Masuk“เธอคือลูกสาวของคนที่ทำให้แม่ผมต้องตาย” ภามตอบน้ำเสียงเข้มขึ้นและประกายตาก็กระด้าง
“ยัยกั้งไม่ใช่คนผิด อย่าเอาความผิดมาลงที่ยัยกั้ง” เธอบอกและพยายามลดอารมณ์โกรธลง เพราะรู้ว่าหลานชายต้องเจ็บปวดเพียงใดกับการที่ต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ และเธอในฐานะแม่ก็เจ็บปวดเช่นเดียวกันที่ต้องสูญเสียลูกชายไป
แต่ก็ไม่ได้นึกโทษใคร นอกจากโทษไฟราคะในตัวลูกชายของตัวเอง และโทษตัวเองที่อบรมลูกมาไม่ดีพอ แต่ดูสิ หลานชายยังนิ่งเฉยราวกับไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจในสิ่งที่พูดออกมาสักนิด หลานชายไม่รู้เลยหรือว่าคำพูดเหล่านั้นมันจะทำร้ายจิตใจของกีรกานมากเพียงใด“ได้ ในเมื่อแกกล้าถึงขั้นพายัยสองมาเหยียบย่ำหัวใจคนของฉันได้ ฉันก็จะปลดปล่อยพันธะให้แก”
เธอเป็นคนบังคับให้คนทั้งสองเริ่มพันธะนี้เอง เพราะมันคือสิ่งที่ถูกต้อง หล่อนไม่มีทางปล่อยให้หลานชายต้องทำผิดและไม่รับผิดชอบ แต่ในเมื่อหล่อนพยายามยื้อแล้วและพบว่าคนที่มีความทุกข์ที่สุดก็คือกีรกาน เธอก็ขอให้มันยุติลง บางทีการไร้ภามข้างกาย กีรกานอาจจะมีความสุขมากกว่านี้“แม่กั้ง หย่าให้เขาสองคนเถอะ”
“กั้งแล้วแต่คุณหญิงค่ะ”
“ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองหรือไงฮะ ถึงเลือกเองไม่ได้” ทันทีที่ได้รับคำตอบจากกลีบปากหยักของกีรกาน ใบหน้าของภามก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ แถมน้ำเสียงก็ขุ่นคลั่กพร้อมกับมองกีรกานอย่างไม่พึงพอใจ
“อย่ามาขึ้นเสียงกับคนของฉันนะตาภาม” ขวัญเกล้ากล่าวเสียงดังพร้อมสีหน้าเอาเรื่องเช่นกัน ไม่มีทางปล่อยให้หลานชายทำเรื่องผิด ๆ อีกแน่
การโต้เถียงของย่าหลานทำให้หนูน้อยลักษณ์นาราตกใจจนเบ้ปากร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว น้ำตาไหลหยดลงมาจากดวงตาคู่เล็ก
“แงง กลัวป้อพำ”
“ไม่ร้องนะคะหนูกี้ ไม่ร้องนะคะ”
ผู้เป็นแม่รีบปลอบทันทีและน้ำตาก็พานจะไหล ไม่มีพ่อแม่คนไหนชอบเห็นลูกร้องไห้หรอก ก่อนจะหันไปมองคนใจยักษ์ที่เป็นต้นเหตุให้ลูกสาวร้องไห้อย่างตัดพ้อ และเธอเคารพการตัดสินใจของคุณท่าน ซึ่งรู้ว่าท่านไม่เคยหวังร้ายเหมือนเขา“ฉันจะให้แม่กั้งหย่า แล้วแกสองคนจะคบกันก็เรื่องของแก”
เจ้าของไร่ก็หน้าเสียเมื่อเห็นลูกสาวร้องไห้และขยับเท้าหวังจะเข้าไปปลุกปลอบ แต่ก็ต้องหยุดฝีเท้า
“อย่าเข้ามาใกล้ลูกของกั้ง” ไม่พอหญิงสาวยังขยับตัวหนี แต่มีหรือที่คำห้ามของกีรกานจะใช้ได้ผล เขาห่วงลูกและอยากจะเช็ดน้ำตาให้ลูกน้อย แต่คราวนี้ยังโดนรั้งเอาไว้
“ภามคะ ขอโอกาสสองได้ไหมคะ”
สรัลชนารีบคว้าโอกาสพร้อมกับรั้งข้อมือของภามเอาไว้และวอนขอทางสายตา เธออยากจะให้ชายหนุ่มเห็นใจในความรักและความหวังดีที่เธอมีให้มาโดยตลอดบ้าง“สอง ผม..” ไม่ทันที่ภามจะได้ตอบคำถามของสรัลชนา ซึ่งคำตอบของเขามันชัดเจนมาโดยตลอดและพยายามทำให้อีกฝ่ายรู้ แต่กีรกานก็พูดสวนขึ้นมาก่อน ทำให้คำตอบนั้นหายไปในลำคอ
