Masuk“ใครมาส่งพี่เหรอ” ดามันน้องชายอันดาเดินมารับที่หน้าบ้าน เอ่ยถามพี่สาวด้วยความสงสัย ไม่เคยเห็นรถหรูมาส่งพี่สาวเช่นนี้มาก่อนเลย
“ผู้มีพระคุณ”
“ผู้หญิง หรือผู้ชาย แล้วเขาเป็นผู้มีพระคุณอะไรยังไงกับพี่” น้องชายร่ายถามเป็นชุด
“นี่นายเป็นน้อง หรือเป็นพี่เนี่ย จี้ถามซะ ทำอย่างกับพี่สาวนายเป็นน้องของนายเลย” อันดาบอกยิ้มๆ เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เธอถูกโจรจะทำร้ายไม่ควรบอกให้น้องชาย หรือย่ารับรู้ เพราะเดี๋ยวพวกเขาจะเป็นห่วงเอา จึงไม่ตอบ
“ผมห่วงพี่นี่นา ผู้ชายเหรอ?"
“อื้ม”
“แฟน?”
“ไม่ใช่ เขาเป็นเพื่อน ของเพื่อน ของเพื่อนคุณพริม เจ้านายของพี่ แล้วเขาก็เห็นว่าพี่ทำงานพอไปได้ เลยชวนไปทำงานด้วย” เธอจำต้องโกหก เพื่อความสบายใจของคนในครอบครัว
“แล้วพี่จะไปเหรอ ทำงานที่ร้านกาแฟคุณพริมก็ดีอยู่แล้วนี่"
“พี่ตัดสินใจจะไป เพราะมันได้เงินเยอะกว่า” โกหกต่อไปอีกหน่อยแล้วกัน
“ผมว่าผมจะไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย จะออกมาช่วยพี่หาเงินรักษาย่าดีกว่า”
“ไม่ได้นะ! พี่หาเงินให้นายได้ ไม่ต้องห่วงหรอก”
“ผมเห็นพี่ทำงานหนัก ทำงานเหนื่อยทุกวัน ผมเป็นผู้ชายแท้ๆ ช่วยอะไรพี่ไม่ได้เลย รู้สึกหงุดหงิด”
“ตั้งใจเรียน ถ้าอยากช่วยพี่แบ่งเบาภาระจริงๆ ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ เสาร์อาทิตย์นายก็ไปทำพาร์ทไทม์เอาก็ได้”
คนเป็นน้องพยักหน้า ก่อนจะบอกเสียงอ่อน
“แต่ผมก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีอยู่ดีนั่นแหละ ให้พี่ต้องลาออกจากมหาลัย มาหาเงินส่งผมเรียน”
“นายเติบโตเป็นเด็กที่น่ารักแบบนี้ พี่ก็ไม่เสียดายกับสิ่งที่แลกมาหรอก" คนเป็นพี่บอกยิ้มๆ
“ผมรักพี่จัง” น้องชายเข้ามากอดคนเป็นพี่ด้วยความรู้สึกที่ทั้งรัก และสงสารที่เห็นพี่ต้องมาเหนื่อยแบบนี้
อันดาอมยิ้มก่อนจะกอดน้องชายตอบ เธอก็รักน้องชายคนนี้มากๆ ไม่ต่างกัน
เช้าวันต่อมา
ดามันไปเรียนตั้งแต่เช้า ช่วงนี้เขามีสอบเทอมสุดท้ายของการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก
ส่วนอันดามองนามบัตรในมือ สลับกับนาฬิกาบอกเวลาบนจอมือถือ จากที่เธอเสิร์ชดูข้อมูลบริษัทในอินเทอร์เน็ต มีข้อมูลว่าบริษัท PNSP เป็นบริษัทผลิต และนำเข้ารายใหญ่ มีบริษัทลูก แบ่งแยกย่อยลงไปอีกหลายบริษัท เป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ มีทั้งบริษัทอะไหล่เครื่องจักรสำหรับโรงงาน อะไหล่รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ และยังมีอีกหลายบริษัทในเครือที่เกี่ยวกับอะไหล่การผลิตต่างๆ แบบว่าครบวงจร เริ่มงานตอนเก้าโมงเช้าถึงหกโมงเย็น ดังนั้นเธอจึงรอเวลาให้ถึงเก้าโมงตรงก่อน ค่อยโทรหาเขา
09:00 น.
