Masukการที่พันธะหมดสิ้นลงเขาอาจจะสบายใจขึ้น และอาจจะให้อภัยเธอและแม่บ้าง ก่อนจะก้มลงไปมองบุตรสาวที่อยู่บนตักพร้อมกับคิดหนัก เพราะไม่รู้ว่าในอนาคตลูกสาวจะโกรธหรือไม่ที่เลือกตัดสินใจแบบนี้ แต่ก็หวังว่าลูกสาวจะเข้าใจเธอ
“ต่อไปนี้ฉันจะดูแลเธอกับเหลนเอง” ขวัญเกล้าบอกอย่างแน่วแน่ เพราะรักทั้งสองคนมาก แม้กีรกานจะไม่ใช่ลูกหลานของตน และเป็นเพียงลูกสาวของสาวใช้ในบ้าน แต่การที่ได้อยู่ร่วมชายคากันมาเกือบจะสิบปี มันก็ทำให้ได้รู้ถึงนิสัยและรู้ว่ากีรกานเป็นคนดี
สำหรับเรื่องมารดาของกีรกาน เธอก็ไม่ได้พาลเอามันมาเกี่ยวกันเหมือนหลานชาย
“ถ้าตาภามโทร.หา ไม่ต้องรับ ถ้าจะตัดต้องตัดให้ขาด” ท่านสั่ง
“ค่ะ”
กีรกานก็รับคำ เพราะมันจริงอย่างท่านว่า ถ้าจะตัดก็ต้องให้ขาดเหมือนตัดบัวอย่าให้เหลือใย แม้จะบอกตัวเองแบบนี้แต่หญิงสาวก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาก็พยายามที่จะรักเขาให้น้อยลงเพื่อที่ใจจะได้ไม่ต้องเจ็บ แต่ก็ไม่เคยที่จะทำได้เลยบทที่ 4
ยังร้ายให้เธอเกลียด
การตัดใจต้องตัดให้เหมือนตัดบัว อย่าให้เหลือใย สุภาษิตนี้ไม่ใช่เธอหรอกที่ทำได้ แต่เป็นภามต่างหากที่ทำมันได้ เพราะนี่ก็ผ่านมาเกือบห้าวันแล้ว และเขาก็ไม่เคยจะติดต่อมาเลย หรือแม้จะโผล่มาให้เห็นหน้าก็ไม่มี ซึ่งมันก็สื่อได้เป็นอย่างดีว่าเขาก็ต้องการหย่าเช่นกัน และทั้งที่เธอเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอหย่าเอง แต่ไฉนเองกลับปวดร้าว
แม้จะบอกหนักแน่นกับตัวเองตลอดมาว่าสิ่งที่เลือกคือสิ่งถูกต้องแล้ว จะยื้อไปเพื่ออะไรในเมื่อมีแต่เจ็บและเจ็บ แม้ครั้งนี้มันอาจจะเจ็บปวดทรมานมาก แต่สุดท้ายมันก็คือจบ แต่ทำไมกลับทำไม่ได้ ต้องมาแอบมีน้ำตา ว่าแล้วมันก็เจียนไหลลงมาอีกจนกีรกานต้องยกมือขึ้นมาเช็ดมันออก เธอจะไม่มีทางร้องไห้ให้ลูกเห็นเด็ดขาด
โดยในตอนนี้หญิงสาวกำลังนั่งรอใครบางคนอยู่หน้าบ้านพร้อมกับลูกน้อย และสักพักคนที่รอก็ขับรถเลี้ยวเข้ามาก่อนจะมาจอดตรงหน้าเธอแถมยังส่งยิ้มหวานให้
หญิงสาวส่งยิ้มกลับไปเช่นกัน เธอไม่อยากให้ชายคนนี้รู้ถึงความเศร้าและเสียใจที่มันเกาะกุมในหัวใจ เพราะรู้ดีว่าพี่ชายคนนี้รักและห่วงใยเธอมากเพียงใดกีรกานอุ้มลูกสาวและเดินไปหาก่อนจะขึ้นไปนั่งบนรถเพื่อไปทำธุระบางสิ่ง
สักหนึ่งชั่วโมงต่อมาก็มีรถอีกคันแล่นเข้ามาในบ้านอีกครั้งและเจ้าของรถก็ก้าวเข้าไปข้างใน ทันทีที่เจ้าของบ้านเห็นก็ทำสีหน้าบึ้งตึงคล้ายไม่อยากจะต้อนรับ ก่อนจะร้องถามออกไป
“แกมาบ้านของฉันทำไมตาภาม”