“กั้งจะหย่าค่ะ”
แม้ดวงตาจะแน่วแน่ แต่น้ำเสียงกลับสั่นและไม่สบตากับสามีสักนิด ในเมื่อเกลียดกันก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องทนอยู่ด้วยกันอีก เพราะในเวลานี้หล่อนมองไม่เห็นหนทางที่จะพบแสงสว่างเลย เช่นนั้นตนก็ขอยุติมันมือทั้งสองข้างของภามกำแน่นดังกร๊อบเพราะไม่พอใจกับคำตอบของกีรกาน พร้อมกับก้าวเท้า หวังจะเข้าไปหาคนพูดด้วยท่าทางที่ขึงขัง แต่มือเรียวของสรัลชนาก็ยังไม่คลายออก แถมเจ้าหล่อนยังจับแน่นกว่าเก่า
“ไปกับฉันแม่กั้ง ไม่ต้องเก็บของ ฉันจะพาเธอไปอยู่กรุงเทพฯ” ในเมื่อหลานชายยังยืนนิ่งให้สรัลชนาจับแขนอยู่ได้ โดยที่ไม่ได้โต้เถียงอะไรออกมา เธอก็ไม่จำเป็นต้องฟังหรือต้องการคำตอบอะไรอีกแล้ว
ดวงตาของขวัญเกล้ามีแต่ความผิดหวังและตำหนิ
“สองขอโอกาสนะคะภาม” เว้าวอนขออีกหน และไม่พอในครั้งนี้เจ้าหล่อนยังสวมกอดชายหนุ่มไว้แน่น โอกาสมันมาถึงมือแล้ว จะไม่มีทางปล่อยให้มันหลุดไป แม้ว่าจะต้องทำด้วยวิธีไหนก็ตาม
ภามแทบจะไม่ได้สนใจคำพูดของสรัลชนา ดวงตาคู่คมมองตามทั้งสามคนไป ในแววตานอกจากความโกรธแล้วมันยังมีความรู้สึกหนึ่งปรากฏขึ้นมาเด่นชัด มันเป็นความรู้สึกที่ไม่อาจจะหยิบขึ้นมาแสดงให้ใครรู้ได้
เขาต้องคิดหนักในบางเรื่อง และคิดว่าคงต้องรีบลงมือจัดการมันเสียแล้ว ที่สำคัญที่สุด การหลบซ่อนกีรกานจากใครบางคนมันก็ไม่ใช่ทางแก้และเขาไม่มีทางหลบซ่อนเจ้าหล่อนได้ตลอดอยู่แล้ว มันคงถึงเวลาที่จะต้องชัดเจนและยุติมัน
มากไปกว่านั้น หากเขายังไม่ต้องการจะหย่า ก็ไม่มีใครหน้าไหนทำให้เขาหย่าได้
ด้านขวัญเกล้าขับรถออกมาได้ประมาณเกือบสิบนาทีแล้ว เธอพยายามทำอารมณ์ให้เย็นลงแต่ก็เกือบหลายนาทีเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมหลานชายถึงร้ายและเย็นชาได้ถึงขนาดนี้ กล้าพาผู้หญิงคนอื่นมาเหยียบย่ำหัวใจของภรรยาตัวเองได้อย่างไร ทั้งที่ก็รู้อยู่แล้วว่าสรัลชนาคิดอย่างไร
แต่ก็หันไปมองกีรกานอยู่เป็นระยะ เพียงได้เห็นสายตาที่อมโศกและปริ่มไปด้วยหยาดน้ำตา ทว่าก็เห็นหลายครั้งที่มือบางเช็ดมันออก
กีรกานคงไม่อยากจะร้องไห้ให้ลูกเห็น และก็รู้ว่าผู้หญิงข้างกายเข้มแข็งไม่ใช่น้อย อดทนมาได้ถึงทุกวันนี้ก็เพราะสองเหตุผลคือรักและอยากจะชดใช้ แต่ในเวลานี้มันสมควรจะพอแล้ว “ฉันขอโทษจริง ๆ แม่กั้งที่ทำให้ต้องมาอยู่ในสภาพนี้ถึงสามปี ฉันไม่น่าดันทุรังให้เธอแต่งงานกับตาภามเลย” ในเวลานั้นเธอคิดถึงแต่ความถูกต้อง และคิดว่ากีรกานจะสามารถลบแผลในใจที่เกิดจากไฟแค้นได้ แต่เธอคิดผิด พร้อมกับดวงตาที่เศร้าลงเพราะความรู้สึกผิด“คุณท่านไม่ผิดหรอกค่ะ คนที่ผิดคือกั้งกับแม่เอง” หญิงสาวไม่เคยที่จะโทษใครเลย นอกจากเธอและมารดา แม้แต่ภามเอง หล่อนก็ไม่เคยคิดจะโทษ เนื่องจากทุกเรื่องจะไม่เกิดขึ้นหากไม่มีจุดเริ่มต้นที่มารดาของเธอ