อันดารีบกดเบอร์บนนามบัตร แล้วกดเครื่องหมายโทรออกทันที
“สวัสดีครับ” ปลายสายเอ่ย
“สวัสดีค่ะ คุณนาวินใช่ไหมคะ”
“ครับ”
“ฉันชื่ออันดานะคะ เมื่อวานคุณ… เอ่อ…” คนใจดีคนนั้นชื่ออะไรกันนะ อันดานึกขึ้นได้ว่าลืมถามชื่อเขา จึงไม่รู้จะบอกออกไปยังไงดี
“คุณ… มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ” ปลายสายเริ่มรู้สึกกังวล หรือคนโทรมาจะเป็นพวกคอลเซนเตอร์?
“เอ่อ คือ เมื่อวานมีผู้ชายคนหนึ่งให้นามบัตรคุณกับฉันค่ะ เขาตัวสูง ผิวขาว หน้าตาหล่อเหลา เอ่อแล้วก็…” เธอพยายามนึกจุดเด่นของเขา เพื่ออธิบายให้ปลายสายเข้าใจ ว่าคนที่เธอกำลังพูดถึงคนนั้นคือใคร “เขาใส่ชุดสูท แล้วบอกว่า เบอร์นี้เป็นเบอร์เลขาของเขาชื่อนาวิน ถ้าฉันอยากทำงานให้ติดต่อคุณค่ะ”
“ทำงาน? ตำแหน่งอะไรครับ?” ชนกันต์ไม่ได้บอกเขามาก่อน ว่าจะให้ตนรับใครเข้ามาทำงานในตำแหน่งอะไร อีกทั้งตอนนี้บริษัทก็ไม่ได้มีตำแหน่งว่าง จึงถามออกไปแบบนั้น
“เอ่อ… ตำแหน่งอะไรก็ได้ค่ะ ดาไม่เลือกงานอยู่แล้วค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวผมขอคุยกับคุณกันต์ก่อนนะครับ เดี๋ยวโทรกลับไปคอนเฟิร์ม”
“ค่ะ”
ห้องทำงานประธานบริษัท PNSP
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก
ชนกันต์เงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารที่กำลังเซ็นชื่ออยู่ แล้วมองไปยังคนที่เพิ่งจะเปิดประตูเข้ามา
“มีผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาหาผม เธอชื่ออันดา แล้วบอกว่าคุณให้เบอร์ของผมไป เขาโทรมาของานทำเมื่อเช้าครับ แต่ทุกแผนกของบริษัทของเราก็เต็มหมดแล้วนะครับ ไม่มีตำแหน่งว่าง ถ้าจะมีก็พวก QC ไม่ก็ช่าง Engineers”
คนถูกถามนิ่งเงียบ เขาจำเธอได้ และกำลังใช้ความคิด …งานอะไรจะเหมาะกับเธอกันนะ
“เอ่อ… แต่เหมือนจะมีตำแหน่งว่างอยู่หนึ่งตำแหน่งนะครับ”
“ตำแหน่งอะไร?”
“คู่ควงคนใหม่ไงล่ะครับ คุณบอกว่าคุณอยากให้คุณเอมอยู่บ้านดูแลลูกไม่ใช่เหรอครับ งั้นลองให้เธอทำงานเป็นคู่ควงคุณดูไหม?” เหตุผลที่นาวินคิดถึงตำแหน่งนี้ออก เพราะปกติไม่เคยเห็นผู้เป็นนายทำความรู้จักกับผู้หญิงคนไหน ถึงขนาดให้เบอร์ตน และช่วยหางานให้มาก่อน เพราะฉะนั้น เจ้านายต้องสนใจผู้หญิงคนนี้แน่ๆ ....คอนเฟิร์ม แต่ลึกๆ กลับนึกเห็นใจเอมอมร
“เอาผู้หญิงคนนั้นมาหลอกตาพ่อ กับเมียของพ่อ คงจะได้หรอกนะ หน้าตาถึงจะน่ารัก แต่ก็ดูธรรมดา แถมนิสัยยัง …มีความป่าเถื่อน หยาบกระด้าง ไม่มีความเป็นกุลสตรีเลยสักนิด”
ได้ยินเจ้านายบ่นแบบนั้น นั่นยิ่งทำให้เลขาหนุ่มยิ้มมากขึ้นกว่าเดิม
“นั่นเรียกว่ายิ่งดีครับ”
“เอาอะไรคิดว่ายิ่งดี?”