ในใจลึก ๆ หล่อนก็หวังว่าหลานชายจะคิดได้และมาง้อภรรยาของตัวเอง แต่สี่วันที่ผ่านมากลับไม่เห็นแม้แต่เงา และหล่อนก็ไม่เข้าใจเลยว่าในวันนี้หลานชายจะมาทำไม ถ้าจะมาง้อหรือปรับความเข้าใจทำไมเพิ่งจะมา ไม่รู้สึกตัวช้าไปหน่อยหรือ“ลูกผมอยู่ไหนหรือครับ” เสียงเข้มตอบคำถามและสอดส่ายสายตามองหา แต่ชายหนุ่มไม่ได้มองหาแค่ลูก ทว่ากำลังมองหาแม่ของลูกด้วย
“แม่กั้งพาไปฉีดวัคซีน” ผู้เป็นย่าตอบและเห็นว่าหลานชายเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งที่โซฟา “จะรอหรือ” ท่านถามซ้ำอีกครั้ง
“ครับ”
“แกมีธุระกับแม่หรือลูก” เอ่ยถามเพราะอยากจะรู้ว่าที่มาเพราะเหตุใด ต้องการมาตกลงเรื่องหย่าหรือเรื่องใดกันแน่และหากสุดท้ายการหย่าขาดคือเรื่องที่ดีที่สุด หล่อนก็ไม่คิดจะห้ามความสัมพันธ์ของพ่อกับลูกอยู่แล้ว และสี่วันที่ผ่านมาคำตอบมันก็ชัดเจนสำหรับฝั่งคนของเธอว่าตัดใจไม่ขาดหรือเรียกง่าย ๆ ว่าเลิกรักหลานชายตนไม่ได้ เธอเห็นร่องรอยของน้ำตาแม้ว่ากีรกานจะเช็ดมันออกไปก็ตาม แต่ดวงตาของเธอนั้นกลับเศร้าจนปกปิดไม่อยู่“ผมจะรอลูก” ชายหนุ่มตอบเสียงเข้ม แม้จะรู้แก่ใจว่าที่มาไม่ใช่แค่อยากจะเจอลูกก็ตาม
“ฉันว่าไม่ต้องเสียเวลารอหรอก อีกหลายชั่วโมงกว่าจะกลับมา เพราะพ่ออัคคงจะพาแม่กั้งและลูกไปเดินห้างฯ ต่อ” ขวัญเกล้าตอบพร้อมกับมองปฏิกิริยาของภามยามที่ได้ยินชื่อของอัครัฐ แต่หล่อนก็ต้องผิดหวังเพราะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดทางสีหน้าของหลานชายสักนิด ก่อนจะเอ่ยพูดย้ำอีกหน เพราะหวังว่ามันจะกระตุ้นได้“เขาอาสาพาไปเอง”
“คุณย่าคิดจะใส่ตะกร้าล้างน้ำส่งต่อให้พี่อัคหรือครับ”
ภามถามกลับและยังคงมีสีหน้านิ่งเช่นเคย เนื่องจากเขาไม่ชอบให้ใครมาล่วงรู้ถึงความรู้สึก และเพียงรู้ว่าใครเป็นคนพากีรกานไป เขาก็พอจะรู้จุดประสงค์ของท่านทันที และมันก็คงเป็นเพราะเหตุผลนี้กระมังที่ทำให้ใครบางคนต้องโทร.หาเขา แต่มือถือของเขาดันแบตหมดพอดีจนไม่สามารถติดต่อกลับได้ เขาจึงเร่งมาที่นี่“ไม่ต้องใส่ตะกร้าล้างน้ำตาอัคก็รับด้วยความเต็มใจ แกก็คงจะรู้ดี” อัครัฐ คือลูกพี่ลูกน้องของภามและก็หลงรักกีรกานมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เธอไม่เคยคิดรังเกียจกีรกานที่เกิดมาในสถานะที่ต่ำต้อยกว่า เธอยินดีหากกีรกานตอบรับความรักของอัครัฐ แต่มันกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะคนที่ทำให้กีรกานหน้าแดงได้ก็คือหลานชายตัวร้ายคนตรงหน้านี่ต่างหาก
“เชิญกลับไปซะ บ้านฉันยังไม่พร้อมที่จะต้อนรับแกเวลานี้ ค่อยมาตอนที่ยัยกั้งแต่งงานกับพ่ออัคใหม่ละกัน” อย่าหาว่าใจร้ายใจดำกับหลานเลย แต่มันสมควรแล้วที่คนตรงหน้าจะได้รู้สึกเจ็บบ้าง และหากยังเฉยชาอยู่แบบนี้ เธอจะเร่งให้ทุกอย่างที่พูดเกิดเร็วขึ้น คนดี ๆ อย่างกีรกานและอัครัฐเหมาะสมกันแล้ว และมากกว่าภามเสียอีก