“คนผิดคือตาภามไม่ใช่เธอ มันคิดได้ไงที่เอาความแค้นมาลงกับเธอถึงทำกับเธอแบบนั้น” ผู้อาวุธโสว่าเสียงแข็งและยังมีแต่ความขุ่นเคือง ก่อนจะร้องถามบางสิ่งเพื่อให้แน่ใจ “มั่นใจแล้วใช่ไหมที่จะตัดใจ”
“กั้งมั่นใจค่ะ”
เพราะในเมื่อมันไม่มีประโยชน์ที่จะยื้อรัก หล่อนก็สมควรจะปล่อยมือจากเขาแล้วทำเพื่อตัวของเธอและเขาเองความสุขอีกอย่างหนึ่งของเขานอกจากจะได้นอนกอดภรรยาแล้ว ก็คือการนอนกอดลูกสาวตัวน้อย เจ็ดคืนที่ผ่านมาเขามีความสุขมาก และคงไม่มีวันลืมคืนแรกที่ได้นอนกอดทั้งลูกและเมียตลอดทั้งคืนโดยไม่ต้องระวังอะไรอีกแล้ว ด้านกีรกานก็ยิ้มรับคำของเขาก่อนจะเข้าไปสวมกอดและแนบใบหน้ากับอกแกร่ง หล่อนดีใจที่เขาให้โอกาสเธอได้รักและทำหน้าที่ภรรยาของเขา ด้านภามก็ตอบรับด้วยการกดจมูกลงที่ศีรษะทุย ก่อนจะบอกรักให้กีรกานได้ยิ้มและมีความสุข ซึ่งภามสัญญาว่าเขาจะบอกรักเธอทุกวันไม่มีวันขาด รวมถึงจะกอดกีรกานไว้แน่น ๆ แบบนี้ไปตลอดกาลบทพิเศษ ผ่านมาแล้วร่วมสามเดือนจา
“ใช่ครับ” “ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้กั้งขนาดนี้ กั้งรักคุณกับลูก” “ฉันก็รักกั้งกับลูกนะ และอีกเรื่องที่ฉันอยากจะขอโทษ ขอโทษที่ปกป้องลูกอีกคนของเราเอาไว้ไม่ได้” แล้วคนตัวโตก็ปลดปล่อยเสียงร้องไห้ต่อหน้าภรรยาออกมาอย่างไม่อาย แถมยังกอดเอวคอดไว้ เขายอมรับว่าระมัดระวังเรื่องนี้แล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ดีพอ หัวอกของผู้เป็นพ่อทุกข์ระทม เขาเสียน้ำตาแต่ก็แสดงออกให้ใครรู้ไม่ได้ และแม้อยากจะดึงกีรกานมาปลุกปลอบให้คลายความเศร้าก็ทำไม่ได้ เพราะรู้ว่าคนของคุณยายจับตาดูกีรกานอยู่ที่โรงพยาบาล กีรกานเองก็สะอื้น แต่ก็พยายามเรียกน้ำตาให้กลับคืน เพราะไม่อยากจะทำให้สามีรู้สึกแย่และโทษตัวเอง เนื่องจากเขาไม่ใช่คนผิด แต่เขาคือคน
“ผมจะจัดการศพของคุณยายเองครับ ไม่ต้องห่วง” เขาบอกเสียงเข้มก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องสองคนพาคนที่เขารักทั้งคู่ไปโรงพยาบาล ภามทิ้งตัวลงต่อหน้าศพของเขมจิราและปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา เขาคงเป็นหลานที่แย่มากที่สุดและท่านคงจะเกลียดเขามาก แต่หากเขาไม่เลือกทำแบบนี้ก็เท่ากับจะปล่อยให้ท่านสร้างบาปไปเรื่อย ๆ และคงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ท่านพรากลมหายใจของคนที่รักไป เพียงแค่อัยย์ญาดา ตอนนั้นเขาก็เจ็บหนักแล้ว และรู้ว่าคนที่เจ็บหนักกว่าเขานั้นคงไม่พ้นกีรกาน ก่อนภามจะก้มลงกราบที่เท้าท่าน และกล่าวขออโหสิกรรมน้ำเสียงสั่นเทา “ผมรักคุณย