“ก็ผู้หญิงแบบนี้ น่าจะป่วนแม่เลี้ยงคุณกันต์ได้สบายๆ น่ะสิครับ”
“จะป่วนได้จริงๆ เหรอ วันนั้นผมเห็นเธอก็ไม่สู้คนเท่าไหร่" พูดมาถึงตรงนี้ก็นึกถึงอีกเหตุการณ์ "แต่เอ๊ะ! พอเตะต่อยแบบนั้น ก็ดูสู้คนดีนี่ ผมดูผู้หญิงคนนี้ไม่ออกจริงๆ” เจ้านายหนุ่มบอก ก่อนจะอมยิ้มโดยไม่รู้ตัว
“ผมไม่เคยเห็นคุณกันต์ต้องมานั่งคิดทบทวนเรื่องนิสัยของผู้หญิงคนไหนขนาดนี้มาก่อนเลยนะครับ ผมมองว่าเธอพิเศษ เหมาะที่จะเป็นคู่ควงของคุณที่สุด”
“ก็ลองดูแล้วกัน”
สิ้นเสียงของเจ้านาย นาวินก็ยิ้มกว้าง ....อาจจะเพราะลึกๆ นาวินมีความหวังในบางสิ่งบางอย่างอยู่ในส่วนลึกของหัวใจด้วย ทำให้เขายิ้มออกมาได้กว้างขนาดนี้
“เดี๋ยวผมไปจัดการให้เดี๋ยวนี้ครับ เอาพล็อตเรื่องแบบว่า คุณกันต์รับเธอเข้าทำงานเป็นเลขาอีกคน แล้วเกิดตกหลุมรักคบเป็นแฟน ตามนี้นะครับ”
คนฟังพยักหน้า …ก็ตกลงตามนั้น
"เด็กคนโตอายุกี่ขวบพี่" ชนครแทรกถามขึ้น"สองขวบ ถามทำไม" ชนกันหันต์มาขมวดคิ้วตอบ และถามกลับ"ถ้าเด็กหย่านมแล้ว ผมว่าให้เงินแม่เขาไปสักสิบล้าน แลกกับเด็ก ก็ไม่น่ามีปัญหานะ ผู้หญิงที่พี่คบๆ มา มีใครบ้างไม่ซื้อได้ด้วยเงิน ส่วนคนเล็ก พี่จะจริงจังกับแม่ของเขาอยู่แล้ว เรื่องเด็กก็ไม่มีปัญหา""ว่าแต่แม่เด็กเป็นใคร ฉันรู้จักไหม ถ้าเป็นคนในบริษัท ฉันจะลองออกหน้าคุยให้ดู" ชนพัฒน์เอ่ยถาม"เอมอมร..."คำตอบของลูกชาย ทำให้ชัยพัฒน์นิ่งอึ้งด้วยความตกใจไปครู่ใหญ่ ได้สติก็ตอนภรรยาเอ่ยถามว่า"คุณเป็นอะไรไป""เปล่า" เขาตอบภรรยา ก่อนจะถามลูกชายต่อ"แกกับหนูเอมคบกันแค่สองปีเป๊ะๆ ไม่ใช่เหรอ""ครับ""แสดงว่าลูกของเอม ไม่ใช่ลูกแก" ผู้เป็นพ่อสรุป ต้องใช่แน่ๆ เขาจำได้แม่น เหตุการณ์เมื่อสองปีที่แล้ว…'หนูเอม....' ชนพัฒน์เอ่ยเรียกชื่อของคนที่ควงคู่มากับลูกชายเสียงอ่อนเอมอมรกล่าวทักทาย และไหว้ชนพัฒน์ พร้อมกับส่งยิ้มให้ เหมือนคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทั้งๆ ที่ในอดีตเธอนั้นเคยเป็นเลขาของเขา อีกทั้งความสัมพันธ์ลับๆ ของเขา และเธอนั้นยังเคยหวานชื่นกันมากด้วยแม้จะรู้สึกเสียดายผู้หญิงสาวสวย ที่เด็กกว่ารุ่นลูก ทั้งอ่อนโย
"พี่หมายความว่ายังไง เรื่องที่เขามีลูก มีเมียอยู่แล้วเป็นแค่เรื่องที่พี่เข้าใจผิดคิดไปเองเหรอ?" ดามันขมวดคิ้วถาม หลังจากได้ยินคำบอกเล่าจากพี่สาว ในหัวมีแต่คำว่า ...อะไรวะ?"