“ผมยังไม่หย่า เธอก็คงจะยังแต่งไม่ได้”
แม้หัวใจจะกระตุกวูบกับคำว่าแต่งงาน แต่ภามก็ไม่ได้แสดงทีท่าที่ทุกข์ใจใด ๆ เพราะไม่มีทางปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นแน่ เพราะไม่เช่นนั้นทุกสิ่งที่ตั้งใจทำมาก็คงไม่มีค่าความสุขอีกอย่างหนึ่งของเขานอกจากจะได้นอนกอดภรรยาแล้ว ก็คือการนอนกอดลูกสาวตัวน้อย เจ็ดคืนที่ผ่านมาเขามีความสุขมาก และคงไม่มีวันลืมคืนแรกที่ได้นอนกอดทั้งลูกและเมียตลอดทั้งคืนโดยไม่ต้องระวังอะไรอีกแล้ว ด้านกีรกานก็ยิ้มรับคำของเขาก่อนจะเข้าไปสวมกอดและแนบใบหน้ากับอกแกร่ง หล่อนดีใจที่เขาให้โอกาสเธอได้รักและทำหน้าที่ภรรยาของเขา ด้านภามก็ตอบรับด้วยการกดจมูกลงที่ศีรษะทุย ก่อนจะบอกรักให้กีรกานได้ยิ้มและมีความสุข ซึ่งภามสัญญาว่าเขาจะบอกรักเธอทุกวันไม่มีวันขาด รวมถึงจะกอดกีรกานไว้แน่น ๆ แบบนี้ไปตลอดกาลบทพิเศษ ผ่านมาแล้วร่วมสามเดือนจา
“ใช่ครับ” “ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้กั้งขนาดนี้ กั้งรักคุณกับลูก” “ฉันก็รักกั้งกับลูกนะ และอีกเรื่องที่ฉันอยากจะขอโทษ ขอโทษที่ปกป้องลูกอีกคนของเราเอาไว้ไม่ได้” แล้วคนตัวโตก็ปลดปล่อยเสียงร้องไห้ต่อหน้าภรรยาออกมาอย่างไม่อาย แถมยังกอดเอวคอดไว้ เขายอมรับว่าระมัดระวังเรื่องนี้แล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ดีพอ หัวอกของผู้เป็นพ่อทุกข์ระทม เขาเสียน้ำตาแต่ก็แสดงออกให้ใครรู้ไม่ได้ และแม้อยากจะดึงกีรกานมาปลุกปลอบให้คลายความเศร้าก็ทำไม่ได้ เพราะรู้ว่าคนของคุณยายจับตาดูกีรกานอยู่ที่โรงพยาบาล กีรกานเองก็สะอื้น แต่ก็พยายามเรียกน้ำตาให้กลับคืน เพราะไม่อยากจะทำให้สามีรู้สึกแย่และโทษตัวเอง เนื่องจากเขาไม่ใช่คนผิด แต่เขาคือคน
“ผมจะจัดการศพของคุณยายเองครับ ไม่ต้องห่วง” เขาบอกเสียงเข้มก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องสองคนพาคนที่เขารักทั้งคู่ไปโรงพยาบาล ภามทิ้งตัวลงต่อหน้าศพของเขมจิราและปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา เขาคงเป็นหลานที่แย่มากที่สุดและท่านคงจะเกลียดเขามาก แต่หากเขาไม่เลือกทำแบบนี้ก็เท่ากับจะปล่อยให้ท่านสร้างบาปไปเรื่อย ๆ และคงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ท่านพรากลมหายใจของคนที่รักไป เพียงแค่อัยย์ญาดา ตอนนั้นเขาก็เจ็บหนักแล้ว และรู้ว่าคนที่เจ็บหนักกว่าเขานั้นคงไม่พ้นกีรกาน ก่อนภามจะก้มลงกราบที่เท้าท่าน และกล่าวขออโหสิกรรมน้ำเสียงสั่นเทา “ผมรักคุณย
