตอนพิเศษ- ooooooo - งานแต่งเล็กๆ แต่อบอุ่นยังตราตรึงในหัวใจของหมอหนุ่มและครูสาว ทั้งสองนอนไม่หลับ เลยเดินออกจากบ้านพักมาเดินตากลมเล่น หัวใจเปล่าเปลี่ยวของคนทั้งสอง ยังไม่จูนมาเจอกันสักครา แม้ว่าบางเวลาคุณหมอคล้ายจะทอดสะพานอยู่บ้าง แต่ครูสาวนั้นทึ่มเกินกว่าจะเข้าใจ“ลมแรงนะคุณ เสื้อแขนยาวก็ไม่เอามา” หมอว่าแล้วถอดเสื้อคลุมของตัวเองให้ครูสาว อย่างที่สุภาพบุรุษพึงทำ แต่ครูสาวส่ายหน้ารัวๆ ส่งเสื้อคืนให้เขา“ไม่เอา ฉันร้อน เดินตากลมเล่นเย็นดี”คุณหมอกะพริบตาช้าๆ ท้าแรงลม โอเค...ไม่เอาเสื้อก็ไม่เอา “คุณเป็นยังไงบ้าง ที่โรง’บาลไม่มีพยาบาลสาวๆ มาจีบบ้างเหรอ”“มี แต่ไม่ชอบ สวยๆ ก็มี แต่คุณคิดสิ อยู่ที่ทำงานก็เห็นแต่พยาบาล กลับมาบ้านยังจะให้เห็นพยาบาลอีกเหรอ ถ้าเห็น...คนอื่นที่ไม่ใช่พยาบาลก็คงดี” อย่างเช่น คุณครู เป็นต้น ประโยคนั้นหมอหนุ่มก็ได้แต่เอ่ยในใจ ครูเอยไม่ใช่คนสวยมากมาย แต่หล่อนเป็นพวกเรียบเรื่อย มองได้เรื่อยๆ ติดเชยไปสักหน่อย แต่เขาว่ามันท้าทายดี บางทีก็นึกทะลึ่งตึงตัง อยากรู้ว่าใต้เสื้อผ้ารัดกุมของหล่อนนั้น...มันจะเป็นอย่างไรอา...สงสัยจะเมาเบียร์แฮะเรา คิดอะไรบ้าๆ“น
วันเวลาที่ผ่านมา แม้มีทะเบียนสมรสแต่เขาไม่เคยรู้สึกเป็นเจ้าของ ผิดกับเวลานี้ ตอนที่ได้สวมแหวนให้กฤติกา ตอนที่หล่อนมองมาด้วยสายตาแห่งความรัก นั่นต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ เจ้าของความรักอย่างไรเล่า“จะไม่จูบเจ้าสาวหรือคะพี่!” ครูเอยร้องเชียร์ ชานนท์เปิดเพลงหวานอีกคราหนึ่ง ความหวานละมุนโอบล้อมรอบด้าน สร้างบรรยากาศแห่งความสุขแสนหวาน เขาเฝ้ามองคนที่กำลังจุมพิตเจ้าสาว คิดว่าจะมีสักครั้งไหมที่ได้ทำเช่นนั้น กับใครสักคนที่รักเขาบ้าง ความมั่นคงของเวหาถูกพิสูจน์ด้วยกาลเวลา จนแม้แต่ครูเอยยังต้องพ่ายแพ้ ความโสดยังปักหลักอยู่ที่เขากับคุณครู จนต้องมานั่งอิจฉาบ่าวสาวอย่างนี้เวหาโน้มหน้าไปหากฤติกา บรรจงจูบเบาๆ แต่ความหวานช่างล้ำลึกหนักหน่วง ริมฝีปากที่แตะต้องสัมผัส ราวกับไม่อยากผละจาก“พ่อคะ...จุ๊บๆ ฟ้าด้วย จุ๊บ!”“ปายด้วยค้าบ! จ๊วบๆ แม่ค้าบจ๊วบๆ”เจ้าสองแฝดร้องขอให้พ่อกับแม่จุ๊บพวกเขาบ้าง เรียกเสียงฮาครืนให้กับทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ กฤติกากับเวหาอุ้มลูกชายลูกสาว เดินฝ่าทรายเม็ดเล็กๆ ไม่กี่ก้าวไปนั่งยังโต๊ะที่ตั้งอยู่ ก่อนที่งานฉลองเล็กๆ จะเริ่มต้นขึ้นในตอนนั้น กฤติกาไม่เคยมีความสุขอ