อือ" พี่สาวบอกเสียงอ่อน อายเหมือนกันที่มโนคิดไปเองแบบนั้น แล้วยังมีหน้าไปบอกน้องชาย จนเขาไปทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตแบบนี้ขึ้นมาอีก"ช่างเถอะ อย่างน้อยลูกพี่ก็คงมีพ่อ และตอนนี้ พี่ก็คงคืนดีกับเขาแล้ว ผมจะไปขอโทษเขา"คนเป็นพี่พยักหน้าเห็นด้วย ควรไปขอโทษจริงๆ นั่นแหละ ได้ยินจากนาวินมาว่าคนรู้ทั้งบริษัท นักข่าวก็รู้ ลงอินเทอร์เน็ต เป็นข่าวดังเรียบร้อยแล้ว ....สมัยนี้ข่าวไวดีจริงๆ เหตุเกิดแค่หนึ่งนาที ก็ลงสู่โลกออนไลน์จนคนรู้ไปทั่วแล้ว "ขอโทษ" แม้จะเป็นคำขอโทษที่ดามันเอ่ยบอกชนกันต์ แต่มันกลับเป็นคำพูดที่ฟังดูไร้ซึ่งความรู้สึกผิด เหมือนพูดส่งๆ ให้มันจบๆ ไปเท่านั้น นั่นก็เพราะว่าเขายังรู้สึกไม่ค่อยโอเคกับผู้ชายคนนี้ เพราะมาทำพี่สาวของเขาท้องก่อนแต่งอันดากระตุกเสื้อน้องชายเบาๆ พร้อมกับมองหน้า แล้วเขม่นใส่ เพื่อให้น้องชายกล่าวขอโทษดีๆ"อะไร" เขาก้มมาเอ่ยถามพี่สาวที่ตัวเล็กกว่า แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งๆ ที่เข้าใจความหมาย
"ดาม! เป็นอะไร หรือเปล่า" อันดารีบวิ่งมาหาน้องชาย เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เธอรีบวิ่งเข้ามาโดยไม่ทันได้มอง ว่าคนที่มีเรื่องกับน้องชายนั้นคือใคร"พี่ มาได้ยังไง ผมไม่ได้ให้เขาติดต่อพี่นะ""ตำรวจโทรมาเบอร์คุณย่า ดีที่พี่พยาบาลรับสาย เลยมาบอกพี่ คุณย่าไม่รู้ ไม่ต้องเป็นห่วง” อันดาเข้าใจว่าน้องชายคงกลัวว่าย่าจะรู้แล้วไม่สบายใจ จึงบอกออกไปแบบนั้นไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ข้อมือของเธอก็ถูกมือใครคนหนึ่งกระชากให้เดินตาม อันดาหันมาเห็นว่าเป็นใครก็ตกใจ เธอสะบัดแขนหนี ไม่อยากไปกับเขา ไม่อยากคุย ไม่อยากเจอดามันรีบมาช่วยพี่สาว เขาเดินเข้ามาแทรกไปกระชากคอเสื้อของชนกันต์ไว้ ก่อนจะต่อยหน้าเขาเข้าหนึ่งมัด"อย่ามายุ่งกับพี่กู!"หมัดต่อไปกำลังจะตามมา แต่ถูกคนของชนกันต์ และตำรวจรั้ง และจับตัวให้แยกออกจากกันซะก่อนคนถูกต่อยยกมือขึ้นมาปาดขอบปากรู้สึกแสบๆ เหมือนมีเลือดออกอันดาเห็นเขาเจ็บก็จะพุ่งเข้าไปดู แต่ทว่าสมองสั่งการให้หยุดการกระทำเสียก่อน เขาโกหก หลอกลวง ไม่บอกความจริงกับเธอนะ อย่าลืม เธอไม่ควรให้อภัยคนเลวๆ อย่างเขา จึงหยุดนิ่งมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย เธอพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ พยายามทำตัวเองให้เข้มแข็ง ใจแ