ซึ่งขณะเดียวกันชายทั้งสามคนที่ถูกจ้างมาด้วยเงินก้อนโตก็ตากันล่อกแล่ก เพราะความกลัวและวิตก เนื่องจากรักชีวิตมากกว่าเงินทองอยู่แล้ว ไม่คิดที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยง ทั้งสามมองหาทางรอดพ้นจากตำรวจและกำลังคิดจะถอย “ใช่ครับ ผมรักกั้ง แต่เหตุผลที่ผมเลือกทำแบบนี้ก็เพราะคุณยายไม่หยุด คุณยายยังคิดแค้น ถึงสั่งให้ฆ่ากั้งกับลูกอีก” ใจมันเจ็บปวด และเสียงของชายหนุ่มก็สั่นเครือ ในคอรู้สึกมีรสปร่า ดวงตาเกิดการวูบไหว “แล้วแกตบตาฉันมาตลอดเลยใช่ไหมว่าเกลียดนังกั้ง แต่ที่จริงแกรักมันและต้องการปกป้องมัน” หล่อนเริ่มกระจ่างในสิ่งที่สงสัยแล้ว เพราะมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ “ใช่ครับ ผมตบตาคุณยายว่าเกลียดกั้งเพื่อให้กั้งปลอดภัย เพราะยิ่งผมแสดงว่ารักกั้ง คุณย่าก็ยิ่งจะแค้นกั้ง แล้วตอนนี้ผมจับสุรชัชได้แล้ว และมันก็ยอมสารภาพทั้งหมดแล้วว่าคุณยายสั่งให้ไปฆ่าใครบ้าง ตอนนี้ผมก็ส่งมันให้ตำรวจแล้ว” แบบนี้สินะ เธอถึงติดต่อสุรชัช มือปืนของเธอไม่ได้ “แกคิดจะจับฉันเข้าคุกหรือ แกมันเนรคุณ” ดวงตาของท่านวาววับราวกับปีศาจ “ผมเลือกไม่
แล้วก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด เพราะเธอรู้ว่าเขมจิรารักลูกสาวมากเพียงใด คงจะหาคำมาเปรียบเปรยไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น “ฉันไม่รับ” คนโกรธจนคลั่งตะคอกเสียงบอกและแววตาก็ยังเปล่งประกายว่ามีเปลวไฟลูกใหญ่เต้นระริกอยู่ในนั้น “กั้งขอโทษแทนแม่มลด้วยค่ะ” กีรกานก้มลงไปกราบที่พื้นพร้อมกับสะอื้นอย่างเสียใจ เธอรู้ว่าสิ่งที่มารดาทำให้มันทำให้ใครต่อใครหลายคนต้องเป็นทุกข์และเสียน้ำตา โดนเฉพาะกัลยกร ซึ่งท่านดีกับเธอมาตลอด เธอจึงละอายแก่ใจยิ่งนัก “ฉันไม่รับ วันนี้แกสองคนต้องตาย อ้อ แต่ฉันจะบอกอะไรไว้ให้แกรู้ก่อนตายนะนังกั้ง แม่แกตายเพราะฝีมือฉัน” แล้วก็เห็นรอยยิ้มแห่งความสะใจแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าของคนพูด ก่อนท่านจะหัวเราะลั่นคล้ายคนคลั่ง&nb
แม้จะรู้สึกปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นมากุม แต่อัครัฐก็ยังฝืนคุยกับน้องชาย เพราะใจกำลังเป็นห่วงและรู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้องผู้มีพระคุณได้ “ผมไม่รู้ แต่กลัวว่าจะใช้เป็นวิธีล่อกั้งให้ออกมา” ไม่คิดว่าจะเป็นคนอื่น นอกจากยายของเขา ก็เพราะย่าของเขาไม่ได้มีศัตรูที่ไหน แต่ก็คิดเหตุผลที่ท่านจับตัวของย่าของเขาไปไม่ได้นอกจากเหตุผลนี้ ท่านคงทำตามที่พูดแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยกีรกานและจะรังควานคนที่กีรกานรัก หญิงสาวก็ทั้งรักและเคารพขวัญเกล้า “แกรีบไปดูกั้ง ฉันใจคอไม่ดี นี่มันเกือบจะห้าชั่วโมงแล้วที่ฉันสลบไป”