ซึ่งขณะเดียวกันชายทั้งสามคนที่ถูกจ้างมาด้วยเงินก้อนโตก็ตากันล่อกแล่ก เพราะความกลัวและวิตก เนื่องจากรักชีวิตมากกว่าเงินทองอยู่แล้ว ไม่คิดที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยง ทั้งสามมองหาทางรอดพ้นจากตำรวจและกำลังคิดจะถอย “ใช่ครับ ผมรักกั้ง แต่เหตุผลที่ผมเลือกทำแบบนี้ก็เพราะคุณยายไม่หยุด คุณยายยังคิดแค้น ถึงสั่งให้ฆ่ากั้งกับลูกอีก” ใจมันเจ็บปวด และเสียงของชายหนุ่มก็สั่นเครือ ในคอรู้สึกมีรสปร่า ดวงตาเกิดการวูบไหว “แล้วแกตบตาฉันมาตลอดเลยใช่ไหมว่าเกลียดนังกั้ง แต่ที่จริงแกรักมันและต้องการปกป้องมัน” หล่อนเริ่มกระจ่างในสิ่งที่สงสัยแล้ว เพราะมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ “ใช่ครับ ผมตบตาคุณยายว่าเกลียดกั้งเพื่อให้กั้งปลอดภัย เพราะยิ่งผมแสดงว่ารักกั้ง คุณย่าก็ยิ่งจะแค้นกั้ง แล้วตอนนี้ผมจับสุรชัชได้แล้ว และมันก็ยอมสารภาพทั้งหมดแล้วว่าคุณยายสั่งให้ไปฆ่าใครบ้าง ตอนนี้ผมก็ส่งมันให้ตำรวจแล้ว” แบบนี้สินะ เธอถึงติดต่อสุรชัช มือปืนของเธอไม่ได้ “แกคิดจะจับฉันเข้าคุกหรือ แกมันเนรคุณ” ดวงตาของท่านวาววับราวกับปีศาจ “ผมเลือกไม่
แล้วก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด เพราะเธอรู้ว่าเขมจิรารักลูกสาวมากเพียงใด คงจะหาคำมาเปรียบเปรยไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น “ฉันไม่รับ” คนโกรธจนคลั่งตะคอกเสียงบอกและแววตาก็ยังเปล่งประกายว่ามีเปลวไฟลูกใหญ่เต้นระริกอยู่ในนั้น “กั้งขอโทษแทนแม่มลด้วยค่ะ” กีรกานก้มลงไปกราบที่พื้นพร้อมกับสะอื้นอย่างเสียใจ เธอรู้ว่าสิ่งที่มารดาทำให้มันทำให้ใครต่อใครหลายคนต้องเป็นทุกข์และเสียน้ำตา โดนเฉพาะกัลยกร ซึ่งท่านดีกับเธอมาตลอด เธอจึงละอายแก่ใจยิ่งนัก “ฉันไม่รับ วันนี้แกสองคนต้องตาย อ้อ แต่ฉันจะบอกอะไรไว้ให้แกรู้ก่อนตายนะนังกั้ง แม่แกตายเพราะฝีมือฉัน” แล้วก็เห็นรอยยิ้มแห่งความสะใจแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าของคนพูด ก่อนท่านจะหัวเราะลั่นคล้ายคนคลั่ง&nb
แม้จะรู้สึกปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นมากุม แต่อัครัฐก็ยังฝืนคุยกับน้องชาย เพราะใจกำลังเป็นห่วงและรู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้องผู้มีพระคุณได้ “ผมไม่รู้ แต่กลัวว่าจะใช้เป็นวิธีล่อกั้งให้ออกมา” ไม่คิดว่าจะเป็นคนอื่น นอกจากยายของเขา ก็เพราะย่าของเขาไม่ได้มีศัตรูที่ไหน แต่ก็คิดเหตุผลที่ท่านจับตัวของย่าของเขาไปไม่ได้นอกจากเหตุผลนี้ ท่านคงทำตามที่พูดแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยกีรกานและจะรังควานคนที่กีรกานรัก หญิงสาวก็ทั้งรักและเคารพขวัญเกล้า “แกรีบไปดูกั้ง ฉันใจคอไม่ดี นี่มันเกือบจะห้าชั่วโมงแล้วที่ฉันสลบไป”