"ประจำเดือนมาครั้งล่าสุดวันไหนคะ" หมอสาวเอ่ยถาม ขณะถามข้อมูลเบื้องต้นของผู้ป่วยไปบางส่วนแล้ว"เอ่อ... เหมือนจะขาดไปสองเดือนแล้วค่ะ" อันดาบอกเสียงแผ่ว เริ่มคิด หรือว่าอาการที่เป็นอยู่นี้ คือ ...ท้อง!"หากเคยมีเพศสัมพันธ์ เป็นไปได้สูง ว่าอาการของคุณจะเกิดจากการตั้งครรภ์ค่ะ"อันดานิ่งอึ้งไป เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ...ท้องเหรอ? หากเธอท้องจริงๆ จะทำยังไงดี บอกชนกันต์เหรอ? เขาก็มีครอบครัวที่น่ารักของเขาอยู่แล้ว แล้วเขาจะทำยังไงกับเธอ ให้เธอเป็นบ้านเล็ก หรือจะแย่งลูกไปจากเธอ ไม่ว่าเขาจะทำยังไง เธอก็ไม่ยินดีที่จะอยู่แบบนั้น …ไม่สู้ให้ลูกไม่มีพ่อไปเลยยังจะดีซะกว่า ...เธอไม่อยากจะคิดถึงเรื่องเงิน แต่เสาหลักของบ้านอย่างเธอ ถ้าขาดเขา เธอจะหาเงินมาจากไหนได้…หยดน้ำตาค่อยๆ ไหลอาบแก้ม ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างไม่เกรงใจคุณหมอ มันอัดอั้น มันรู้สึกแย่ที่สุด ทำไมชีวิตเธอถึงเดินมาอยู่จุดนี้ได้....กรรม เกิดจากการกระทำ หากเธอเอะใจ ตรวจสอบสักนิดว่าเขามีเมียเป็นตัวเป็นตนอยู่หรือเปล่า เธอคงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้...แต่จะให้เอาเด็กคนนี้ออกเหรอ?...เธอก็ทำไมได้หรอก อย่างน้อยเขาก็เกิดจากความรักของเธอ แม้จะเป็
"พี่เป็นอะไรไป" ดามันเห็นพี่สาวแอบนั่งร้องไห้อยู่ในห้อง เขาก็เอ่ยถามด้วยความตกใจ ระคนเป็นห่วง เมื่อเผลอเสียมารยาทเปิดประตูเข้ามา เพราะได้ยินเสียงสะอื้นไห้อันดารีบปาดน้ำตา แล้วส่ายศีรษะบอกคนเป็นน้องว่า"ไม่เป็นอะไร พี่แค่เจ็บตา""เจ็บตา กับการร้องไห้อย่างหนักหน่วงจนตาบวมมันต่างกันนะ" คนเป็นน้องบอกเสียงเครียด เขาเป็นห่วงพี่สาวเหลือเกิน จะเกี่ยวกับไอ้ผู้ชายคนนั้นไหมนะดามันนึกถึงเมื่อครั้งที่เขานั่งแท็กซี่แอบตามดูพี่สาวเมื่อหลายเดือนก่อน อยากรู้ว่าพี่แอบมีเสี่ยเลี้ยงหรือเปล่า และก็เห็นผู้ชายคนหนึ่ง หน้าตาหล่อเหลาดูดี อายุก็ไม่ได้ดูมากมายจะเป็นเสี่ยเลี้ยงเมียน้อยได้ แต่ก็ดูร่ำรวยเอาการ ดูจากการมีคนขับรถ การแต่งตัว และบ้านหลังใหญ่มาก อยู่ในดงบ้านของเศรษฐี ซึ่งหมู่บ้านแแถวนั้นแพงหูฉี่ ไม่รวยจริง แม้แต่ตารางวาเดียวก็คงซื้อไม่ได้ดามันเห็นเขามาส่งพี่สาวที่บ้าน ก่อนที่คนเป็นพี่จะกลับออกไปกับเขาด้วยกระเป๋าเสื้อผ้า หลังจากนั้นดามันก็ได้รับข้อความจากพี่สาวว่า เธอจะไปทำงาน เขาให้แท็กซี่แอบขับรถตามพี่สาวไปกระทั่งเห็นผู้ชายคนนั้นโอบเอวพี่สาวเข้าบ้านไป ดามันไม่อยากยุ่ง คิดว่าเขาอาจจะคบกับพี่ในฐานะแฟน
ชนกันต์ และอันดาพากันนั่งเครื่องบินมาเที่ยวภูเก็ต วันถัดมาเช่ารถพากันขับไปเที่ยวหาดนางทอง ดูทะเลดำ จังหวัดพังงา อันดาตื่นเต้นมากที่ได้เห็นทะเลที่นี่ คนไม่พลุกพล่านมาก ส่วนมากที่เห็นก็เป็นต่างชาติซะส่วนใหญ่ หากเป็นวันหยุดคนอาจจะมากกว่านี้อันดารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับทรายสีดำที่ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอกำทรายขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะโปรยมันลงสู่พื้นดังเดิมด้วยเสียงหัวเราะสดใส ความสดใสของเธอทำให้ รอยยิ้มของชนกันต์ยกขึ้นตลอดทั้งวัน"ที่นี่สวยจัง ถ้าน้องชายดามาด้วย เขาคงจะชอบ" เธอป้องปากตะโกนบอกเขา ซึ่งยืนมองเธออยู่ไม่ไกลนัก ก่อนหน้านี้เขาหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเธอเอาไว้หลายรูป"คราวหลังเราพาน้องคุณมาด้วยกัน" เขาตะโกนตอบกลับ"เอาย่ามาด้วยได้ไหม""ได้ทุกคนที่คุณต้องการ"อันดาหัวเราะชอบใจ ทำไมเขาถึงได้ตามใจเธอทุกอย่างแบบนี้นะ ชีวิตตอนนี้เป็นเหมือนความฝัน ไม่รู้ว่าต้องลืมตาตื่นวันไหน ไม่รู้ว่าผู้ชายที่หาที่ติไม่ได้อย่างเขาจะรักเธอกี่วัน กี่เดือน กี่ปี แต่หากมันจะเป็นเพียงแค่ฝัน และแม้มันจะอยู่ได้แค่ชั่วโมงเดียว เธอก็ยินดีจะอยู่ในความฝันให้นานที่สุดเท่าที่จะอยู่ได้หลังจากเดินเที่ยวจนเหนื่อยแล
“นายมานั่งทำอะไรตรงนี้ งานของแม่นายนี่นา ปกติก็ต้องไปเสนอหน้าอยู่ข้างหน้าไม่ใช่เหรอ?” ชนกันต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันปนแดกดันชชายหนุ่มไม่ได้สนใจคำประชดายหนุ่มไม่ได้สนใจคำประชด“ไม่คิดว่าพี่จะมาด้วยซ้ำ” เขาพูดพลางยิ้มกว้าง ไม่สนใจน้ำเสียงแขวะจากพี่ชายเลยแม้แต่น้อยชนคร พณาศรพัฒน์ หรือนคร น้องชาย
รถตู้หรูสีดำเงาวับค่อยๆ เคลื่อนมาจอดนิ่งบริเวณหน้าทางเข้างาน ซึ่งปูพรมแดงทอดยาวจากขอบถนนไปจนถึงบริเวณหน้าห้องจัดเลี้ยง นักข่าว และช่างภาพหลายคนต่างจับจองมุมถ่ายภาพ แข่งกันเก็บทุกวินาทีของค่ำคืนนี้อย่างตั้งใจชนกันต์ก้าวลงจากรถก่อน แล้วจึงโน้มตัวลงเล็กน้อย ยื่นมือไปหาอันดาที่อยู่ด้านในด้วยท่าทีสุภาพ
นาวินถึงกับอ้าปากค้าง พลางกระซิบกับตัวเอง “สวย... เกินคาดมาก” เมื่อเห็นอันดาปกติอันดาก็จัดว่าเป็นคนหน้าตาดีอยู่แล้ว แต่เพราะมักไม่แต่งหน้าแต่งตัว เลยดูเรียบง่าย แต่พอได้รับการดูแลจากช่างฝีมือระดับสูงแบบนี้ เธอกลับดูราวกับเป็นคนละคนชนกันต์ยังคงจ้องเธอไม่วางตา เขารู้ดีว่าเธอเป็นคนสวย แต่ไม่เคยคิดเล
“แล้วยังไงครับ โลกนี้เป็นของคนที่มีอำนาจ คนที่ให้ผลประโยชน์ได้มากก็เป็นผู้ชนะอยู่วันยังค่ำ ต่อให้เธอไม่เต็มใจ ผมก็จะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่” พิเชษฐ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเย็น เขาลุกขึ้นยืน หมายจะเดินเข้าไปฉุดอันดาขึ้นจากเก้าอี้ โดยไม่สนว่าอยู่ต่อหน้าใคร เพราะมั่นใจในอำนาจของตนว่าไม่มีใครกล้าขัด







